มือปราบเซี่ยรับหน้าที่ไปหาตัวนักชันสูตรฝีมือดีมาชันสูตรศพนักฆ่าเขาเพิ่งเคยนักฆ่าที่มีดวงตาเป็นสีดำทั้งหมดโดยไม่มีส่วนสีขาว และอีกส่วนเป็นศพนักฆ่านัยน์ตาเป็นสีแดงทั้งหมด
“จะว่าไปคนพวกนี้ดูไม่คล้ายคนแล้วนะเรี่ยวแรงของพวกเขามากกว่าคนธรรมดา กว่าพวกข้าจะปราบเขาลงแต่ละคนลงได้ยากเย็นนัก”
“ท่านเองก็รู้สึกสงสัยหรือขอรับ?”
“เจ้าชันสูตรศพมาตั้งนานเคยเห็นศพสภาพนี้หรือไม่?”
ฉู่ฮุ่ยเหอไม่ตอบเขาก้มลงเลิกเปลือกตาศพดู เมื่อเห็นสีนัยน์ตาที่เป็นสีดำล้วนก็สะดุ้ง “ให้ข้าน้อยตรวจสอบให้ละเอียดอีกทีเถอะขอรับท่านทำใบอนุญาตผ่าศพให้ข้าน้อยด้วย”
“ได้! เดี๋ยวข้าจะออกไปทำเดี๋ยวนี้รายงานการชันสูตรข้าจะรอเอาคืนนี้เลย”
“ขอรับ!”
บัดนี้เจ้าเมืองชิงหลิวคนใหม่กำลังเดินทางมารับตำแหน่งหลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วทุกคนจะได้กลับบ้านของตนเสียที ฮ่องเต้เองก็ทรงปวดใจที่เห็นเสนาบดีฟ่านหลี่เจี๋ยผู้จงรักภักดีหน้าดำคร่ำเคร่งเร่งทำงานทุกวันเพราะคิดถึงภรรยามือปราบเซี่ยรับผลการชันสูตรมาส่งแต่เช้าตรู่ นักชันสูตรของเมืองชิงหลิวมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรจึงให้ข้อสังเกตที่น่าสงสัยท่านอ๋องเก้าจึงให้นำตัวนักชันสูตรผู้นั้นมาเข้าเฝ้า
“ฉู่ฮุ่ยเหอข้าเห็นข้อสังเกตของเจ้าช่างน่าสนใจ สมุนไพรที่เจ้าว่าเป็นเช่นใด?”
“ทูลท่านอ๋อง ในตอนที่ข้าน้อยเป็นเด็กท่านพ่อเคยพาไปอาศัยอยู่หมู่บ้านเล็กๆแถบเชิงเขามังกรทะยานพะยะค่ะแถวนั้นจะสมุนไพรตัวหนึ่งที่ใช้สะกดจิตคนได้ให้ทำตามคำสั่งและยังทำให้คนผู้นั้นมีพลังมากกว่าคนทั่วไปด้วยพะยะค่ะ เรียกขานกันว่าพืชผีดิบเพียงแต่พลังนี้จะอยู่ได้เพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น”
“ที่ผ่านมาไม่เคยมีนักชันสูตรผู้ใดบอกว่านักฆ่าพวกนี้โดนสมุนไพรสะกดจิตมาก่อนนี่”
“พะยะค่ะ! นั่นเป็นเพราะพืชผีดิบชนิดนี้หากผสมดื่มไม่มีสีตรวจสอบด้วยวิธีทั่วไปไม่อาจพบได้แต่จะสังเกตได้ว่าผู้ที่ใช้มันจะมีดวงตาเป็นสีเดียวทั้งหมดเช่นนี้ขอรับ”
“เจ้าเคยเห็นงั้นหรือ?”ท่านอ๋องเก้าขมวดคิ้ว
“ข้าน้อยเคยเห็นศพที่เป็นเช่นนี้เมื่อตอนที่เริ่มฝึกชันสูตรกับบิดาตอนเก้าขวบสองสามศพพะยะค่ะ”
“เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าคนพวกนี้ดื่มสมุนไพรที่ว่าเข้าไป?”
“ข้าน้อยผ่าศพดูพะยะค่ะในกระเพาะของเขายังพอมีน้ำหลงเหลือ เอามาทดสอบด้วยเข็มเคลือบยาประจำตระกูลของข้าน้อยแล้วพบว่าน้ำนั้นมีสมุนไพรผีดิบผสมอยู่”
พระชายาหานซู่ลี่รู้สึกสนใจในสิ่งที่ฉู่ฮุ่ยเหอเอ่ยถึงเห็นทีนางคงต้องให้หัวหน้าสวีไปตามสืบให้แน่ชัดว่าพืชผีดิบที่ว่าเป็นอย่างไร?
“ฉู่ฮุ่ยเหอเจ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าหากมีคนดื่มเข้าไปแล้วต้องทำลายฤทธิ์ของมันอย่างไร?”
“ทูลพระชายาพืชผีดิบนี้ข้าน้อยยังไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงวิธีทำลายพิษมาก่อนพะยะค่ะทำได้เพียงหาวิธีกักขังคนที่โดนพิษของมันเอาไว้จนกว่าจะหมดฤทธิ์ไปเอง”
“อืม! แต่ทุกครั้งที่เคยจับคนพวกนี้ได้พวกเขากลับตายด้วยพิษที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย ไม่เคยได้สอบสวนสิ่งใด?”
“ครั้งนี้พวกเขามิได้ซ่อนพิษไว้ในชายแขนเสื้อเช่นเดียวกับทุกครั้งพะยะค่ะ หากแต่ซ่อนเอาไว้ในผ้าพันนิ้วก้อย”องครักษ์หู่ที่ยืนอยู่ด้านหน้ารีบกราบทูล
“อย่างไรก็ยังเค้นความจริงไม่ได้อยู่ดี”
ท่านอ๋องเก้ามอบรางวัลให้นักชันสูตรฉู่ฮุ่ยเหอถึงสิบตำลึงทำเอาเขาตาโตนับตั้งแต่ทำงานนี้มาไม่เคยได้รางวัลมากขนาดนี้มาก่อนท่านอ๋องเก้ากล่าวขอบอกขอบใจทั้งยังยืนยันว่าเขาได้สร้างประโยชน์ยิ่งใหญ่แก่ราชสำนัก
“เจ้านับว่าเป็นนักชันสูตรฝีมือดีของแคว้นหมิงหากไม่ได้เจ้าคดีนี้คงคลี่คลายไม่ได้นักชันสูตรทั่วเมืองหลวงล้วนตรวจหาพืชผีดิบที่ว่านี้ไม่พบการมาที่เมืองชิงหลิวนับว่าไม่เสียเปล่า”
เมื่อทุกคนออกไปจากห้องโถงแล้วหงซือซือจึงหันไปยิ้มให้พระสวามี “พี่สาม ข้าจะส่งคนไปสืบหาพืชผีดิบอย่างเร่งด่วน”
“ซือซือคนที่ข้าส่งไปสืบหาที่ตั้งของสำนักมืออสูรก็ยังหาร่องรอยพวกมันไม่พบแล้วสมุนไพรตัวนี้จะมิยิ่งหายากกว่าหรือ?”
“ท่านไม่เชื่อมือข้าหรือ?”นางเลิกคิ้วเอียงหน้ามาถาม
“สำนักคุ้มภัยของเจ้ารับงานใต้โต๊ะประเภทนี้มามากนี่”
“ใช่!สำนักของข้าเชี่ยวชาญการสืบเรื่องลึกลับซับซ้อน ขอเพียงมีเงินจ่ายค่าจ้างท่านก็มีสิทธิ์ได้รู้ความจริงหรือได้สิ่งที่ท่านต้องการ”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว“ที่ผ่านมา เหตุใดเจ้าจึงไม่รู้ที่ตั้งของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟเล่า?”
หงซือซือยิ้มกวนๆ“นั่นเป็นเพราะมิมีผู้ใดจ่ายค่าจ้างให้ข้าสืบหาต่างหาก ถ้าพี่สามยอมจ่ายคนของสำนักคุ้มภัยของข้าย่อมเริ่มทำงาน”
หมิงเฟยหลงเพิ่งทรงนึกได้หงซือซือหรือจอมยุทธ์หงเซียนพันหน้าผู้นี้แท้จริงเป็นเจ้าของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟอันลือลั่นนางอยู่เบื้องหลังการสืบหาข่าวสำคัญที่เขาเคยส่งขันทีไปว่าจ้างผ่านผู้อาวุโสคนหนึ่งงานลับๆ ของสำนักคุ้มภัยของนางยังมีการขโมยสิ่งล้ำค่าหรือส่งของที่ไม่อาจเปิดเผยขอเพียงมิใช่งานฆ่าคนสำนักหงส์ไฟล้วนทำได้สำเร็จโดยง่ายหากใจถึงในการจ่ายเขาลืมไปเลยว่าสตรีที่เขานอนกอดก่ายอยู่ทุกคืนมีชื่อเสียงร้ายกาจเพียงใดในยุทธภพ
“ฟังไปฟังมาเจ้าก็คิดจะรีดทรัพย์ข้าอีกจนได้”
“ข้าเชื่อว่าท่านคงเคยส่งพวกแมวดำออกไปสืบแล้วแต่หาไม่พบใช่หรือไม่?”
ฮ่องเต้พยักหน้ายอมจำนน“หลายคราวแล้ว ไร้ร่องรอย”
“ในนามของเจ้าของสำนักคุ้มภัยข้ายืนยันว่าหากทำไม่สำเร็จข้าก็จะเก็บเพียงมัดจำ”
“ดี! ข้าฟังเจ้า! ว่าค่าจ้างของเจ้ามา”
“หาที่ตั้งของสำนักมืออสูรสองพันตำลึงและหาแหล่งพืชผีดิบอีกหนึ่งพันตำลึงเพราะเห็นว่าท่านเป็นคนกันเองข้าคิดเงินตามหน้างานนะเจ้าคะ”
“อืม!นับว่ายังมีคุณธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง” ท่านอ๋องเก้าตัวปลอมยิ้มมุมปากมีเลศนัยภรรยาของเขาทำสิ่งใดไม่เสียเปล่า! “เห็นทีคืนนี้ข้าต้องให้รางวัลเจ้าเพิ่มด้วย!”
******************
