ตอนที่ 76 เปิดสาขาใหม่ในห้างธาราบุรี
‘ฉับ~!’
ริบบิ้นสีแดง ที่ขวางอยู่หน้าร้านได้ถูกพีท แชมป์และฝ้าย ช่วยกันตัดออก…เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีแล้ว พีทได้เรียกทุกคนมาถ่ายรูป ทุกคนต่างยิ้มด้วยความงุนงง ขนาดพี่ๆ ทีมงาน WeAreOne ที่ส่งทีมมาเก็บภาพบรรยากาศให้ ก็ยังต้องอึ้งไปกับความรวดเร็วของพิธีการนี้เลย
“ขอให้ขายดีนะน้อง” พี่จ๊อบสวมกอดพีท ก่อนจะยกทีมงานหลายสิบคน เข้าไปจับจองพื้นที่ด้านในร้าน เพื่อประเดิมกิจการเป็นกลุ่มแรก
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ หวังว่าร้านและห้างจะทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น” ผู้ดูแลห้างที่ส่งมาร่วมพิธี เข้ามาจับมือกับพีท ก่อนที่เธอจะลาจากไป ทิ้งไว้ก็แต่ คุณนารา พนักงานฝ่ายขายที่เคยติดต่อกับพีทและแชมป์อยู่เป็นประจำ
“ยินดีด้วยจริงๆ นะคะ หวังว่าธุรกิจของทั้งสองท่านจะเป็นไปได้สวย…ดิฉันสัญญาว่าจะช่วยขอผู้ใหญ่เพื่อจัดป้ายโฆษณาร้านให้มากกว่านี้ค่ะ” คุณนาราเองก็รู้สึกเกรงใจพีทอยู่ไม่น้อย เพราะดูเหมือนว่าทางห้างจะไม่ได้ให้ความสนใจกับร้านของพวกเขาเท่าที่ควร
ผิดกับร้านฟาสต์ฟู้ดใหญ่ๆ อย่าง QFC และ McBurger ที่แค่ขออะไร ทางผู้ใหญ่ในห้างก็จัดให้ทุกอย่าง
หากแต่ร้าน Chicky CPF ของพีทกลับขออะไรไป ก็แทบจะถูกปฏิเสธกลับมาทั้งหมด ขนาดขอแค่ตั้งป้ายเชิญชวนร้านไว้ในลิฟต์ก็ยังถูกปฏิเสธ จะมีก็แต่ป้ายเล็กๆ ที่อยู่ตรงมุมทิ้งขยะ ที่ทางห้างยอมมอบให้ มันทำให้นารารู้สึกผิดและรู้สึกแย่มากที่ทำอะไรให้กับพีทและร้านของเขาไม่ได้เลย
“ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าคุณนาราทำเต็มที่แล้ว” พีทรู้ดีว่า นารา นั้นทำเพื่อร้านของเขามากแค่ไหน เธอวิ่งเต้นขอนู้นขอนี้ จนถูกผู้จัดการของเธอด่าทอเสียยกใหญ่ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เพื่อที่จะขอให้ร้านของพีท ได้รับการโฆษณาที่มากกว่านี้หน่อย
แต่กระนั้นด้วยตำแหน่ง ด้วยอำนาจที่เธอมี แม้เธอจะได้รับความดีความชอบที่สามารถปิดพื้นที่การขายที่ทำเลอับเฉานี้ได้ แต่นั้นก็ไม่เพียงพอให้เธอได้รับอำนาจในการทำงานอย่างเต็มที่ จนนารามีความคิดเล็กๆ บังเกิดขึ้นมาในใจ ว่าเธอคิดอยากที่จะลาออก หลังจากจัดการเรื่องของร้าน Chicky CPF เสร็จแล้วนั่นเอง
นาราตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้พอเธอ ส่งร้านไก่ทอดให้เปิดให้บริการได้แล้ว เธอจะยื่นจดหมายลาออกและย้ายไปทำงานที่อื่น
ซึ่งซองจดหมายลาออกก็ยังเหน็บไว้ที่ชุดสูทของเธออยู่เลย เพื่อที่จะเตรียมไปยื่นหลังจากเสร็จจากงานเปิดร้านนี้
แต่ทว่าในระหว่างที่เธอเอื้อมมือออกไปจับกับพีท เสื้อคลุมของเธอที่มันไม่ได้มีราคามากเท่าไร เป็นเสื้อชุดสูทสำเร็จรูปที่ไม่ได้ตัดให้พอดีกับตัวของเธอ มันก็พลันเผยอออกมาให้พีทได้เห็น
พีทเห็นจดหมายที่จ่าหน้าซองลาออกเช่นนั้น ก็รับรู้ได้ในทันทีว่า คุณนาราคิดจะทำอะไร
“คุณนารามีเวลาสักเดี๋ยวไหมครับ รบกวนไปคุยกับผมที่ด้านในร้านหน่อย อย่างน้องก็ลองชิมไก่ทอดของร้านเราหน่อย ถือว่าผมเลี้ยงคุณนาราสักมื้อ” พีทเดินนำนาราเข้ามาในร้าน โดยระหว่างนั้นเขาก็เรียกพี่แพรมาด้วย
พี่แพรทำหน้างงๆ แต่ก็ตามพีทไปโดยไม่ได้ตั้งคำถามอะไร “เอาไก่วิงซ์แซ่บและไก่เกาหลี มาอย่างละชุด คุณนาราอยากทานน้ำอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?” ทันทีที่พีทนั่งลง พนักงานที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี หรือก็คืออดีตพนักงานพาร์ตไทม์จากร้าน QFC ที่เป็นเพื่อนร่วมงานเก่าของพีท ก็เข้ามารับเมนู ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส
“เอาเป็นน้ำเปล่าก็พอค่ะ” คุณนาราตอบ ด้วยท่าทางรู้สึกเกร็งๆ เล็กน้อย ที่จู่ๆ ก็ถูกพีทเรียกตัวเข้ามาคุยเป็นการส่วนตัว ซึ่งเธอกลัวว่าพีทจะต่อว่าเธอที่ไม่อาจจัดพื้นที่โฆษณาให้กับร้านให้กับเขาได้นั่นเอง
“คุณนารา นี้พี่แพร พี่สาวของผมครับเธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผมเอง…พี่แพรนี่คือคุณนารา พนักงานฝ่ายขายที่ช่วยเดินเรื่องในห้างให้กับร้านไก่ทอดของเราครับ” พีทแนะนำพี่แพรให้กับคุณนาราได้รู้จัก และได้ทำการพี่แพรให้รู้จักอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
ทั้งสองยิ้มให้กันตามมารยาท แต่กระนั้นก็ยังไม่เข้าใจถึงเหตุผลของพีทว่าเรียกพวกเขามาทำไม “พี่แพรผมอยากรับสมัครคุณนาราให้มาเป็นพนักงานฝ่ายขายให้กับผมครับ คุณนารามีศักยภาพที่โดดเด่น ที่น่าจะร่วมงานกับบริษัทของเราได้ พี่แพรช่วยสัมภาษณ์เธอให้ผมได้ไหมครับ” พีทพูดความต้องการเสร็จของเขาเสร็จก็ลุกออกไป
โดยพีทได้ทิ้งทั้งสองคนไว้ที่โต๊ะ ส่วนตัวเขาเอง ออกไปเฮฮากับเหล่าบรรดาๆ ทีมงาน WeAreOne ที่ดูเหมือนการมาของพวกพี่ๆ จะเป็นการชักจูงลูกค้าวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี
‘เฮ้ยนั้นๆ พี่ WeAreOne หรือเปล่า? ต้องใช่แน่ๆ นั้นพี่จ๊อบ พี่อิท พี่เจเจ มากันหมดเลย’
‘แกดูร้านนี้ซะก่อน จำไก่ทอดที่พวกพี่ๆ เขากินในคลิปก่อนๆ ได้ไหม สงสัยมาเปิดร้านที่ห้างแล้ว ฮ่าฮ่า ยังงี้ก็สวยสิ ฉันจะได้ลองชิมสักทีว่ามันจะอร่อยแค่ไหน’
‘รีบไปต่อแถวเร็วเข้าเบบี้ เด็กนักเรียนพวกนั้นมากันหลายสิบคนเลย’
การมาของเหล่าทีมงาน WeAreOne ถือเป็นการโฆษณาที่ดีที่สุด สำหรับร้านเล็กๆ ที่ไร้ชื่อเสียงของพีท เด็กวัยรุ่น นักศึกษา ตลอดจนคนทำงานที่มีอายุอยู่ในช่วง 15-30 ปี ล้วนจดจำพวกเขาได้
ประกอบกับทีมงาน WeAreOne มักจะใส่เสื้อที่เป็นช่องของตัวเองไปไหนมาไหนอยู่แล้วด้วย มันเลยยิ่งทำให้พวกเขาเป็นที่สนใจมากขึ้น ดังนั้นการมาของพวกเขาจึงช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าได้ไม่มากก็น้อย
ร้านไก่ทอด Chicky CPF เปิดได้ไม่ทันไร ก็พลันมีลูกค้าเข้ามาต่อแถวในร้านกันเป็นจำนวนมากแล้ว พวกเขาต่างอยากรู้และอยากลองไก่ทอดที่เคยเห็นในคลิปวิดีโอ ซ้ำยังราคาไม่แพง ภายในไม่กี่นาที ร้านก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน จนโต๊ะเกือบจะเต็มแล้ว
พีท แชมป์และฝ้าย มองดูลูกค้าที่เนืองแน่นด้วยความอิ่มเอมใจ ความฝันของพวกเขาดูเหมือนว่าจะสำเร็จแล้ว
“นี่มันเหมือนฝันเลย” ฝ้ายยิ้ม พลางน้ำตารื้นขึ้นมา เมื่อมองเห็นร้านของเธอกำลังไปได้สวย
“ฝันอะไรกัน เธอยังไม่ตื่นเหรอฝ้าย หรือเตียงของพีทมันนอนสบาย?” แชมป์แอบแซว เรื่องเมื่อหลายวันก่อน แต่พีทและฝ้ายก็แอบเห็นว่าแชมป์เองก็แอบน้ำตาไหลเหมือนกัน เพราะให้พูดกันตามตรง ร้านไก่ทอดสาขานี้เป็นแชมป์ที่เข้ามาดูแลและควบคุมงานเกือบทั้งหมด
“ฝันของพวกเรายังอีกไกล อย่าลืมสิห้างในจังหวัดธาราบุรี ยังมีอีกตั้งหลายห้าง…ถึงจะเทียบกับห้างของที่นี่ไม่ได้ แต่เราก็ต้องไปเปิดสาขาให้คลุมทั่วจังหวัดและถึงวันนั้นเราจะบุกกรุงเทพกัน” พีทวางแผนเอาไว้หมดแล้ว หากแต่แผนของเขามันทำเอาแชมป์และฝ้าย ถึงกับอ้าปากค้าง
เปิดสาขาใหม่วันแรก ยังไม่ทันที่กลิ่นจะหายใหม่ ก็เริ่มคุยถึงเปิดสาขาเพิ่มอีกแล้วเหรอ?!
แชมป์และฝ้าย หันมามองพีทด้วยความทึ่ง แต่ก็เข้าใจได้ ถ้าหากสาขานี้สามารถทำกำไรได้สูง พวกเขาก็สามารถนำกำไรนี้ไปต่อยอดเพื่อเปิดสาขาอื่นๆ ต่อได้ ยิ่งประกอบกับตอนนี้ที่สาขาแรกก็ได้ขยายร้านเป็นตึกแถวสองหลังติดกันแล้ว และได้มีแอปพลิเคชันส่งอาหารเพิ่มเข้ามา มันทำให้รายได้ของไก่ทอดที่พวกเขาขายได้ในแต่ละวัน มันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีเลยทีเดียว
“ก็นึกว่าคนโง่ที่ไหน มาเปิดร้านใหม่ในพื้นที่ตรงนี้ ที่แท้ก็เป็นพวกแกสามคนเองสินะ ฮ่าฮ่า” ในระหว่างที่พีท แชมป์และฝ้ายกำลังยืนชื่นชมร้านของพวกเขาจากมุมมองด้านนอก ด้านหลังของพวกเขาก็มี ดิวตี้ ไม่สิ จะเรียกว่าดิวตี้ไม่ได้แล้ว เพราะอีกฝ่ายตอนนี้ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าสาขาแล้ว
ถึงอย่างนั้นแม้จะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าสาขา แต่สำหรับพีทและเพื่อนๆ ของเขานั้น คนๆ นี้ก็ยังเป็นได้แค่รองหัวหน้าสาขาหรือดิวตี้อยู่ พวกเขาขี้เกียจเปลี่ยนสรรพนามเรียกและให้ค่า มอบชื่อกับคนๆ ประเภทนี้อยู่ดี
ดิวตี้ที่เคยมีเรื่องกับพีทและแชมป์ได้เข้ามาเยาะเย้ย ถากถางเกี่ยวกับร้านใหม่ของพวกเขา ซึ่งสายตาที่มองเข้ามา แม้ปากจะพูดด่าทอและดูแคลนร้านของพวกเขาสักแค่ไหน แต่พีทก็มองออกว่าดิวตี้คนนี้กำลังรู้สึกอิจฉาและทึ่งในความสามารถของพวกเขาอยู่ ที่สามารถเปิดร้านในห้างได้แล้ว
ทั้งๆ ที่เมื่อช่วงสองเดือนก่อน ทั้งสามคนยังเป็นแค่พนักงานพาร์ตไทม์ ลูกน้องของตัวเองกันอยู่เลย แต่วันนี้ผ่านไปไม่กี่เดือน ทั้งสามได้กลับมายืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขาในฐานะเจ้าของร้านไก่ทอด ที่ประกาศตัวว่าเป็นคู่แข่งกับร้าน QFC โดยตรง เช่นนี้แล้ว ดิวตี้ จะไม่รู้สึกอิจฉาพวกเขาได้ยังไง
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ ร้านใกล้เรือนเคียงกันแบบนี้…หากขาดเหลืออะไร มาหยิบยืมที่ร้านของผมก่อนได้นะครับ” พีทตอบกลับ อันที่จริงตามร้านฟาสต์ฟู้ดด้วยกันถึงเปลือกนอกจะเป็นคู่แข่งกันก็จริง
แต่เวลาที่บางร้านขาดเหลืออะไร ดั่งเช่นน้ำแข็งหรือหัวเชื้อน้ำอัดลมหมด พวกเขาก็มักจะมาขอหยิบยืมจากร้านข้างเคียงอยู่เสมอๆ ดังนั้นพีทเลยจงใจพูดประโยคนี้ออกไปเพื่อจิกกัดอีกฝ่ายเล่นๆ
“คงไม่ล่ะ ไม่รู้ว่า ข้าวของผ่านมาตรฐานหรือเปล่า? ว่าแต่ในร้านลูกค้าดูแน่นดีนะ จ้างมาเท่าไรล่ะ” ดิวตี้ได้ชะเง้อหน้ามองเข้าไปในร้าน พลางพบเห็นลูกค้าที่เนืองแน่น แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ดิวตี้ถึงกับชะงักงันไปเลยก็คือ
เธอเห็นพี่แตง อดีตผู้จัดการ QFC สาขาห้างธาราบุรีกำลังยืนคุมงานอยู่ในนั้น อีกทั้งพนักงานพาร์ตไทม์ที่ตนเองได้ไล่ออกไปอยู่ด้วยอีก 4-5 คน กำลังยืนรับออร์เดอร์ กำลังเดินเสิร์ฟด้วยท่าทางแข็งขัน
“ฮ่าฮ่า ร้านของพวกแกสามคน เป็นที่ทิ้งขยะเหรอ? ถึงได้รวมพลคนโดนไล่ออกไปอยู่ที่ร้านแบบนี้” ดิวตี้แอบหัวเราะ ในใจรู้สึกเวทนาที่เห็นพี่แตงต้องกลายมาเป็นลูกน้องของลูกน้องตัวเองแบบนี้
“ถังขยะ? ที่นี่หรือที่นั่นเหรอครับที่เป็นถังขยะ แหล่มรวมคนไม่เอาไหน” พีทสวนกลับ เขาไม่ใช่คนใจเย็นและยอมคนที่มาดูถูกตัวเองอยู่แล้ว ฉะนั้นเรื่องต่อปากต่อคำ เขาก็ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน
ยิ่งที่ร้านของเขาได้รับเอาพนักงานพาร์ตไทม์อย่าน้องลาเต้ ที่เป็น LGBTQ+ มาเป็นพนักงานหลักด้วยแล้ว เหมือนพีท แชมป์และฝ้าย ติดบัฟสกิลฝีปากมาโดยปริยาย
“. . .” ดิวตี้โดนพีทสวนเข้ามาแบบนี้ ก็รู้สึกเสียหน้าอย่างแรง…แต่ทว่าในขณะที่กำลังจะถอยหลังกลับไป ทางด้านของพี่แตงก็เดินสวนออกมาจากร้าน ราวกับเธอนั้นได้ยินคำพูดทั้งหมดในก่อนหน้าของดิวตี้ที่พูดว่าร้านไก่ทอดของพีทเป็นแหล่งรวมขยะ ที่รับคนถูกไล่ออกนั่นเอง
ก็แหงล่ะ พี่แตงได้ยินอยู่แล้ว…เพราะพีทได้แอบเปิดไมค์ ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารสำหรับพูดคุยกันภายในร้านคล้ายๆ กับ ‘วอล์คกี้ ทอล์คกี้’ เอาไว้
โดยอุปกรณ์นี้ พีทได้สั่งเข้ามาใช้งานตั้งแต่ที่ร้านแรกแล้ว เพื่อเอาไว้พูดคุยกันระหว่างหน้าร้านและห้องครัว เพื่อสื่อสารกันอยู่ตลอด ว่าไก่ทอดรสไหนใกล้หมดเป็นต้น
ซึ่งอุปกรณ์นี้มันช่วยให้การทำงานระหว่างหน้าร้านและหลังร้าน ราบรื่นดีมาก อีกทั้งยังลดการตะโกนกันไปมาข้ามหัวลูกค้าอีกด้วย
“โอ้ เลื่อนเป็นผู้จัดการสาขาแล้วเหรอ? ดีใจด้วยนะ ว่าแต่ยอดขายเป็นยังไงบ้าง กระเตื้องขึ้นบ้างหรือยัง” พี่แตงเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูปลอมๆ ชอบกล น้ำเสียงของเธอแสร้งทำเป็นดูเป็นห่วง แต่จริงๆ แล้วอยากจะด่าอีกฝ่ายอยู่เต็มอก
“. . .” ดิวตี้ไม่ตอบอีกครั้ง โดยถึงแม้ว่าพี่แตงจะลาออกไปแล้ว แต่ตัวของดิวตี้ก็แอบกลัวพี่แตงอยู่เล็กน้อย ยิ่งประกอบกับตอนนี้ไม่มีพ่อของตนเอง คุมกะลาหัวกดข่มพี่แตงให้กลับตนเองอีกแล้ว
หากต้องมีเรื่องกันจริงๆ แม้ดิวตี้คนนี้จะเป็นผู้ชาย แต่ก็เป็นผู้ชายที่ใจปลาซิว ไม่กล้าเจอกับตัวแม่อย่างพี่แตงด่าตรงๆ
ส่วนยอดขายของร้าน QFC อย่าพูดถึงเลย ตอนนี้ตัวมันเองก็เดือดร้อนไม่แพ้กัน มันเหมือนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ร้อนๆ ที่ไม่รู้จะตกเหวเมื่อไร ซึ่งพ่อของมันก็ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ ซ้ำยังกดดันให้รีบทำยอดขายให้ดีขึ้นกว่านี้ ไม่เช่นนั้นตัวมันเองและพ่อ อาจจะกระเด็นหลุดออกจากตำแหน่งก็เป็นได้
ยอดขาย QFC ในจังหวัดธาราบุรี ได้กลายเป็นจังหวัดที่มียอดขายตกต่ำมากที่สุดในจังหวัดทั้งหมดของสาขา QFC ในประเทศไทย ลำพังแค่ต่ำที่สุดในปริมณฑลก็ว่าแย่แล้ว นี้เล่นต่ำติดดินเทียบเท่ากับจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดใหญ่ด้วยยิ่งหนัก
ดิวตี้เองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับยอดขายที่ร้าน ไล่ผู้จัดการคนเก่าออกก็แล้ว ขึ้นมาบริหารเอง จัดแคมเปญหนักแค่ไหน ก็เหมือนเอางบไปละลายแม่น้ำ
ลูกค้าไม่กินกันอยู่ดี…นี้เลยเป็นเรื่องปวดหัวให้กับดิวตี้ของร้าน QFC ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา
จวบจนถึงวันนี้ค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย เมื่อเห็นว่าร้านที่มาเปิดใหม่คือร้านไก่ทอดของอดีตลูกจ้างของตัวเองที่มาเปิดร้านในตำแหน่งที่เป็นพื้นที่ที่พากันเจ๊งกันทั่วหน้าของห้าง เลยคิดหวังอาศัยจังหวะนี้มาทำให้อารมณ์ดี แต่ผิดคาด โดนด่าสวนกลับมาจนแทบจะล้มทั้งยืน
“ไม่ค่อยดีเหรอ งั้นก็สู้ๆ หน่อยนะ…หากมีอะไรก็ข้ามมาปรึกษาฉันได้ อ้อ ลืมไป บางวันฉันอาจจะไม่อยู่ที่ร้านเพราะตำแหน่งของฉันคือผู้จัดการพื้นที่น่ะ” พี่แตงยิ้มและเดินเชิดจากไป โดยมี พีท แชมป์และฝ้าย แอบยกนิ้วโป้งให้
‘ตำแหน่งผู้จัดการพื้นที่??!!’ นี้มันตำแหน่งเทียบเท่ากับพ่อของมันเลยนะสิ!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy