อัสนีตอนนี้เขาเข้ามาแล้วสวมชุดหน้ากากมัจจุราช กำลังพยายามเก็บระเบิดพวกมันที่วางเอาไว้หลายจุดแล้วเสร็จพอดี พอได้รับสัญญาณช่วยเหลือ
เขาก็วาร์ปร่างไปในทันที
พอเขาเข้ามาถึงก็พบว่า พวกคนร้ายได้ใส่เสื้อระเบิด เอาไว้กับ คนในห้องจัดเลี้ยงเอาไว้ถึงห้าคนมีเจเจ หมอรงค์และเจ้าสาวเบล หัวหน้าอีริค และ ราชินีธิดารา
“ หน้ากากมัจจุราชมาช่วยแล้ว” เจเจ เอ่ยอย่างดีใจ
“แกเองซินะที่เป็นคนทำร้าย พี่ใหญ่ของฉัน” ภายในห้องเหลือเพียง เจ้าห้าที่กำลังถือรีโมทระเบิดในมือ
อัสนีไม่ได้พูดอะไร สะบัดเข็มมัจจุราชออกไป ทำลายไอแพดของมันจนจอดับไปโดรนค้างคาวนับร้อยถูกตัดการเชื่อมต่อไร้การควบคุม ตกสู่พื้น ถูกทำลายจนหมดสิ้น
“ หยุดนะเว้ยหากแกเข้ามาอีกละก็ ทุกคนในที่นี้ และโรงแรมจะถูกระเบิดตายจนหมดสิ้น” เจ้าห้าโมโหยิ่งนักยกมือถือ รีโมทระเบิดเอาไว้ พร้อมที่จะกดทันที
“ วางรีโมทซะ”อัสนีเอ่ยอย่างช้าๆ
“ คุกเข่าต่อหน้าฉันแล้วสวมเสื้อระเบิดซะ” เจ้าห้าตวาดเสียงดัง
อัสนีส่ายหัวแล้ววาร์ปร่างออกไป ยืนต่อหน้าของมัน มันกดรีโมทระเบิดทันที
แต่ว่ามันไม่สามารถทำได้เพราะว่าแขนที่มันถือรีโมทนั้นถูกอัสนีตัดไปด้วยมีดสั้นที่ถูกเหวี่ยงออกไปก่อนหน้านี้แล้ว
เจ้าห้าพอเห็นแขนของตนขาดไปก็อ้าปากร้องลั่น แต่ว่ามันไม่ทันได้ส่งเสียงร้องได้อีกเพราะถูกอัสนีบีบจับที่คอหอยของมันแล้วบิดทันที
พล็อค !!
เจ้าห้าคอหักตายต่อหน้าต่อตาทุกๆคน
อัสนีเดินเข้ามาปลดระเบิดให้กับเจเจก่อนเป็นคนแรก แล้วก็ช่วยเหลือบ่าวสาว ผอ.อีริค และคนสุดท้าย ราชินีธิดารา
“ คุณช่วยชีวิตฉันเอาไว้ บุญคุณครั้งนี้ ฉันต้องตอบแทนให้คุณอย่างแน่นอนบอกชื่อคุณมา”
“ เขาชื่อหน้ากากมัจจุราชครับ” เจเจเข้ามาพูดแทนเขา
“ แย่แล้วหน้ากากมัจจุราช พวกมันจับแม่ผมไป คุณต้องไปช่วยแม่ผมด้วยนะครับ”
อัสนีสาดสายตาเพ่งมองไปทางเส้นทางหนีพวกมันไม่ได้หนีขึ้นไปทางดาดฟ้า แต่กลับลงไปชั้นใต้ดิน
“ฉันจะไปช่วยแม่ของเธอ ทุกๆ คนปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัวผมได้จัดการระเบิดที่พวกคนร้ายวางเอาไว้แล้ว”
อัสนีเอ่ยจบก็วาร์ปร่างออกไปจากห้องจัดเลี้ยงทันที
ชาติก่อนคนร้ายได้หลบหนีไปไม่สามารถจับตัวพวกมันได้ ที่แท้พวกมันหนีไปทางอุโมงค์ใต้ดินนี่เองอัสนีตามพวกมันทั้งสามคนไปอย่างกระชั้นชิด
“ พี่รองทำไมต้องพาผู้หญิงคนนี้มาด้วย มันจะทำให้พวกเราช้านะครับ”
“ แกจะไปรู้อะไรผู้หญิงคนนี้ เป็นสตรีแห่งโชคชะตา หากใครได้ครอบครองจะต้องโชคดี ประสบความสำเร็จตลอดไป วงศ์ตระกูลจะต้องรุ่งเรืองไปอย่างน้อย 4 รุ่น”
“ พี่รองรู้ได้ยังไงครับ” เจ้าสามเอ่ยอย่างสงสัย
“ ซินแสจ้าวฝานเคยออกยูทูป บอกว่า สตรีที่มีดาวหกแฉกที่หน้าผาก จะเป็นสตรีแห่งโชคชะตาดาวนำโชคของผู้ได้ครอบครอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า วันนี้พวกเราโชคดีแล้ว พวกแกไม่ต้องห่วงหากพวกเรารอด ต่อไปนี้ชะตาชีวิตของพวกเราต้องรุ่งโรจน์ปานแสงแห่งดวงอาฑิตย์อย่างแน่นอน”
“ แต่ว่าตอนนี้น้องห้าทำไมยังไม่มาสักที”เจ้าสี่เอ่ยได้แค่นั้น มันก็หยุดชะงัก มีเข็มพุ่งออกมาจากลำคอของมัน ทำให้มันล้มคว่ำหน้าไปกับพื้นตายคาที่
ทั้งหมดหันมาทางด้านหลัง
“หน้ากากมัจจุราช” คุณหนูเซี่ยอิงเอ่ยอย่างดีใจ
“ แก แกฆ่าพี่น้องฉันตายเสียเถอะ” เจ้าสาม กับ รองหัวหน้าแก๊ง คว้าปืนกลอูซี่ออกมายิงรัวๆใส่อัสนี ๆ ไม่ยั้งแต่กระสุนไม่อาจผ่านร่างของเขา ถูกสะกัดเอาไว้ด้วยผ้าคลุมของเขา
“ พวกแกมันควรตายได้แล้ว”
“ อย่านะ อย่าเข้ามาไม่อย่างนั้น นังนี่ตาย”
รองหัวหน้าทิ้งปืนกลแล้วใช้ปืนสั้นจ่อหัวของ คุณหนูเซี่ยอิงเอาไว้
“ ปล่อยเธอซะ”อัสนีเอ่ยเสียงเข้ม
“ฉันรู้ว่าผ้าคลุมของแกสามารถกันกระสุนได้ ถอดออกมาซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะยิงหัวของเธอเดี๋ยวนี้”
“ อย่านะอย่าไปฟังมัน พวกมันไม่ทำอะไรฉันหรอก” คุณหนูเซี่ยอิงร้องเตือนออกไป
แต่อัสนีไม่สนถอดผ้าคลุมออก แล้วโยนให้กับคนร้าย รองหัวหน้าพยักหน้าให้กับเจ้าสามที่ควักปืนสั้น แล้วยิงใส่อัสนีต่อเลย แต่เขากลับวิ่งด้านข้างผนังหลบกระสุนปืนไปได้แล้วพอเข้าใกล้ก็ตวัดมีดปาดคอเจ้าสามจนขาดสะบั้นตายไปในทันที
“ อย่าเข้ามานะเว้ยทิ้งมีดลงเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น นังนี่ตาย”
อัสนี ก็โยนมีดทิ้งไปในทันที
“ แกนี่มันโง่จริงๆไม่มีอาวุธอะไรแล้ว คิดว่าจะรอดหรือไง ระยะใกล้แค่นี้ แกจะหลบยังไงพ้น” เจ้ารองหัวหน้ายิ้มเหี้ยมเกรียมยิงปืนสั้นใส่อัสนีทีเดียว ห้านัด
เปรี้ยง เปรี้ยง ๆ ๆๆ !!!
กระสุนถูกร่างของเขาทั้งหมดแต่อัสนีก็ไม่แสดงความรู้สึกเจ็บปวดอะไรออกมา มีเพียงเสียงกรีดร้องของคุณหนูเซี่ยอิงที่เป็นห่วงเขา จนกระทั่งอัสนีเข้ามาจับปืนของเจ้ารองเอาไว้แต่ก็ยังถูกเจ้ารองหัวหน้าแก๊งชักมีดสั้นปักเข้าที่กลางอกของเขาอีกอัสนีจับที่คอหอยของมันแล้วบิดทันที พล็อค !!!
คอของมันถึงกับหักตายไปในทันที
“ คุณคุณต้องไม่ตายนะ” อัสนีเอนตัวไปกับพื้นผนังอุโมงค์ดึงมีดสั้นที่ปักหน้าอกของเขาออกเลือดไหลทะลักออกมา
“ ทำไม ทำไมต้องช่วยฉันคุณไม่กลัวตายหรือไง”
“ เพื่อคุณแค่นี้เล็กน้อยมาก”
“เราไม่รู้จักกันมาก่อน ทำไมดีกับฉันถึงเพียงนี้”
“ แสดงว่าคุณยังไม่ได้กินยาที่ผมให้”
“ ฉัน ไม่กล้ากินพ่อบอกว่า หากความจำฉันกลับคืน ความโหดร้ายที่ฉันเคยได้รับจะทำให้ฉันกับลูกไม่มีความสุขอีก ฉันเลยไม่กล้ากิน”
“ ช่างเถอะเจเจปลอดภัยแล้ว คุณรีบกลับไปดูเขาเถอะ”
“ แล้วคุณเล่าฉันจะพาคุณไปหาหมอ”
“ อย่าเลยผมมันคนชั่ว มัจจุราชเองยังไม่อยากรับผมเลย คุณรีบไปได้แล้ว”อัสนีเอ่ยออกไปเท่านั้น คุณหนูเซี่ยอิงโผเข้ากอดเขาแน่น พร้อมกับเอ่ยว่า
“ ไม่มีทางที่ฉันจะปล่อยคุณเอาไว้ที่นี่ฉันต้องพาคุณไปหาหมอ”
คุณหนูเซี่ยอิงพยายามเข้าประคองร่างของอัสนีเดินออกมาจากอุโมงค์ใต้ดิน
พร้อมกับเก็บผ้าคลุมและมีดสั้นให้กับเขาอัสนีได้แต่ยิ้มเขาแสร้งเจ็บคราวนี้ก็เพื่อทดสอบใจของหมวยเล็กว่าจะดีกับเขาหรือไม่ก็เท่านั้นเอง
พอพวกเขาเดินขึ้นมาจากอุโมงค์ก็พบว่า มีตำรวจมาก มายหลายสิบคน มายืนรออยู่แล้ว แต่พอคุณหนูเซี่ยอิงหันไปหาอัสนีก็ไม่พบใคร เหลือแต่เพียงความว่างเปล่า
“ เขาหายไปไหนแล้ว”
“น้องเล็กเป็นยังไงบ้าง” คราวนี้คุณชายสี่เซี่ยซื่อ คุณชายห้าเซี่ยอู่ และ คุณชายหกเซี่ยลิ่วก็มาถึงพอดี พร้อมกับเจเจ ที่วิ่งเข้ามากอดหมวยเล็กอย่างดีใจ
“หน้ากากมัจจุราชมาช่วยแม่ใช่ไหม” เจเจกระซิบถามแม่ของตน เซี่ยอิงก็พยักหน้ายิ้มๆไม่พูดอะไรกับใครอีก
ณ บ้านตระกูลเซี่ย
“พวกแกทิ้งอาอิงเอาไว้อย่างนั้นเร๊อะ” เซี่ยจง หัวหน้าตระกูลลงมือตบหน้าของคุณชายใหญ่คุณชายรอง และ คุณชายสาม อย่างไม่ไว้หน้า
“ หากอาอิงเป็นอะไรไปความรุ่งโรจน์ของตระกูลเรา คงต้องล่มสลายแน่ๆพวกแกไม่เคยฟังที่ฉันสั่งเอาไว้เลยใช่ไหม”
“ พ่อครับตอนนั้นพวกเราคิดว่าจะต้องเอาตัวรอด คิดว่าน้องเล็กเป็นดาวแห่งโชคชะตาไม่น่ามีอันตรายใดใด ไม่เหมือนกับพวกเรา” คุณชายสาม เอ่ยจบ
เซี่ยจงก็ยันเปรี้ยงเข้าที่หน้าท้อง จนคุณชายสามถึงกับกระเด็นไปกองกับพื้น
“ซินแสจ้าวฝานได้สั่งเอาไว้แล้ว ให้พวกแกปกป้องอาอิงเอาไว้ให้ดีหากอาอิงยังอยู่พวกแกจะไม่มีวันเป็นอะไรแน่”
เซี่ยจงโกรธจัดหอบหายใจแรงๆ คุณชายใหญ่จึงต้องพยุงมานั่งที่เก้าอี้
“ ใจเย็นๆก่อนครับพ่อ ผมติดต่อให้น้องสาม น้องสี่ และ น้องห้าพาคนไปช่วยน้องเล็กแล้วคิดว่าอีกไม่นานพวกเขาต้องส่งข่าวมาแน่”
คุณชายใหญ่พูดจบคุณชายสี่ก็โทรมาแจ้ง ว่า เซี่ยอิง กับ เจเจนั้นปลอดภัยแล้ว กำลังจะกลับมาบ้าน
เซี่ยจงที่อาการหอบกำเริบก็หายใจดีขึ้น หัวเราะออกมาอย่างยินดี
“ เห็นไหมแค่อาอิงปลอดภัย โรคหอบของฉัน ก็หายได้โดยไม่ต้องใช้ยาเลย”
เซี่ยจงดีใจยิ่งรีบออกจากห้อง ไปรอรับ เซี่ยอิง กับเจเจทันที
ณ โรงแรมโฟร์มิน
“ ผอ.อีริคพรุ่งนี้เช้า ฉันอยากไปตรวจมะเร็งที่โรงพยาบาลของคุณ”
ผอ.อีริคได้ยินก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งรีบโทรสั่งการต้อนรับราชินีธิดาราทันที
“ สงสัยราชินีคงจะโกรธหมอสันทัด กับพวกตระกูลเซี่ยที่ทอดทิ้งพระองค์ไปเช่นนี้
ถึงได้ไม่ยอมไปตรวจที่รพ.เทพพิทักษ์”รองผอ.เกรียงไกร แสดงความเห็นออกมา
“ หวังว่าหมออัสนีจะวิเคราะห์โรคได้ถูกต้องนะ” ผอ.อีริคกลับกังวลเรื่องพระอาการของราชินีมากกว่า
ในตอนเช้าอัสนีตื่นขึ้นมาพร้อมกับรางวัลจากดวงตามัจจุราช
นั่นคือยาเม็ดรักษาโรคมะเร็ง จำนวน 1 เม็ด
“คนเป็นโรคนี้มากมายนัก เหตุใดจึงมอบให้แค่เพียงเม็ดเดียว”อัสนีเก็บเม็ดยานั้นเอาไว้ แต่ในใจก็คิดว่า ดวงตามัจจุราชมอบให้เขาตอนนี้เพื่อมอบให้กับราชินีธิดารานั่นหรือเปล่านะ
อัสนีรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ออกจากบ้านมาโรงพยาบาลรักษาคนไข้ของตนเองแต่เช้าเช่นเดิมซึ่งวันนี้มีคนไข้ที่ไม่รู้ว่าจะต้องจอง เพื่อพบกับเขาอยู่ถึงห้าสิบคนพยาบาลพยามให้พวกเขาลงทะเบียนจองก่อนค่อยมาวันหลัง แต่พออัสนีมาถึง ก็กล่าวว่า
“ ไม่เป็นไรวันนี้ผมกลับช้าหน่อยก็ได้ ให้พวกเขาลงทะเบียนต่อได้เลย”
อัสนีเอ่ยจบก็เข้าไปในห้องตรวจรักษาทันทีโดยไม่รู้เลยว่า บนชั้นสอง มีสายตาหลายคู่มองอัสนีลงมาอย่างน่าสนใจ
“ คนไข้พวกนี้จองคิวรักษากับ หมออัสนีเพียงคนเดียวเลยหรือ?”
“ ใช่ครับคนไข้เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นแค่โรคทั่วไป หรือไม่ก็โรคเรื้อรังดังนั้นพวกเขาจึงสามารถรอคิวได้ แต่หากมีคนไข้ที่มีอาการหนัก หรือหมอท่านอื่นไม่อาจรักษาได้ ก็ต้องรบกวนให้หมออัสนี ไปช่วยดูอาการครับ”ผอ.อีริคเอ่ย
“ พี่หมอนี่รักษาคนไข้วันหนึ่งเป็นร้อยเลยหรือครับ”หมอรงค์เห็นคนไข้เยอะขนาดนี้ อัสนีคนเดียวจะรักษาทันอย่างไร
“ หมออัสนีรักษาคนไข้วันละ100 คนเป็นอย่างน้อยแต่ก็มีคนไข้ที่ไม่ได้จองเดินเข้ามาเสี่ยงดูวันหนึ่งก็หลายสิบคนคุณหมออัสนีก็รักษาจนครบทุกคนบางทีก็ใช้เวลา ถึง สองสามทุ่มก็มีครับ” รองผอ.เกรียงไกรอธิบาย
“ เมื่อก่อนพี่หมอเป็นหมอศัลยกรรมมือหนึ่งของโรงพยาบาลเทพพิทักษ์ มีทั้งเงินและศักดิ์ศรีแต่ตอนนี้กลับมาเป็นหมออยุรกรรม รักษาโรคทั่วไป เสียดายฝีมือผ่าตัดของเขานะครับ”
“หากมีเคสด่วนที่หมอผ่าตัดของเรารักษาไม่ได้คุณหมออัสนีจะเป็นคนผ่าตัดรักษาด้วยตัวเอง” รองผอ.เกรียงอธิบาย
สายตาของราชินีธิดาราตอนนี้กลับมองอัสนีเปลี่ยนไปมาก ตอนนี้ในใจของพระองค์ไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไรก็จะยอมยกที่ดินให้กับ โรงพยาบาลซานตาคลอสอย่างแน่นอน
และแล้ว ผลการตรวจก็ออกมาหมออีริคเป็นคนอ่านผลด้วยตัวเองทันที
“ ผลของเครื่องPET/SCANกลูโคสจำนวนมากถูกใช้ไปในบริเวณสมองส่วนหน้าอย่างผิดปกตินอกจากนี้ยังตรวจพบว่ามีเซลล์มะเร็งลุกลามไปทางต่อมน้ำเหลือง ลงมาที่ปอด แล้วด้วย”
หมออีริคเอ่ยอย่างตื่นตะลึง หมอรงค์ตรวจทานอีกรอบ
“ เป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้ายจริงๆ ด้วยครับ ”หมอรงค์เอ่ยเสียงเศร้า เบลเข้ามากอดขาของราชินีธิดาราเอาไว้ แล้วร้องไห้โฮออกมา…………..