คนฉลาดอย่าง หลิวจื่ออั๋งหลิวหงเหยียน ชงโหวหู่ และคนอื่นๆ ได้ค้นพบแล้ว
หลัวเลี่ยกำลังใช้วิธีของตัวเองเพื่อจัดการกับเรื่องนี้
ไม่ใช่ว่าเลี่ยหงหยุนขู่เขาก่อนหรือ?
เช่นนั้น เขาก็จะขู่กลับไปทันที และคำขู่นั้นรุนแรงและน่ากลัวกว่า
หมายความว่าหลัวเลี่ยจะไม่มีวันยอมจำนนแม้ว่าเขาจะถูกข่มขู่ นี่คือนิสัยของหลัวเลี่ย
“อะแฮ่ม~~”
หลิวจื่ออั๋งกระแอมเบาๆ “หลัวเลี่ย มีบางอย่างที่ต้องแจ้งให้เจ้าทราบล่วงหน้าผู้เฒ่าแห่งตระกูลเลี่ยยังมีตรามังกรทองเซียวเหยาอยู่ในมือภายใต้เงื่อนไขเดียวกันนี้ หอเซียวเหยาของเราไม่อาจทำตามคำขอของท่านได้ ดังนั้นท่านจึงคุกคามตระกูลเลี่ยไม่ได้”
เลี่ยหงหยุนผู้ซึ่งกำลังขวัญเสีย จู่ๆก็ได้สติขึ้นมา
หลัวเลี่ยหันหลังกลับและเดินมาเขาชูตรามังกรทองเซียวเหยา ซึ่งทำให้เลี่ยหงหยุนที่กำลังวางแผนจะต่อสู้ตัวแข็งทื่อในทันใด
หากพูดก็คือ คนในตระกูลนางมีตราแต่ตัวนางไม่มีตรานี่ หรืออย่างมากที่สุดมันก็เป็นสมบัติของตระกูลนาง
“ผู้อาวุโสหลิว ข้าไม่มีอะไรจะขออีกแล้ว นอกจากขอให้ชงจ้านหยวนที่เป็นผู้ร้ายและเกาช่วงที่เป็นคนให้ความช่วยเหลือได้รับโทษ” หลัวเลี่ยกล่าว
“ช้าก่อน!”
มีคนขัดจังหวะการพูดคุยระหว่างหลัวเลี่ยและหลิวจื่ออั๋ง
เป็นชงโหวหู่ที่พูดแทรกขึ้น
เขาออกมาคำนับหลิวจื่ออั๋งและพูดว่า “ผู้อาวุโสเจ็ดข้ามีตรามังกรทองเซียวเหยา” เขาหยิบตรามังกรทองเซียวเหยาออกมา “ตรามังกรทองเซียวเหยานี้เป็นสิ่งที่ข้าใช้ตรามังกรเงินสามอันเพื่อแลกมันมาข้าไม่เคยใช้ตรามังกรทองเซียวเหยามาก่อน และตอนนี้ข้ามีคำขอสองข้อข้อแรกคือขอให้เด็กนั่นขอโทษคุณชายเกาช่วงสำหรับเรื่องในครั้งนี้เสียและข้อสองคือให้เขาขอโทษลูกชายของข้าชงจ้านหยวนสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วย”
การเปลี่ยนแปลงนี้เกินความคาดหมายของหลัวเลี่ยอย่างมาก
แม้แต่หลิวจื่ออั๋งและคนอื่นๆก็ยังประหลาดใจ
ไม่มีใครคิดว่าชงโหวหู่จะมีตรามังกรทองเซียวเหยา
หลิวจื่ออั๋งเพิ่งกล่าวว่า หากมีตรามังกรเซียวเหยาอยู่ในระดับเดียวกันแล้วเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ หรือแม้ว่าเขาต้องการที่จะทำ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมชงโหวหู่ที่ระมัดระวังตัวอยู่จึงอดกลั้นมาได้จนถึงตอนนี้
“ข้าไม่สะดวกที่จะละเมิดกฎของหอเซียวเหยา” หลิวจื่ออั๋งผายมือออก ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติเขาสามารถเพิกเฉยกฎนี้ได้แต่ด้วยความที่เขาเพิ่งพูดไป ถ้าให้เขาผิดคำพูดตัวเอง เห็นทีคงจะไม่ได้
หลัวเลี่ยรู้สึกหดหู่ใจมาก
เขาเกลียดชงจ้านหยวนและเกาช่วงมากที่สุด
เหตุผลที่เขาไม่ฆ่าพวกมันตั้งแต่แรก ก็เพื่อรอให้กฎลงโทษพวกมันปล่อยให้พวกมันรอการลงโทษอย่างหวาดระแวงและความระแวงเช่นนั้นก็เป็นการลงโทษอีกทางเช่นกัน
เขาเพียงต้องการที่จะค่อยๆทำลายพวกนั้นอย่างโหดเหี้ยม แต่ไม่คิดมาก่อนว่าพวกนั้นจะได้รับการช่วยเหลือ
สิ่งนี้ทำให้เขามองไปที่ชงโหวหู่ด้วยความชื่นชม
แม้ว่าเขาจะเป็นศัตรูแต่การกระทำของชงโหวหู่ก็ทำให้หลัวเลี่ยต้องมองเขาแตกต่างออกไป
ชงโหวหู่รอบคอบมาก และเขาซ่อนไพ่ไว้ลึกจริงๆใครจะรู้ว่าเขามีตรามังกรทองเซียวเหยา? แถมยังไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนเลยแม้ว่าตรานี้จะทำอะไรได้มากมายก็ตาม
แน่นอนว่าตอนนี้ชงโหวหู่รู้สึกเสียใจมากที่สุดเขาคิดแค่ว่าจะใช้ตรามังกรทองเซียวเหยาเพื่อรักษาชีวิตของตัวเองแต่เขาไม่เคยคิดว่าหลิวหงเหยียนจะมีโอกาสเอาชนะเขาได้มาก่อนถ้าหากเขารู้เรื่องนี้เร็วกว่านี้ เขาคงจะยกเลิกคำขอช่วยชีวิตแล้ว
“ท่านพ่อ คิดไม่ถึงว่าท่านจะมีของช่วยชีวิตแบบนั้นด้วยฮ่าๆ มันทำให้ลูกประหลาดใจจริงๆ” ชงจ้านหยวนรีบวิ่งออกมาด้วยความปีติยินดีเขากลัวแทบตาย
เกาช่วงก้าวไปข้างหน้า ก่อนประสานมือเพื่อทำความเคารพและพูดว่า “ท่านอ๋อง ขอบคุณท่านมาก ข้าเกาช่วงจะจดจำความเมตตาของท่านไว้ในใจตลอดไป”
ชงโหวหู่หัวเราะ และพูดว่า “เจ้ากับจ้านหยวนเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกันการช่วยเจ้าก็นับว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
ไม่เพียงแต่คลี่คลายสถานการณ์ที่อันตรายแต่ยังทำให้ได้ใกล้ชิดกับเกาช่วงด้วย บุญคุณที่ได้รับความช่วยเหลือจากสองพ่อลูกถึงสองครั้งดังนั้นเกาช่วงจึงเป็นคนฝั่งเดียวกับพวกเขาอย่างแน่นอนแล้วอีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเกาช่วงและสาขาหลักของหอเซียวเหยานั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าดีขนาดไหนเช่นนี้ในอนาคตตระกูลชงก็คงจะผงาดขึ้นได้แล้ว
การเคลื่อนไหวของชงโหวหู่อาจกล่าวได้ว่าฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว
ในทางตรงกันข้ามเกาช่วงที่ได้รับอิสระก็จ้องมองที่ไปหลัวเลี่ยด้วยความเกลียดชัง และสาบานในใจว่าจะแก้แค้นให้ได้
“พี่เกา หลังจากอดทนมานาน ก็ถึงคราวที่พวกเราจะโต้กลับแล้ว”ชงจ้านหยวนพูดด้วยรอยยิ้ม
“โอ้? พี่ชงจะสู้กลับหรือ ข้าจะอยู่ข้างท่านอย่างแน่นอน”เกาช่วงพูดเสียงดัง
พวกเขาดึงดูดความสนใจของทุกคน
ชงจ้านหยวนหัวเราะ และพูดว่า “ดูข้านะ”เขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ยืนอยู่ข้างหน้าหลัวเลี่ย และพูดประชดประชันว่า “หลัวเลี่ยเจ้าคิดว่าเจ้าแน่มากใช่ไหม ฮ่าๆ ข้าจะบอกให้ว่าเจ้าก็เป็นได้แค่ตัวตลกในสายตาของข้า”
หลัวเลี่ยมองเขาอย่างเย็นชา
ชงจ้านหยวนยิ้มกว้าง และพูดว่า “บุรุษที่ไม่สามารถแม้แต่จะดูแลผู้หญิงของตัวเองได้ไม่สมควรถูกเรียกว่าบุรุษ เขาก็เป็นได้แค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น”
ผู้หญิงของตัวเองหรือ?
มีผู้หญิงเพียงสามคนในดินแดนเหยียนหวงที่มีความสัมพันธ์กับหลัวเลี่ย
หนึ่งคือจักรพรรดินีหลิวหงเหยียน
อีกหนึ่งคือเสวี่ยปิงหนิง
และอีกหนึ่งคือหลานฉายหลิง
ในหมู่พวกนางหลานฉายหลิงเป็นคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเขาเลย กล่าวได้เพียงว่า มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับหลัวเลี่ยคนเก่าและนางก็ถูกเขาทำให้ขายหน้าเมื่อไม่นานมานี้แล้วจะพูดได้อย่างไรว่านางเป็นผู้หญิงของเขา
หลิวหงเหยียนอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัย
แต่คนเดียวที่ไม่ได้อยู่ที่นี่คือเสวี่ยปิงหนิง
หลัวเลี่ยหรี่ตาเขาจำได้ชัดเจนว่าเมื่อตอนที่ผู้อาวุโสรองจับตัวเขาไป เสวี่ยปิงหนิงได้นำตรามังกรเงินเซียวเหยาที่แตกแล้วไปแจ้งที่หอเซียวเหยาแต่จนถึงตอนนี้ยังไม่พบร่องรอยของเสวี่ยปิงหนิงอีกเลย
“เสวี่ยปิงหนิง” หลัวเลี่ยพูดอย่างเย็นชา
ชงจ้านหยวนยิ้มและปรบมือ
รถม้าคันหนึ่งแล่นเข้ามาอย่างช้าๆ
มันเป็นรถม้าที่เปิดโล่งทุกด้านคลุมด้วยผ้าซาตินสีขาว ผ้านั้นพลิ้วไสวไปตามสายลม ข้างในเป็นเบาะนุ่มสบายและคนที่นอนอยู่บนนั้นคือเสวี่ยปิงหนิง นางนอนนิ่งดั่งเจ้าหญิงนิทราไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ราวกับว่าไม่รับรู้ทุกสิ่งในโลกภายนอก
หัวใจของหลัวเลี่ยจมดิ่งลง และเขารีบวิ่งไปข้างหน้า
“พี่ปิงหนิง พี่ปิงหนิง พี่ปิงหนิง”
เขาเรียกอย่างต่อเนื่อง แต่เสวี่ยปิงหนิงก็ยังไม่ตอบสนอง
มีเพียงลมหายใจบางเบาและหัวใจที่เต้นแผ่วที่ทำให้รู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่
“เจ้าทำอะไรกับนาง?” แววตาของหลัวเลี่ยเย็นเยียบขึ้นอย่างช้าๆ
“อย่าโทษข้าเลย ข้าไม่ได้ทำอะไรนางแม้แต่น้อยต้นเหตุคือเจ้า เพราะเจ้านางจึงจะบุกเข้าไปในหอเซียวเหยาเพื่อคุยกับพี่เกาช่วงนางแตะเขาที่ประตูที่ลงเวทมนตร์เอาไว้ ทำให้นางถูกคำสาปแม่มด” ชงจ้านหยวนกล่าว
หลัวเลี่ยกล่าวว่า “คำสาปแม่มดจะทำให้หลับไปโดยไม่ตื่นขึ้นได้อย่างไร”
ริมฝีปากของชงจ้านหยวนโค้งขึ้น และพูดว่า“นั่นไม่ใช่เพราะเจ้าหรือ นางกลับไปที่วังและขอให้ฝ่าบาทช่วยเหลือ แต่ฝ่าบาทของเรากลับบอกให้รอก่อนเสวี่ยปิงหนิงไม่สามารถรอได้ ดังนั้นเพื่อช่วยเจ้า นางจึงไม่ลังเลที่จะใช้เวทชำระล้างเจ้าคงจะรู้นะว่าการใช้เวทชำระล้างคำสาปแม่มดนี้ต้องเป็นนักเวทระดับสูงมากจึงจะทำได้แต่เห็นได้ชัดว่านางไม่แข็งแกร่งพอ ถึงอย่างนั้นนางก็ยังยอมเสี่ยงเพื่อช่วยเจ้าดังนั้นนางจึงหลับใหล และไม่อาจตื่นขึ้นได้อีก หึ ช่างน่าประทับใจจริงๆ”
หลัวเลี่ยหลับตาลง และความรู้สึกสะเทือนใจก็แผ่ซ่านจากส่วนลึกของหัวใจไปยังร่างกายของเขา
ผู้หญิงคนนี้ไม่ลังเลที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อเขา
เขาเป็นบุรุษ!
บุรุษที่จะปกป้องและล้างแค้นให้นาง!
หลัวเลี่ยทะยานขึ้นแล้วกระโจนลงจากรถม้าจ้องมองชงจ้านหยวน และพูดอย่างเย็นชาว่า “หากเจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่ก็มาสู้กับข้าเสีย”
ทั้งสองคนมีตรามังกรทองเซียวเหยาอยู่ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถพึ่งพากำลังของคนนอกได้
พึ่งพาได้เพียงพลังของตนเองเท่านั้น
ชงจ้านหยวนบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเกาช่วงแต่เขารู้ดีว่าชงจ้านหยวนเป็นคนวางแผนทุกอย่างเกาช่วงเป็นแค่ผู้สมรู้ร่วมคิดเท่านั้น และถ้าเขาต้องการจะแก้แค้นเป้าหมายในการแก้แค้นครั้งนี้ก็คือชงจ้านหยวน
“ฮ่าๆ…”
ชงจ้านหยวนหัวเราะเสียงดัง และพูดว่า “พี่เกาท่านคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกหรือไม่? คนที่ไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องผู้หญิงของตัวเองได้มาถามข้าว่าข้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า ฮ่าๆ ตลกมากข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง”
หลัวเลี่ยกล่าวว่า “หรือเจ้าไม่กล้า”
“ข้าไม่สนใจต่างหาก ข้าเป็นถึงชายหนุ่มอันดับหนึ่งของแคว้นเป่ยสุ่ยมันน่าอายเกินไปที่จะต้องต่อสู้กับคนที่ไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องผู้หญิงของตัวเองได้อย่างเจ้าถ้าข้าลงมือกับเจ้า คงเป็นการลดศักดิ์ศรีของตัวข้าแล้ว”ชงจ้านหยวนเอ่ยประชดประชันอย่างเต็มที่
หลัวเลี่ยพูดอย่างใจเย็น “ข้าเดิมพันด้วยตำแหน่งอ๋องสองตำแหน่งที่ข้าครอบครองอยู่หากเจ้าชนะ เจ้าก็เอาตำแหน่งพวกนั้นไปได้เลย”
ดวงตาของชงจ้านหยวนเป็นประกาย และหัวใจของเขาก็หวั่นไหว