ตอนที่ 36 ความแข็งแกร่งขององค์ชายสาม
“บรึม!” คมง้าวกระแทกชนใส่พื้นดินอันกว้างใหญ่จนเกิดเป็นหนามแหลมผุดขึ้น จนทั่วเทือกเขาคล้ายกับกำลังอยู่ในสภาพที่สั่นสะเทือนก็มิปาน ในบริเวณโดยรอบของยอดเขาหลายร้อยลี้ล้วนแต่เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเล็กน้อย ดอกไม้ใบหญ้าถูกทำลาย ไม้ป่าพังทลาย จนเมื่อกระทั่งผืนแผ่นดินแตกทลาย จนปรากฏออกเป็นรอยแตกขึ้นเป็นวงกว้าง เหมือนดั่งปากขนาดใหญ่โตของผีสางมารร้ายที่โผล่มาจากนรกภูมิ สิ่งมีชีวิตภายในบริเวณโดยรอบหลายร้อยลี้ล้วนแต่ถูกดูดกลืนจนพลังชีวิตดับสูญไป แม้แต่เลือดเนื้อก็ยังต้องแหลกเป็นโคลนตม ดับชีพชีวายสูญไม่เหลือซาก! เจวี๋ยหวู่หมิงจึงได้รีบเดินผ่านไปตามเส้นทางด้วยความรวดเร็ว เมื่อดำดิ่งลงลึกไปได้กว่าร้อนหมี่ ก็พลันรู้สึกถึงพลังที่ระเบิดจากทางด้านบน เหล่าอสรพิษนับไม่ถ้วนถึงกับต้องสิ้นชีพไปอย่างรวดเร็ว จนไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตได้อีกแม้สักอึดใจเดียว พลังทำลายเพียงง้าวเดียว ถึงกับน่าสะพรึงได้มากถึงเพียงนี้เชียวหรือ! เจวี๋ยหวู่หมิงยังไม่ทันจะเจ็บใจ สายลมพายุที่กรรโชกอยู่ทางด้านบน กับความเจ็บปวดที่อยู่แผ่นหลัง เสียง “ฝุบ” ได้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระอักเลือดดังขึ้น และตกอยู่ในสภาพที่ใบหน้าซีดเผือด ทันทีที่คลายมือลง เฮยเสวียนล้มลงจนแทบชิดติดกับพื้น เจวี๋ยหวู่หมิงหันหัวดังขวับ เฮยเสวียนที่ทั้งโกรธทั้งเป็นกังวล ขู่คำรามดังฟ่อฟ่อ สะบัดหางส่ายไปส่ายมาด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่กลับมีรอยแตกแยกขึ้นบนพื้นแทน อยู่ในสภาพที่อึดอัดอย่างถึงที่สุด เจวี๋ยหวู่หมิงลูบเข้าไปที่หัวของมัน จึงได้พูดปลอบโยน: “ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงไป!แค่คิดไม่ถึงว่าเด็กน้อยผู้นั้นจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ ถ้าหากไม่ใช่เป็นเพราะข้าตอบสนองได้ทันท่วงที ก็คงต้องมอบชีวิตน้อยๆ ออกไปแล้ว” แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านแต่ก็ยังคงหวาดผวาอยู่จับใจ จึงได้คิดไปคิดมา: “เฮยเสวียน หากเจ้ายังอยู่ที่นี่คงจะอันตรายจนเกินไป การที่ข้าพาเจ้าหนีเอาชีวิตรอดเช่นนี้ กลับเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง ข้ายังคงเก็บเจ้าเอาไว้อยู่ภายในมิติช่องสัตว์เลี้ยงเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน” โดยที่ไม่ปล่อยให้เฮยเสวียนมีโอกาสคัดค้าน เจวี๋ยหวู่หมิงก็พลันกระตุ้นความคิด เพื่อทำให้เฮยเสวียนกลับเข้าไปอยู่ภายในมิติช่องเก็บสัตว์เลี้ยงของระบบ โชคยังดีที่ก่อนหน้านี้ผูกมัดเฮยเสวียนไว้กับสัตว์เลี้ยงในระบบมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้ก็คงจะยุ่งยากกันแล้ว ช่วงเวลาที่อยู่ภายในมิติช่องเก็บสัตว์เลี้ยงล้วนแต่จะหยุดลง ต่อให้โลกภายนอกผ่านพ้นเลยไปอีกนับหมื่นปี แต่เมื่อออกมาจากภายใน กลับผ่านพ้นไปเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น สัตว์เลี้ยงยังสามารถที่จะพักผ่อนและรักษาเยียวยาอยู่ภายในได้ อีกทั้งในด้านของผู้เป็นนายก็จะสามารถเรียกออกมาได้ตลอดเวลา คงมีแต่ส่วนที่ย่ำแย่ก็คงจะเป็นเพราะไม่สามารถบ่มเพาะด้วยตัวเองได้ แต่ตอนนี้กลับอยู่ในสถานการณ์คับขัน ก็ไม่อาจที่จะเก็บมาคิดมากความขนาดนั้นกันแล้ว เมื่อได้เก็บเฮยเสวียนกลับเข้าไปยังภายในมิติช่องเก็บสัตว์เลี้ยง ในใจเจวี๋ยหวู่หมิงก็พลันผ่อนคลายออกมา เมื่อไม่มีสิ่งที่คอยทำให้เป็นกังวล ไม่ว่าจะสู้หรือจะหนี เขาก็สามารถที่จะรับมือได้อย่างใจเย็น และประจวบกับเวลานี้ ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงหัวเราะอย่างเย็นชาดังออกมา : “ฮาฮา หาแกเจอแล้ว เอาแต่หนีทำตัวปอดแหกไปได้!” เมื่อสิ้นเสียงลง กระแสคมง้าวได้ทำให้เกิดสภาวะซับซ้อนกันแล้ว และบีบอัดเข้าไปยังทางด้านของเจวี๋ยหวู่หมิงอยู่ทุกมุมทุกสารทิศ แม้แต่พื้นดินก็ยังถูกฟาดฟันจนเกิดเป็นช่องว่างเป็นชิ้น ๆ ต่อให้เจวี๋ยหวู่หมิงจะขึ้นฟ้าดำดิน ก็ไม่สามารถที่จะหลบหนีออกไปได้! “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นก็มาสู้กันเถอะ!” เจวี๋ยหวู่หมิงเพียงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ จนเกิดเป็นประกายแสงอันคมกล้าเปล่งเป็นประกายระยิบระยับผ่านแววตา ตลอดทั้งร่างเอ่อล้นไปด้วยพลังอสูร เพียงพลิกฝ่ามือ คร่าวิญญาณก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาเองก็รู้ว่า หากมัวแต่หนีก็มีแต่ยิ่งจะตายได้เร็วขึ้น ยังคงไม่สู้หันหน้าเข้าแลกกันสักตั้ง ไม่แน่ว่าอาจจะยังมีหนทางรอดอยู่อีกก็เป็นได้ “ตาย!” “กระดูกเหล็กผิวทองแดง!” ทันทีที่ตะโกนกู่ร้องออกมา ร่างกายของเจวี๋ยหวู่หมิงพลันสาดเป็นประกายดุจสายฟ้า ชั่วพริบตาที่พวยพุ่งออกไป ก็พลันแกว่งขึ้น หันหน้าเข้ารับคมง้าวอันคมกล้าที่โถมโจมตีเข้าใส่! เคร้งคร้าง!เคร้งคร้าง! คมง้าวได้ทิ้งร่องรอยขนาดเล็กละเอียดเอาไว้อยู่นับไม่ถ้วน โถมเข้าใส่บนร่างเจวี๋ยหวู่หมิงดุจดั่งดาวตกนับไม่ถ้วน แม้จะมีกระดูกเหล็กผิวทองแดงเองก็ไม่แน่ว่าจะสามารถต้านทานได้ พริบตานั้นผิวชั้นนอกได้ถูกกรีดออกเป็นทาง จนเลือดสาดกระจาย พริบตานั้นก็ได้ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์โลหิตตนหนึ่ง รอจนกระทั่งเจวี๋ยหวู่หมิงลอยกระเด็นออกไป เขาก็ถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต หน้าซีดเผือดดุจกระดาษ ลมหายใจขาดห้วง ยังไม่ทันจะปรับสมดุลยืนได้ตรง เขาก็ยิ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างรุนแรงไปแล้ว “มีพลังเพียงแค่นี้ ยังริอาจหาญมาคุยโวโอ้อวดได้อย่างไร้ยางอาย!เจ้าเด็กเหลือขอ วันนี้ของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า!” อ่าวเหมิงที่นั่งอยู่บนตัวของสัตว์น้ำ ง้าวฟางเทียนฮว่าที่กำลังจ่อใส่เจวี๋ยหวู่หมิง ใช้สายตาที่เหมือนกับกำลังมองแมลงตัวหนึ่งอยู่ “เจ้า ข่มเหงกันเกินไปแล้ว!” เพลิงโทสะที่สุมอยู่ในอกของเจวี๋ยหวู่หมิงถึงกับพลุ่งพล่านขึ้นมา การที่ต้องมาเผชิญหน้ากับการถูกเย้ยหยันด้วยคำพูดแบบนี้ เพียงการด่าทอผู้อื่นว่าเป็นเด็กเหลือขอ ก็สามารถทำให้ตัวเองสูงส่งมากขึ้นได้ขนาดให้เลยหรือไง ช่างเป็นเรื่องที่แม้จะอดทนแต่ก็เหลืออดกันเกินไปแล้ว! ทันใดนั้นตรงหว่างคิ้วก็คายบางอย่างออกมา พร้อมกับประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับพวยพุ่งออกมา อุปกรณ์ปราณชั้นเลิศ——คร่าวิญญาณ! กระแสกระบี่ทะลุม่านอากาศ สาดเป็นประกายระยิบระยับ เกิดเป็นจิตสังหารพวยพุ่งออกไป! ความคมกล้าแสบนัยน์ตา เป็นที่น่าแตกตื่นจนจิตใจทำหลุดลอย ดั่งสายฟ้าดุจประกายแสง! จนกระทั่งตรงดิ่งอยู่ท่ามกลางเวหา อ่าวเหมิงที่กำลังนั่งอยู่บนหลังของสัตว์น้ำก็ได้มองเจวี๋ยหวู่หมิงด้วยสายตาเหยียดหยาม อ่าวเหมิงเพียงหรี่ตาลง สาดเป็นประกายดุดันขึ้นวาบ: “เวลานี้ ยังกล้าต่อต้านอีกหรือเปล่า? เหอะ มีแสงไฟได้แค่เพียงหิ่งห้อยยังริบังอาจมาเทียบเสียงกับสุริยันดวงเดือนอีก?” เมื่อสิ้นเสียง ง้าวฟางเทียนฮว่าในมือก็พลันกวาดลงเป็นทางดั่งแสงสว่างวาบ เกิดเป็นคลื่นลมพายุอัสนีโหม มวลอากาศเกิดความบิดเบี้ยว! วินาทีนั้น คมง้าวได้ฟาดฟันดั่งสายฟ้า พุ่งตรงดิ่งเข้ามาโดยที่ไม่มีการวกอ้อม ฟาดฟันดิ่งเข้ามาดุจปลายปากกาลากเข้ามาจนเป็นเส้นตรงเข้าใส่บน “คร่าวิญญาณ” ที่กำลังบินอยู่ ทันใดนั้น เสียงระเบิดดัง “ตึง” ก็พลันดังก้องจนแสบแก้วหู ทันใดนั้นง้าวฟางเทียนฮว่าก็ได้เข้าขวางการโจมตีถึงจุดตายนี้เอาไว้! ความคมกล้าสุดเปรียบปาน เพียงพอที่จะฉีกกระชากอุปกรณ์ปราณชั้นเลิศ “คร่าวิญญาณ” ที่ทำจากศิลาทองคำได้เลยทีเดียว จนสัมผัสได้ว่าที่ด้านบนคมง้าวยังได้มีพลังอันรุนแรงถ่ายเทเข้ามา ทั้งยังไม่พลาดเป้า ตอบโต้สวนกลับไปในทันที ท่ามกลางแสงสีครามที่ระยิบระยับ อ่าวเหมิงเองก็อดไม่ได้ที่จะต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว “เหอะ!” หว่างคิ้วขององค์ชายสามยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องคิดเลย ก็ผนึกพลังขึ้นในทันที พร้อมกับถ่ายเทพลังลมปราณที่เป็นดั่งวงกลมของธาตุอัคคีเข้าสู่ภายในง้าวฟางเทียนฮว่าอย่างรุนแรงจนแทบล้นทะลักออกมา ครืน! คมกระบี่คร่าวิญญาณถึงกับสั่นสะท้าน จนคล้ายกับว่าไม่อาจที่จะทนทานรับเอาไว้ได้ไหว และแผดเสียงกู๋ร้องออกมาจนดังสนั่น ในระหว่างที่เกิดเสียงดังกร๊อบออกมา ทันใดนั้นภายในจิตใจของเจวี๋ยหวู่หมิงพลันเกิดเป็นความเจ็บปวดขึ้น มุมปากมีเลือดไหลริน ในเวลาที่เงยหน้าขึ้นมอง ก็ได้สร้างจนพลังทำลาย “คร่าวิญญาณ” ออกมาในรูปแบบของใยแมงมุม ฉีกกระชากทุกจุดจนย่อยยับ! ในระหว่างที่องค์ชายสามขยับเคลื่อนไหวเพื่อโจมตี ก็ได้ทำลายอุปกรณ์ปราณชั้นเลิศชิ้นหนึ่งไป นี่กลับไม่ใช่เป็นเพราะเขามีการบ่มเพาะที่ลึกล้ำ แต่ยิ่งไปกว่านั้นง้าวฟางเทียนฮว่าในมือชิ้นนั้น ยังเป็นถึงระดับที่เลิศล้ำเหนือกว่าคร่าวิญญาณ “บัดซบ!” เจวี๋ยหวู่หมิงลอบสบถในใจ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมอง องค์ชายสามนั้นได้ฟาดเข้าไปที่สัตว์น้ำ และพุ่งลงมาจากฟ้า พร้อมกับฟาดง้าวลงมา เกิดเป็นคลื่นพลังวายุแหวกอากาศ! ยังไม่ทันจะได้ครุ่นคิดใคร่ครวญ เจวี๋ยหวู่หมิงที่กะพริบตาถี่ ๆ ก็กระตุ้นใช้ทักษะ—— “เนตรเทวะเพลิงอัคคี” เสาเพลิงสองสายพวยพุ่งไปในทันที ภายใต้อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นสูง เผาผลาญอากาศตลอดทาง กำลังพวยพุ่งเข้าไปยังทางด้านของอ่าวเหมิงไป เดิมทียังชั่วขณะที่กำลังคิดจะต้านทานอีกฝ่าย เจวี๋ยหวู่หมิงก็คิดที่จะฉวยโอกาสสะบัดหน้าหลบหนี แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับทำให้เขาต้องรู้สึกผิดหวังอย่างถึงที่สุด เสาเพลิงที่ร้อนระอุสองสายกลับเป็นเหมือนกับตั๊กแตนกระโดดเข้ามาห้ามรถ ถึงกับถูกอ่าวเหมิงสลายพลังไปได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสวนพลังที่เร็วแรงยิ่งกว่าเข้ามา เพียงช่วงลัดนิ้วมือเดียวก็พลันเกิดเป็นพลังทะลุทะลวงผ่านหน้าอก ในระหว่างที่ตกอยู่ในห้วงวิกฤติกาล เจวี๋ยหวู่หมิงได้ขยับร่างหลบ หลุดรอดไปจากพลังทำลายไป ประกายอันคมกล้าของง้าวเพียงเฉียดผ่านข้างกายไปอย่างหวุดหวิด ฉึกกก! คมง้าวฟาดแหวกจนเกิดทิ้งร่องรอยไว้เป็นทางแนวยาว แฝงเอาไว้ด้วยหมอกสีเลือดคลุ้งกระจาย เจวี๋ยหวู่หมิงเพียงรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงย้อนทวนกลับมา จนต้องกระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง ตกอยู่ในสภาพที่คล้ายกับว่าวสายปานขาด กระเด็นลอยออกไปจนไกล พริบตานั้นก็กระแทกชนเข้ากับหินผาขนาดใหญ่ที่ไกลออกไปกว่าสามสิบหมี่ พร้อมกับทุบเข้าไปที่หินก้อนโตจนแหลกลาญ และเขาที่แขนขาดขาดไปทั้งสองข้าง กระดูกซี่โครงหักลงทีละท่อน อวัยวะภายในเคลื่อนบ้าง แหลกไปบ้าง เหลือแต่เพียงลมหายใจที่โรยริน “ช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน!” บนใบหน้าอ่าวเหมิง ยังแขวนเอาไว้รอยยิ้มเย้ยหยันเอาไว้ อีกทั้งยังเดินไปยังทางด้านหน้า กำลังมองเจวี๋ยหวู่หมิงที่กำลังล้มลงไปกองร่างอาบไปด้วยเลือด จนถึงกับเปล่งเสียงออกมาด้วยความเย้ยหยัน: “เมื่อครู่นี้ยังไม่ใช่ปากแข็งอยู่หรอกหรือไง? ทำไมตอนนี้ถึงยังไม่พูดล่ะ? อือ? พูดอะไรบ้างสิ เจ้าก็พูดอะไรออกมาสิ!”...