ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    หญ้าไผ่หยก(จะ)ขาวแล้ว

    หญ้าไผ่หยก(จะ)ขาวแล้ว

               เข้าหน้าร้อนมา ครอบครัวเจี้ยนเฉิงยังทำงานกันอย่างขยันขันแข็งเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเพิ่มเวลาฝึกปราณมากขึ้นเพราะยิ่งมีระดับปราณสูงขึ้นก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการสะสมพลังปราณนานเข้าไปใหญ่

    “พี่รองพี่รองงงง” เสียงหมิงลู่ร้องเรียกชิงเถาจากหลังเรือนเข้ามาตอนนี้เป็นตอนเช้าพวกชิงเถาจึงยังช่วยกันทำอาหารอยู่ในครัว

    “เสียงหมิงลู่หนิมีเรื่องอันใดกัน” ชิงเถาเอ่ยกับตัวเองก่อนจะเดินมาออกหาน้องชาย

    “มีอะไรหรือไม่หมิงลู่ร้องซะดังลั่นบ้าน”ชิงเถาเอ่ยถามน้องชายออกไป

    “หญ้าไผ่ที่พี่รองปลูกไว้วันนี้ข้าไปรดน้ำตามปกติ แต่วันนี้ วันนี้มันสีซีดลงขอรับ ไม่รู้เป็นอะไรหรือไม่”หมิงลู่ที่รับหน้าที่รดน้ำทุกวันวันนี้เกิดสิ่งปกติขึ้นเขาจึงรีบวิ่งมารายงานพี่สาวทันทีเขากังวลมากกลัวว่าจะทำให้มันตาย

    “เช่นนั้นรึป่ะ เรารีบไปดูกัน” ชิงเถาเมื่อได้ยินที่น้องชายมาบอกก็รีบวิ่งนำออกไปทันทีหญ้าไผ่หยกขาวที่นางนำมาปลูกจากป่าไผ่หลังจวนตระกูลเทียนตั้งแต่ออกมาจากที่นั้นตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วนางก็เดินไปดูมันบ้างแต่ก็ปล่อยให้มันทำหน้าที่ของตัวเองไปมิได้ไปรบกวนไม่คิดว่าวันที่มันจะเป็นสีขาวใกล้มาถึงแล้ว

    “พี่รองมาแล้ว”หมิงเลี่ยนที่ยืนรออยู่ตรงต้นหญ้าไผ่หยกขาวร้องขึ้น

    “ไหนต้นไหนเป็นสีขาวแล้วกัน” ชิงเถารีบถามออกมาทันที เพราะตอนนี้ไม่ได้มีแค่กอเดียวแล้วเพราะชิงเถาทำการขยายพันธุ์มันจนได้เพิ่มเป็นสิบกอเลยทีเดียว

    “นี่ขอรับกอนี้ๆน่าจะเป็นกอแม่ของมัน” หมิงเลี่ยนรีบตอบพี่สาวออกมาทันที

    “อ้อสีซีดลงจริงๆ ด้วยอีกไม่นานคงจะกลายเป็นสีขาวแล้วส่วนระดับปราณก็อยู่ระดับสีเขียวแล้ว”ชิงเถารีบเข้าไปย่อตัวลงพิจารณาเจ้าต้นไม้ต้นนี้ทันที

    “มันจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่ขอรับพี่รองข้ากลัวว่ามันจะตาย” หมิงลู่เอ่ยถามนางออกมาเพราะเขาไม่รู้ลักษณะกายภาพของมันว่าจะเปลี่ยนไปแบบนี้

    “ไม่หรอกเป็นแบบนี้ถือว่าดีมากต้องยกความดีความชอบให้พวกเจ้าแล้วที่ดูแลมันดีขนาดนี้” ชิงเถาเอ่ยชมน้องชายออกมาแล้วก็อธิบายลักษณะที่ดีและคุณสมบัติของเจ้าต้นนี้ออกมาให้น้องชายฟัง

    “ถ้าเป็นดังที่พี่รองว่าก็ดีมากๆเลยนะขอรับ เช่นนั้นพี่รองก็เร่งขยายพันธ์เยอะๆ เลยนะขอรับน่าจะได้ราคาสูงทีเดียว”น้องชายตอบกลับมาอย่างตื่นเต้นกลับสิ่งที่พี่สาวเล่าให้ฟัง

    “ได้ต่อไปเราก็ใส่ใจกับมันมากหน่อยก็แล้วกัน”ชิงเถาเอ่ยตอบน้องชายออกไป

    “เอ๊ะแล้วนี่ต้นอะไรหรือหมิงลู่” ชิงเถาที่สายตามองไปเห็นต้นไม้เล็กๆความสูงไม่ถึงเข่านางด้วยซ้ำที่ปลูกอยู่หลายต้น

    “มันชื่อว่าต้นว่านตะขาบเขียวขอรับ”หมิงลู่ตอบพี่สาวออกมาทันทีเมื่อมองตามสิ่งที่พี่สาวสนใจ  **บ้านเราเรียกว่าต้นบันไดสวรรค์นะคะแต่ว่าเรามองยังไงมันก็เหมือนตะขาบตัวเขียวๆที่รวมกันจนเต็มกระถาง**

    “เช่นนั้นหรือแล้วมันมีประโยชน์เช่นไรกันถึงได้ปลูกไว้เยอะนัก” ชิงเถายังถามออกมาต่อเพราะนางมองแล้วมันถูกปลูกไว้เป็นแปลงเล็กๆ ถ้านับเป็นต้นก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยต้นแล้ว

    “ท่านพ่อบอกว่ามันช่วยป้องกันแมลงได้ขอรับถ้ามันโตกว่านี้เราก็จะนำไปปลูกไว้รอบๆ จวนตอนนี้จึงมาปลูกรวมกันไปก่อน”หมิงเลี่ยนก็ช่วยตอบออกมาอีกคน

    “เช่นนั้นรึแบบนี้ก็ดีมากทีเดียว ต่อไปพวกแมลงเล็กๆ จะได้ไม่มากวนใจ ยิ่งตอนนี้หน้าร้อนแมลงยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่”ชิงเถาตอบน้องชายออกมาอย่างเข้าใจและรู้สึกชอบในความพิเศษของมันนัก

    “ถ้าหมดเรื่องแล้วกลับเรือนกันเถอะอาหารน่าจะพร้อมแล้ว ไปจัดการให้เกลี้ยงกัน”ชิงเถาเอ่ยชวนน้องชายออกมาก่อนจะเดินนำไป

     

    “คุณหนูขอรับพ่อบ้านมาจ่ายค่าไก่ทอดกับสุราให้คุณชายมี่ที่มากินเมื่อวันก่อนแล้วนะขอรับ”หานตงเอ่ยกับชิงเถาเมื่อนางเข้ามาในร้าน มันเป็นอย่างนี้มาหลายครั้งแรก เมื่อครั้งแรกยอมให้เขาครั้งต่อๆมาเขาก็ทำอีก ยังดีที่พ่อบ้านของเขาทำหน้าที่ได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่องไม่เช่นนั้นนางนี้แหล่ะขาดใจไปเสียเอง

    “อย่างนี้ข้าก็โล่งอกไป”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างพอใจกับข่าวที่ได้ยินวันนี้แต่ยังยิ้มไม่ทันไรก็ต้องเป็นอันหุบไป

    “ไก่ทอด 5ตัว มันทอด 5 จาน สุราทุกรสรสละ 2 ขวด” เสียงร้องสั่งของออกมาจากปากลูกค้าลูกค้าเจ้าประจำที่คนงานที่นี่คุ้นชินไปเสียแล้วพวกเขายังจำได้ดีกับพฤติกรรมของเขา

    “นี่เขา”ชิงเถาร้องขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นใครกัน นี่เขามาอีกแล้วรึ

    “คุณหนูงั้นข้าไปรับหน้าเขาก่อนนะขอรับ”หานตงเอ่ยบอกนางออกมา เพราะตอนนี้เขาฉลาดแล้วเขาให้คุณชายมี่ลงชื่อทุกครั้งเมื่อมาสั่งอาหารไปกินแล้วไม่ยอมจ่ายเงินเพราะถ้าหากผ่านไปหลายวันแล้วพ่อบ้านของคุณชายมี่ยังไม่มาจ่ายเงินเขานี่แหล่ะจะเป็นคนไปเก็บเงินเอง

    “ไม่ต้องข้าจัดการเอง”ชิงเถาบอกกับหานตงออกไปแล้วเดินนำไปหาคุณชายมี่ที่ยืนสั่งของอยู่ไม่ไกล

     

    “เป็นเกียรติกับทางร้านที่คุณชายมี่ให้ความไว้วางใจมาสั่งอาหารเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาพร้อมกับหัวที่ก้มลงเล็กน้อยเป็นการเคารพ

    “ในเมืองหลวงนี้ไม่มีร้านไหนจะขายอาหารแบบร้านนี้บ้างถ้ามีข้าคงไม่มาถึงที่นี่หรอก คงหากินแถวบ้านไปแล้ว”คุณชายมี่หนิงหยางตอบนางออกมาอย่างยิ้มๆเหมือนนี่เป็นคำตอบทั่วไปไม่ได้นึกถึงความหมายแฝงที่มากับคำถามของชิงเถา

    “อาหารที่ข้าคิดขึ้นจะให้ที่อื่นมีขายได้เช่นไรกันเจ้าคะเช่นนั้นก็เชิญตามสบายเจ้าค่ะท่านประมุขพรรค” ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆกับที่ว่าอย่างน้องเขาก็ยังเห็นว่าอาหารร้านนางแปลกกว่าที่ใด

    “ประมุขพรรคประมุขพรรคอันใดกันเจ้าเหลวไหลแล้ว” มี่หนิงหยางที่ถูกชิงเถาเรียกออกมาอย่างนั้นก็ตกใจอย่างยิ่งรีบเอ่ยปฏิเสธแก้ตัวออกมาจนจะฟังตามไม่ทัน

    “ก็ท่านไงเจ้าคะประมุขพรรค” ชิงเถายังเอ่ยบอกเขาออกมาอีก

    “ข้าข้าไม่ได้มีพรรคอะไรเสียหน่อย เจ้าอย่ามากล่าวหาข้า” มี่หนิงหยางที่เห็นนางยังพูดเรื่องนี้อยู่จึงรีบปฏิเสธออกมาไม่หยุดนี่นางไปได้ยินข่าวบ้าๆ นี้มาจากไหนกันเนี่ย

    “ก็ท่านไงเจ้าคะประมุขพรรคยาจก”ชิงเถาเอ่ยบอกเขาออกมาก่อนที่เขาจะสงสัยกับสิ่งที่นางกำลังกล่าวหาเขา

    “ห๊ะข้าน่ะรึประมุขพรรคยาจก เจ้าบ้าไปแล้ว” มี่หนิงหยางถามนางออกมาอย่างสงสัยเรื่องบ้าอะไรกันเรื่องนี้เขาเองยังไม่รู้มาก่อนแล้วนางผู้นี้เป็นใครมากล่าวหาเขาอย่างนี้

     

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน