คุณหนูในห้องหอ

    บทที่52 : แค่เริ่มต้น 52-2

    ออกมาจากอุโมงค์สู่เมืองเตียวฮุย ถึงจะรู้ว่าเวลานี้ฟ้าได้เปลี่ยนสีไปแล้วจริงๆ ฮ่องเต้อู๋อี๋ตี้ถูกปลงพระชมน์ด้วยมือของกงกงคนสนิทที่อยู่ข้างกาย ชินอ๋องขึ้นครองบัลลังก์ รัชทายาทสูญหาย อู๋อ๋อง และ อู๋สี่ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน ในขณะที่อู๋ฮวนกลายเป็นทรราช มีหมายจับแปะไปทั่วแคว้น

    การเดินทางจากเมืองเตียวฮุย สู่โจเจียงไม่สามารถกล่าวได้ว่าราบรื่น เพราะมีการตั้งด่านตรวจค้นหลายจุด การเดินทางเป็นขบวนใหญ่จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง จึงวางแผนแบ่งคนออกเป็นสามกลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มของรองแม่ทัพจู จูเจียเทา จูซือเจีย และทหารหน่วยพยัคฆ์ขาวจำนวนหนึ่งปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่ นำสินค้าและสัมภาระบางส่วนออกเดินทางไปก่อนเป็นกลุ่มแรก

    กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มของไห่เถิง มีชูหลิง และทหารหน่วยพยัคฆ์ขาวอีกจำนวนหนึ่ง ปลอมตัวเป็นพี่ชายที่กำลังพาน้องสาว ไปส่งบ้านเจ้าบ่าวเพื่อจัดงานแต่งงาน ออกเดินทางหลังจากกลุ่มแรกจากไปสามวัน

    ในขณะที่กลุ่มของอู๋ฮวนและจางหลินถง ปลอมตัวเป็นคู่สามีภรรยาซึ่งกำลังเดินทางกลับไปดูใจญาติฝ่ายหญิงที่กำลังป่วยหนัก โดยมีผู้คุ้มกันทั้งหมดปลอมตัวเป็นบ่าวรับใช้ในเรือน ออกเดินทางเป็นกลุ่มสุดท้าย โดยทั้งหมดมีจุดหมายปลายทางที่เมืองโจเจียง

    หลังจากแยกกันเดินทางจึงราบรื่นขึ้นมาก แม้ระหว่างทางยังต้องพบกับโจรภูเขาที่ดักปล้นเป็นระยะ แต่เพราะคนน้อยและข้าวของที่นำติดตัวมามีจำนวนน้อยจึงไม่เป็นที่สนใจมากนัก ที่สำคัญคราวนี้จางหลินถงสามารถดูแลตัวเองได้ดี จึงสามารถผ่านพ้นมาได้อย่างราบรื่น จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงโจเจียงเป็นกลุ่มสุดท้าย เดิมทีอู๋ฮวนมีคฤหาสน์พักร้อนอยู่ริมแม่น้ำ แต่เวลานี้มันถูกใช้รับรององค์รัชทายาท และไม่เหมาะที่คนจำนวนมากจะไปพักในละแวกเดียวกัน อู๋ฮวนจึงเช่าบ้านหลังหนึ่งในตรอกเล็กๆกลางเมืองเป็นที่พักชั่วคราว

    โดยบุคคลภายนอกรู้แค่ว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยาที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ มีเพียงคนในเท่านั้นที่รู้ว่าทั้งคู่เป็นเพียงคู่หมั้น หาใช่สามีภรรยากันจริงๆ ภารกิจของจางหลินถงในแต่ละวันมีไม่มาก ตื่นเช้าเพื่อฝึกวรยุทธ์ และฝึกหมัดมวยตามคัมภีรย์ของเผ่าหั่วจูเพื่อฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงและเพิ่มความคล่องตัวแม่นยำ สายหน่อยฝึกยิงธนู ฝึกดาบ และกระบี่ ตอนเที่ยงแดดเริ่มแรงนางจึงอ่านหนังสือเกี่ยวกับการวางค่ายกล และการศึกเพิ่มความรู้ให้ตนเอง บางครั้งก็ฝึกคัดลายมืออยู่ในเรือน บางครั้งก็ดีดพิณเพื่อผ่อนคลายอารมณ์

              ส่วนอู๋ฮวนไม่ได้อยู่เรือน เพราะเขาต้องออกไปคุยเรื่องธุระกับองค์รัชทายาทที่เรือนพักริมน้ำ พร้อมด้วยจูเจียเทา ต้าเจิง และแม่ทัพหน่วยพยัคฆ์ขาวจากกองอื่น ซึ่งได้เดินทางมาสมทบภายหลังได้รับจดหมายของกัวเหวินเซิน จะกลับถึงเรือนอีกทีก็ค่ำแล้ว  ที่เรือนจึงมีไห่เถิง ชูหลิง จูซือเจีย ลี่เฉิง ถิงเฟิง คอยอยู่เป็นเพื่อนจางหลินถงเท่านั้น

    นับตั้งแต่มาถึงโจเจียง น้อยครั้งมากที่นางจะได้พบกับเขา  อีกฝ่ายออกไปแต่ตั้งแต่เช้ามืดและกลับดึกมาก ในขณะที่นางตื่นช้ากว่าเขาเล็กน้อยและนอนแต่หัวค่ำ แต่ก็มีลี่เฉิงและถิงเฟิงคอยรายงานความเคลื่อนไหวของนางให้อู๋ฮวนทราบเป็นระยะ ว่าในแต่ละวันนางทำอะไรบ้าง อู๋ฮวนเห็นว่าจางหลินถงเชื่อฟัง และตั้งใจฝึกฝนตนเอง เขาสบายใจขึ้นมาก จึงไม่ได้เข้มงวดกับนางมากนัก

    ทว่าอู๋ฮวนหารู้ไม่ลับหลังชายหนุ่ม จางหลินถงกลับไม่ใช่จางหลินถงคนเดิม วันนี้เป็นอีกวันที่จางหลินถงหายตัวไปอย่างปริศนา เป็นเวลากว่าหลายชั่วยาม มีเพียงไห่เถิง ชูหลิงที่รู้เรื่องนี้

     

              ใกล้ยามซวี [1]

    แสงเทียนในห้องนอนของจางหลินถงส่องสว่าง เป็นชูหลิงที่เข้ามาจุดไว้ ห้องนอนของจางหลินถงไม่มีใครกล้าเข้ามาส่งเดช ถิงเฟิงและลี่เฉิงเพียงมองจากประตูด้านนอก พอเห็นเงาของคนนั่งอ่านหนังสือไม่ยอมนอนจึงวางใจ ทั้งที่ความจริงแล้วเงาที่ปรากฎคือหมอนหนึ่งใบที่มีผ้าห่มคลุมไว้

    ในขณะที่เจ้าของห้อง เพิ่งจะมาถึงประตูทางเข้าด้านหลัง ร่างเล็กในชุดบุรุษรัดกุมสีดำยืนเอาตัวแนบกับกำแพงรั้วพลางหันมองซ้ายมองขวาอย่างระวัง ก่อนจะเงยหน้ามองด้านบนหาจุดเหมาะที่สามารถกระโดดขึ้นไปแล้วไม่เกิดเสียงดัง จังหวะนั้นนางได้ยินเสียงรถม้ากำลังพุ่งมา หัวใจของนางเริ่มเต้นแรง

              “เขากลับมาแล้ว!” นางบ่นเบาๆในดวงตาฉายแววตื่นเต้นอยู่มาก

    เสียงรถม้าใกล้เข้ามา หญิงสาวรีบสะกิดปลายเท้าใช้วิชาตัวเบา ส่งตนเองกระโดดข้ามกำแพงเรือนไปแตะยอดไม้ ก่อนจะกระโดดม้วนตัวลงพื้นโดยไม่เกิดซุ่มเสียง และวิ่งไปทางห้องนอนของนาง จางหลินถงกระโดดเข้าทางหน้าต่างแล้วงับสนิท จากนั้นพุ่งเข้าไปในห้องอาบน้ำ รีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและมานั่งที่โต๊ะ แล้วรินน้ำชาดื่มแก้กระหาย พลางถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่นางยังกลับมาทันเวลาเหมือนเดิม

    เวลานั้นไห่เถิงและชูหลิงเปิดประตูเข้ามาพอดี เห็นว่าจางหลินถงกลับมาแล้วก็เบาใจ

    “คุณหนูหายไปทั้งวัน บ่าวร้อนใจจะแย่”ชูหลิงกล่าวเสียงเบามาก เพราะเกรงว่าจะมีคนมาได้ยินเข้า

    จางหลินถงหันไปยิ้มให้ชูหลิง“วางใจเถอะ ข้าต้องกลับมาทันเวลาอยู่แล้ว”

    “ได้เรื่องบ้างหรือไม่?” ไห่เถิงเปิดปากถามบ้าง

    จางหลินถงหุบยิ้มและมีอาการตึงเครียด นางส่ายหน้าพลางถอนหายใจ การเริ่มต้นสืบหาความจริงเพื่อล้างมลทินให้ตระกูลจางยากกว่าที่คิดไว้มาก

    หลายวันก่อนนางครุ่นคิดหาวิธีล้างแค้น ต่อมานางเห็นภาพของอดีตพ่อบ้านที่ทำงานให้ตระกูลจางปรากฎขึ้นมาในภาพนิมิต เขาเป็นชาวเมืองหลวง และพอมีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ที่โจเจียงอยู่บ้าง

    นางจำได้ว่าคนผู้นี้ถูกไล่ออกจากจวนตระกูลจางก่อนหน้าที่นางจะแต่งงานได้ไม่กี่วัน เหตุเพราะถูกจับได้ว่ายักยอกเงินมาหลายปี นางจึงปลอมตัวเป็นบุรุษออกไปถามหาคนแซ่เฉาในตัวเมือง ทว่าตามจนทั่วก็พบว่าในเมืองโจเจียงไม่มีคนแซ่เฉาเลยสักคน จึงต้องกลับมาพร้อมกับความผิดหวัง

    “คุณหนูเจ้าคะ พักนี้คุณหนูออกไปข้างนอกบ่อยเกินไปแล้ว พักบ้างเถอะนะเจ้าคะ ก่อนที่พวกเขาจะสงสัย”พวกเขาที่ชูหลิงหมายถึง จูซือเจีย ลี่เฉิงและถิงเฟิง

              จางหลินถงพยักหน้ารับ“อ้อ...ข้ารู้แล้ว” 

    นางรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงนาง จางหลินถงจึงยอมรับฟังคำชี้แนะแต่โดยดี หลังจากมาถึงที่นี่นางตั้งใจอ่าน และท่องจำเนื้อหาในหนังสือที่นำกลับมาจากหน่วยพยัคฆ์ขาวได้เกือบทั้งหมดแล้ว อีกทั้งมีลี่เฉิงและถิงเฟิงช่วยสอนเคล็ดลับการใช้วิชาตัวเบาและการเดินลมปราณ ทำให้นางสามารถควบคุมปราณโลหิตอัคคีได้ดีขึ้น

    ดวงตาของนางไม่แดงเหมือนแต่ก่อนแล้ว นางสามารถใช้กระบวนท่าต่อสู้ต่างๆได้คล่องแคล่วว่องไว ถือว่ามีความก้าวหน้าขึ้นมาก นางจึงสามารถออกไปข้างนอกได้โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น และสามารถเอาตัวรอดยามเกิดเหตุร้าย โดยไม่ได้รับแม้แต่รอยขีดข่วน

    ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าเดินมาหยุดที่หน้าห้อง หัวใจจางหลินถงเต้นแรงมาก นานแล้วที่นางไม่ได้พบเขา ไม่นึกว่าวันนี้เขาจะมีเวลาแวะมาหานางได้ ไห่เถิงและชูหลิงจึงถอยออกไปก่อน เปิดโอกาสให้คนทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานนักคนที่นางเฝ้ารอก็ผลักประตูเข้ามา จางหลินถงวางใบหน้าเรียบเฉย ขณะหันไปมองเขาแวบหนึ่งแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาถืออ่าน อู๋ฮวนมาถึง เขามองนางเพียงครู่เดียวก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะยื่นมือไปดึงหนังสือที่นางถือกลับหัว กลับด้านที่ถูกแล้วยัดใส่มือให้นาง

    จางหลินถงชะงักแล้วเก็บสีหน้า นางทำราวกับไม่มีอะไรเกิด จากนั้นเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานให้เขา อู๋ฮวนเห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานาน ดวงตาคมของเขาวาววับ ขณะมีเงาดำมืดผุดขึ้นมาปกคลุมทีละนิด

    “อาหลิน เหตุใดวันนี้ถึงนอนดึกนักเล่า รอข้าอยู่หรือ?”

    เมื่อถูกทัก จางหลินถงปิดหนังสือและวางทันที นางส่ายหน้าพลางยกมือขึ้นปิดปากหาวทำราวกับง่วงมาก ก่อนจะลุกขึ้นและออกปากไล่อย่างไม่เกรงใจ

    “ข้ากำลังจะเข้านอนอยู่พอดี พี่ฮวนมาเหนื่อยๆ รีบไปพักผ่อนเถอะ”กล่าวแล้วเดินที่มุมเสาเตียงปลดผ้าม่านลงมา

    อู๋ฮวนได้เห็นเช่นนั้นจึงอมยิ้ม เขาถอดเสื้อคลุมออกไปพาดบนเก้าอี้ แล้วเดินไปหาจางหลินถง หญิงสาวรู้สึกว่าถูกคุกคามจากด้านหลัง นางรีบหันกลับไปพลางก้าวถอยหลัง แต่ถูกอู๋ฮวนตามติดทุกฝีก้าว จางหลินถงเริ่มขมวดคิ้ว วันนี้เขาเป็นอะไรไปจากที่ไม่เคยแวะมาก็แวะมา ทั้งยังทำท่าทีประหลาดใส่นางอีกด้วย

    เขาต้องการอะไร หรือว่าเขาต้องการจะทดสอบความก้าวหน้าของนาง?

    ต้องใช่แน่ เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น จางหลินถงเริ่มมองเขาด้วยแววตาดุร้าย ก่อนจะออกหมัดมวยของเผ่าหั่วจูอย่างว่องไว อู๋ฮวนเบิกตากว้าง ตื่นตระหนกที่จู่ๆนางนึกอยากประมือขึ้นมาในตอนดึก ชายหนุ่มรีบปัดป้องพลางก้าวถอยหลัง จางหลินถงได้ใจจึงรุกเข้าหา

    คิดจะมาทดสอบนางไม่ง่ายอย่างที่คิด นางเคยอ่อนแอก็จริง แต่เวลานี้อย่าหวังว่าใครจะมารังแกนางได้ง่ายๆ ต่อให้เป็นเขาก็เถอะ จางหลินถงเป็นฝ่ายออกกระบวนท่า และรุกเข้าหาอย่างดุดัน ทั้งมือและเท้า เตะ ต่อย คล่องแคล่วทีเดียว อู๋ฮวนได้เห็นจึงพยักหน้า ยอมรับว่านางก้าวหน้าขึ้นมากจริงๆ

    “ไม่เลว” ชายหนุ่มกล่าวชมจากใจ ก่อนจะยิ้มฉายแววตาเจ้าเล่ห์ เขาหลอกล่อให้นางออกแรงมากขึ้น จางหลินถงเลิกระแวงอู๋ฮวนนานแล้ว จึงคิดไม่ถึงว่าเขากำลังใช้เล่ห์กลกับนางอยู่ ต่อมานางเริ่มเหนื่อย จึงถูกเขารุกคืนบ้าง นางพลิ้วกายหลบ ทว่าพลาดมือปัดไปโดนเทียนในห้องจนดับ

    “พี่ฮวน” แสงสว่างดับวูบความมืดเข้ากลืนกิน จางหลินไม่ชินกับความมืด นางหยุดชะงัก ขณะยื่นมือควานรอบตัว“ข้ามองไม่เห็น”

    อู๋ฮวนได้โอกาสพุ่งเข้าประชิดตัว อุ้มนางลอยจากพื้นไปวางบนเตียงแล้วโถมกายลงไปทับ จับมือนางทั้งสองข้างกดแนบตรึงกับเตียงแล้วก้มลงไปหา จมูกของเขาแตะโดนแก้มนิ่มของนางเข้าพอดี เวลานั้นนางเอียงหน้ามา อู๋ฮวนจึงแนบริมฝีปากจุมพิติมฝีปากนางทันที

    เมื่อได้สัมผัสใกล้ชิด จางหลินถงจึงรู้ว่าอู๋ฮวนดื่มสุรามาบ้าง เพราะในปากของเขายังมีกลิ่นสุราหลงเหลือ นางถูกกลิ่นสุราในปากของเขามอมเมาจนมึนงง ริมฝีปากช่ำชองขบเม้มดูดดื่มจนจางหลินถงหายใจไม่ทัน แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายไปกันใหญ่ อู๋ฮวนรีบพลิกตัวลงไปนอนบนเตียงและดึงจางหลินถงเข้าสู่อ้อมอก นางได้ยินเขาพ่นลมหายใจยาวมาก ในใจนึกรู้ว่าเขาคงมีเรื่องหนักใจไม่น้อย

    อู๋ฮวนนอนทำใจครู่ใหญ่ ก่อนจะกล่าวกับนางไปว่า“อาหลิน อีกไม่กี่วันข้าต้องเข้าเมืองหลวง เจ้าต้องรอข้าอยู่ที่นี่ หากภายในยี่สิบวันข้าไม่กลับมา จะมีคนมาพาเจ้าไปที่อื่น ถึงเวลานั้นเจ้าต้องตามพวกเขาไป อย่าดื้อเด็ดขาดได้ยินหรือไม่?”

    เพียงแค่เขาเอ่ยปาก ภาพก็ปรากฏขึ้นมาหัวของนางแล้ว พวกเขาจะบุกเข้าไปช่วยอู๋อ๋องและคุณชายน้อย!