กำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 51 หักมุม

            คนฉลาดอย่าง หลิวจื่ออั๋งหลิวหงเหยียน ชงโหวหู่ และคนอื่นๆ ได้ค้นพบแล้ว

            หลัวเลี่ยกำลังใช้วิธีของตัวเองเพื่อจัดการกับเรื่องนี้

            ไม่ใช่ว่าเลี่ยหงหยุนขู่เขาก่อนหรือ?

            เช่นนั้น เขาก็จะขู่กลับไปทันที และคำขู่นั้นรุนแรงและน่ากลัวกว่า

            หมายความว่าหลัวเลี่ยจะไม่มีวันยอมจำนนแม้ว่าเขาจะถูกข่มขู่ นี่คือนิสัยของหลัวเลี่ย

            “อะแฮ่ม~~”

            หลิวจื่ออั๋งกระแอมเบาๆ “หลัวเลี่ย มีบางอย่างที่ต้องแจ้งให้เจ้าทราบล่วงหน้าผู้เฒ่าแห่งตระกูลเลี่ยยังมีตรามังกรทองเซียวเหยาอยู่ในมือภายใต้เงื่อนไขเดียวกันนี้ หอเซียวเหยาของเราไม่อาจทำตามคำขอของท่านได้ ดังนั้นท่านจึงคุกคามตระกูลเลี่ยไม่ได้”

            เลี่ยหงหยุนผู้ซึ่งกำลังขวัญเสีย จู่ๆก็ได้สติขึ้นมา

            หลัวเลี่ยหันหลังกลับและเดินมาเขาชูตรามังกรทองเซียวเหยา ซึ่งทำให้เลี่ยหงหยุนที่กำลังวางแผนจะต่อสู้ตัวแข็งทื่อในทันใด

            หากพูดก็คือ คนในตระกูลนางมีตราแต่ตัวนางไม่มีตรานี่ หรืออย่างมากที่สุดมันก็เป็นสมบัติของตระกูลนาง

            “ผู้อาวุโสหลิว ข้าไม่มีอะไรจะขออีกแล้ว นอกจากขอให้ชงจ้านหยวนที่เป็นผู้ร้ายและเกาช่วงที่เป็นคนให้ความช่วยเหลือได้รับโทษ” หลัวเลี่ยกล่าว

            “ช้าก่อน!”

            มีคนขัดจังหวะการพูดคุยระหว่างหลัวเลี่ยและหลิวจื่ออั๋ง

            เป็นชงโหวหู่ที่พูดแทรกขึ้น

            เขาออกมาคำนับหลิวจื่ออั๋งและพูดว่า “ผู้อาวุโสเจ็ดข้ามีตรามังกรทองเซียวเหยา” เขาหยิบตรามังกรทองเซียวเหยาออกมา “ตรามังกรทองเซียวเหยานี้เป็นสิ่งที่ข้าใช้ตรามังกรเงินสามอันเพื่อแลกมันมาข้าไม่เคยใช้ตรามังกรทองเซียวเหยามาก่อน และตอนนี้ข้ามีคำขอสองข้อข้อแรกคือขอให้เด็กนั่นขอโทษคุณชายเกาช่วงสำหรับเรื่องในครั้งนี้เสียและข้อสองคือให้เขาขอโทษลูกชายของข้าชงจ้านหยวนสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วย”

            การเปลี่ยนแปลงนี้เกินความคาดหมายของหลัวเลี่ยอย่างมาก

            แม้แต่หลิวจื่ออั๋งและคนอื่นๆก็ยังประหลาดใจ

            ไม่มีใครคิดว่าชงโหวหู่จะมีตรามังกรทองเซียวเหยา

            หลิวจื่ออั๋งเพิ่งกล่าวว่า หากมีตรามังกรเซียวเหยาอยู่ในระดับเดียวกันแล้วเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ หรือแม้ว่าเขาต้องการที่จะทำ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมชงโหวหู่ที่ระมัดระวังตัวอยู่จึงอดกลั้นมาได้จนถึงตอนนี้

            “ข้าไม่สะดวกที่จะละเมิดกฎของหอเซียวเหยา” หลิวจื่ออั๋งผายมือออก ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติเขาสามารถเพิกเฉยกฎนี้ได้แต่ด้วยความที่เขาเพิ่งพูดไป ถ้าให้เขาผิดคำพูดตัวเอง เห็นทีคงจะไม่ได้

            หลัวเลี่ยรู้สึกหดหู่ใจมาก

            เขาเกลียดชงจ้านหยวนและเกาช่วงมากที่สุด

            เหตุผลที่เขาไม่ฆ่าพวกมันตั้งแต่แรก ก็เพื่อรอให้กฎลงโทษพวกมันปล่อยให้พวกมันรอการลงโทษอย่างหวาดระแวงและความระแวงเช่นนั้นก็เป็นการลงโทษอีกทางเช่นกัน

            เขาเพียงต้องการที่จะค่อยๆทำลายพวกนั้นอย่างโหดเหี้ยม แต่ไม่คิดมาก่อนว่าพวกนั้นจะได้รับการช่วยเหลือ

            สิ่งนี้ทำให้เขามองไปที่ชงโหวหู่ด้วยความชื่นชม

            แม้ว่าเขาจะเป็นศัตรูแต่การกระทำของชงโหวหู่ก็ทำให้หลัวเลี่ยต้องมองเขาแตกต่างออกไป

            ชงโหวหู่รอบคอบมาก และเขาซ่อนไพ่ไว้ลึกจริงๆใครจะรู้ว่าเขามีตรามังกรทองเซียวเหยา? แถมยังไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนเลยแม้ว่าตรานี้จะทำอะไรได้มากมายก็ตาม

            แน่นอนว่าตอนนี้ชงโหวหู่รู้สึกเสียใจมากที่สุดเขาคิดแค่ว่าจะใช้ตรามังกรทองเซียวเหยาเพื่อรักษาชีวิตของตัวเองแต่เขาไม่เคยคิดว่าหลิวหงเหยียนจะมีโอกาสเอาชนะเขาได้มาก่อนถ้าหากเขารู้เรื่องนี้เร็วกว่านี้ เขาคงจะยกเลิกคำขอช่วยชีวิตแล้ว

            “ท่านพ่อ คิดไม่ถึงว่าท่านจะมีของช่วยชีวิตแบบนั้นด้วยฮ่าๆ มันทำให้ลูกประหลาดใจจริงๆ” ชงจ้านหยวนรีบวิ่งออกมาด้วยความปีติยินดีเขากลัวแทบตาย

            เกาช่วงก้าวไปข้างหน้า ก่อนประสานมือเพื่อทำความเคารพและพูดว่า “ท่านอ๋อง ขอบคุณท่านมาก ข้าเกาช่วงจะจดจำความเมตตาของท่านไว้ในใจตลอดไป”

            ชงโหวหู่หัวเราะ และพูดว่า “เจ้ากับจ้านหยวนเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกันการช่วยเจ้าก็นับว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”

            ไม่เพียงแต่คลี่คลายสถานการณ์ที่อันตรายแต่ยังทำให้ได้ใกล้ชิดกับเกาช่วงด้วย บุญคุณที่ได้รับความช่วยเหลือจากสองพ่อลูกถึงสองครั้งดังนั้นเกาช่วงจึงเป็นคนฝั่งเดียวกับพวกเขาอย่างแน่นอนแล้วอีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเกาช่วงและสาขาหลักของหอเซียวเหยานั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าดีขนาดไหนเช่นนี้ในอนาคตตระกูลชงก็คงจะผงาดขึ้นได้แล้ว

            การเคลื่อนไหวของชงโหวหู่อาจกล่าวได้ว่าฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว

            ในทางตรงกันข้ามเกาช่วงที่ได้รับอิสระก็จ้องมองที่ไปหลัวเลี่ยด้วยความเกลียดชัง และสาบานในใจว่าจะแก้แค้นให้ได้

            “พี่เกา หลังจากอดทนมานาน ก็ถึงคราวที่พวกเราจะโต้กลับแล้ว”ชงจ้านหยวนพูดด้วยรอยยิ้ม

            “โอ้? พี่ชงจะสู้กลับหรือ ข้าจะอยู่ข้างท่านอย่างแน่นอน”เกาช่วงพูดเสียงดัง

            พวกเขาดึงดูดความสนใจของทุกคน

            ชงจ้านหยวนหัวเราะ และพูดว่า “ดูข้านะ”เขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ยืนอยู่ข้างหน้าหลัวเลี่ย และพูดประชดประชันว่า “หลัวเลี่ยเจ้าคิดว่าเจ้าแน่มากใช่ไหม ฮ่าๆ ข้าจะบอกให้ว่าเจ้าก็เป็นได้แค่ตัวตลกในสายตาของข้า”

            หลัวเลี่ยมองเขาอย่างเย็นชา

            ชงจ้านหยวนยิ้มกว้าง และพูดว่า “บุรุษที่ไม่สามารถแม้แต่จะดูแลผู้หญิงของตัวเองได้ไม่สมควรถูกเรียกว่าบุรุษ เขาก็เป็นได้แค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น”

            ผู้หญิงของตัวเองหรือ?

            มีผู้หญิงเพียงสามคนในดินแดนเหยียนหวงที่มีความสัมพันธ์กับหลัวเลี่ย

            หนึ่งคือจักรพรรดินีหลิวหงเหยียน

            อีกหนึ่งคือเสวี่ยปิงหนิง

            และอีกหนึ่งคือหลานฉายหลิง

            ในหมู่พวกนางหลานฉายหลิงเป็นคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเขาเลย กล่าวได้เพียงว่า มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับหลัวเลี่ยคนเก่าและนางก็ถูกเขาทำให้ขายหน้าเมื่อไม่นานมานี้แล้วจะพูดได้อย่างไรว่านางเป็นผู้หญิงของเขา

            หลิวหงเหยียนอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัย

            แต่คนเดียวที่ไม่ได้อยู่ที่นี่คือเสวี่ยปิงหนิง

            หลัวเลี่ยหรี่ตาเขาจำได้ชัดเจนว่าเมื่อตอนที่ผู้อาวุโสรองจับตัวเขาไป เสวี่ยปิงหนิงได้นำตรามังกรเงินเซียวเหยาที่แตกแล้วไปแจ้งที่หอเซียวเหยาแต่จนถึงตอนนี้ยังไม่พบร่องรอยของเสวี่ยปิงหนิงอีกเลย

            “เสวี่ยปิงหนิง” หลัวเลี่ยพูดอย่างเย็นชา

            ชงจ้านหยวนยิ้มและปรบมือ

            รถม้าคันหนึ่งแล่นเข้ามาอย่างช้าๆ

            มันเป็นรถม้าที่เปิดโล่งทุกด้านคลุมด้วยผ้าซาตินสีขาว ผ้านั้นพลิ้วไสวไปตามสายลม ข้างในเป็นเบาะนุ่มสบายและคนที่นอนอยู่บนนั้นคือเสวี่ยปิงหนิง นางนอนนิ่งดั่งเจ้าหญิงนิทราไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ราวกับว่าไม่รับรู้ทุกสิ่งในโลกภายนอก

            หัวใจของหลัวเลี่ยจมดิ่งลง และเขารีบวิ่งไปข้างหน้า

            “พี่ปิงหนิง พี่ปิงหนิง พี่ปิงหนิง”

            เขาเรียกอย่างต่อเนื่อง แต่เสวี่ยปิงหนิงก็ยังไม่ตอบสนอง

            มีเพียงลมหายใจบางเบาและหัวใจที่เต้นแผ่วที่ทำให้รู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่

            “เจ้าทำอะไรกับนาง?” แววตาของหลัวเลี่ยเย็นเยียบขึ้นอย่างช้าๆ

            “อย่าโทษข้าเลย ข้าไม่ได้ทำอะไรนางแม้แต่น้อยต้นเหตุคือเจ้า เพราะเจ้านางจึงจะบุกเข้าไปในหอเซียวเหยาเพื่อคุยกับพี่เกาช่วงนางแตะเขาที่ประตูที่ลงเวทมนตร์เอาไว้ ทำให้นางถูกคำสาปแม่มด” ชงจ้านหยวนกล่าว

            หลัวเลี่ยกล่าวว่า “คำสาปแม่มดจะทำให้หลับไปโดยไม่ตื่นขึ้นได้อย่างไร”

            ริมฝีปากของชงจ้านหยวนโค้งขึ้น และพูดว่า“นั่นไม่ใช่เพราะเจ้าหรือ นางกลับไปที่วังและขอให้ฝ่าบาทช่วยเหลือ แต่ฝ่าบาทของเรากลับบอกให้รอก่อนเสวี่ยปิงหนิงไม่สามารถรอได้ ดังนั้นเพื่อช่วยเจ้า นางจึงไม่ลังเลที่จะใช้เวทชำระล้างเจ้าคงจะรู้นะว่าการใช้เวทชำระล้างคำสาปแม่มดนี้ต้องเป็นนักเวทระดับสูงมากจึงจะทำได้แต่เห็นได้ชัดว่านางไม่แข็งแกร่งพอ ถึงอย่างนั้นนางก็ยังยอมเสี่ยงเพื่อช่วยเจ้าดังนั้นนางจึงหลับใหล และไม่อาจตื่นขึ้นได้อีก หึ ช่างน่าประทับใจจริงๆ”

            หลัวเลี่ยหลับตาลง และความรู้สึกสะเทือนใจก็แผ่ซ่านจากส่วนลึกของหัวใจไปยังร่างกายของเขา

            ผู้หญิงคนนี้ไม่ลังเลที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อเขา

            เขาเป็นบุรุษ!

            บุรุษที่จะปกป้องและล้างแค้นให้นาง!

            หลัวเลี่ยทะยานขึ้นแล้วกระโจนลงจากรถม้าจ้องมองชงจ้านหยวน และพูดอย่างเย็นชาว่า “หากเจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่ก็มาสู้กับข้าเสีย”

            ทั้งสองคนมีตรามังกรทองเซียวเหยาอยู่ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถพึ่งพากำลังของคนนอกได้

            พึ่งพาได้เพียงพลังของตนเองเท่านั้น

            ชงจ้านหยวนบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเกาช่วงแต่เขารู้ดีว่าชงจ้านหยวนเป็นคนวางแผนทุกอย่างเกาช่วงเป็นแค่ผู้สมรู้ร่วมคิดเท่านั้น และถ้าเขาต้องการจะแก้แค้นเป้าหมายในการแก้แค้นครั้งนี้ก็คือชงจ้านหยวน

            “ฮ่าๆ…”

            ชงจ้านหยวนหัวเราะเสียงดัง และพูดว่า “พี่เกาท่านคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกหรือไม่? คนที่ไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องผู้หญิงของตัวเองได้มาถามข้าว่าข้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า ฮ่าๆ ตลกมากข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง”

            หลัวเลี่ยกล่าวว่า “หรือเจ้าไม่กล้า”

            “ข้าไม่สนใจต่างหาก ข้าเป็นถึงชายหนุ่มอันดับหนึ่งของแคว้นเป่ยสุ่ยมันน่าอายเกินไปที่จะต้องต่อสู้กับคนที่ไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องผู้หญิงของตัวเองได้อย่างเจ้าถ้าข้าลงมือกับเจ้า คงเป็นการลดศักดิ์ศรีของตัวข้าแล้ว”ชงจ้านหยวนเอ่ยประชดประชันอย่างเต็มที่

            หลัวเลี่ยพูดอย่างใจเย็น “ข้าเดิมพันด้วยตำแหน่งอ๋องสองตำแหน่งที่ข้าครอบครองอยู่หากเจ้าชนะ เจ้าก็เอาตำแหน่งพวกนั้นไปได้เลย”

            ดวงตาของชงจ้านหยวนเป็นประกาย และหัวใจของเขาก็หวั่นไหว

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน