หลังจากเย่ชิงหยูถูกกักตัวครบกำหนดแล้วนั่น เย่ชิงหยูก็ไม่รอช้าทำความสะอาดร่างกายแต่งตัวเดินออกมาจากบ้านพักทันที เขาสวมชุดของสำนัก สีขาวแถบดำมันชั่งเขากะเขานัก
ในส่วนลึกของสำนัก เจ้าสำนักเสวี่ยอิงพลันลืมตาตื่น สัมผัสเขาแผ่ขยายออกไป เขาเห็นเย่ชิงหยูเดินออกมาจากบ้านพัก ขนาดนั่นร่างกายของเขาก็สะดุ้ง ดวงตาเขาเบิกโพรง เสียงอุทานอย่างตื่นตระหนกดังขึ้น
"อะไร ขั้นขุนพลนภาขั้นต้น แค่เดือนเดียวเนี่ยนะ" ในความรู้สึกเขาค่อนข้างที่จะเหลือเชื่อ จะมีใครที่อัพพลังมากมายขึ้นอย่างนี้ได้ภายในเดือนเดียว เขารีบส่งข่าวออกไปให้กับพวกผู้อาวุโสสูงสุดทันที
ขนาดที่เขากำลังเดินอยู่ในสำนัก ศิษย์แต่ละคนพลันยกมือคำนับเขากันยกใหญ่ ต้องบอกว่าเรื่องเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ผู้คนพลันยังไม่ลืมไป พลังของศิษย์พี่เย่ที่บดขยี้จ้าวเฟิงราวกับมดปลวกยังติดตาของใครหลายๆคน
เขาพลันนึกขึ้นได้ ในเมืองหน้าด่านพลันมีหอคอยสีดำโบราณที่สูงเสียดฟ้า เขาสนใจตั้งแต่ที่มาถึงเมืองนี้แล้ว แต่ก่อนอื่นเขาต้องไปหาอะไรกินในเมืองนี้ก่อน เขาไม่ได้กินอะไรนานแล้ว
ขนาดนั่นเสียงอุทานของศิษย์พลันดังเป็นทอดๆ พวกเขาเอ่ยเสียงกันดังลั่น
"นั่นศิษย์พี่ฟงฟง"
"วันนี้เธอช่างงดงามเหมือนเคย"
"ใช่ เย้ายวนอย่างถึงที่สุด" คิษย์คนนึงพลันตาลอยเอ่ยออกมา
เหมยกุ่ยเดินตรงมาหาเย่ชิงหยู ใบหน้าเธองดงามมีเสน่ห์ นัยย์ตาที่เย้ายวนมองมาที่เย่ชิงหยูทันที หน้าอกของเธอกระเพึ่อมขึ้นลงตามจังหวะการเดิน ใครได้เห็นก็ต้องอึ้ง
"น้องเย่จะไปไหนหรอ ให้พี่สาวไปด้วยคนนะ" เสียงที่เย้ายวนดังขึ้น
เย่ชิงหยูหันมากลับมามองเหมยกุ่่ย วันนี้ก็ช่างงดงาม เธอสวมชุดกีบเพ้าสีแดงสด เปิดเผยโชว์ขาที่เรียวยาว เย่ชิงหยูมองตาแทบไม่กระพริบ
"ข้าว่าจะไปร้านอาหารหน่อยนะ ไปด้วยกันไหมละ แล้วก็ขอบคุณสำหรับแหวนมิตินะ มันช่วยข้าได้มากเลยละ"
เหมยกุ่ยยิ้มแย้ม เธอพยักหน้าหลายครา ขนาดนั่นเธอก็เอามือมาคล่องแขนของเย่ชิงหยู แขนของเขาจมลงไปที่หน้าอกของเธอแถบจะมองไม่เห็น ราวกับลงไปเหวลึก กลิ่นหอมอันเย้ายวนลอยออกมา
เย่ชิงหยูอึ้งเล็กน้อย เขาเกาหน้าแกรกๆ ในใจเอ่ยออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขานึกถึงภารกิจของหวงตี้ที่ให้ไว้ ว่าต้องหาภรรยาสืบทอดทายาทต่อไป ในความคิดเขา เหมยกุ่ยถือว่าสมบูรณ์แบบ หรือว่าเขาชอบผู้หญิงที่เย้ายวนมีเสน่ห์แบบนี้นะ
ฝูงศิษย์คนอื่นๆพลันได้แต่อิจฉา ในใจสาปแช่งเย่ชิงหยูอย่างบ้าคลั่ง สาวสวยที่เซ็กซี่คนนั่นถูกเจ้านั่นคาบไปแล้ว
"รีบไปกันเถอะ"
เย่ชิงหยูพลันไม่รอช้า เขาเอามือไปกอดไว้ที่เอวของเหมยกุ่ย ร่างเขาส่องแสงน้อยๆ ตัวเขาค่อยๆลอยขึ้นอย่างช้าๆ ขนาดนั่นศิษย์คนอื่นๆพลันอุทานดังขึ้น ตกใจกันยกใหญ่
"ศิษย์พี่เย่ ทะลวงพลังแล้ว"
"เขาอยู่ขั้นขุนพลนภา เป็นไปได้ไง"
คนอื่นๆได้แต่อุทานออกมาเป็นทอดๆ ตะลึง หวาดกลัว น่าสะพรึง ในความคิดของพวกเขาเอ่ยออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ขนาดนั่นเย่ชิงหยูไม่รอช้า บินพุ่งทะยานขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วของเขาเร็วมากราวกับดาวหางที่พุ่งมาชนโลก
"ฟิ้ววววว"
เหมยกุ่ยที่ตอนนี้ถูกเย่ชิงหยูกอดไว้ ก็พลันยิ้มแย้ม หน้าอกเธอกดทับไปที่เขา มองหน้าเย่ชิงหยูตาไม่กระพริบ เธอรู้สึกว่าหลังจากหนึ่งเดือนมานี้ เขาหล่อเหลายิ่งขึ้นไปอีก เส้นผมที่ยาวขึ้น ปลิวสยายไปตามลม ตัวเธอที่แนบชิดกับเขาสัมผัสได้ว่า ในกล้ามเนื้อมีพลังงานที่มากมายนัก ขั้นขุนพลนภาแต่พลังอัดแน่นกว่าคนทั่วไปหลายร้อยเท่า เธอพลันคิดถูกแล้ว ถ้าจะหาคนที่สมบูรณ์ขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ สงสัยเป็นโชคชะตา(ป่าว ฝีมือคนเขียนเอง อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว ฮ่าๆ)
เย่ชิงหยูทะยานผ่านบ้านเมืองน้อยใหญ่ บินมาสักพักเขาก็หยุดลง ขนาดนั่นเขาร่อนตัวลงทันที
"ตุ๊บ" เย่ชิงหยูมาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารแห่งนึงที่เหมยกุ่ยแนะนำก่อนหน้านี้ เหมยกุ่ยยิ้มแย้ม มือเธอไปคล้องแขนของเย่ชิงหยูต่อทันที ขนาดนั่นพวกเขาก็เดินเข้าไปที่ร้าน
ฝูงชนได้แต่อุทาน พวกเขาเพิ่งเห็นชายหนุ่มบินลงมาจากฟ้า แถมยังมีสาวสวยเซ็กซี่อีก
"นั่นใครกัน ชายหนุ่มที่มีพลังขั้นขุนพลนภา แถมใส่ชุดสำนักศักดิ์สิทธิ์ด้วย"
"จ้าวเฟิงใช่ไหม ถึงอายุน้อยยังงี้" ผู้คนอุทานเอ่ยกันอย่างสงสัย ขนาดนั่นคนคนนึงก็เอ่ยขึ้นออกมาปฏิเสธ
"เจ้าโง่ ไม่ได้ข่าวเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหรอ จ้าวเฟิงตายไปแล้ว ถูกเย่ชิงหยูลงมือในการประลอง"
ฝูงชนพลันได้สติ ถ้าอย่างนั่นเจ้านี้คือใครกัน พวกเขาบางคนจำได้ว่า สาวสวยคนนั่นคือฟงฟงในทำเนียบยอดยุทธ ส่วนผู้ชายคนนั้นละ
'อย่าบอกนะว่าคือเย่ชิงหยู ทำเนียบยอดยุทธอันดับ1" พวกเขาอุทานขึ้น ตกอกตกใจกันยกใหญ่ บางคนพลันตื่นเต้นที่ได้เห็นเย่ชิงหยู แต่พวกเขาลืมกันไปสนิทว่า เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเขาแค่ขั้นขุนพลปฐพีเท่านั่น พวกเขากว่าจะจำได้ก็ผ่านไปสักพักนึงแล้ว
เย่ชิงหยูที่เดินเข้ามาในร้าน ตอนนี้ถูกคนมองเขาควงสาวสวยที่เย้ายวนมาด้วย ชายหลายคนพลันคนหื่นกระหาย ช่างเป็นผู้หญิงที่สุดยอด เย่ชิงหยูไม่ได้สนใจ เมื่อหาที่นั่งได้แล้วพวกเขาก็นั่งลง
เหม่ยกุ่ยแนะนำอาหารหลายอย่างให้ เย่ชิงหยูพยักหน้า เมื่ออาหารมาถึงพวกเขาก็กินกัน เย่ชิงหยูแทบจะกินทั้งหมดคนเดียว ส่วนเหมยกุ่ยเท้าคางมองเย่ชิงหยูกินอย่างมีความสุข
เมื่อกินเสร็จกันแล้ว พวกเขาไม่รอช้าจ่ายเงินเสร็จก็ออกจากร้านทันที แน่นอนว่าเยชิงยูเป็นคนจ่าย เขาคงไม่ให้ผู้หญิงออกให้หรอกนะ
เขาบอกกับเหมยกุ่ยว่าจะไปหอคอยสีดำ เธอก็อธิบายออกมา ว่ากันว่าหอคอยนี้ตกลงมาพร้อมกับอุกบาบาต เผ่าพันธุ์เราเพิ่งพบเจอมันเมื่อ 2000ปีก่อน พวกผู้อาวุโสพลันต่อสู้แย่งชิงหอคอยนี้มาได้จากพวกเผ่าสัตว์อสูร พวกเขาว่ากันว่ามีทั้งหมด 50 ชั้น บททดสอบแต่ละชั้นก็คือ แรงโน้มถ่วง ยิ่งขึ้นไปชั้นที่สูงขึ้น แรงโน้มถ่วงยิ่งมากขึ้น ในทุกๆสิบชั้นจะมีรางวัลจากหอคอย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งต่างๆ ยิ่งระดับสูงของรางวัลยิ่งดีเท่านั่น หอคอยนี้ผู้ที่อายุมากกว่า 30 ปีไม่สามารถเข้าได้ ถือว่าหอคอยนี้เป็นที่ฝึกกายหยาบได้ดีที่สุดแห่งนึงเลยก็ว่าได้ ยิ่งชั้นสูงขึ้น ร่างกายก็ยิ่งถูกขัดเกลามากขึ้น ยิ่งว่ากันว่าคนที่ขึ้นไปสูงๆได้วัดจากพรสวรรค์ของแต่ละคนด้วย
เย่ชิงหยูได้ฟังดังนั่นก็พยักหน้ารับ ในความคิดของเขา พรสวรรค์ของเขาตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในจักรวาลไม่เป็นสองรองใครเลยก็ว่าได้
"หืมม ตกลงมาพร้อมอุกกาบาตงั้นเรอะ" เย่ชิงหยูยืนครุ่นคิด เขากล่าวออกมาอย่างน่าสนใจ อาจจะได้รู้ความลับอะไรก็ได้
"ไปกัน" เขาเอ่ยกับเหม่ยกุ่ยทันที
เหม่ยกุ่ยพยักหน้า เธอยิ้มอย่างเย้ายวนเอามือมาคล้องแขนเขาอย่างเช่นเคย ความรู้สึกที่แขนถูกหน้าอกขนาดใหญ่กดทับนี้มันรู้สึกดีจริงๆ