เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 66

    “แต่ว่าอะไรครับ.. ผมลุ้นจนฉี่จะแตกอยู่แล้วนะครับเนี่ย” เกียรติไกรกล่าวถามอย่างร้อนรน“ก็ไม่มีอะไรมาก เงินที่ได้มาต้องโอนเก็บในบัญชีของลูก แล้วก็จ่ายค่าคอนโดให้หมด แล้วก็มีค่ารถด้วย.. แล้วก็มีอะไรอีกนะ..”เธอทำท่าคิดว่าจะใช้เงินไปกับอะไร ไอซ์ที่ได้ยินก็ค่อนข้างชอบนิสัยของเธอ เพราะมองยังไงก็เหมือนกับพี่ครีมพี่สาวของเขามากเลยทีเดียว และสิ่งที่เธอเรียกร้องนั้นไม่ใช่เป็นการใช้เงินไปกับตัวเอง หรือสิ่งที่อยากได้ แต่ทั้งหมดก็เพื่อครอบครัวของเธอเอง“ครับ.. ผมจะจัดการทุกอย่างตามที่คุณขอมาเลยครับ” เกียรติไกรเช็ดเหงื่อเล็กน้อย คุณไอซ์ทำพิษเขาอีกแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าเจ้านายยิ้มให้กับกิริยาของภรรยาของเขาก็ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย และถ้าหากเดาไม่ผิดภรรยาของเขากำลังโดนคุณไอซ์ทดสอบอยู่ ดูเหมือนว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี“พวกคุณซื้อคอนโดอยู่กันอย่างนั้นเหรอครับ.. ผมว่าไม่ค่อยเหมาะสมกับเด็กตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมานะ เกียรติไกร คุณโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองอีกสัก 10 ล้านบาทก็แล้วกัน ไปหาบ้านดีๆ มีสวน มีสนามให้เด็กวิ่งเล่นในอนาคตนะ..” ไอซ์กล่าวขึ้น เกียรติไกรที่ได้ยินก็ก้มหัวลง ส่วนภรรยาที่ได้ยินก็ตกตะลึงหน้าเหวอไปเลยทีเดียว“ขอบคุณคุณไอซ์มากครับที่กรุณา.. หากมีอะไรให้ผมรับใช้ คุณสามารถเรียกได้ตลอดเลยครับ” เกียรติไกรกล่าว ไอซ์เพียงแค่โบกมือปัดๆไป ก่อนจะเดินออกไปทางถนนใหญ่ บริเวณนี้มีรถแท็กซี่คอยบริการอยู่“คุณคะ.. เจ้านายคุณเป็นใครกันแน่คะเนี้ย.. ใจปล้ำมาก” ปิ่นกล่าว และเธอก็ยังทำหน้าเหวอไม่เลิก“เขาเป็นคนที่รวยระดับต้นๆของทวีปเลยก็ว่าได้มั้ง ตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดถ้าเอาออกมาขายจริงๆน่าจะมีมูลค่าเป็นหลักล้านล้านบาทเลยล่ะที่รัก” เกียรติไกรกล่าวตามความจริงต่อภรรยา แต่เขาก็ต้องเลี่ยงที่จะตอบคำถามบางอย่างออกไป เพราะพันธสัญญาที่เขาได้ทำข้อตกลงไว้แล้วนั่นเอง“คุณโชคดีมากค่ะที่ได้ทำงานให้กับเขา.. แต่ว่ารายได้ดีอย่างนี้ คุณไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายใช่ไหม” ปิ่นกล่าว“ไม่ผิดกฎหมายแน่นอนครับ ผมเป็นตัวแทนทางด้านการเงินของเขา และธุรกิจของเขาไม่มีอันไหนเลยที่เป็นเงินสกปรก” เกียรติไกรกล่าวด้วยรอยยิ้ม หวังจะให้ภรรยาสบายใจ“เป็นตัวแทนทางด้านการเงิน? ..คุณต้องระวังเอาไว้ให้มากๆนะคะ และคุณต้องซื่อสัตย์กับการทำงานนี้ด้วย” ปิ่นเชื่อว่าคนที่มีทรัพย์สินมากขนาดนี้ สิ่งที่ต้องตามมาก็คืออำนาจ หากสามีของตัวเองทำเรื่องที่ไม่ควรทำ มันก็อาจจะหมายถึงชีวิตของสามีของเธอก็ได้“คุณไม่ต้องเป็นกังวลหรอกครับ ผมกับเขาจะไม่มีวันทรยศกันและกันแน่นอน..” เกียรติไกรกล่าว เขาหันมองแผ่นหลังของไอซ์ด้วยรอยยิ้ม เขาต้องขอบคุณพระเจ้าองค์ไหนดีที่ทำให้เขาได้รู้จักกับเจ้านายคนนี้ เขาเป็นคนที่เปลี่ยนชีวิตของเขา ไม่สิ ต้องบอกว่าทั้งครอบครัวของเขาให้ดีขึ้น“ค่ะ... ตอนนี้เรากลับบ้านกันก่อนไหม เดี๋ยวฉันทำข้าวเช้าให้ทาน” ปิ่นที่มองหน้าสามีอย่างมีความหมาย ดวงตาของเขานั้นส่องประกายเทิดทูนเจ้านายคนนี้อย่างจริงจัง เธอยิ้มออกมาก่อนที่จะชวนเขากลับบ้านไปพักผ่อน แน่นอนว่าเกียรติไกรก็พยักหน้ารับก่อนจะจูงมือภรรยาเดินจากไป ทางด้านไอซ์ที่ตอนนี้กำลังนั่งรถแท็กซี่กลับไปที่บ้าน..“อะไรกันเนี่ย ทำไมมีไลน์ที่ยังไม่ได้อ่านมากขนาดนี้..” ไอซ์ที่นั่งเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ก็หยิบมือถือขึ้นมาดู แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อมีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านอยู่เกือบ 100 ข้อความ และเมื่อเขาเปิดดูก็ยิ่งตกใจ เพราะข้อความส่วนใหญ่มากจากคนที่เขาไม่ได้เป็นเพื่อนด้วยถึง 90 ข้อความถ้วนไม่ขาดไม่เกิน ‘นายยยยย’‘ใช่นายคนนั้นหรือเปล่า..’‘ทำไมไม่ตอบล่ะ นายบอกให้ฉันแอดไปไม่ใช่เหรอ.. หรือว่าฉันจะแอดไปผิดนะ’‘นายอย่าทำเนียน รูปโปรไฟล์มันนายชัดๆ อ่อๆนายชื่อไอซ์อย่างนั้นเหรอ.. ตอบหน่อย’ ข้อความหลายสิบถูกพิมพ์มาเกือบทุกนาที ทั้งหมดเป็นภาษาจีนทุกตัวอักษร นอกจากนี้ยังมีการโทรเข้ามาทางไลน์ด้วยอีกหลายสาย สุดท้ายเป็นอิโมจิที่ดูเหมือนคนกำลังโมโหอีกหลายตัว ไอซ์ที่เห็นประโยคแรกก็รู้แล้วว่าเธอคนนี้เป็นใคร เขาลืมไปเลยว่าเขาให้เธอแอดไลน์มาหา แต่เขากลับวุ่นวายกับดันเจี้ยนอยู่จึงไม่ได้สนใจ“..ยัยคนนี้..” ไอซ์เลื่อนดูข้อความพร้อมกับรอยยิ้ม เขายังนึกถึงความโก๊ะของหญิงสาวคนนี้ได้เป็นอย่างดี แต่มันจะเป็นการเสียมารยาทมากเกินไปหากเขาไม่โทรกลับหาเธอ อีกอย่างพ่อของเธอก็เพิ่งจะเสียเงินให้เขานั้นแสนล้านบาท ยังไงก็ต้องรักษาน้ำใจเอาไว้บ้าง ‘..You’ll always be my day one…’ “เล่นไม่นานก็ซื้อเสียงรอสายแล้วเหรอเนี่ย.. คนรวยก็อย่างนี้แหละ อยากทำอะไรก็ทำได้” ไอซ์ที่ได้ยินเสียงเพลงยอดนิยมในช่วงนี้ เขาก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ ไม่นานปลายก็รับสายของไอซ์“ฮัลลลโหลลล นั่นใครค้า...” เสียงตอบรับอันหย่อนยาน ดวงตายังเต็มไปด้วยความมืดมิด เธอกล่าวออกไปตามความเคยชิน แต่มันทำให้เธอตื่นตาทันทีหลังจากได้ยินเสียงของผู้ชายที่ไม่ใช่พ่อของตัวเอง“สวัสดีครับคุณหลินฟางฟาง ยังไม่ตื่นอย่างนั้นเหรอ โอเค..เอาไว้ผมโทรไปใหม่ก็แล้วกัน” ไอซ์ที่ได้ยินเสียงแมวเซา เขาไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของใคร เขาจึงตัดสินใจที่จะวางสาย หืออออออ!! เสียงกวนประสาทอันคุ้นเคยดังขึ้นมา หัวสมองของเธอกลับมาแล่นอย่างรวดเร็วทันที “ฮะโหลๆๆ นั่นนายใช่ไหม.. แฮ่ม!! ฉันตื่นแล้ว ทำไมโทรไปเมื่อคืนไม่รับล่ะ ว่าแต่นายชื่อไอซ์สินะ อย่างนั้นฉันจะเรียกนายว่าไอซ์ก็แล้วกัน” เมื่อคืนเธอทักไปหาชายที่กำลังโทรหาในตอนนี้เกือบทั้งคืน เพื่อนที่จะให้ทดสอบแอปพลิเคชันนอกจากพ่อบ้านหลินแล้ว ก็มีแต่ไอซ์เท่านั้น แต่ไม่ว่าจะพิมพ์ไปเท่าไรเขาก็ไม่ได้ตอบเธอกลับมาเลยสักคำเดียว เธอพยายามลองกดตรงนั้นทีตรงนี้ที เอาไปเอามาก็เล่นซื้อสติ๊กเกอร์น่ารัก และเสียงรอสายจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ และเธอก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อมีคนโทรเข้ามาที่เครื่องของเธอ“ใช่ครับผมชื่อไอซ์ แต่จะเรียกผมว่าที่รักก็ได้นะ ผมไม่ถือ ฮ่าๆ..” ไอซ์ตอบกลับอย่างฮาๆ มันมีโอกาสไม่มากที่จะเล่นมุขอย่างนี้ ไหนๆมีโอกาสแล้วก็เล่นมันสักหน่อยจะเป็นอะไรไป อีกอย่างปลายสายของเขาก็เป็นสาวสวยยอดนิยมบนจอโทรทัศน์เลยทีเดียว“เหะ!! คนสมองดีที่ไหนจะเรียกนายว่าที่รักกันเล่า.. กวนประสาทแต่เช้าเลยจริงๆ” หลินฟางฟางกล่าวออกมาอย่างโมโห ชายคนนี้คงจะมีความสามารถพิเศษในการทำให้เธออารมณ์ไม่ดีตลอดเวลาแน่ๆเลย ไม่ว่าจะเจอหรือพูดคุยด้วย เขาสามารถทำมันได้ทุกครั้ง“แฮ่ๆ รับมุขกันหน่อยก็ได้ครับ.. ว่าแต่เธอมีอะไรหรือเปล่า เห็นส่งข้อความมาหลายสิบอัน แถมยังโทรมาหลายสายอีก” ไอซ์หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะสอบถามกับเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เธอทักมา“..ก็.. ก็.. ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่จะทดสอบระบบแค่นั้นเอง” หลินฟางฟางกล่าวตะกุกตตะกักเล็กน้อย มันแปลกมากที่คำพูดบางอย่างมันติดอยู่ที่ปลายลิ้น แต่มันกลับพูดออกมาไม่ได้ ไอซ์ที่ได้ยินถึงกับเบะปากกับคำตอบของเธอ ถ้าแค่นั้นไม่เห็นจำเป็นต้องจิกกันขนาดนั้นเลยนี่นา“ถ้าไม่มีอะไร อย่างนั้นฉันวางสายก่อนนะ..” ไอซ์ตอบกลับ และเตรียมที่จะวางสาย แต่เสียงของเจ้ากรรมนายเวรมันกลับดังขึ้นมายิ่งกว่าเดิมเสียอีกเดี๋ยวววววววว!!!!!!!!!!!