เวลาผ่านไปท่ามกลางความร้อนที่มหาศาลกลับมีร่างเงาขนาดใหญ่ที่กำลังพุ่งตัวออกไปด้วยความรวดเร็ว บนหลังของมันมีชายหนุ่มคนนึงที่นั่งขี่มันอย่างสบายใจพร้อมกับสัมผัสถึงบรรยากาศรอบๆ เป็นหลินตงนั่นเอง เขาในตอนนี้ได้เดินทางเข้ามาหลายชั่วโมงแล้ว ตลอดทางที่ผ่านเข้ามายังสุสานทะเลทรายแห่งนี้บอกได้้เลยว่ามันไม่มีอะไรอยู่เลย จะมีก็เพียงพายุทรายที่รุนแรงพัดผ่านเข้ามาเป็นช่วงๆ ส่วนอาคารหรือบ้านเรือนอะไรนั้นบอกได้เลยว่าไม่มี มันโล่งแจ้งจนถูกเรียกว่าเป็นสุสานของผู้ฝึกยุทธจริงๆ
ต่อให้จะไม่มีสัตว์อสูรแต่ทว่าด้วยสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้ถ้าไม่มีพลังจิตยุทธวิญญาณระดับสูงละก็ พวกเขาคงจะได้ไปเฝ้าในนรกแล้วอย่างแน่นอน เพียงแค่พายุที่รุนแรงพัดผ่านเข้ามาก็แทบจะฉีกร่างของพวกเขาออกเป็นสองส่วนแล้วแต่สำหรับหลินตงกับเจ้าหลายเลขหนึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหา ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่่งของทั้งสองมันเสมือนกับเป็นสายลมที่กระทบเข้ามาเพียงเท่านั้น
ขณะเดียวกันหลินตงก็ปลดปล่อยจิตสัมผัสออกเป็นช่วงๆเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ต้องบอกก่อนว่าห้วงจิตสัมผัสของเขาตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกหลายเท่า มันครอบคลุมอาณาเขตนับเกือบพันเมตรรอบๆตัวของชายหนุ่ม ตราบใดที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นละก็เขาจะสามารถรับรู้มันได้ในทันที
"สภาพเลวร้ายจริงๆ กว่าจะผ่านสุสานทะเลทรายแห่งนี้ก็อีกร่วมเดือนเชียวหรอเนี่ย?"
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังถึงกับบ่นพึมพำออกมาอย่างหมดอารมณ์ ต่อให้จะเป็นขั้นพลังของจิตยุทธแห่งนภา พวกเขาก็ยังต้องใช้เวลาร่วมสองอาทิตย์สำหรับการเดินทางผ่านสุสานทะเลทรายแห่งนี้
ยิ่งบนท้องฟ้าส่วนใหญ่ของอาณาเขตนั่น มันไม่เหมาะแก่การบินจึงทำให้การเดินทางยิ่งยากลำบากขึ้นเป็นอย่างมาก แล้วที่สุสานทะเลทรายแห่งนี้มันยังไม่หมดเพียงแค่นั้น ว่ากันว่าในทุกช่วงเวลานึงพายุทะเลทรายจะเพิ่มอานุภาพของมันอย่างลึกลับราวกับว่ามีคนบงการอยู่ มันมีพลังมากพอที่จะเฉือนร่างของผู้มีพลังจิตยุทธวิญญาณได้เป็นเศษซาก บอกเพียงแค่ว่าใครที่ไปพบเจอพายุลูกนี้เข้าก็ยอมตายได้เลย เพราะมันไม่มีอะไรที่จะกันการเชือดเฉือนของพายุพลังมหาศาลนี้ไปได้
ระหว่างที่เจ้าหมายเลขกำลังวิ่งอยู่นั้นที่โล่งกว้างด้านหน้าของมันก็มีร่างเงาบางสิ่งตะกุยขึ้นมาจากทะเลทรายตามมาด้วยเสียงที่แปลกประหลาดเริ่มดังขึ้น
"แก๊กๆๆๆ"
เจ้าหมายเลขหนึ่งเมื่อสัมผัสได้ก็หยุดลงพร้อมแยกเขี้ยวที่แหลมคมออกมา มันเริ่มแสดงเสียงข่มขู่จากในลำคอเตรียมตั้งท่าที่จะโจมตี มันตอนนี้ถึงกับโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากที่มีสัตว์อสูรตัวนึงกล้าที่จะขวางทางเจ้านายของมัน
สัตว์อสูรตัวนึงที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้เจ้าหมายเลขหนึ่งโผล่ออกมาจากผืนทะเลทราย มันออกมาดักหน้าของเจ้าหมายเลขหนึ่งพร้อมกับขยับก้ามของมันขึ้นลงเพื่อแสดงความข่มขู่ มันคือสัตว์อสูรแมงป่องนั้นเอง ลำตัวของมันเต็มไปด้วยผิวหนังสีน้ำตาลเป็นป้องๆที่เสมือนกับเป็นเกราะทรงพลัง ก้ามของมันทั้งสองใหญ่โตกว่าหลายเมตรเพียงพอจะฉีกเหยื่อออกเป็นชิ้นๆ ส่วนด้านหลังของลำตัวมันมีหางความยาวกว่าหลายเมตรที่ชูชี้ออกมาด้านหน้า ตรงปลายแหลมคมเต็มไปด้วยหยดเหลวสีเขียวเข้มที่ถูกเคลือบเอาไว้ เพียงแค่มองมันก็บอกได้ทันทีว่ามันคือพิษที่รุนแรง
"สัตว์อสูรแมลงป่องทะเลทราย สัตว์อสูรระดับสามที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีพิษที่รุนแรงเป็นอย่างมากแถมเกราะของมันก็ยังไม่ธรรมดาอีก ว่ากันว่าผิวหนังที่เป็นป้องๆสามารถรับการโจมตีของผู้ฝึกยุทธรวมเป็นหนึ่งได้ง่ายๆ!!"
หลินตงเริ่มลุกขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับมองไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าด้วยดวงตาที่ลุกวาว หลังจากที่เขามานับหลายชั่วโมงในที่สุดก็มีสัตว์อสูรประจำถื่นฐานปรากฏตัวขึ้น พวกมันส่วนใหญ่นั่นจะอาศัยอยู่ภายในส่วนลึกของทะเลทรายด้านล่างนี้และเมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวก็จะออกมา
หมายเลขหนึ่งตอนนี้เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่เหยื่อเบื้องหน้าแล้วแต่ทว่าชายหนุ่มกับพูดขึ้นมาก่อน
"ไม่ต้องเจ้าหมายเลขหนึ่ง เจ้าตัวนี้เหมาะสมที่จะให้ข้าทดสอบพลังระดับใหม่ เห็นบอกว่าเกราะของมันสามารถป้องกันการโจมตีของผู้มีพลังจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งระดับปลายได้เชียวนะ"
หมาป่าเขี้ยวขนเงินเมื่อเห็นว่าเจ้านายมันกำลังจะลงมือเองก็ยืนคุมเชิงอยู่แบบนั้น มันตอนนี้ไม่ได้สงสัยในตัวพลังของเจ้านายตนเลยแม้แต่นิดแถมมันยังสัมผัสได้ว่าพลังของเจ้านายตนนั่นแข็งแกร่งกว่าตนเองเป็นอย่างมาก กลิ่นอายของมังกรที่มันสัมผัสได้ถึงกับแผ่พุ่งออกมาอย่างมหาศาล
ชายหนุ่มค่อยๆตั้งท่าของตนพร้อมกับปลดปล่อยสายเลือดมังกรอมตะของตน ภายในร่างสายเลือดมังกรอมตะเริ่มเดือดพล่านราวกับลาวาที่ร้อนระอุ ผิวหนังของชายหนุ่มเริ่มถูกแซมไปด้วยเกล็ดมังกรสีแดงเพลิงเล็กๆจนทำให้ร่างกายของเขาตอนนี้เสมือนกับเป็นตัวประหลาดแต่ทว่าหลินตงไม่ได้สนใจถึงรูปลักษณ์ ในเมื่อร่างนี้คือพลังสูงสุดของเขาแล้ว
เขาเหยียบหลังของมันและพุ่งตัวกระโดดสูงออกไปเบื้องหน้าหลายสิบเมตร นัยน์ตาของชายหนุ่มถึงกับประกายแสงออกมาเพื่อล็อคเป้าหมายและซัดฝ่ามือออกไปเบื้องล่าง
"วิชามังกรเซียน คลื่นมังกรบดยี้..!!"
ฝ่ามือมังกรสีแดงเพลิงถูกปลดปล่อยออกมาจากห้วงอากาศอย่างรวดเร็วจนก่อตัวเป็นมังกรที่มีเปลวไฟลุกโชนกว่าสิบเมตร รูปลักษณ์ที่เสมือนกับเป็นมังกรเพลิงที่แวกว่ายไปมาอย่างไม่รู้จบ มันกู่ร้องคำรามลงมาจากท้องฟ้าจนทำให้รอบบริเวณต้องสั่นไหว
อสูรแมงป่องถึงกับขยับตัวไม่ได้ ดวงตาที่เรียวเล็กนับสิบของมันจ้องมองอย่างไม่เข้าใจว่านี้คืออะไร มันนึกว่าเจ้าหมาป่านั้นจะเข้ามาโจมตีมันซะอีก เมื่อเป็นเช่นนี้มันจะใช้หางที่มีพิษรุนแรงของมันแทงเข้าไปยังลำตัวนั่นเพื่อให้ตกตายทันทีแต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เป็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังของมันลงมือ
"ปังงงงง!!"
มังกรเพลิงอมตะระเบิดรอบบริเวณจนทำให้เกิดฝุ่นทรายที่มหาศาล ส่วนร่างเงาขนาดใหญ่ที่มีเกราะอันแข็งแกร่งตอนนี้ได้กลายเป็นเศษซากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกมันถึงกับถูกแยกออกเป็นชิ้นๆราวกับว่าถูกทุบด้วยพลังบางสิ่งที่รุนแรงมากยิ่งกว่า โลหิตเหลวสีเขียวเข้มถึงกับกระจายไปทั่วบริเวณ
การลงมือเพียงครั้งเดียวของชายหนุ่มก็ทำให้สัตว์อสูรระดับที่สูงกว่าต้องตกตายได้แล้ว ถ้ามีคนมาเห็นถึงเหตุการณ์นี้ละก็พวกเขาคงจะต้องตกใจกันเป็นอย่างมาก
ระหว่างนั่นหลินตงก็ร่อนลงมาจากห้วงอากาศด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง ท่าทางของเขาตอนนี้เรียกได้เลยว่าเหมือนกับเป็นผู้ฝึกยุทธที่ทรงพลัง
ดวงตาประกายเพลิงถึงกับจ้องมองผลงานของตนด้วยความพึงพอใจ เพียงแค่วิชาเดียวก็ทำให้สัตว์อสูรแมงป่องที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีการป้องกันที่แข็งแกร่งต้องถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ บอกเพียงแค่ว่าผลลัพธ์ของสายเลือดมังกรอมตะกับวิชามังกรเซียนที่แท้จริงนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
"หมายเลขหนึ่งไปกินลูกแก้วอสูรแมงป่องทะเลทรายซะ ถ้าทำเช่นนี้บางทีเจ้าอาจจะเลื่อนระดับเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ก็เป็นได้"
ชายหนุ่มสั่งให้เจ้าลูกน้องหมายเลขหนึ่งเริ่มลงมือ ต่อให้มันจะกลายเป็นเศษซากแล้วแต่ว่ากันว่าลูกแก้วจิตอสูรที่ถูกควบแน่นขึ้นมาทั้งหมดจะไม่มีวันถูกทำลาย ตราบใดที่ไม่มีพลังรุนแรงมากพอมันก็จะไม่แตกสลายเลยซักนิด