ตอนที่ 17 แอบมอง
เ่ิูนวดขมับที่กำลังปวด “โล่วชิเจี่ยไปรินชาให้ข้า!”
ด้วยความเหนื่อยล้า เ่ิูเผลอพูดออกไป เหมือนในทุกๆครั้ง แต่วันนี้แตกต่างจากทุกที ไม่มีเสียงตอบรับอย่างไม่พอใจดังสวนมา
เ่ิูเหม่อลอยไปเล็กน้อย เขาลืมไปว่าไอ้เด็กไม่รู้จักตายคนนั้น ตอนนี้ถูกเขาตีจนปางตายไปแล้ว!
เขาขมวดคิ้ว รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวใจ ตอนนี้ เขาเริ่มกังวลเื่ความปลอดภัยของโล่วชิเจี่ย แววตาของเขาเต็มไปด้วยกังวล จึงเดินออกจากห้องหนังสืออย่างช้าๆ
ข้างนอกมีลมเย็นพัดเอื่อยๆ แสงจันทร์ส่องสว่าง ่เวลานี้ ความรู้สึกไม่สบายใจก่อตัวขึ้นในใจของเขา
โล่วชิเจี่ยคงไม่ตายในคุกหรอกนะ!
เพียงคิดแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวใจ ในใจของเขา จู่ๆก็บังเกิดความรู้สึกสูญเสียขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ เขาเป็อะไรไปเนี่ย?
เ่ิูก้าวเท้าเบาๆ เผลอเดินมาที่คุกโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง ทั้งยังจงใจหลบเลี่ยงองครักษ์ที่กำลังลาดตระเวน เมื่อเดินมาถึงหน้าคุก เขาก็หยุดชะงัก!
เขาเป็ถึงท่านอ๋อง จะไปเยี่ยมคนรับใช้ที่อยู่ในคุกได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ไอ้เด็กที่ถูกขังอยู่ยังกล้าล่วงเกินเขาต่อหน้าทุกคน ประกอบกับข่าวลือที่น่าอับอาย ถ้าเขาเข้าไปเยี่ยมสักครั้ง คงจะเกิดเื่ซุบซิบนินทาอีกเป็แน่ ถึงแม้ว่าจวนอ๋องจะไม่ใช่สถานที่แห่งข่าวลือ แต่ก็เป็สถานที่ที่คนจับตามอง
หลังจากคิดไตร่ตรอง เ่ิูตัดสินใจไม่เข้าไป แต่เลือกที่จะไปที่ลับตา แอบไปทางด้านหลังของคุก ฉวยโอกาสตอนที่องครักษ์ไม่ทันสังเกต หาห้องขังของโล่วชิเจี่ย มีหน้าต่างเล็กๆ บานหนึ่ง น่าจะมองเห็นเข้าไปข้างในได้
เขาใช้วิชาตัวเบา ปีนขึ้นไปบนหลังคาคุก จับลูกกรงหน้าต่าง พยายามยื่นหน้าเข้าไป
หน้าต่างเล็กมาก มองเห็นแค่เพดาน มองไม่เห็นโล่วชิเจี่ยที่นอนอยู่บนพื้นยิ่งไปกว่านั้น หน้าต่างก็เก่า ไม่แข็งแรง เ่ิูแค่ใช้แรงดันเบาๆ ก็เกิดเสียง "แกร๊ก" หน้าต่างทั้งบานสั่น แล้วก็หลุดตกลงพื้น
เ่ิูรีบชักมือกลับ แต่ก็ถูกองครักษ์ที่กำลังลาดตระเวนพบเห็น หัวหน้าองครักษ์ตาไว ะโใส่เ่ิูว่า “นั่นใคร! กำลังแอบทำอะไรอยู่!”
เ่ิูรู้สึกโกรธ กำลังจะพูดว่า “ข้าเอง!” แต่ก็หยุดไว้ เขาเป็ถึงท่านอ๋อง หากมีคนรู้ว่าแอบปีนหน้าต่างห้องขังของนักโทษตอนดึกๆ คงจะน่าอายมาก เขาจึงกลั้นหายใจ ะโขึ้นไปบนหลังคาอย่างรวดเร็ว เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ไม่ทิ้งร่องรอย หายไปในความมืด
หัวหน้าองครักษ์ใ นั่นมันวิชาตัวเบาขั้นสูง!
“ใครก็ได้ ใครก็ได้! รีบตามมันไป!”
วิชาตัวเบาขั้นสูงขนาดนี้ ทั้งยังบุกเข้ามาในจวนอ๋องตอนกลางคืน คงจะเป็อันตรายต่อท่านอ๋องเป็แน่
“ขอรับ!” เหล่าองครักษ์ถือกระบี่ ไล่ตามเงาที่เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับภูติผีก็มิปาน
วิชาตัวเบาของเ่ิู หากเขาเรียกตัวเองว่าเป็ที่สอง ก็ไม่มีใครกล้าเรียกตัวเองว่าเป็ที่หนึ่ง
ดังนั้นแม้ว่าเหล่าองครักษ์จะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ก็ยังยากที่จะไล่ตามเ่ิูทัน ทว่ายิ่งพลังของเ่ิูลึกล้ำมากเท่าไหร่ เหล่าองค์รักษ์ก็ยิ่งไม่ยินยอมปล่อยเขาไป
พวกเขาจึงพยายามอย่างสุดความสามารถ ไล่ตามไม่ลดละ ดังนั้นในจวนอ๋องจึงเกิดการไล่ล่าขึ้นอีกครั้ง องครักษ์ใช้ทุกวิถีทาง แต่ก็ยังจับอีกฝ่ายไม่ได้
กระนั้นอีกฝ่ายแม้มีพลังลึกล้ำ ก็ไม่ยอมทำร้ายใคร สิ่งนี้ทำให้องครักษ์หลายคนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และพยายามคาดเดาตัวตนของอีกฝ่าย
ลั่วจิ่วใเสียงดังข้างนอก ผลักประตูออกมา เห็นองครักษ์หลายคนกำลังไล่ตามเงาสีดำ ในจวนวุ่นวายไปหมด “นั่นพวกเ้ากำลังทำอะไรกัน?” ลั่วจิ่วถาม ในใจเกิดความคิดขึ้นว่า ‘พวกเ้าว่างมากหรือไง ถึงได้ไล่ตามท่านอ๋องไปทั่วจวนอ๋อง?’
ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นใบหน้าของเงาดำ แต่ดูจากพลังฝีเท้า ก็รู้ว่าเป็ท่านอ๋อง
“นี่! หวังหู่ พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน?” ลั่วจิ่วถามอย่างไม่พอใจ มาก่อความวุ่นวายอะไรกับท่านอ๋องตอนดึกๆ?
องครักษ์ที่ชื่อหวังหู่หันกลับมา พอเห็นลั่วจิ่ว เขาก็ตอบว่า “พี่จิ่ว พวกเรากำลังตามจับมือสังหาร!
ลั่วจิ่วพูดไม่ออก บอกไม่ถูก “มือสังหารอันใด นั่นไม่ใช่ ... ”
ยังไม่ทันพูดจบ เ่ิูที่อยู่บนหลังคาก็ถลึงตามองลั่วจิ่วอย่างดุร้าย ลั่วจิ่วเข้าใจทันที ะโบอกองครักษ์คนอื่นๆ ว่า “พอแล้ว พอแล้ว ไม่ต้องไปตามจับมัน ระวังไปรบกวนท่านอ๋อง รีบๆ กลับไปลาดตระเวนต่อเถอะ!”
เหล่าองครักษ์ทำหน้างง หวังหู่ก็ทำหน้างงๆ ชี้ไปที่เงาสีดำซึ่งกำลังจะหายไป พูดอ้ำๆอึ้งๆ “พี่จิ่ว เมื่อครู่พี่ก็เห็น มีคนวิ่งผ่านไปจริงๆ! เป็มือสังหารแน่นอน ถ้ามือสังหารทำร้ายท่านอ๋องเล่า?”
ลั่วจิ่วเอามือปิดหน้า ตบบ่าเขา กระซิบเบาๆ ว่า “น้องหวัง ฟังข้านะ ถึงจับมือสังหารคนนั้นได้ก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้รีบกลับไปเถอะ! เสี่ยวชุยกำลังรอเ้าอยู่ที่บ้าน”
ได้ยินชื่อเสี่ยวชุ่ย หวังหู่หน้าแดง แต่ก็ยังลังเล “แต่ความปลอดภัยของท่านอ๋อง ..”
เขาเป็คนซื่อสัตย์จริงๆ ติดก็แค่หัวแข็งไปหน่อย
“ไม่ต้องห่วง! ยังมีข้าอยู่! ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอ๋องก็เก่งกาจ คนทั่วไปทำอะไรเขาไม่ได้หรอก เ้าไปเถิด”
หวังหู่จึงวางใจ เรียกพี่น้องคนอื่นๆ แล้วเดินจากไป! แต่ก่อนไปยังกำชับลั่วจิ่วว่า “พี่ลั่วจิ่ว มือสังหารคนนั้นมีวรยุทธสูงส่ง พี่ต้องระวังตัวให้มาก!”
“อืม อืม ” ลั่วจิ่วโบกมือ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ได้แต่แหงนหน้ามองทิศทางที่เงาดำจากไป ปากพึมพำเบาๆ
“ท่านอ๋องไปเรียนรู้การปีนกำแพงจากเด็กน้อยโล่วชิเจี่ย ั้แ่เมื่อไหร่กันนะ?”
วันรุ่งขึ้น ลั่วจิ่วก็ถูกเ่ิูเรียกเข้าไปในห้องหนังสือ เ่ิูจ้องมองลั่วจิ่วด้วยสายตาไม่เป็มิตร สีหน้าของเขาทำให้ลั่วจิ่วเกิดความหวาดหวั่น รู้สึกเหมือนกำลังจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้น