ตอนที่ 1: แด่แฟ้มคดีที่ยังไม่ได้กดเซฟ... สู่วังเมฆาเบื้องบน
ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...
เสียงเข็มนาฬิกาเดินวนไปถึงเลขสามในยามดึกสงัด แสงไฟกะพริบติดๆ ดับๆ จากหลอดนีออนเก่าๆ ในสำนักงานกฎหมายสะท้อนเข้ากับใบหน้าซีดเซียวของ รพี นิติกรหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี ผู้กำลังเบิกตาโพลงจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวอักษรยิบย่อยของสัญญาเช่าซื้อฉบับแก้ไขร่างที่แปด
บนโต๊ะทำงานของเขาเต็มไปด้วยแก้วกาแฟพลาสติกที่แห้งกรัง ซากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และแฟ้มคดีที่กองสูงเป็ูเาขนาดย่อม
"มาตรา 15... วรรค 2... หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด..." รพีพึมพำกับตัวเอง นิ้วมือเรียวยาวพิมพ์รัวลงบนคีย์บอร์ดราวกับเครื่องจักรที่ไม่มีวันเหนื่อยล้า
แต่แล้ว... เครื่องจักรก็มีวันพัง
จี๊ดดดด!
ความเ็ปแปลบปลาบแล่นปราดเข้าสู่กลางอกซ้ายอย่างกะทันหัน มันรุนแรงเหมือนมีใครเอาคีมเหล็กมารัดหัวใจแล้วบิดอย่างแรง รพีชะงัก มือที่กำลังพิมพ์สั่นระริก ลมหายใจขาดห้วง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
เจ็บ... เจ็บชะมัด... หายใจไม่ออก...
เขารู้ดีว่าอาการแบบนี้คืออะไร ข่าวคนทำงานหนักจนหัวใจวายตายคาโต๊ะมีให้เห็นอยู่ทุกวัน แต่เขาไม่คิดว่าแจ็คพอตจะมาตกที่ตัวเองในคืนนี้ คืนที่งานยังไม่เสร็จ!
รพีกัดฟันพยายามยื่นมือที่สั่นเทาไปจับเมาส์ เลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่ไอคอนแผ่นดิสก์มุมซ้ายบนของหน้าจอ
ขอร้องล่ะ... อย่างน้อย... ขอให้ฉันได้กดปุ่มเซฟก่อน...
คลิก!
วินาทีที่ปลายนิ้วกดลงบนเมาส์ สติสัมปชัญญะของนิติกรหนุ่มก็ดับวูบลง พร้อมกับโลกทั้งใบที่กลายเป็ความมืดมิด
"เฮือก!"
รพีสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ราวกับคนเพิ่งจมน้ำแล้วโผล่พ้นผิวน้ำได้ เขาลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอามือคลำที่หน้าอกซ้ายของตัวเอง
ไม่มีความเ็ป ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ทุกอย่างปกติดี
"รอดแล้ว... โรงพยาบาลเหรอ?"
เขากะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่เพดานสีขาวของห้องฉุกเฉิน หรือสายน้ำเกลือระโยงระยาง แต่มันคือ... เสาหินสลักลายัสีทองอร่าม ต้นเบ้อเริ่ม!
รพีผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง พื้นที่เขานั่งอยู่ไม่ใช่กระเบื้องยางหรือเตียงคนไข้ แต่มันคือกลุ่มก้อนสีขาวฟูฟ่องที่ดูนุ่มนวลราวกับสำลี... ไม่สิ นี่มัน เมฆ! เขากำลังนั่งอยู่บนเมฆ!
รอบกายของเขาคือสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่โอ่อ่าตระการตา ตำหนักน้อยใหญ่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ แสงสีทองเรืองรองอาบไล้ไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมประหลาดที่ทำให้จิตใจสงบโชยมาเตะจมูก
"เดี๋ยวๆๆ นี่มันรายการแกล้งคนรึเปล่า? หรือว่าฉันหลับฝันไป?"
เขาก้มลงมองตัวเอง และต้องช็อกรอบสอง เมื่อพบว่าชุดสูทราคาถูกและเนกไทสีพื้นของเขา หายไปเกลี้ยง! มันถูกแทนที่ด้วยชุดเสื้อคลุมยาวสีฟ้าหม่นๆ ดูซอมซ่อ คล้ายกับชุดของตัวประกอบในซีรีส์กำลังภายใน แถมเมื่อจับดูที่หัว ทรงผมรองทรงสั้นประบ่าก็กลายเป็ผมยาวสลวยที่ถูกมัดรวบไว้ด้วยปิ่นไม้โง่ๆ อันหนึ่ง
ในขณะที่รพีกำลังสติแตกอยู่นั้น เสียงแหลมๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"อ้าว! เ้ายังไม่ตายอีกรึ เซียวเซียน?"
รพีหันขวับไปมอง เห็นชายชราหนวดขาวยาวเฟื้อย สวมชุดคลุมสีขาวดูภูมิฐาน กำลังลอยตัวอยู่บนเมฆก้อนเล็กๆ มองลงมาที่เขาด้วยสายตารำคาญใจ
"เซียว... เซียน? คุณลุงเรียกผมเหรอครับ?" รพีชี้หน้าตัวเอง
"ก็ใช่น่ะสิ! ทั้งวังเมฆานี้มีเทพชั้น 9 ที่ชื่อเซียวเซียนแค่เ้าคนเดียวนั่นแหละ ข้าก็นึกว่าเ้าตรอมใจตายเพราะทนรับความกดดันไม่ไหว ไปจุติใหม่ในแดนมนุษย์ซะแล้ว!" ชายชราบ่นอุบอิบ "เอาเถอะ ในเมื่อยังไม่สลายร่างไป ก็รีบไสหัวไปรายงานตัวที่แผนกของเ้าได้แล้ว อย่าให้ท่านประมุขต้องกริ้ว!"
พูดจบ ชายชราก็ลอยจากไป ทิ้งให้รพีนั่งอ้าปากค้างอยู่กลางดงเมฆ
เทพชั้น 9? เซียวเซียน? วังเมฆา? สมองของนิติกรหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อมูลความทรงจำบางอย่างที่ไม่ใช่ของเขาค่อยๆ ไหลเข้ามาในหัว...
ใช่แล้ว เขาตายไปแล้วจริงๆ ตายเพราะบ้างานจนหัวใจวาย และตอนนี้เขาได้ตื่นขึ้นมาในร่างของ 'เซียวเซียน' เทพชั้น 9 ซึ่งเป็ชนชั้นที่ ต่ำต้อยที่สุด ในโครงสร้างระบบราชการของ์แห่งนี้!
"นี่ฉัน... ทะลุมิติมาเกิดใหม่เป็ข้าราชการชั้นผู้น้อยบน์งั้นเหรอ?"
รพียกมือขึ้นกุมขมับ แม้แต่ตายไปแล้ว เขาก็ยังหนีไม่พ้นระบบชนชั้นและการทำงานรากเืสินะ แต่ยังไม่ทันจะได้คร่ำครวญถึงชะตากรรม ความทรงจำของร่างนี้ก็เตือนให้เขารู้ว่า หากไปรายงานตัวสาย เขาอาจจะโดนลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด
รพีสูดลมหายใจลึกๆ ปรับโหมดตัวเองเข้าสู่ิญญามนุษย์เงินเดือนทันที
"เอาวะ เป็ไงเป็กัน อย่างน้อยตอนนี้หัวใจก็ไม่วายแล้ว!"