“มีคนมา!”
พลังจิตของเย่เทียนสัมผัสได้ว่ามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอยู่ด้านนอกวิลลาพวกเขาคือเหล่าผู้อาวุโสของฐานหลินไห่
“พวกเราขอคารวะปรมาจารย์เย่!”
ตาเฒ่าหลี่และผู้ฝึกยุทธ์ยืนอยู่นอกประตูบ้านของเย่เทียนและโค้งคํานับอย่างสุภาพ
“เข้ามาสิ!”
เสียงของเย่เทียนดังขึ้น
เมื่อได้ยินดังนั้นตาเฒ่าหลี่และผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆก็เข้าไปด้านใน และในไม่ช้าพวกเขาก็พบกับเย่เทียนและมังกรโลหิตสงคราม
แม้ว่ามังกรโลหิตสงครามจะเก็บซ่อนกลิ่นอายสายเลือดของมังกรไว้แต่มันก็ไม่ได้ปิดบังพลังบ่มเพาะของมัน
สัตว์อสูรชั้นยอด!
ชายชราหลี่มองไปที่มังกรโลหิตสงครามร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
เขารู้สึกได้ว่าสัตว์อสูรตรงหน้ามีพลังมากพอที่จะฆ่าเขาได้ในพริบตามันต้องเป็นสัตว์อสูรชั้นยอดที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอนจากนั้นเขาก็มองไปที่เย่เทียนและตกตะลึงอีกครั้ง
“ระดับปรมาจารย์!”
ขอบเขตปัจจุบันของเย่เทียนคือปรมาจารย์ไม่ใช่นักรบผู้เชี่ยวชาญเเล้ว
ไม่เพียงแค่ตาเฒ่าหลี่เท่านั้นแต่ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ ก็ตกตะลึงเช่นกัน
เหตุผลที่พวกเขาเรียกเย่เทียนว่าปรมาจารย์ก็เพราะเย่เทียนมีพลังต่อสู้ที่เหนือกว่าระดับปรมาจารย์ทั่วไปแม้เขาจะสามารถสังหารปรมาจารย์ระดับธรรมดาได้แต่พลังบ่มเพาะของเขาก็ยังคงเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญ
แต่ตอนนี้เย่เทียนได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์แล้ว
เย่เทียนที่อยู่ในระดับนักรบผู้เชี่ยวชาญยังสามารถสังหารปรมาจารย์ได้เมื่อเขากลายเป็นปรมาจารย์ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถฆ่าปรมาจารย์ได้ด้วยการโบกมือหรอกหรือ?
นี่คือความยําเกรง
ทุกคนยิ่งยําเกรงเย่เทียนมากขึ้นไม่กล้าแสดงท่าทีไม่สุภาพเลยแม้แต่น้อย
“ปรมาจารย์เย่ ท่านกลับมาได้อย่างไร?”
ตาเฒ่าหลี่แสดงท่าทางนอบน้อมเขาไม่กล้าที่จะแผ่กลิ่นอายของปรมาจารย์ออกมาเหมือนก่อนหน้านี้ราวกับว่าเขาเป็นเพียงคนรับใช้ที่ต่ำต้อยที่กำลังพูดอยู่กับเจ้านาย
“ฐานหลินไห่กำลังจะประสบกับวิกฤติ ดังนั้นผมจึงกลับมา!”
เย่เทียนไม่ได้ปิดบังอะไรเขาต้องบอกคนของฐานหลินไห่ เพราะคนเหล่านี้มีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังหวังว่าผู้เฒ่าหลี่และคนอื่นๆ จะร่วมมือกันช่วยเขาในการจัดการเรื่องต่างๆ
“ฐานหลินไห่อยู่ในวิกฤติ!!!!”
ตาเฒ่าหลี่กล่าวด้วยความตื่นตระหนก
เดิมทีเขาก็เดาว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้เขาจึงได้จัดการประชุมขึ้นแต่เขาก็ยังไม่แน่ใจ อีกทั้งในใจก็ยังมีความหวังว่ามันจะไม่เป็นดั่งที่เขาคิดแต่ตอนนี้เย่เทียนที่กลับมาจากฐานทะเลมารได้บอกด้วยตัวเองว่าฐานหลินไห่กําลังตกอยู่ในอันตราย
“ปรมาจารย์เย่ โปรดช่วยฐานหลินไห่ด้วย!”
หลินว่านหลี่ขอร้อง
ผู้ฝึกยุทธ์และผู้เฒ่าหลี่คนอื่นๆรีบขอร้องเย่เทียน
“ปรมาจารย์เย่ โปรดช่วยฐานหลินไห่ด้วย!”
“เฮ้อ!”
เย่เทียนถอนหายใจเฮือกหนึ่งและโบกมือพร้อมกล่าวว่า
“ครั้งนี้ที่ผมกลับมาก็เพราะต้องการจัดการเรื่องนี้แต่ผมขอเตือนพวกคุณก่อนว่าถ้าผมสู้ไม่ได้ผมจะไม่อยู่ที่ฐานหลินไห่และจะหนีไปทันที”
“พวกคุณก็เช่นกัน...พวกคุณต้องเตรียมพร้อมที่จะหลบหนีได้ทุกเมื่อแต่จะหนีรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับโชคของแต่ละคน!”
สีหน้าของตาเฒ่าหลี่เปลี่ยนไปขณะถามว่า
“ปรมาจารย์เย่ หรือว่าราชาอสูรที่ทำลายฐานเขี้ยวเหล็กกำลังจะโจมตีฐานหลินไห่?”
“ไม่ใช่!” เย่เทียนส่ายหัว
“ถ้าเป็นภัยพิบัติเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับฐานเขี้ยวเหล็กผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาของฐานทะเลมารจะไม่ปล่อยฐานหลินไห่ให้เผชิญกับวิกฤติเช่นนี้เพราะที่นี่คือประตูสู่ฐานทะเลมาร แต่ตอนนี้ฐานทะเลมารไม่สามารถช่วยฐานหลินไห่ได้เพราะแม้แต่ฐานทะเลมารก็อาจจะต้องล่มสลายเช่นกัน!”
อะไรนะ!!!
ข่าวนี้ทำให้ตาเฒ่าหลี่และคนอื่นๆตกตะลึง
ฐานทะเลมารเป็นฐานขนาดใหญ่มีปรมาจารย์อยู่นับไม่ถ้วน และระดับราชาก็มีอยู่ไม่น้อยฐานขนาดใหญ่เช่นนี้จะล่มสลายได้หรือ? แล้วหายนะที่พูดถึงคืออะไรกันแน่?
พวกเขานึกภาพไม่ออกไม่แม้แต่จะสามารถจินตนาการถึง!
“ฐานหลินไห่ของเราจะตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกับฐานทะเลมารหรือไม่?”หลินว่านหลี่กล่าวอย่างสิ้นหวัง
“ใช่!” เย่เทียนพูดอย่างจริงจังต่อว่า
“ผมเองก็ไม่รู้รายละเอียดเช่นกันผมรู้แค่ว่าคลื่นสัตว์อสูรที่ไม่เคยมีมาก่อนกําลังจะอุบัติขึ้นฐานทะเลมารและฐานใหญ่อื่นๆ ก็อยู่ในระยะที่จะถูกโจมตี สำหรับฐานขนาดเล็กอย่างฐานหลินไห่นั้นเป็นเพียงพื้นที่ชายขอบของการโจมตีเท่านั้นแต่ถึงแม้จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ฐานขนาดเล็กจะสามารถป้องกันได้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ฐานทัพทะเลมารจึงจำเป็นต้องปกป้องฐานของตัวเองโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้นมันทำให้เวลานี้พวกเขาไม่มีทางจะไปช่วยสนับสนุนฐานอื่นได้”
“ผมเข้าใจแล้ว!”
ในที่สุดหลินว่านหลี่กระจ่างแจ้งว่าทำไมคนของหอยุทธ์และธนาคารถึงหนีออกไป
ในความคิดของพวกเขาแม้ว่าฐานทัพทะเลมารจะตกอยู่ในอันตรายแต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะรับมือได้มากกว่าฐานหลินไห่ หากไม่มีเหตุไม่คาดฝันฐานหลินไห่คงจะถูกทำลายกลายเป็นเศษซาก
“ปรมาจารย์เย่ พวกเราสามารถย้ายไปหลบภัยในฐานทะเลมารในตอนนี้ได้หรือไม่?”หลินว่านหลี่ถามอย่างมีความหวัง
“ไม่มีทางเป็นไปได้!”
เย่เทียนปฏิเสธข้อเสนอของหลินว่าหลี่และอธิบายว่า“คนส่วนใหญ่ในฐานทะเลมารไม่รู้เรื่องคลื่นสัตว์อสูรเพราะเหล่าผู้มีอำนาจต่างกลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดความตื่นตระหนกตอนนี้มีเพียงสมาชิกหลักของกองกําลังใหญ่เท่านั้นที่รู้ถ้าพวกคุณต้องการอพยพไปฐานทะเลมาร นี่ไม่ใช่ว่ามันต้องเกิดเหตุวุ่นวายหรอกหรือ? พวกคุณเชื่อหรือไม่ว่าขุมกําลังใหญ่เหล่านั้นจะส่งคนออกมาสังหารพวกคุณนอกฐานทะเลมารน่ะ?”
อึก!
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปและเลิกคิดถึงหนทางนี้
“ปรมาจารย์เย่ แล้วพวกเราควรทำอย่างไรดี?”
ชายชราหลี่ถาม
เขาเป็นปรมาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ได้มากกว่า 100 ปีแน่นอนว่าเขายังไม่อยากตาย!
“เริ่มจากสร้างค่ายกลก่อน ตามการคาดคะเนของผม ก่อนคลื่นสัตว์อสูรจะมาเรายังมีเวลาอย่างน้อยสองสามวัน ผมจะสร้างค่ายกลป้องกันขึ้นมาอย่างน้อยมันคงจะมีประโยชน์บ้าง”
เย่เทียนกล่าว
“ค่ายกล? ปรมาจารย์เย่ ท่านเป็นจอมเวทค่ายกลด้วยหรือ?”
ตาเฒ่าหลี่ประหลาดใจ
เขาเคยไปที่ฐานทะเลมารและรู้ถึงรูปแบบค่ายกลของฐานทะเลมารและยังรู้ว่าจอมเวทค่ายกลนั้นเป็นตำแหน่งที่สูงเพียงใด
“ผมพอมีความรู้อยู่บ้าง!
เย่เทียนพยักหน้าตอบ
“ปรมาจารย์เย่ เช่นนั้นแล้วพวกเราช่วยอะไรได้บ้าง?” ตาเฒ่าหลี่มองไปยังเย่เทียน
“พวกคุณช่วยสร้างแผ่นจานค่ายกลมาให้ผมก็พอ ของสิ่งนี้ไม่ซับซ้อนเพียงแต่ต้องใช้วัตถุดิบระดับสูงใช้วัตถุดิบที่มีพลังปราณสร้างแผ่นจานค่ายกลขึ้นมาร้านช่างตีเหล็กที่ฐานหลินไห่ก็สามารถสร้างได้ พวกคุณช่วยจัดหามันมาให้ผมที”
เย่เทียนสั่งทุกคน
“ได้ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้!”
ทุกคนรีบแยกย้ายไปทำแผ่นจานค่ายกลทันทีและเย่เทียนเองก็เริ่มสลักค่ายกลเช่นกันส่วนใหญ่แล้วเขาจะเน้นไปที่ค่ายกลป้องกันและค่ายกลโจมตี
การเดินทางมาครั้งนี้
เขานําแผ่นจานค่ายกลติดตัวมาด้วยไม่น้อยแต่แน่นอนว่ามันยังไม่เพียงพอ ดังนั้นเขาจึงให้ตาเฒ่าหลี่และคนอื่นๆช่วยสร้างแผ่นจานค่ายกลขึ้นมา!
สลัก!
สลัก!
เย่เทียนจารึกรูปแบบอักขระค่ายกลลงบนแผ่นจานค่ายกลด้วยพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุดของเขาภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีเขาก็สามารถสลักค่ายกลระดับเริ่มต้นได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเย่เทียนก็สามารถสลักแผ่นค่ายกลระดับกลางได้
สำหรับค่ายกลระดับสูงนั้นเขายังไม่มีความสามารถมากพอในการจารึกเพราะขอบเขตด้านค่ายกลของเขาเป็นเพียงจอมเวทค่ายกลขั้นกลางเท่านั้น
“ใช้แผ่นจานค่ายกลระดับเริ่มต้นเป็นส่วนใหญ่แผ่นจานค่ายกลระดับกลางเป็นส่วนเสริม!”
นี่เป็นแผนการเย่เทียนตั้งเป้าหมายไว้คร่าวๆ
เวลาค่อยๆไหลผ่านไป
เย่เทียนสามารถสร้างแผ่นจานค่ายกลระดับเริ่มต้นได้ประมาณ100แผ่นต่อวันแต่เขายังไม่ได้เริ่มสลักอักขระค่ายกลระดับกลางเลยสักแผ่นเขาทุ่มเทกับการสลักค่ายกลโดยไม่ได้พักผ่อนและไม่ได้มีเวลาฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย
พริบตาเดียวห้าวันก็ผ่านไป
เย่เทียนสร้างแผ่นจานค่ายกลระดับเริ่มต้นทั้งหมด489แผ่น และแผ่นจานค่ายกลระดับกลางอีก 18 แผ่น
หลังจากนั้น
เย่เทียนนำแผ่นจานค่ายกลป้องกันทั้งหมดให้ตาเฒ่าหลี่และคนอื่นๆไปฝังบนกําแพงเมืองรอบฐานหลินไห่ส่วนค่ายกลโจมตีนั้นวางไว้ที่ว่างด้านนอกฐานหลินไห่
ในช่วงเวลานี้ฐานหลินไห่ปิดประตูและไม่อนุญาตให้ผู้คนเข้าออกเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับค่ายกลโดยไม่ตั้งใจ
เย่เทียนพักผ่อนอยู่ครึ่งวันและไม่ได้สร้างค่ายกลเพิ่มอีกมิฉะนั้นสภาพร่างกายของเขาจะแย่ลง หากพลังการต่อสู้ของเขาลดลงนั่นจะเป็นเรื่องใหญ่
ค่ายกลเป็นเพียงการยับยั้งฝูงสัตว์อสูรฝูงเล็กเท่านั้นหากต้องการปกป้องไม่ให้ฐานหลินไห่ถูกทำลาย สิ่งที่พึ่งพาได้จริงๆคือพลังการต่อสู้ของเขาดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องรักษาสภาพร่างกายของเขาให้สมบูรณ์พร้อมที่สุด