บทที่ 21 การเก็บสมุนไพร
โม่จิ่วเยี่ยเคยสงสัยว่านางอาจไม่ใช่เฮ่อจือหร่านตัวจริง
แต่เมื่อเห็นภาพที่ทั้งพ่อตาและแม่ยายมาส่งนางเมื่อครู่ เขาก็สามารถยืนยันได้ว่า นี่คือบุตรสาวแท้ ๆ ของตระกูลเฮ่ออย่างแน่นอน
ขณะโม่จิ่วเยี่ยกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เฮ่อจือหร่านก็เริ่มค้นหางูในพงหญ้าอย่างระมัดระวัง
ถึงแม้งูสามเหลี่ยมจะมีพิษร้ายแรง แต่มันเป็ของมีค่ามาก หากเจอตัวได้มากกว่านี้ก็คงจะดี
เมื่อถึงตอนนั้น นางจะหาโอกาสสกัดพิษจากงูสามเหลี่ยมออกมา แล้วทำเป็ยาพิษสำหรับป้องกันตัว
คนจากตระกูลอื่น ๆ เพิ่งเห็นเฮ่อจือหร่านกับเ้าหน้าที่สังหารงูแล้ว
พวกเขาจึงคาดเดาได้ว่าในบริเวณนี้อาจยังมีงูออกมาอีก บรรดาสตรีและเด็ก ๆ บางคนถูกเื่นี้ทำให้ใจนร้องไห้คร่ำครวญ
บุรุษที่กล้าหาญอดรนทนไม่ได้ จึงทำตามเฮ่อจือหร่าน หากกิ่งไม้ใหญ่และแข็งมา ก่อนจะค้นหาตามพงหญ้าใกล้ ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกงูกัดตอนกลางคืนขณะที่กำลังหลับ
เ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามปรามการกระทำของเหล่านักโทษ ในเมื่อพวกเขาก็ต้องค้างคืนที่นี่ด้วยเช่นกัน ถ้าทำให้บริเวณนี้ปลอดภัยขึ้นได้ ก็ไม่มีอะไรต้องไปขัดขวาง
เพียงแต่ กลุ่มนักโทษห้ามอยู่นอกสายตาของพวกเขา
จริง ๆ แล้ว การที่เฮ่อจือหร่านค้นหาว่ายังมีงูอยู่อีกหรือไม่นั้น เป็เพียงหนึ่งในจุดประสงค์ของนางเท่านั้น
เมื่อครู่ตอนที่นางยืนโต้เถียงกับเ้าหน้าที่ นางกลับพบว่ามีสมุนไพรอยู่ในพงหญ้าโดยรอบ
ระหว่างการเดินทางถูกเนรเทศ ยากจะรับประกันได้ว่าคนในครอบครัวจะไม่เจ็บป่วย นางไม่สามารถหยิบยาจากยุคสมัยใหม่ในพื้นที่ของมิติมารักษาพวกเขาได้ตลอดไป
เพราะหากถูกคนสงสัยขึ้นมา นางก็ต้องเปลืองสมองคิดหาวิธีอธิบายอีก
ส่วนสมุนไพรที่เก็บมาได้นั้นแตกต่างกัน เพราะเป็สมุนไพรที่ผ่านสายตาตรวจสอบมาแล้ว
ถึงแม้สมุนไพรเหล่านี้จะไม่สามารถรักษาโรคได้ตรงจุด แต่นางก็มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลในการนำยาเหล่านี้ออกมาจากพื้นที่มิติ
เฮ่อจือหร่านออกไปหาสมุนไพร ความเร็วในการค้นหาของนางจึงช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อย
พี่สะใภ้ทั้งหลายและโม่หานเยี่ยเห็นนางอยู่คนเดียว ต่างก็กังวลว่าหากนางเจองูเข้าจะเป็อันตราย
พี่สะใภ้ใหญ่เริ่มนั่งไม่ติด
“ข้าจะไปดูน้องสะใภ้เก้าสักหน่อย”
“ข้าก็จะไปด้วย”
“ข้าเองก็เช่นกัน”
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ลุกขึ้นยืนตาม
โม่หานเยี่ยมองฮูหยินผู้เฒ่า เห็นมารดาไม่ได้กล่าวคัดค้าน นางจึงเข้าร่วมด้วย
ทุกคนวิ่งไปหาเฮ่อจือหร่าน เห็นนางใช้ชายเสื้อห่อหญ้ากองใหญ่
“พี่สะใภ้เก้า ไม่ใช่ว่าท่านไปตามหางูหรือ เหตุใดถึงได้เก็บต้นหญ้ามามากมายขนาดนี้” โม่หานเยี่ยถาม
“ของพวกนี้เป็สมุนไพรที่ใช้กันทั่วไป ข้าคิดว่าระหว่างทางอาจจะได้ใช้ จึงเก็บมาสักหน่อย”
โม่หานเยี่ยได้ยินว่าของเ่าั้เป็พืชสมุนไพร ดวงตานางก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
“พี่สะใภ้เก้า ท่านบอกว่าพวกนี้เป็สมุนไพรทั้งหมดเลยหรือ” เฮ่อจือหร่านพยักหน้า หยิบสมุนไพรขึ้นมาจากชายเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ แล้วอธิบายอย่างใจเย็น “สิ่งนี้เรียกว่าขู่เตี๋ยจื่อ*[1] มีสรรพคุณแก้ร้อนถอนพิษ ส่วนสิ่งนี้คือผักกาดน้ำ นอกจากรักษาโรคได้แล้ว ยังนำมาทำอาหารได้ด้วย...”
ยิ่งโม่หานเยี่ยฟังเฮ่อจือหร่านกล่าวก็ยิ่งรู้สึกสนใจ
“พี่สะใภ้เก้า สมุนไพรที่ท่านเล่ามาข้าจดจำได้หมดแล้ว ข้าจะช่วยท่านเก็บ”
แม้สะใภ้แปดจะไม่ได้ถามไถ่เหมือนโม่หานเยี่ย แต่ก็ตั้งใจฟังเฮ่อจือหร่านอธิบายอย่างจริงจัง
“น้องสะใภ้เก้า พวกเราจะช่วยด้วย”
จนกระทั่งเ้าหน้าที่เรียกให้ทุกคนกลับมา ยังไม่มีใครพบงูสามเหลี่ยม แต่สตรีสกุลโม่สามารถเก็บพืชสมุนไพรกลับมาได้มากมาย
ตอนนี้โม่หานเยี่ยลืมความไม่พอใจที่ไม่ได้กินหมั่นโถวไปแล้ว นางกอดสิ่งที่หามาได้ไปอวดฮูหยินผู้เฒ่า
“ท่านแม่ ดูนี่สิ สมุนไพรพวกนี้ข้าเก็บมาเองทั้งหมดเลย”
ฮูหยินผู้เฒ่าลูบหัวนางอย่างเอ็นดู
“พี่สะใภ้เก้าของเ้าเป็คนฉลาด ต่อไปเ้าต้องเรียนรู้จากนางบ้าง”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ตอนนี้ยังไม่มืดนัก บรรดาพี่สะใภ้และโม่หานเยี่ยช่วยกันทำความสะอาดและคัดแยกสมุนไพรตามวิธีที่เฮ่อจือหร่านบอก
คนจากตระกูลอื่น ๆ มองการกระทำของสตรีสกุลโม่อย่างนึกรังเกียจ
“ข้าว่าคนสกุลโม่คงหิวจนเสียสติไปแล้ว ถึงได้เก็บหญ้าป่ามาเยอะขนาดนี้ พวกนางคงไม่ได้ตั้งใจจะเอามากินใช่หรือไม่”
“ช่างใจกล้าจริง ๆ ไม่กลัวเลยหรืออย่างไรว่าหญ้าพวกนั้นอาจมีพิษ”
“ถ้ามีพิษก็ยิ่งดีสิ หากคนสกุลโม่กินของจนถูกพิษตาย ก็ถือว่าเป็การแก้แค้นให้พวกเราด้วย”
เนื่องจากระยะห่างไกลพอสมควร ทำให้เสียงของพวกเขาไม่ดังมาก คนสกุลโม่จึงไม่ได้ยิน
เฮ่อจือหร่านเพิ่งวางสมุนไพรที่ทุกคนช่วยกันเก็บมาเรียงไว้บนพื้นโล่ง ก็ได้ยินเสียงะโดังมาจากฝั่งของเหล่าเ้าหน้าที่
“หัวหน้า ท่านเป็อะไรไป?”
“รีบมาช่วยกันเร็ว หัวหน้าหายใจไม่ออกแล้ว...”
ทุกคนต่างมองไปยังเหล่าเ้าหน้าที่
เห็นพวกเขาหลายคนกำลังยืนล้อมเผิงวั่ง
“งูที่เพิ่งกัดเขาไปคงไม่ใช่งูพิษจริง ๆ หรอกนะ?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เ้าหน้าที่ทั้งหลายก็นึกถึงคำเตือนของเฮ่อจือหร่านขึ้นมา
มีคนตัดสินใจฉับไว
“เร็วเข้า รีบอุ้มหัวหน้าไปหาสตรีสกุลโม่ผู้นั้น”
เื่นี้เกี่ยวข้องกับชีวิตคน พวกเ้าหน้าที่จึงไม่กล้าชักช้า รีบอุ้มเผิงวั่งวิ่งไปกลุ่มคนสกุลโม่ทันที
คำพูดของเ้าหน้าที่ ทุกคนในสกุลโม่ได้ยินกันทั้งหมด
สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่เฮ่อจือหร่าน
“สะใภ้เฮ่อ เ้าอย่าฝืนนะ” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเตือน
หลังเฮ่อจือหร่านนำสตรีสกุลโม่ไปเก็บสมุนไพรเมื่อครู่ บางทีนางอาจจะรู้เื่ยาสมุนไพรบ้าง
แต่การที่เผิงวั่งถูกงูพิษกัด ไม่ใช่ว่าแค่เพียงรู้ยาสมุนไพรเล็กน้อยก็จะรักษาได้
หากเผิงวั่งเสียชีวิตไป เพื่อจะหาคนมารับผิดชอบ เ้าหน้าที่เหล่านี้อาจจะเพ่งเล็งนางก็ได้
เฮ่อจือหร่านเข้าใจดีถึงเจตนาของแม่สามี
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะไม่ลงมือง่าย ๆ หรอก”
ขณะกำลังเอ่ย เ้าหน้าที่ก็แบกเผิงวั่งมาถึงจุดที่คนสกุลโม่อยู่แล้ว
“เฮ่อจือหร่าน เ้าลองบอกวิธีแก้พิษงูของเ้าให้พวกเราฟังอีกครั้ง”
เฮ่อจือหร่านมองคนที่เข้ามาอย่างสงบนิ่ง ก่อนกล่าวช้า ๆ
“วิธีที่ข้าบอกไปนั้น ใช้ได้เฉพาะตอนที่เพิ่งถูกงูกัดเท่านั้น”
“ถ้าเช่นนั้นตอนนี้เ้าคิดว่าควรจะทำอย่างไรล่ะ” เ้าหน้าที่เริ่มร้อนใจ
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าหลังจากถูกงูสามเหลี่ยมกัดแล้ว คนจะยังไม่สิ้นใจไวขนาดนั้น
ดังนั้น นางจึงจงใจเดินไปหาเผิงวั่งเชื่องช้า เพื่อให้พวกเ้าหน้าที่เริ่มร้อนรนยิ่งกว่าเดิม
และเป็อย่างที่คาดไว้ หลังเ้าหน้าที่เห็นท่าทางชักช้าของนางก็โมโหขึ้นมา
“เ้ารีบ ๆ หน่อย พวกเราต้องทำอย่างไรกันแน่”
เฮ่อจือหร่านถูกเร่งรัดแต่ก็ไม่คิดโกรธ นางจึงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“ตอนนี้พวกท่านมาขอให้ข้าช่วย แต่นี่คือท่าทีของคนที่มาขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นหรือ”
เ้าหน้าที่เหล่านี้เคยชินกับการข่มขู่นักโทษ เฮ่อจือหร่านจึงไม่ทำตามความ้าของพวกเขาง่าย ๆ
หนทางยังอีกยาวไกล นางไม่อยากใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยต้องมองหน้าคนที่ไม่ชอบใจแน่
นางต้องฉวยโอกาสนี้ทำให้พวกเ้าหน้าที่เข้าใจชัดเจนว่า เฮ่อจือหร่านไม่ใช่คนที่จะยินยอมอยู่ใต้อาณัติผู้อื่นเพียงเพราะถูกขู่เข็ญ
จางชิงเห็นท่าไม่ดี คิดจะตะคอกใส่นางต่อ กระทั่งยกมือจับแส้ที่คาดเอวไว้
โจวเหล่าปารีบห้ามเขาไว้
“ชีวิตของหัวหน้าสำคัญกว่า”
จางชิงชะงักทันที จ้องมองเฮ่อจือหร่านอย่างเอาเื่ แต่ไม่ได้พูดอะไร
โจวเหล่าปาจึงลุกขึ้น “หากมีเงื่อนไขอะไร เชิญเ้ากล่าวมาได้เลย”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้รีบร้อนจะตั้งเงื่อนไข ในฐานะแพทย์มืออาชีพ สิ่งแรกที่นางต้องทำคือทำความเข้าใจอาการของคนไข้
[1] ขู่เตี๋ยจื่อ คือพืชสมุนไพรมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด ลดอาการบวม ขจัดความร้อน และล้างพิษ