หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    หยางจื่อ ปะทะ ฝู่หลง

            การต่อสู้ของเหยาเซียนและป้ายหลินต่างก็ทำให้ผู้คนประหลาดใจหญิงสาวทั้งสองแทบไม่มีบาดแผลอะไรเลยมีแค่ป้ายหลินที่โดนผลสะท้อนกลับของวิชาตนเองเท่านั้นแต่ผลแพ้ชนะก็ถูกตัดสินในเสี้ยววินาทีเพียงเท่านั้น

            "คู่ที่สาม ฝู่หลง เจอกับ หยางจื่อ"

            สิ้นเสียงผู้คนต่างก็ตะโกนโห่ร้องดีใจ​ทั้งสองคนเป็นม้ามืดของการประลองในปีนี้และยังเป็นคนที่มีพลังฝึกตนน้อยที่สุดอีกด้วย ฝู่หลงอยู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 8 หยางจื่ออยู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 2และยิ่งหยางจื่อที่ต่อสู้ข้ามระดับได้เป็นความสามารถที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน

            หยางจื่อและฝู่หลงขึ้นไปบนเวทีประลองและยืนจ้องตากันโดยที่ไม่กล่าวอะไรออกมาสำหรับหยางจื่อที่เคยหลบหนีฝู่หลงตอนอยู่สุสานของราชันดาบอัคคีในครั้งนั้นทำให้หยางจื่อได้รับความอับอายอย่างยิ่งแน่นอนว่าหยางจื่อรอวันที่จะได้แก้มืออีกครั้ง

            "เริ่มการประลองได้"เมื่อผู้ตัดสินไม่เห็นทั้งสองกล่าวอะไรจึงกล่าวเริ่มประลองในทันที

            "ตูม!!!!!"

            ปราณทมิฬและปราณมังกรเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดร่างของทั้งสองหายไปจากจุดเดิม "เคร้ง" เสียงอาวุธปะทะกันอย่างดุเดือดผู้ที่อยู่ต่ำกว่าปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 9 ไม่สามารถมองตามความเร็วของทั้งสองได้ทันพวกเขาจะเห็นเพียงแสงสีดำและขาวเข้าปะทะกัน

            "กงเล็บปีศาจทมิฬ!!!!"

            "ดาบเพลิง!!!!"

            ทั้งสองกระหน่ำทักษะใส่กันอย่างไม่เก็บออมพลังเอาไว้ราวกับความอัดอั้นที่อยู่ในใจของทั้งสองถูกปลดปล่อย ฝู่หลงที่สังหารหยางจื่อพลาดกับหยางจื่อที่หลบหนีฝู่หลงความรู้สึกที่แตกต่างกันของทั้งสองนี้กลับทำให้ทั้งสองกลับมีอารมณ์แบบเดียวกันคือความไม่พอใจและความอัปยศ

            "นี่เด็กพวกนั้นเคยรู้จักกันงั้นรึ" เซียนสวรรค์เมิ่งต้วนกล่าว

            "ถ้าข้าจำไม่ผิดเด็กสองคนนั้นเคยมีเรื่องบาดหมางกัน" เหยาจีกล่าว

            "ถูกต้องเพราะงั้นทั้งสองถึงได้ไม่พูดจาและใช้การต่อสู้เป็นตัวตัดสินทุกสิ่งแทนคำพูด" เฮ่ยหยากล่าว

            ฝู่หลงที่ปะทะกับหยางจื่อมาหลายกระบวนท่าก็สะบัดเคียวสีดำไปข้างหน้า

            "เคียวมรณะ" ฝู่หลงกล่าว

            พลังปราณทมิฬที่น่าหวาดกลัวพุ่งไปยังหยางจื่อหยางจื่อโคจรปราณมังกรจนถึงขีดสุดและยกดาบมังกรสวรรค์ขึ้น

            "แยกสวรรค์" หยางจื่อกล่าว

            พลังของสองทักษะทำให้เกิดการระเบิดขึ้นการระเบิดพลังของทั้งคู่ทำให้ค่ายกลป้องกันรอบ ๆเวทีประลองเริ่มสั่นใหวแบบไม่เคยมีมาก่อนร่างของหยางจื่อและฝู่หลงแยกออกจากันและพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง

            ฝู่หลงเริ่มปลดปล่อยพลังปราณทมิฬมากขึ้นท้องฟ้าที่มีแสงแดดสาดส่องเริ่มมืดมนต่างจากพลังดวงดาวและพลังจันทราความเย็นเยือกของฝู่หลงมากยิ่งขึ้นพลังความมืดของฝู่หลงทำให้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยพลังปีศาจจากขุมนรกดวงตาของฝู่หลงเริ่มกลายเป็นสีแดงฉานผมดำยาวของฝู่หลงเริ่มยาวยิ่งขึ้น

            "ร่างจำแรงปีศาจ " ฝู่หลงกล่าว

            ม่านตาของหยางจื่อหดแคบลงและกระตุ้นพลังของดาบมังกรสวรรค์ขั้นที่ 3 จนถึงขีดสุดโดยไม่คำนึงผลสะท้อนกลับเลยแม้แต่น้อยกับคนที่โหดเหี้ยมมเช่นฝู่หลง หยางจื่อไม่คิดที่จะประมาทเลยแม้แต่น้อย

            พลังของทั้งสองเพิ่มมากขึ้นและยังสูงขึ้นเลื่อยๆจนกระทั้งสูงกว่าปราณราชันสวรรค์ไปเเล้ว

            "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันทำไมพลังของเจ้าเด็กพวกนั้นพุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับจักรพรรดิสวรรค์ไปเเล้ว"ชายชราจากตระกูลฉางกล่าว

            "เจ้าเด็กน้อยฝู่หลงข้ายังพอรับได้แต่เจ้าเด็กน้อยหยางจื่อนี่สิมันจะไม่เกินสามัญสำนึกไปหน่อยรึปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 2 มีพลังเทียบเท่าจักพรรดิสวรรค์นี่มันบ้าไปเเล้ว แบบนี้มีที่ใหนกัน" ซีโหวกล่าวด้วยความตื่นตระหนก

            "จากตำนานผู้ที่ครอบครองชีพจรมังกรสวรรค์เมื่อได้ถือดาบมังกรสวรรค์เเล้วจะสำแดงพลังของดาบมังกรสวรรค์ออกมาได้ถึงขีดสุดและยังเหนือกว่าผู้ที่ถือครองเส้นลมปราณสัตว์เทวะทั้งหมดด้วย"เหยาจีกล่าว

            "แต่ทางนกฟีนิกซ์อัมตะเองก็มีสมบัติ มงกุฎฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึ" หยางเทียนอวี้กล่าว

            "ชั่งโชคร้าย มันได้หายสาปสูญไปนานเเล้ว" เหยาจีกล่าวด้วยความขมขื่น

            ในขณะที่เซียนสวรรค์กำลังคุยกันพลังของหยางจื่อและฝู่หลงก็เพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกตะลึงเหล่ารุ่นเยาว์ที่นั่งดูอยู่ต่างก็รู้สึกหนักอึ้งอยู่ในจิตใจซีโหวที่นั่งดูอยู่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

            "พลังของทั้งสองนั้นเกินกว่าที่ข้าจะรับไว้เเล้ว" ซีโหวกล่าว

            หว่านเจียงอี้ที่นั่งอยู่กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้นจิตต่อสู้ของหว่านเจียงอี้ลุกโชนขึ้นอย่างแรงกล้า เหยาเซียนมีสีหน้ากังวลแต่ทางหลิวเฟยกลับแสดงสีหน้าบูดบึ้งออกมา

            "ปีศาจทมิฬปลิดชีพ" ฝู่หลงกล่าวอย่างเย็นชา

            ข้างหลังฝู่หลงปรากฏร่างของเทพปีศาจสีดำทมิฬกำลังถือเคียวมรณะอยู่ร่างของเทพปีศาจที่มีดวงตาสีแดงฉานมองมาทางหยางจื่อด้วยสายตาเกลียดชังและง้างเคียวมรณะฟาดฟันมาทางหยางจื่อ

            "คงต้องใช้ทักษะนั่นแล้ว ถึงจะไม่ได้ใช้มานานเเล้วก็เถอะ"หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "ด้วยสภาพของเจ้าในตอนนี้อาจจะปลดปล่อยทักษะนั้นได้ทรงพลังก็จริงแต่ก็ต้องคำนึงถึงภาระที่ร่างกายของเจ้าจะรับใหวด้วยทักษะของฝู่หลงนั้นสามารถสังหารจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 1 ได้เลยนะ"หญิงสาวชุดขาวกล่าว

            "ไม่มีเวลาให้ลังเลเเล้วไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องเอาชนะชายคนนั้นให้ได้นี่คือพลังที่ข้าจทุ่มสุดตัวของข้า"หยางจื่อกล่าว

            หยางจื่อรวบรวมพลังปราณทั้งหมดไปไว้ที่ดาบมังกรสวรรค์

            "สวรรค์ วิ นาศ !!!!" หยางจื่อกล่าวอย่างหนักแน่น

            ทันทีที่คำกล่าวของหยางจื่อสิ้นสุดแสงสีขาวก็กระจายออกมาจากดาบมังกรสวรรค์แล้วเข้ากลืนกินปราณทมิฬของฝู่หลงในทันทีใบหน้าของเทพปีศาจที่อยู่ข้างหลังฝู่หลงเปลี่ยนไปและแสดงความหวาดกลัวออกมา

            "เจ้าเด็กบัดซบข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้" เทพปีศาจกรีดร้องออกมา

            ร่างจำแรงปีศาจของฝู่หลงถูกทำลายทุกสิ่งทุกอย่างถูกลบให้หายไปปราณทมิฬของฝู่หลงถูกแสงสีขาวของสวรรค์วินาศกลืนกินจนหมดสิ้นเหล่าเซียนสวรรค์เผยสีหน้าตกตะลึงจนถึงขีดสุด ในแววตาเผยความหวาดกลัวออมา

            "นี่มันพลังในตำนาน พลังความว่างเปล่าพลังที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีให้กลับคืนสู่ความว่างเปล่า" เมิ่งต้วนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น

            แสงสีขาวหายไปเผยให้เห็นฝู่หลงที่ยืนอยู่บนเวทีประลองเเววตาขาวและเหลือกขึ้นเห็นได้ชัดว่าหมดสติไปเเล้วบนร่างของฝู่หลงไม่มีปราณทมิฬเหลืออยู่เลยม่านตาของหยางจื่อหนักอึ้งแต่ก็พยายามฝืนทนไว้ทางด้านหยางจื่อยืนหอบหายใจและมีโลหิตมหลออกมาจากปาก ตา และหู

            "ผู้...ชนะ ..หยางจื่อ" ผู้ตัดสินกล่าวอย่างตื่นตระหนก

            ------------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน