แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกใสของสนามบินผู้คนมากมายกำลังเดินสวนกันไปมาเสียงประกาศเที่ยวบินดังเป็ระยะท่ามกลางความวุ่นวายนั้นมีครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่งกำลังยืนกอดกันอยู่เงียบ ๆ ต้นไม้ก้มลงจูบหน้าผากภรรยาเบาๆ มือข้างหนึ่งอุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้แนบอก อีกมือหนึ่งลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน
"ดูแลแม่นะครับ"
เด็กชายพยักหน้ารับทันที แววตาจริงจังเกินวัยต้นไม้ยิ้มบาง ๆ เขารู้ว่าลูกชายคนนี้เข้มแข็งเหมือนแม่ และอ่อนโยนเหมือนที่เขาอยากให้เป็ส่วนลูกสาวยังคงกอดคอพ่อแน่น ไม่ยอมปล่อย ดวงตากลมโตเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ
"หนูไม่อยากกลับ"
เสียงเล็ก ๆสั่นเครือจนคนเป็พ่อรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบเบา ๆ ต้นไม้หอมแก้มลูกสาวอีกครั้งก่อนใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลลงมา
"คนเก่งของพ่อร้องไห้ได้" เขาพูดเบาๆ
"แต่ร้องเสร็จแล้วต้องเข้มแข็งนะครับ"ลูกสาวพยายามเม้มปากกลั้นสะอื้นอย่างสุดความสามารถ
"แล้วคุณพ่อจะไปหาหนูใช่ไหมคะ"
คำถามง่าย ๆ แต่ทำให้คนเป็พ่อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกอดลูกแน่นขึ้นแล้วกระซิบข้างหูเบา ๆ
"เดี๋ยวคุณพ่อตามไปครับ"
เด็กน้อยยิ้มทั้งน้ำตาเหมือนได้รับคำสัญญาที่สำคัญที่สุดในโลก
"ถึงเวลาแล้วค่ะ"
เ้าหน้าที่ประกาศเรียกผู้โดยสาร รินรดาเดินเข้ามาจูงมือลูกสาวก่อนหันมายิ้มให้สามี รอยยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มที่ผ่านวันเวลาร่วมกันมานับสิบปี รอยยิ้มที่ไม่ต้องมีคำพูดมากมายเพราะต่างคนต่างรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร
"ถึงแล้วโทรมานะริน" ต้นไม้บอกรินรดาพยักหน้า
"ดูแลตัวเองด้วยนะคะ"
ทั้งสองยิ้มให้กันเหมือนคู่ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันจนเข้าใจว่าความรักไม่จำเป็ต้องอยู่ใกล้กันเสมอไป บางครั้งการรู้ว่าอีกคนยังอยู่ตรงนั้นก็เพียงพอแล้ว
ต้นไม้ยืนมองภรรยาและลูก ๆเดินหายเข้าไปในเกตผู้โดยสารจนลับสายตา จึงค่อยหันหลังเดินออกมาช้า ๆ ลานจอดรถเงียบกว่าที่คิดเขายืนพิงรถจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ควันสีขาวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ความคิดถึงครอบครัวยังอวลอยู่ในหัวใจแต่ไม่รู้ทำไมอีกชื่อหนึ่งกลับลอยขึ้นมาเช่นกัน ต้นไม้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก เสียงสัญญาณดังขึ้น
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ไม่มีคนรับสาย เขามองหน้าจอก่อนกดโทรใหม่ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ยังไม่มีคนรับ คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากัน กดอีกครั้ง และอีกครั้ง เหมือนคนที่เริ่มไม่แน่ใจบางอย่าง
"ไปไหนของเขาวะ"
ต้นไม้พึมพำกับตัวเอง สายตายังคงจ้องหน้าจอโทรศัพท์ ทั้งที่รู้ว่าการไม่รับสายเพียงครั้งเดียวไม่ใช่เื่ใหญ่แต่หัวใจกลับไม่ยอมเชื่ออย่างนั้น เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วจุดมวนใหม่ทันที เป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่บุหรี่ไม่ได้ช่วยให้ใจสงบกลับยิ่งทำให้กระสับกระส่ายมากขึ้น หน้าปัดรถชี้เกือบหนึ่งร้อยสามสิบ แต่ความเร็วของรถยังช้ากว่าความคิดในหัวเขา
"เลิกเรียนแล้วนี่ หรือไปกับเพื่อนหรืออยู่ข้างนอก หรือ...!"
เขาหยุดความคิดตัวเองทันที ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขมขื่น ไม่รู้ั้แ่เมื่อไรที่เขาเริ่มจำตารางชีวิตของกานต์แก้วได้ทุกอย่างรู้เวลาเรียน รู้เวลาเลิกงาน รู้ว่าเธอชอบกินอะไร รู้ว่าเวลาไม่สบายจะเงียบผิดปกติและรู้ว่าเธอชอบวางโทรศัพท์ไว้ไกลตัวจนไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้า
แต่ถึงจะรู้ทุกอย่าง ความกังวลก็ยังไม่หายไปตรงกันข้ามมันกลับชัดขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนเถาวัลย์ที่ค่อยๆ พันรอบหัวใจเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว
ต้นไม้วางโทรศัพท์ลง มองท้องฟ้า มองพระจันทร์เขาไม่ได้้าคำตอบใดจากเธอ เขาแค่้ารู้ว่าเธอยังอยู่ที่นั่น ยังปลอดภัย ยังหัวเราะยังเป็กานต์แก้วที่เขารู้จัก และเพิ่งรู้ตัวในคืนนั้นว่านั่นแหละคือความ้าที่ลึกที่สุดลึกกว่าทุกอย่างที่เขาเคยรู้สึกมาก่อน
ต้นไม้มองโทรศัพท์ในมืออีกครั้ง หน้าจอมืดสนิทไม่มีข้อความ ไม่มีสายเรียกกลับ ไม่มีอะไรเลย และนั่นเอง ที่ทำให้เขาเริ่มเข้าใจบางอย่างความคิดถึงอาจทำให้คนเรายิ้มได้ แต่ความกลัวว่าจะสูญเสียใครสักคนทำให้หัวใจสั่นได้มากกว่าโดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นไม่เคยเป็ของเราเลยั้แ่แรก…
???? ประกาศจากผู้เขียนค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาถึงตอนนี้นะคะ ????
เื่ราวของกานต์แก้วและต้นไม้ กำลังจะเข้าสู่่เวลาสำคัญที่สุดแล้วค่ะ
หากอยากรู้ว่าเื่จะเป็อย่างไรต่อไป สามารถอ่านต่อได้ที่ E-book"เหงาในเงาจันทร์" บน Meb ค่ะ
ซึ่งใน E-book มีสิ่งพิเศษที่ไม่มีในที่นี่...
✦ เนื้อหาครบสมบูรณ์ทั้ง 35 ตอน
✦ เนื้อหาตอนพิเศษบทสรุปกานต์แก้ว ต้นไม้ ริณรดา
✦ คำนำจากผู้เขียน เล่าเื้ัการเขียน
✦ Quote Card Collection สวยๆ แนบท้ายเล่ม
✦ อ่านได้ทุกที่ ไม่ต้องรอโหลดหน้าเว็บ ????อ่านต่อได้ที่ [https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTYyMDQ4MTQiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0NTUwOTkiO30]
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนักเขียนไทย คนหนึ่งด้วยหัวใจนะคะ ????????????