บทที่ 24 เ้าเด็กแคระนำโชคนี่ชนะแล้วหรือ?
ทางด้านเยี่ยจ้านและเยี่ยถวนถวนวางเดิมพันเงินทั้งหมด ส่วนชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ลงเดิมพันเงินไปเกือบครึ่งหนึ่งเช่นกัน
เมื่อมองดูเงินบนโต๊ะ นักพนันรอบข้างต่างรู้สึกตื่นเต้นแม้เพียงแค่ได้มอง
แม้แต่เ้ามือก็ยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้นกว่าเดิม
กติกาการเล่นคือใช้ลูกเต๋าสองกระบอกบนโต๊ะ ต่างฝ่ายต่างทายขนาดและจำนวนแต้มของอีกฝ่าย หากทายขนาดถูกก็จะได้เงินเดิมพันบางส่วนของอีกฝ่ายไป หรือหากทายถูกจำนวนแต้มที่แน่นอนก็จะได้เงินเดิมพันทั้งหมด...
เ้ามือได้อธิบายกติกาอีกครั้งตามขั้นตอน
จากนั้นลูกเต๋าสองกระบอกก็ถูกวางบนโต๊ะ ฝั่งของเยี่ยจ้านหนึ่งกระบอก และอีกกระบอกอยู่ฝั่งของชายวัยกลางคนที่ดูธรรมดา ๆ
“ขอให้ท่านทั้งสองตรวจสอบลูกเต๋าด้วย”
กระบอกไม้ไผ่เปิดออก เยี่ยจ้านััลูกเต๋าอย่างไม่ใส่ใจแล้ววางลง ส่วนฝ่ายตรงข้ามชายวัยกลางคนหยิบขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด
ในขณะที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ถวนชีชีพูดขึ้นทันทีว่า [เขาเปลี่ยนลูกเต๋าแล้ว]
เยี่ยถวนถวนใ “อ้าว ข้าไม่เห็นเลย”
[มือของเขาเร็วมาก แค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น หากมองด้วยตาเปล่าคงมองเห็นได้ยาก]
แต่ถึงเขาจะเร็วแค่ไหน ก็ไม่อาจเร็วกว่าระบบได้
แม้ว่าจะเร็วถึงขั้นเหนืุ์ก็ไม่เป็ไร อย่างมากก็แค่บันทึกภาพไว้แล้วเปิดดูแบบภาพช้า ๆ เท่านั้นเอง
แม้ว่าระบบจะเห็นชายวัยกลางคนเปลี่ยนลูกเต๋า แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยน ดังนั้นจึงเฝ้าดูเหตุการณ์ไปก่อน
เมื่อขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสิ้น การเล่นรอบนี้ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ
เ้ามือปิดกระบอกไม้ไผ่ แล้วส่งให้ทั้งสองฝ่าย
“กึก กึก กึก กึก!!” เป็เสียงลูกเต๋ากลิ้งอยู่ในกระบอกไม้ไผ่
“ตึง!!” เยี่ยจ้านและชายวัยกลางคนวางกระบอกลงพร้อมกัน
หลังจากปล่อยมือ เ้ามือปกป้องกระบอก แล้วถามทั้งสองฝ่ายว่าจะทายแต้มเท่าไหร่
[เด็กน้อย ของเขาเป็แต้มเสือ]
ดังนั้นเยี่ยถวนถวนจึงดึงชายเสื้อของเยี่ยจ้าน “พี่รอง เสือ”
เยี่ยจ้านตัดสินใจด้วยความคิดที่ว่าตายเป็ตาย จึงกล่าวว่า “เสือ!”
ทันทีที่เสียงพูดจบลง ผู้คนรอบข้างต่างพากันสูดหายใจเฮือก เด็กน้อยผู้นี้ช่างกล้าหาญเหลือเกิน ถึงกับคิดจะกลืนกินอีกฝ่ายในคำเดียว
ในขณะที่ทุกคนกำลังประหลาดใจ มุมหน้าผากของชายวัยกลางคนก็กระตุกเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดว่าแกะอ้วนตัวนี้จะโชคดีถึงเพียงนี้ ถึงกับสามารถเดาแต้มของเขาได้อย่างบังเอิญ
เมื่อเห็นสีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไป ระบบก็รู้ว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว
มันกำลังจะอวดความดีความชอบกับเด็กน้อย แล้วก็ได้ยินเสียง “กริ๊ก” เบา ๆ
เสียงนั้นเบามาก อีกทั้งบรรยากาศในโรงพนันก็อึกทึกครึกโครมอยู่แล้ว จึงไม่มีใครได้ยินเลย
ยกเว้นถวนชีชี
[เด็กน้อย ไม่ถูกต้อง! เขาเปลี่ยนลูกเต๋าข้างในไปหนึ่งลูก]
เยี่ยถวนถวนกะพริบตาปริบๆ ฮะ? นี่มันเป็ไปได้อย่างไร
เยี่ยถวนถวนคิดสักครู่ ‘หรือว่านี่คือเหตุผลที่เปลี่ยนลูกเต๋าเมื่อครู่?’
เมื่อได้รับคำเตือนจากเยี่ยถวนถวน ถวนชีชีก็เข้าใจทันที ใช่แล้ว ต้องเป็ลูกเต๋าที่มีปัญหาแน่ ๆ
ขณะที่ทั้งสองยังไม่ทันได้ปรึกษาหารือกันให้ได้ข้อสรุป
ในเวลานั้น เ้ามือก็ถามขึ้นว่า “ขอถามคุณชายน้อย จะให้อีกฝ่ายเดิมพันต่อหรือจะยอมแพ้”
เยี่ยจ้านยืนเท้าสะเอวหัวเราะร่า เขาจะยอมแพ้ได้อย่างไร ชาตินี้เยี่ยจ้านไม่มีวันยอมแพ้! ถึงแม้ในใจจะไม่มั่นใจ แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้ ลูกผู้ชายยอมเสียเงินแต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี
ขณะที่กำลังจะพูดอย่างโอหังให้อีกฝ่ายเดิมพันต่อ เ้าเด็กแคระที่อยู่ข้าง ๆ ก็ดึงแขนเสื้อเขาอีกครั้ง “พี่รอง ยอมแพ้เถิด”
เยี่ยจ้าน “????”
เยี่ยถวนถวนเบ้ปาก “ตกลงกันแล้วนี่ว่าจะฟังถวนถวน”
เยี่ยจ้านเกาศีรษะ แล้วมองดูท่าทางน่าสงสารของนาง ช่างเถิด ๆ ชีวิตนี้ยอมแพ้สักครั้ง แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ฝ่ายเยี่ยจ้านยอมแพ้ ดังนั้นจึงต้องหักเงินครึ่งหนึ่งให้แก่อีกฝ่าย
ผู้ชมโดยรอบพลันรู้สึกหมดสนุก พวกเขาคิดว่าวันนี้จะได้เห็นอัจฉริยะน้อยมาท้าทายเซียนพนันแห่งโรงพนันนี่เสียอีก
แต่ใครจะไปรู้ว่า สิ่งที่มากลับกลายเป็เทพแห่งโชคลาภตัวน้อย
เยี่ยจ้านมองดูสายตารอบข้าง ในใจรู้สึกโกรธแค้นอย่างยิ่ง
เขากัดฟันแน่นฝืนทนเล่นต่อไปอีกตา
ไม่เป็ไร ตานี้ขอเพียงไม่ยอมแพ้ก็พอ
ทว่าครั้งนี้... เยี่ยถวนถวนทำให้เขาต้องยอมแพ้อีกครั้ง
เยี่ยจ้าน “ข้า…………%%¥#%……**”
เขาเกือบจะโมโหจนสติแตกแล้ว ไหนนางบอกว่าเป็ดาวนำโชคไม่ใช่หรือ ที่บอกว่าจะมาเพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่หรือ?!
ดังนั้น...
พวกเ้าคนแคระพูดแล้วไม่รักษาคำพูดใช่หรือไม่!
“พี่รอง ท่านพี่รอง ขอครั้งสุดท้ายนะเ้าคะ” เยี่ยถวนถวนกอดแขนเสื้อของเยี่ยจ้านแล้วเขย่าไปมา อ้อนวอนด้วยท่าทางน่ารัก
เยี่ยจ้านรู้สึกว่าศักดิ์ศรีความเป็ชายของเขากำลังจะตายอยู่ตรงนี้แล้ว
เขาสูดลมหายใจลึก พยายามข่มความรู้สึกอยากดึงผ้าผูกผมบนหัวนางออก
“ข้ายอมแพ้” เยี่ยจ้านดึงแขนเสื้อของตนกลับ
เขาปฏิเสธการออดอ้อนของนาง! ปฏิเสธความน่ารักของนาง! ปฏิเสธการเรียกเขาว่าพี่รอง!
เยี่ยถวนถวนเบิกตากลมโตมองพี่รอง ก่อนจะสัญญาว่า “ครั้งสุดท้ายแล้ว ถวนถวนสัญญา”
เยี่ยจ้านก้มมองเงินที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งในสี่
เขาพูดอย่างหมดแรง “ตาที่แล้วเ้าก็พูดเช่นนี้ไม่ใช่หรือ”
เยี่ยถวนถวนถามระบบในใจว่า ‘ชีชี เ้าทำได้จริงหรือไม่ คราวนี้จะชนะได้หรือไม่?’
[ได้สิ! ต้องได้แน่นอน!] ระบบฮ่องเต้หญิงอันทรงเกียรติเช่นข้าจะทำไม่ได้ได้อย่างไร ต้องลุกขึ้นมาสู้!
ในขณะที่เยี่ยถวนถวนพึมพำอยู่นั้น การแข่งขันรอบที่สามก็เริ่มขึ้น
ฝ่ายตรงข้าม ชายวัยกลางคนดูเหมือนจะมั่นใจในชัยชนะ ส่วนนักพนันรายย่อยรอบ ๆ ก็เดิมพันให้ชายวัยกลางคนชนะทั้งหมด
บรรยากาศจึงดูเหมือนจะเอนเอียงไปทางเดียวอย่างชัดเจน
ในรอบนี้ เป็ตาของเยี่ยจ้านที่จะเดิมพันก่อน
เยี่ยถวนถวนเข้าไปกระซิบข้างหูพี่รองว่า “ต้าชิงหยาง เขาคือต้าชิงหยาง”
เยี่ยจ้านหลับตาลง ตายเป็ตาย อย่างไรเสียวันนี้ก็มาเพื่อเสียเงินอยู่แล้ว “ต้าชิงหยาง”
ทันทีที่เยี่ยจ้านเอ่ยจบ สีหน้าของชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงข้ามก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
แกะอ้วนตัวนี้ทำไมถึงทายถูกอีกแล้ว ถ้าครั้งแรกเป็เื่บังเอิญ ครั้งที่สองก็เป็เื่บังเอิญ แต่ตอนนี้เป็ครั้งที่สามแล้ว...
ชายวัยกลางคนรู้สึกว่าแกะอ้วนตัวนี้มีความผิดปกติบางอย่าง
แต่ไม่เป็ไร เขามีวิธีแก้ปัญหา
ชายวัยกลางคนยื่นขาข้างหนึ่งออกไปใต้โต๊ะ แล้วขยับเบา ๆ
ในการคาดการณ์ของเขา เสียงที่ควรจะได้ยินต่อไปคือเสียง “แกร๊ก” เบา ๆ
นั่นคือเสียงที่เขาใช้สนามแม่เหล็กพลิกลูกเต๋า เพื่อเปลี่ยนแต้มบนลูกเต๋า
ทว่า!
คราวนี้เขาไม่สามารถทำสำเร็จได้
เขาสังเกตว่าแรงที่เท้าของเขาใช้ไม่ได้ผล
ในขณะที่ลูกเต๋ากำลังจะเปลี่ยนทิศทาง จู่ ๆ ก็สูญเสียแรงไป
ลูกเต๋าเพียงแค่สั่นไหวเล็กน้อยเท่านั้น...
ดวงตาของชายวัยกลางคนเผยความตื่นตระหนก ไม่แน่ว่าอาจเป็เพราะกลไกล้มเหลว?
เขาไม่ยอมแพ้ จึงลองขยับปลายเท้าอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ก็เช่นกัน ในขณะที่ลูกเต๋ากำลังจะขยับ ก็มีพลังลึกลับบางอย่างกดมันกลับเข้าที่
หลังจากพยายามหลายครั้ง ใบหน้าของชายวัยกลางคนก็เต็มไปด้วยเหงื่อ
ดูเหมือนเขาจะเผชิญกับสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้
เ้ามือมือเร่งเร้า “คุณชาย ถึงเวลาที่ท่านต้องวางเดิมพันแล้ว”
ชายวัยกลางคนเช็ดเหงื่อบนใบหน้า แล้วพูดตามประสบการณ์ “ใหญ่ ใหญ่ เล็ก”
หลังจากทั้งสองฝ่ายวางเดิมพันแล้ว เ้ามือเปิดกระบอกไม้ไผ่ตรงหน้าเยี่ยจ้าน ลูกเต๋าข้างในเป็หกแต้ม ห้าแต้ม และหนึ่งแต้ม
แน่นอนว่าเป็ใหญ่ ใหญ่ เล็ก ชายวัยกลางคนทายถูก
ผู้ชมรอบข้างต่างก็มีสีหน้าราวกับว่าเป็ไปตามคาด
เ้ามือหันไปเปิดกระบอกไม้ไผ่ของชายวัยกลางคน
“ช้าก่อน” ชายวัยกลางคนยังคง้าลองเป็ครั้งสุดท้าย
ดังนั้นเขาจึงยื่นปลายเท้าใต้โต๊ะพยายามเปลี่ยนแต้มลูกเต๋าอีกครั้ง
แต่คราวนี้... ลูกเต๋าไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย
ใบหน้าของชายวัยกลางคนซีดเผือด สนามแม่เหล็กสามารถหายไปได้หรือ?
ถวนชีชี : ได้สิ!
ในฐานะระบบ เขาไม่สามารถััวัตถุจริงในโลกนี้ได้โดยตรง แต่สนามแม่เหล็กนั้นเป็สิ่งที่ระบบควบคุมได้ เพราะแรงแม่เหล็กไม่ใช่วัตถุจริง
แต่ผู้คนรอบข้างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเ้ามือนับถอยหลังเสร็จ ก็เปิดกระบอกไม้ไผ่ของชายวัยกลางคนออก
บางคนที่ใจร้อนเริ่มหยิบเงินจากฝั่งของเยี่ยจ้านแล้ว
เขาเพียงแค่ยื่นมือออกไปยังไม่ทันถึง ก็ได้ยินเสียงเ้ามือร้องะโว่า “ต้าชิงหยาง!!!”
ผู้คนทั้งหลายต่างตะลึงงัน
อะไรกัน? เ้าเด็กแคระนำโชคนี่ชนะแล้วหรือ?