ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่69 เจ้าสำนักออกจากการปิดขั้นพลัง


    หลังจากที่อี้เฉินเข้าไปบานประตูสีดำหม่นหมอง ก็กลับเปล่งแสงขึ้นมา คล้ายบอกมีคนอยู่ภายในนั้น

    ภายในบานประตูอี้เฉิน รับรู้ถึงมิติที่แยกออกมาคล้ายฟ้าดินของดินแดนหนึ่ง ปราณพลังหนาแน่นไม่ต่างจากข้างนอก แต่ภายในมีแรงกดดันบางอย่าง เหมือนท้องฟ้าบีบอัดลงมา ทั้งร่างกาย รวมถึงปราณจิตถูกกดดันอย่างรุนแรง


    อักขระฟ้าดินที่นี่แปลกประหลาดอย่างมากมันเป็นสีดำไม่ใช่สีทองอย่างทุกครั้ง

    เหมือนที่นี่เคยเกิดสงครามครั้งใหญ่ทุก ๆ อย่างเป็นหลุมเป็นบ่อ ดั่งแดนรกร้าง

    แม้แต่ท้องฟ้ายังล่มสลายรอยแตกร้าวเป็นทางยาว ไม่สมานเข้าหากันอีกเลย

    ยิ่งเวลาไหลผ่านนานเท่าไร่ อี้เฉินยิ่งถูกบีบอัด ราวร่างทั้งร่างถูกบีบอัดจวนจะระเบิด

    แรงกดดันค่อย ๆ ทวีคูณ เสียงกระดูกแตกหัก "ก็อบแก็ป" ดังออกไปไกล กระดูกบางชิ้นถึงกับแหลกละเอียด เลือดอายกายา

    อี้เฉินคำรามอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่ยอมแพ้



    อี้เฉินค่อยๆ หยั่งรู้อักขระสีดำ ทุกครั้งที่อักขระสีดำ ถูกหยั่งรู้สำเร็จหนึ่งตัวอักษร กายาอี้เฉินก็จะลดแรงกดดันไปได้ระดับหนึ่ง

    แต่อาการบาดเจ็บของเขา ไม่สามารถสมานบาดแผลได้ แผลจากกฎเกณฑ์ฟ้าดินนั้นลึกลับอย่างมากไม่สามารถรักษาได้โดยง่าย

    ยิ่งเวลาไหลผ่าน แรงกดดันค่อย ๆ ทวีคูณขึ้น ถึงที่นี่จะเหมาะสำหรับอี้เฉินอย่างมากในการหยั่งรู้อักขระ
    ทุกๆ ครั้งที่อี้เฉินหยั่งรู้อักขระได้ มันจะถูกสลักลงในกายากับทะเลความรู้ของเขา


    แต่ความเจ็บปวดจากแรงกดดันมากมหาศาล ทำให้ปราณจิตของเขาอาจถูกทำลายได้ตลอดเวลา ร่างของอี้เฉินเริ่มแตกร้าวราวถ้วยแก้ว
    อักขระแทรกซึมเข้าไปในเลือดเนื้อดูดซับอักขระสีดำอย่างบ้าคลั่ง หมายมั่นยก ระดับเลือดในกายาไปอีกขั้น

    แม้กระทั่งกายายังถูกสลักด้วยอักขระสีดำบางส่วน


    เลือดที่ไหลซึม เป็นกองตามพื้นค่อย ๆ ถูกอี้เฉินควบคุมกลับเข้าร่าง อย่างช้า ๆ

    ผ่านเวลาไปนานเท่าไร่ตัวเขาเองก็ไม่อาจรู้ อี้เฉินนั่งหยั่งรู้อักขระอยู่อย่างนั้น

    ความเจ็บปวดทำให้เขารู้เพียงเวลาเดินช้าลงไปมาก ถึง10เท่า ทุก ๆ อย่างรอบตัว ดูไหลช้าไปหมด

    ภายนอกประตูสีดำ เกิดเสียงฮือฮา


    "ไอ้หมอนั้นมันยังไม่ตาย นี้ก็ผ่านไปจะ15วันแล้ว"


    หลายๆ คนเคยลองเข้าไป แต่ก็อยู่ได้ไม่นานก็ต้องออกมาหากยิ่งอยู่ที่นั่นนานเท่าไร่ เหมือนวิญญาณพร้อมจะออกจากร่างตลอดเวลา

    เหมือนดั่งแดนมรณะ ที่พร้อมจะพรากชีวิต
    ไม่มีใครอยากจะเข้าไปดูภายใน หากอี้เฉินยังไม่ตายพวกเขาที่เข้าไปจะต้องรับแรงกดดันแบบอี้เฉิน


    "ข้าว่ามันทนได้อีกไม่กี่วันหรอก"



    "ข้าก็ว่างั้น ข้าเคยเข้าไปแรงกดดันมหาศาล แม้แต่ ยอดยุทธบางคนยังตายตก"



    ผ่านไปถึงหนึ่งเดือน อี้เฉินก็ยังไม่ออกมา แต่ประตูสีดำหม่นหมอง กลับยังคงส่องแสงเช่นเดิม

    "นี้มันทำลายสถิติที่เคยมีจอมยุทธ ทำไว้แล้วนะ"


    "หรือว่าประตูมิติจะพังแล้ว เหตุใดเจ้าสำนักไม่ออกมารับตัวเขาไป"
    หลายคนต่างแปลกใจหากอี้เฉินยังอยู่เจ้าสำนักน่าจะมารับเขาเป็นศิษย์
    กลุ่มคนภายนอกต่างพากันพูดคุย


    "ข้าว่ามันตายแล้ว ถ้ามันยังอยู่ปานนี้เจ้าสำนักมารับเป็นศิษย์ไปแล้ว"


    ผู้คนต่างคิดเห็นเช่นเดียวกัน ต่างเลิกสนใจกลับไปปิดขั้นพลังกันหมด



    2เดือนผ่านไป อี้เฉิน สลักอักขระสีดำ ไปแล้วนับพัน ๆ ตัวลงในทะเลความรู้กับกายาของเขา เลือดในกายาอี้เฉิน

    เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มันแฝงด้วยอักขระสีดำ
    เขามั่นใจอย่างมากหากเผาผลาญเลือดในกายา จะเพิ่ม พลังรบอีกมากให้กับเขา


    อยู่ๆ ท้องฟ้าก็สั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับล่มสลายรอบด้านมืดครึ้ม ฉับพลัน เจ้าสำนักท่านหนึ่งพุ่งทะยานออกมา จากสำนักรองของ10ยอดเขา

    ทำให้เหล่าศิษย์ต่างตื่นตกใจเหตุใดเจ้าสำนักแห่งศาสตราวุธ ถึงออกมาจากการปิดขั้นพลัง
    เหล่าจอมยุทธ ต่างพากันออกมาดูเกิดเหตุอะไรขึ้น


    จอมยุทธคนหนึ่งเอ่ยพูด  "หรือว่าจะมารับไอ้เด็กที่ใส่หน้ากากเข้าสำนัก มันยังไม่ตายหรือ"


    ผู้คนเริ่มส่งเสียงจอแจ

    ทันทีเจ้าสำนักอีก5คน ก็ออกมา เจ้าสำนักอักษร เจ้าสำนักจันทรา เจ้าสำนักปราณโลหิต เจ้าสำนักเทพอสูร เจ้าสำนักเหมันต์
    พวกเขาพุ่งตรงไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ฝูงชนเกิดความอึกทึกครึกโครม


    "พวกเราดู เจ้าสำนักออกจากการปิดขั้นพลัง ถึง 6ท่านแล้ว"


    "เหตุใดเจ้าสำนัก ถึงออกจากการปิดขั้นพลังเยอะมากขนาดนี้"

    อีกไม่ถึง10ลมหายใจ เจ้าสำนักที่เหลือ ล้วนออกจากการปิดขั้นพลัง พุ่งออกมาจากยอดเขาตัวเอง

    แม้แต่เจ้าสำนักเซียน ยังมา หน้าประตูสีดำ ที่อี้เฉินอยู่

    ยิ่งทำให้เกิดความฮือฮา เสียงพูดคุยดังอื้ออึงทั่วบริเวณ


    "เจ้าดูนั้นสิ แม้แต่เจ้าสำนักเซียนยังมา เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" 


    "มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"


    "ข้าว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ ถึงขนาดเจ้าสำนัก ทั้ง11คน ออกจากการปิดขั้นพลังพร้อมพร้อมกัน"


    ปราณพลัง ขั้นเทวะของเจ้าสำนัก ทั้ง11 ท่าน แพร่กระจายทั่วบริเวณ แม้แต่เหล่าศิษย์ที่อยู่ที่นั่นยังสั่นเทิ้ม ร่างทั้งร่างถูกกดดัน

    จากขั้น เทวะอย่างสมบูรณ์จอมยุทธหลายคนยังใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

    นี่หรือขั้นพลัง เทวะ ที่ว่ากันว่าเป็นขั้นพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนร้อยแคว้น


    ศิษย์สำนักเซียนบางส่วน ยังลงมาดูว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ลานกว้างเต็มไปด้วยเหล่าศิษย์ บางส่วนของ11สำนักยอดเขา
    เหล่าอนุชน พวกเขาเองก็สงสัยเหตุใดเจ้าสำนักทั้ง11ท่าน ถึงออกจากการปิดขั้นพลังออกมาพร้อมเพรียงกัน


    "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"


    "ดูนั้น เจ้าสำนักทั้ง11เข้าไปในบานประตูสีดำ นั้นแล้ว"


     "หรือว่า พวกเจ้าสำนักเข้าไปรับศิษย์ เขาเป็นใครหลายๆคนอยากเห็นหน้า"



    ภายในประตูทดสอบ


    "เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว"  อี้เฉิน รีบคารวะ เขารู้สึกถึงปราณพลังที่สูงมาก มากชนิดที่อี้เฉินไม่อาจชนะได้

    เขาเหมือนเป็นมดเมื่ออยู่ต่อหน้า จอมยุทธพวกนี้ทั้ง11คน พวกเขาถึงจะดูอายุไม่มาก แต่แววตานั้นดูผ่านโลกมานาน

    พวกเขามองอี้เฉินด้วยแววตานุ่มลึก เหมือนสำรวจอี้เฉิน

    ร่างทั้งร่างอี้เฉินมีแต่เลือด เสื้อผ้าขาดลุ่ย หากหน้ากากชายชราไม่มีอักขระสลัก คงจะแหลกสลายไปแล้ว


    อี้เฉินนี้ ถึงจะใส่หน้ากากชรา ก็ไม่อาจปิดบัง คนพวกนี้ได้ พวกเขาส่งปราณจิต มองทะลุปรุโปร่ง


    "เจ้าเลือกเอาจะอยู่สำนักใด" พวกเขาต่างแนะนำ สำนักที่ตนอยู่ให้อี้เฉินฟัง มีแม้กระทั่งยื่นข้อเสนอ ต่างให้หากเลือกสำนักพวกเขา



    "สำนักเซียนเจ้ายังต้องการลูกศิษย์อีกหรือ"

    เจ้าสำนักนอกทั้ง10 เดือดดาล เล็กน้อย จอมยุทธ์ทุกคนล้วนอยากเข้าสำนักเซียน ทำให้ศิษย์สำนักนอก ดูด้อยค่าลงไป

    ส่วนคนที่เข้าตาพวกเขากลับจะถูก สำนักเซียนชิงตัวไปอีก


    "ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าเด็กนี่จะเลือกสำนักใด"


    อี้เฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะ ตอบออกไป "ข้าเลือกสำนักอักษร"

    เจ้าสำนักบางคนถึงกับถอนหายใจ ที่พวกเขาออกจากการปิดขั้นพลังมาเพื่อหวังรับอี้เฉินเป็นศิษย์

    แต่ก็ยังดีกว่า กว่าอี้เฉินเลือกสำนักเซียน  พวกอนุชนส่วนใหญ่มักเลือกสำนักเซียนเป็นอันดับแรกมีไม่กี่คนปฏิเสธ

    เห็นแบบนี้สำนักนอกกับสำนักในก็แข่งขันกันดุเดือด แค่สำนักเซียนมีผู้มีพรสวรรค์มากกว่าเท่านั้น


    "ฮ่าๆ วันนี้เป็นวันดีจริง ๆ สำนักอักษรข้ามีศิษย์อยู่แค่คนเดียว ได้เจ้าก็เป็นสองคนแล้ว"



    "เจ้าสำนักอักษร ก็ผ่อนปรนการรับศิษย์มั้งสิ จะได้มีคนอยากเข้า"



    "ข้าว่าเจ้าเข้มงวดเกินไปรับแต่ ศิษย์ที่หยั่งรู้อักขระอย่างลึกล้ำเท่านั้น"


    เจ้าสำนักต่าง ๆ พากันแยกย้าย หลายคนต่างเสียดายอี้เฉินมีคุณสมบัติหลายด้านจากที่ตรวจสอบดู แม้แต่กายายังแข็งแกร่ง

    ฝูงชนรอบบริเวณ แปลกใจเกิดเหตุใดกันแน่
    อยู่ ๆ เจ้าสำนักก็พากันกลับออกมา


    ทำให้หลายคนอึ้งงง "สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"


    "ข้าว่าคงไม่มีอะไร ดูสิ เจ้าสำนักไปกันหมดแล้ว"


    "พวกเราแยกย้าย  ข้าก็นึกว่าจะได้เห็นหน้าศิษย์ใหม่ ถ้ามีคนทำได้จริงน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ในสำนักไปแล้ว"

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984