(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    บทที่ 2 ตอนที่ 5 การโจมตีของผู้เล่น

    บทที่ 2 ตอนที่ 5 การโจมตีของผู้เล่น


            ความเงียบปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ ทั้งผู้เล่นและปีศาจต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแค่หนึ่งดาบที่รวดเร็วจนมองไม่ทัน ก็สามารถสังหารบอสกระต่ายกวางได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นหัวหน้าของตนถูกสังหารต่อหน้าต่อตา ฝูงกระต่ายกวางและนักรบกระต่ายก็พุ่งทะยานเข้าหาเคนจิด้วยความโกรธแค้น ทันใดนั้นพื้นแผ่นดินก็สั่นสะเทือน ปรากฏกระดูกที่แหลมคมพุ่งทะยานออกมาจากพื้นดิน เสียบแทงร่างของฝูงกระต่ายกวางที่กระโดดเข้าหาเคนจิ ซึ่งเป็นฝีมือของมามอนที่ร่ายเวทกระดูกขึ้นมา พร้อมกับทากีร่าที่พุ่งทะยานไปรอบๆ พร้อมกับอาวุธคู่ใจ ไล่เข่นฆ่าฝูงนักรบกระต่ายที่จู่โจมเข้ามา


            ทั้งสองสามารถร่วมมือกันเป็นอย่างดี ราวกับรู้ใจกันและกันเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานบริเวณรอบตัวเคนจิก็ปรากฏซากศพของกระต่ายกวางและนักรบกระต่ายเป็นจำนวนมาก จนพื้นที่รอบๆ ปรากฏแอ่งเลือดไปทั่วทุกพื้นที่พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว จนผู้เล่นหลายคนรู้สึกสยดสยองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่กลุ่มของเคนจิจะเดินจากไป เพื่อหาทางขึ้นไปยังชั้นที่ 2 เจนก็สะดุดตาบางอย่างกับซากศพของบอสกระต่ายกวาง จึงตะโกนเรียกเคนจิออกไป


            “เคนจัง! ดูที่ศพบอสกระต่ายซิ เจนว่ามีอะไรส่องแสงออกมาด้วยนะ”


            ทันทีที่เจนกล่าวจบ เคนจิก็รีบมาตรวจสอบศพของบอสกระต่ายกวางทันที ก็พบกับอัญมณีเรืองแสงก้อนหนึ่งขนาดเท่ากับกำปั้นในศพของมัน เมื่อใช้ทักษะสังเกตจ้องดูก็พบว่ามันคือกุญแจที่ใช้สำหรับการเปิดประตู ในขณะที่เคนจิกำลังตรวจสอบก้อนอัญมณี ก็ปรากฏกลุ่มคนมากมายที่กำลังโอบล้อมกลุ่มของเคนจิ ในมือของพวกเขาแต่ละคนต่างถืออาวุธแน่นขนัด และอีกหลายคนที่กำลังร่ายเวทเพื่อเตรียมโจมตี


            “มอบอัญมณีมาซะ! แล้วพวกเราจะปล่อยพวกเจ้าไป”

            “ใช่! ส่งอัญมณีมา ถึงพวกเจ้าจะเก่งขนาดไหนแต่ก็สู้กับพวกหลายทั้งหมดได้หรือไง อีกอย่างพวกเราก็เป็นถึงหนึ่งในท็อปร้อยของตาราง ถึงกลุ่มพวกแกจะมีท๊อปห้าอยู่ 2 คน ก็สู้พวกเราไม่ไหวหรอก”

            “ฉันเห็นแกตอนโดนมังกรทองชิงพลังไปแล้ว เลิกดื้อดึงแล้วส่งอัญมณีมาซะ”


            ดวงตาของเคนจิส่องประกายแดงก่ำ มันเย็นชาและเยือกเย็น สะท้อนประกายอำมหิตราวกับแววตาของพญามัจจุราช มุมปากของเคนจิยิ้มขึ้นก่อนจะมองสาดส่องไปยังผู้เล่นที่มารวมตัวกัน เพื่อจะแย่งชิงอัญมณีที่อยู่ในมือของเขาก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังสนั่น


            “ฮ่าฮ่าฮ่า! เป็นถึงผู้เล่นติดอันดับหนึ่งในร้อย แต่กลับมาแย่งชิงอัญมณีผู้เล่นคนอื่นที่ชั้นที่หนึ่ง นี้พวกเจ้าไร้ความสามารถขนานนั้นเลยรึไง”

            “พวกเราผ่านชั้นหนึ่งไปตั้งนานแล้วโว้ย! แต่ที่ชั้นที่ 10 การจะผ่านประตูเข้าไปได้ ต้องใช้อัญมณี 10 ก้อนในการผ่านประตู ซึ่งประตูจะเปิดนานประมาณ 10 นาที แล้วจะปิดตัวลงพวกอัญมณีก็จะกระจายหายไปอยู่กับมอนเตอร์ตัวใดตัวหนึ่ง พวกฉันถึงต้องย้อนกลับมาที่ชั้น 1 เพื่อตามหามันยังไงล่ะ...”

            “ไอ้บ้า!! แกจะไปบอกมันทำไมวะ!”

            “ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงมันก็ต้องไปถึงชั้นบนอยู่แล้ว ถือเป็นรางวัลสำหรับอัญมณีที่มันถืออยู่ก็แล้วกัน เอาล่ะส่งมาได้แล้ว! ฉันจะได้ออกจากเกมบ้าๆ นี้เสียที”

            “ขอบใจสำหรับข้อมูล แสดงว่าที่ตัวพวกแกก็มีอัญมณีเหมือนกันซินะ”

            “ไม่มีโว้ย! การจะมีก้อนต่อไปได้ต้องมีเม็ดแรกของชั้นที่หนึ่งก่อนเท่านั้น เมื่อพวกแกขึ้นไปยังชั้นต่อไป อัญมณีก้อนแรกก็จะเปล่งแสงเมื่อมันอยู่ใกล้กับเม็ดที่สอง มันไม่มีใครปัญญาอ่อนไล่ฆ่าปีศาจทั้งชั้นเพื่อหาอัญมณีหรอก หากได้อัญมณีเม็ดแรกเม็ดต่อๆ ไปก็จะหาได้ง่ายขึ้นไงล่ะ”

            “ถ้ามันเป็นอย่างนั้น ฉันก็คงให้อัญมณีเม็ดนี้ให้พวกแกไม่ได้ เพราะฉันเองก็รีบเหมือนกัน เพราะตอนนี้มีคนกำลังรอฉันอยู่ที่ชั้นบนสุด”

            “กะแค่คนของโลกนี้แกจะแคร์อะไรวะ!! พูดมากเสียเวลาฆ่ามันแล้วแย่งมาก็จบเรื่อง พวกเราฆ่ามัน!!!”


            คลื่นพลังเวทถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ลูกธนูหลายดอกพุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว มามอนรีบร่ายเวทอย่างรวดเร็ว ปรากฏโครงกระดูกจำนวนมากผุดขึ้นมาจากพื้นดิน กลายเป็นกำแพงป้องกันการโจมตีจากเวทมนตร์ มังกรดินพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า โบกสะบัดขวานในมืดฟาดฟันใสลูกธนูที่พุ่งเข้ามาไม่ขาดสาย ส่วนทากีร่า ยูริ และเจนก็กางม่านพลังขึ้นมาอีกชั้นเพื่อป้องกันการโจมตีที่รอดพ้นการป้องกันจากมามอนและมังกรดิน


            “เคนจินายหลบไปก่อนเถอะเดียวพวกเราจัดการเอง”


            ทากีร่าเอ่ยปากออกมาขณะที่กำลังฟาดฟันใส่ศัตรู


            “ใช่! เคนจิ นายถูกชิงพลังไปแล้ว เจ้าพวกนี้ให้พวกเราจัดการเถอะ”


            มามอนก็คิดเช่นเดียวกันกับทากีร่า พวกเขาจึงรวมพลังต่อสู้อย่างไม่คิดถึงชีวิต เพื่อให้ให้เคนจิปลอดภัย แม้แต่มังกรดินและคนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน


            “ตลก! คิดว่าฉันไม่มีพลังของสัตว์เทพแล้วจะอ่อนขนาดนั้นเลยหรือไง”


            เคนจิตอบกลับทันที ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปกับตา แล้วปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านหน้าของผู้เล่นคนหนึ่ง ดวงตาของผู้เล่นที่อยู่เบื้องหน้าเคนจิมีหยาดเหงื่อปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้า ก่อนที่อุ้มมือของเคนจิจะกระแทกที่ใบหน้าอย่างจัง กดลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง


            “ตูมม!”


            ร่างของผู้แน่นถูกอัดแน่นไปกับพื้นดิน พร้อมกับเลือดที่กระอักออกมา แล้วสิ้นสติไปเคนจิได้ออมพลังไว้ส่วนหนึ่ง ภายในใจของเขาไม่อยากฆ่าผู้เล่นด้วยกัน เพราะข้อมูลยังไม่แน่ชัดว่าหากอวตารของผู้เล่นตายไปผู้เล่นจะตายไปด้วยหรือไม่


            “เอาแค่สลบหรือปางตายพอ อย่าได้ลงมือฆ่าเด็ดขาด!”


            เคนจิตะโกนเสียงดังลั่น ก่อนจะหันหน้าเข้าหาผู้เล่นคนอื่นแล้วพุ่งทะยานออกไป คาตานะน้ำปรากฏขึ้นในมือของเคนจิอย่างรวดเร็ว เขาใช้ด้านที่ไม่คมของคาตานะเข้าโจมตีผู้เล่นที่เข้าจู่โจม ทำให้ผู้เล่นหลายคนต้องบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็สลบคาที่ เมื่อยามที่เคนจิพุ่งทะยานไปในทิศทางใด ผู้เล่นจะพากันวิ่งหนีจนแตกกระเจิง


            กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปรากฏผู้เล่นเป็นจำนวนมากล้มนอนกองอยู่ที่พื้น บางคนบาดเจ็บสาหัสส่งเสียงร้องโอดครวญไปทั่วบริเวณ บางคนถึงกับสลบไสลคาที่แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่ต้องตายในการต่อสู้ครั้งนี้


            [นึกไม่ถึงว่าปีศาจอย่างเจ้า จะปรานีได้ถึงขนาดนี้]


            เสียงหนึ่งปรากฏขึ้นภายในหัวของเคนจิ ซึ่งเคนจิรู้ทันทีว่าเป็นเสียงของเจ้าชายวลาด เขากำจี้สร้อยคอแน่น แล้วตอบกลับไปทันที


            “เจ้าชาย! ท่านไปไหนมา ทำไมท่านไม่ช่วยข้าช่วยเหลือพวกหลินน้อยและเต่าน้อย แล้วข้าก็ยังถูกชิงพลังของสัตว์เทพไปอีก”


            น้ำเสียงของเคนจินั้นโกรธเคืองเป็นอย่างมาก เจ้าชายที่นั่งจิบชาในสร้อยมิติถึงกับต้องส่ายหน้าเลยทีเดียว


            [แล้วเจ้าไม่คิดหรือไงว่าโอริวจับสัมผัสข้าได้ เจ้าจะเสียข้าไปอีกคน อย่างน้อยเจ้ายังมีข้าอยู่ไม่แน่พวกเราอาจจะช่วยทั้งสองคนได้]


            เป็นจริงตามที่เจ้าชายบอก หากมังกรทองโอริวจับสัมผัสของเจ้าชายได้ เคนจิจะไม่เสียเพียงแค่หลินน้อยและเต่าน้อยเท่านั้น แต่เขาต้องเสียดวงจิตของเจ้าชายไปอีกคน ซึ่งเคนจิลืมคิดถึงข้อนี้ไปจนหมดสิ้น


            [ข้ารับปากเจ้า ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะช่วยพวกนางให้ได้ และเพื่อเป็นการไถ่โทษให้แก่เจ้า ข้าจะมอบทักษะให้แก่เจ้าหนึ่งทักษะ]


            เจ้าชายค่อยๆ วางแก้วชาลงอย่างช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วประสานมือเข้าด้วยกัน ปรากฏแสงทองส่องสว่างไปทั้งห้องมิติ ก่อนที่จะปรากฏตัวอักษรสีทองพุ่งทะยานเข้าสู่จิตสำนึกของเคนจิ ทันใดนั้นร่างของเคนจิก็ทรุดลงสู่พื้นดิน มือทั้งสองข้างบีบขมับแน่นหยาดเหงื่อปรากฏขึ้นทั่วทั้งใบหน้า ก่อนที่เขาจะกรีดร้องออกมาจนเสียงดังสนั่น


            “อ๊ากกก!!!”

            “เคนจิ!!!!”


            บรรดาพวกพ้องของเคนจิต่างตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาเคนจิด้วยด้วยรวดเร็ว ทันใดนั้นรอบตัวของเคนจิก็ระเบิดคลื่นพลังอย่างรุนแรง จนทำให้พวกพ้องของเขาที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา ต่างกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง


            “บรึ้ม!!”

            “แฮะๆ ! หยาดโลหิต”

            [ถูกต้อง หยาดโลหิต เป็นทักษะที่ข้ามอบให้แก่เจ้า เจ้าสามารถควบคุมโลหิตของศัตรูของเจ้าได้หรือแม้แต่โลหิตของตัวเอง แต่เจ้าจะควบคุมโลหิตได้แค่คนเดียวเท่านั้น ไม่สามารถควบคุมได้หลายคนในเวลาเดียวกัน ส่วนวิธีการใช้เจ้าก็ต้องไปดัดแปลงคิดค้นให้เป็นแนวทางของตัวเอง ข้าเหนื่อยแล้วข้าจะพักหน่อยห้ามรบกวนข้า]


            เจ้าชายนั่งลงกลับที่เก้าอี้พร้อมกับจิบชา เมื่อสังเกตที่ร่างของตนพบว่ามันกำลังจางลงอย่างช้าๆ


            [ดูท่าเวลาของข้า คงเหลืออีกไม่มากแล้วซินะ]


            เคนจิหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วตรวจดูร่างกายของตนเอง บรรดาพวกพ้องต่างก็วิ่งเข้ามาหาเคนจิอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาต่างระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก


            “นี้! เคนจิ นายเป็นอะไร”

            “ฉันได้ทักษะมาใหม่ ขอโทษทีนะเมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

            “นายนี้โชคดีจริงๆ เป็นลูกคนผลิตเครื่องเล่นหรือไงยะ! แต่เอาเถอะฉันว่าเรารีบไปกันดีกว่า ป่านนี้เมียของนายคงนั่งรอเหงือกแห้งแล้ว”

            "ทากีร่า! มันไม่ใช่เกมแล้วเธอลืมหรือไง?"


            ทากีร่ากล่าวขึ้นพร้อมกับวาจาที่ประชดประชัน และเป็นมามอนที่เตือนสติว่ามันไม่ใช่เกมอีกต่อไป เมื่อทุกคนมีความเห็นตรงกันจึงพากันไปที่ทางเข้าสู่ชั้นสองทันที ซึ่งพวกเขาก็เดินทางอย่างรวดเร็ว จนเคนจิไม่ได้ทดลองใช้ทักษะใหม่ที่ได้รับมา และใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบันไดทางขึ้นสู่ชั้นที่ 2 ซึ่งมีผู้เล่นจำนวนมากกำลังวิ่งออกมาอย่างหน้าตาตื่น ทำให้พวกเคนจิสงสัยเป็นอย่างมาก


            “เกิดอะไรขึ้น แทนที่จะพากันวิ่งขึ้นไป ทำไมพวกผู้เล่นถึงได้วิ่งหนีออกมา”


            มามอนยืนดูภาพที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับพูดลอยๆ ออกมา ซึ่งพวกเขาอีกหลายคนก็คิดเช่นนั้น เมื่อพยายามจะสอบถามผู้ใดก็ไม่มีใครหยุดตอบแม้แต่คนเดียว พวกเขาจึงพากันพุ่งทะยานข้ามหัวผู้เล่นขึ้นไปสู่ชั้นที่ 2


            เมื่อพวกเคนจิมาถึง ชั้นที่ 2 พื้นแผ่นดินก็เกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝูงปีศาจกระต่ายกวางจำนวนมากต่างวิ่งออกมาจากป่าด้วยสีหน้าที่แตกตื่นและหวาดกลัว ผู้เล่นจำนวนมากกำลังเบียดกันเข้าสู่ประตูเพื่อหลบหนี ต้นไม้ในป่าต้นเล็กต้นใหญ่เริ่มหักโค่นลงพร้อมกับการปรากฏตัวของฝูงก๊อบลินจำนวนมาก พวกมันต่างใช้โล่ขนาดใหญ่ที่มีร่างของหญิงสาวเปลือยเปล่าขึงไว้บนโล่กลายเป็นโล่มนุษย์ ทำให้ผู้เล่นหลายคนไม่กล้าโจมตี ทำได้เพียงหลบหนีเท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้นยังปรากฏบอสก๊อบลิน บอสอ๊อค และบอสโทรน 3 พี่น้องแห่งป่าก๊อบลิน ที่เดินตามหลังมาติดๆ


            “ได้ที่ทดสอบทักษะพอดีเลย” เคนจิพูดลอยๆ ออกมา ทำให้บรรดาพวกพ้องต่างมองเป็นสายตาเดียวกัน

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ ที่คุณอ่าน