บทที่ 109 ไท่ซางเหล่าจวินโดนเตะออกจากกลุ่ม
เย่จื่อเฉินผลักซูอี้อวิ๋นออกไปนอกร้าน ก่อนจะล็อกประตูร้านจากด้านในโดยไม่สนใจเสียงร้องโวยวายของเขา
มองดูเขาสาธยายให้ฟังจากข้างนอกอยู่นาน สักพักโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“เจ้าบ้านี่ ได้ผลประโยชน์แล้วถีบหัวส่งฉันเลยนะ”
เย่จื่อเฉินหัวเราะร่วน ก่อนจะตอบกลับเขาไปว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับไปซูอี้อวิ๋นที่อยู่ข้างนอกก็ชูนิ้วกลางให้เขา แล้วก็เชิดหน้าก่อนจะเดินหนีไปทันที
“เทพเซียนอะไรนั่นทักมาหานายเหรอ?”
หลิวฉิงที่อยู่กับเย่จื่อเฉินรับรู้ความลับทุกอย่างของเขาเธอพอจะเดาได้ ซึ่งเย่จื่อเฉินก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
เย่จื่อเฉินพยักหน้ารับแล้วจึงนั่งลงที่พื้นหลิวฉิงลอยอยู่ข้างหลังเขาดวงตากลมเล็กจ้องมองโทรศัพท์ของเขาด้วยความอยากรู้
เย่จือเฉิน : อะแฮ่มข้ามาแล้ว
ราชาวานร : ท่านมาช้าเกินไปนะข้าเตรียมจะกลับเขาฮัวกั่วแล้ว
องค์ชายสามนาจา : อิอิข้ากินนมเปรี้ยวหมดแล้ว (ท้ายประโยคมีสติกเกอร์น้ำลายไหล)
ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : ท่านเง็กเซียนท่านจะให้ข้าทำอะไร?
ยี่หนึงจินกุน : ให้อาหารหมาอยู่พวกท่านคุยกันไปก่อน เดี๋ยวข้าย้อนอ่าน
ผู้เฒ่าจันทรา : สหายเซียนพวกเราเลิกประชุมแล้ว ถึงเวลาคุยเรื่องนั้นกันสักที
ไท่ซางเหล่าจวิน : เร็วๆ
เร็วๆ เหรอ
เหอะ
เย่จื่อเฉินกระตุกยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะเตะไท่ซางเหล่าจวินออกจากกลุ่มไปทันที
“อ้าว นายไปเตะเขาออกจากกลุ่มทำไม”
หลิวฉิงอุทานออกมา เย่จื่อเฉินชำเลืองมองเธอเล็กน้อย แล้วต่อว่า
“เธอลืมวันนั้นที่ฉันโดนจับไปที่สถานีตำรวจแล้วหรือไงตาเฒ่านี่ขึ้นราคาของกับฉัน คนแก่แบบนี้ฉันจำเป็นต้องสนใจเขาด้วยเหรอ?”
“แต่เขาคือไท่ซางเหล่าจวินเลยนะ บนสวรรค์เขาเก่งมากเลยไม่ใช่เหรอ”
เห็นได้ชัดว่าหลิวฉิงปรับตัวให้เข้ากับความลับของเย่จื่อเฉินได้มากแล้วที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอเชื่อหมดใจว่ามีสวรรค์อยู่จริงๆ
“เก่งแล้วมีประโยชน์อะไรมีคนไหนในกลุ่มของฉันที่ไม่มีความสามารถบนสวรรค์บ้าง”
เย่จื่อเฉินยิ้มอย่างอาฆาตมาดร้าย ไม่นานนัก เขาก็เห็นว่าไท่ซางเหล่าจวินได้ส่งข้อความมาหา
ไท่ซางเหล่าจวิน : สหายเซียนทำแบบนี้หมายความว่าไง?
หมายความว่าไง!
เหอะ
ปัดมือลบเพื่อนทันที
เมื่อกลับเข้ามาในแชทกลุ่ม ก็เห็นว่าคนในกลุ่มเอาแต่ถามเซ้าซี้เย่จื่อเฉินถึงได้เดือดขึ้นอีกครั้ง
เย่จือเฉิน : ไปลบแกะดำออกจากกลุ่มมาเรามาคุยกันต่อเถอะ
ผู้เฒ่าจันทรา : สหายเซียน ท่านหมายถึงไท่ซางเหล่าจวินเหรอ?
เย่จื่อเฉิน : ใช่ เขานั่นแหละ
องค์ชายสามนาจา : ท่านปู่เป็นอะไรเหรอ
ราชาวานร : เหอะ เตะออกไปก็ดีข้าไม่ชอบตาแก่นี่ตั้งนานแล้ว
ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : ข้าจะไม่ยุ่ง
ยี่หนึงจินกุน : โฮ่งๆ
ทางประตูสวรรค์ทิศใต้ไท่ซางเหล่าจวินกำลังอ่านข้อความในโทรศัพท์ของผู้เฒ่าจันทราก่อนจะโมโหจนหนวดกระตุก พร้อมกับถลึงตาโต
“สหาย อย่าโมโหไปเลยเดี๋ยวข้าบอกให้ท่านเง็กเซียนเพิ่มท่านเข้าไปใหม่”
ผู้เฒ่าจันทราลูบหนวดพร้อมหัวเราะร่า ไท่ซางเหล่าจวินถลึงตาดุดัน
“เหอะ ไม่จำเป็น”
พูดจบ ไท่ซางเหล่าจวินก็ขี่ก้อนเมฆจากไปทันที
ผู้เฒ่าจันทรา : ไท่ซางเหล่าจวินโกรธแล้ว
ราชาวานร : เหอะ เขาจะโกรธหรือไม่โกรธแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา
พี่ลิงพูดได้โดนใจเย่จื่อเฉินจริงๆเขาจะโกรธหรือไม่โกรธแล้วมันจะทำไม?
เขาไม่ได้สำคัญสักหน่อย
เย่จือเฉิน : โกรธก็โกรธไปสิเรามาพูดเรื่องของเราดีกว่า
ทุกคนตอบรับ เห็นชัดว่าทุกคนได้ทิ้งไท่ซางเหล่าจวินเอาไว้ข้างหลังแล้ว
เย่จื่อเฉินเหลือบมองใบแสดงราคาสินค้าที่อยู่บนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ พร้อมกับเม้มปากยิ้ม
เย่จือเฉิน : ทุกท่านรอเดี๋ยวข้าขอทำใบแสดงราคาก่อน
ที่จริงใบแสดงราคานั้นทำง่ายมากก็แค่เติมเลขศูนย์เข้าไปด้านหลังหลักหน่วย
อย่างเช่น สไปรท์ราคา 3 หยวนถ้าขายบนสวรรค์ก็คือ 30 หยวนแน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดการณ์ไว้เบื้องต้นเท่านั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับการขายในภายหลังด้วย
ถ้าปริมาณการขายเยอะ เขาก็จะขึ้นราคา
นักธุรกิจหน้าเลือดก็คือเย่จื่อเฉินนี่แหละ
เพื่อวิทยายุทธ์ที่จะไหลมาเทมาในอนาคต บอกได้เลยว่าเย่จื่อเฉินรักษาอาการผัดวันประกันพรุ่งของเขาไปหมดแล้ว
ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง เขาก็จัดทำใบแสดงราคาสินค้าเสร็จเรียบร้อย หลังจากที่วิ่งไปถ่ายเอกสารข้างนอกเย่จื่อเฉินก็กลับเข้ามาในกลุ่มอีกครั้ง
เย่จือเฉิน : อะแฮ่มทุกคนยังอยู่ไหม?
ราชาวานร : เจ้าช้าเกินไปแล้วนะถ้าให้รออีกนิดเดียวก็ไม่มีใครอยู่แล้ว
ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : ท่านเง็กเซียนท่านต้องตรงเวลาหน่อยนะ
ในกลุ่มมีแค่สองคนนี้ที่โผล่ออกมา เย่จื่อเฉินว้าวุ่นใจคงจะไม่ใช่ว่าคนอื่นไปกันหมดแล้วนะ
เย่จือเฉิน : ผู้เฒ่าจันทราองค์ชายสามนาจากับยี่หนึงจินกุนล่ะ?
ราชาวานร : นาจานั่งน่ารักอยู่นี่แหละผู้เฒ่าจันทราพาพวกคนแก่ไปเล่นหมากรุก ส่วนยี่หนึงจินกุนไปเบ่งกล้ามให้พวกนางฟ้าดูอยู่
ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : เหอะพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน ข้ากับพี่ลิงไม่ค่อยสนิทกับคนบนสวรรค์เท่าไร
เย่จื่อเฉินเข้าใจทันที
เย่จือเฉิน : @องค์ชายสามนาจา @ยี่หนิงจินกุน @ผู้เฒ่าจันทรา
ยี่หนึงจินกุน : สหายเจ้ากลับมาได้สักทีนะ ถ้าให้รออีกนิดเดียว ข้าต้องโดนคนใส่ร้ายหนักแน่
ราชาวานร : (สติกเกอร์เบะปาก) เมื่อกี้ข้ายังเห็นเจ้ามีความสุขอยู่เลย
องค์ชายสามนาจา : อิอิทุกคนชอบข้าหมดเลย
ผู้เฒ่าจันทรา : สหายเซียน ท่านกลับมาสักทีข้าเกือบจะรอไม่ไหวแล้ว
พอเห็นว่าเซียนเหล่านี้ช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่ เย่จื่อเฉินก็อดที่จะซาบซึ้งใจไม่ได้
เย่จือเฉิน : บุญคุณของทุกท่านข้าจะจำเอาไว้ในใจ คำขอบคุณไม่ต้องพูดเยอะ ขอเชิญทุกท่านเพลิดเพลินกับสินค้าได้ฟรีในราคาสามพันวิทยายุทธ
ผู้เฒ่าจันทรา : สหายเซียนเกรงใจกันเกินไปแล้ว
องค์ชายสามนาจา : อิอิอิสามพันวิทยายุทธซื้อนมเปรี้ยวได้เยอะแค่ไหน
ราชาวานร : ขี้งก
พรูดดด!
เทพเซียนในกลุ่มเขาดีใจกันหมด มีแค่ราชาวานรที่บอกว่าเขางกเย่จื่อเฉินอ่อนใจจริงๆ
เย่จื่อเฉินมองดูใบราคาในมือ แล้วจึงสแกนส่งไป
ติ๊ง!
ขุนพลสวรรค์เทียนเผิงได้รับอั่งเปาของคุณ
ผู้เฒ่าจันทราได้รับอั่งเปาของคุณ
ราชาวานรได้รับอั่งเปาของคุณ
ยี่หนึงจินกุนได้รับอั่งเปาของคุณ
องค์ชายสามนาจาได้รับอั่งเปาของคุณ
ผู้เฒ่าจันทรา : สิ่งนี่คืออะไรทำไมมันถึงได้บางแบบนี้ แถมข้างบนยังมีตัวอักษรอยู่ด้วย
ยี่หนึงจินกุน : เหมือนหนังสือที่สหายส่งมาให้ข้าเลย
ราชาวานร : สิ่งนี้คืออะไรเหมือนจะไม่ใช่ของกิน
องค์ชายสามนาจา : กินไม่ได้
ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : ฮือฮือ…(เหมือนจะกินไปแล้ว)
เย่จือเฉิน : นี่คือใบแสดงรายการสินค้าที่ข้าจะทำการค้าในอนาคตพวกท่านเป็นพรีเซนเตอร์ของข้า ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวแทนขายคนแรกของข้าด้วย พวกท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าจากข้าและขายในราคาที่สูงกว่าข้าได้ ทั้งยังสามารถดึงลูกค้ามาซื้อสินค้าของข้าได้ด้วยต่อไปถ้าพวกท่านจะซื้อสินค้า ข้าก็จะลดราคาให้พวกท่านอีก
ผู้เฒ่าจันทรา : ความหมายของสหายเซียนคือพวกข้าสามารถเอาสมบัติพวกนี้จากสหายเซียนมาขายบนสวรรค์ได้และได้รับค่าส่วนต่างใช่ไหม?
องค์ชายสามนาจา : แบบนี้ก็ได้ของที่อยู่ในนี้กินได้หมดเลยหรือเปล่า?
ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : แหะๆ ข้าทำไม่ได้แน่ถ้าให้กักตุนของ แป๊บเดียวข้าก็กินหมดแล้ว
คนแก่จะมากประสบการณ์กว่าจริงๆ ด้วย ดูอย่างผู้เฒ่าจันทราสิยังไม่ได้สั่งก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งเลย
เย่จือเฉิน : ถูกต้องเป็นอย่างที่ผู้เฒ่าจันทราเข้าใจ
ผู้เฒ่าจันทรา : สินค้าอยู่ไหนพวกข้ายังไม่ได้ซื้อแล้วจะขายยังไง
เย่จือเฉิน : รอสักครู่
พูดจบ เย่จื่อเฉินก็เดินมายังโกดังใต้ดิน
มองดูสินค้าที่วางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ข้างล่าง สินค้ามากมายกหลากหลายอย่างกองอยู่เต็มโกดัง
เงินทั้งนั้น
สินค้าแค่โกดังเดียว อย่างน้อยก็ต้องได้หลายหมื่น
ขบกัดฟัน
อยากจะได้อะไรมามันก็ต้องแลก
ส่งไปทั้งหมด