ในป่าแห่งเทือกเขาสรรพสัตว์
เสียงของซือถูอวี้ค่อยๆแ่ลง จนสุดท้ายแทบจะกลายเป็เสียงกระซิบ
เธอรู้สึกว่าคำพูดที่เพิ่งหลุดปากไปอาจทำให้หวังเฉินเสียใจ
ด้วยความเป็ห่วงหญิงสาวแอบชำเลืองมองหวังเฉิน ก่อนจะพบว่าหลังจากที่เธอพูดจบสีหน้าของเด็กหนุ่มก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
"หวังเฉิน นายไม่ได้โกรธฉันใช่ไหม?" ซือถูอวี้ก้มหน้าลงถามด้วยความอายเล็กน้อย
"เปล่านี่!" หวังเฉินส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
"เธอพูดเื่จริง แล้วฉันจะโกรธเธอทำไม?"
"อีกอย่าง ฉันก็มีสัตว์อสูรนะ"
พูดพลางเขาก็เรียกปิงชิงตัวน้อยที่เบื่อหน่ายจากการรอคอยในมิติสัตว์อสูรออกมาทันที
วูบ!
เกิดแสงสว่างวาบ
สิ่งมีชีวิตสีน้ำเงินเข้มทั้งตัวดูราวกับงานศิลปะอันประณีตปรากฏขึ้นบนไหล่ของหวังเฉิน
"กี๊ซๆๆ!"
ทันทีที่ปรากฏตัวปิงชิงก็ส่งเสียงร้องแสดงความไม่พอใจ กรงเล็บน้ำแข็งเล็กๆของมันขยี้ผมของหวังเฉินจนยุ่งเหยิง
เ้าตัวน้อยนี่คงจะอึดอัดจนแทบคลั่งในมิติสัตว์อสูรแล้ว
"เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งซน"
หวังเฉินลูบหัวปิงชิงอย่างอ่อนโยนจนมันสงบลงจากนั้นก็หันไปมองซือถูอวี้
"ในเมื่อทั้งสองพบกันครั้งแรก ฉันขอแนะนำให้เธอรู้จักมันก็แล้วกันนี่คือสัตว์อสูรของฉัน ปิงชิง"
"กี๊ซ!"
หลังจากคำพูดของหวังเฉินจบลงปิงชิงตัวน้อยก็ยืดตัวมองซือถูอวี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก่อนยื่นกรงเล็บัเล็กๆ ของมันออกไปอย่างสุภาพ
"สวัสดี"
ซือถูอวี้ยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัวทั้งตัวเธอยังคงตกตะลึง
อาชีพของหวังเฉินไม่ใช่ผู้ฝึกสัตว์อสูรั์หรอกเหรอ?
เขาหาสัตว์อสูรั์ได้จากไหนกัน?
หรือว่า...
ความรู้สึกเย็นะเืในมือทำให้ซือถูอวี้ได้สติเธอมองหวังเฉินสลับกับปิงชิงด้วยความสงสัย
"หะ... หวังเฉิน นี่สัตว์อสูรของนายเหรอ? มันเป็สัตว์อสูรั์ด้วยเหรอ?"
ซือถูอวี้ถามด้วยความไม่เชื่อหลังจากตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
"แน่นอน!"
หวังเฉินพยักหน้าทันที
ในการเดินทางครั้งต่อไปเขาจะต้องเรียกปิงชิงออกมาต่อสู้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องปิดบังซือถูอวี้
"ปิงชิงไม่เพียงแต่เป็สัตว์อสูรั์เท่านั้น แต่ยังเป็ัด้วยนะ"
แน่นอนว่าหวังเฉินยังคงเก็บความลับไว้ชื่อของพญาัเหมันต์ ซึ่งเป็สัตว์อสูรเทพานั้นมันน่าตกตะลึงเกินไปอาจทำให้เด็กๆ ใได้
"ไม่จริงน่า!"
ซือถูอวี้ซึ่งตอนแรกไม่ค่อยเชื่อเมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฉินก็ยิ่งไม่เชื่อหนักขึ้นไปอีก
ั?
ล้อเล่นกันหรือเปล่า!
สิ่งมีชีวิตอย่างน้อยระดับสัตว์อสูรเทวะอย่างัจะมาปรากฏตัวที่เมืองตงหลิงได้อย่างไร!
อีกอย่างัทุกตัวล้วนสง่างาม น่าเกรงขาม และแข็งแกร่ง
ทว่าปิงชิงตัวน้อยตรงหน้ากลับสวยงามราวกับงานศิลปะอันประณีตและดูน่ารักน่าเอ็นดู
จะเป็ัไปได้อย่างไรกัน!
"นายต้องใช้ม้วนคัมภีร์พันธสัญญาหลอกฉันด้วยสัตว์อสูรธรรมดาแน่เลย"
"แต่เ้าปิงชิงตัวน้อยน่ารักจังเลย นายซื้อมาจากไหน? ฉันก็อยากได้สักตัว"
ซือถูอวี้มองหวังเฉินด้วยความสงสัยจากนั้นก็แย่งเ้าปิงชิงมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักใคร่
ปัจจุบันในดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้สัตว์อสูรไม่ใช่เพียงแค่สัตว์เลี้ยงของผู้ฝึกสัตว์อสูรเท่านั้น แต่อาชีพอื่นๆก็สามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรผ่านม้วนคัมภีร์พันธสัญญาเพื่อเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ได้เช่นกัน
ความแตกต่างเพียงหนึ่งเดียวคือผู้ประกอบอาชีพอื่นนอกเหนือจากผู้ฝึกสัตว์อสูรไม่อาจรับการตอบสนองคุณสมบัติจากสัตว์เลี้ยงได้
ดังนั้นคำพูดของซือถูอวี้จึงไม่ใช่เื่ไร้เหตุผลตอนนี้เธอคิดว่าปิงชิงเป็เพียงสัตว์อสูรธรรมดาที่หวังเฉินซื้อมา
ฮ่าๆ!
ศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของเด็กหนุ่มช่างน่าเวทนานัก
ซือถูอวี้ส่งสายตาเย้ยหยันให้หวังเฉิน
ราวกับว่าเธอรู้ทุกอย่างหมดแล้วและบอกว่าเขาไม่จำเป็ต้องดื้อดึงอีกต่อไป
ตรงข้าม
หวังเฉินมองฉากนี้อย่างพูดไม่ออก
ทั้งที่ฉันจริงใจขนาดนี้เธอยังไม่เชื่ออีกเหรอ?!
ช่างเป็ผู้หญิงที่โง่เขลาจริงๆ!
"เธอพูดถูกหมดเลย งั้นเรารีบออกเดินทางกันเถอะ"
เขาส่ายหน้าไม่อยากเสียเวลาอธิบายให้สาวน้อยช่างจินตนาการคนนี้
ความจริงจะสอนบทเรียนที่ดีให้แก่เธอเอง!
เมื่อได้ยินดังนั้นซือถูอวี้ก็อุ้มปิงชิงด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
แต่ตอนนี้เธอยังไม่ขยับตัวกลับหัวเราะคิกคักแล้วหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติส่งให้หวังเฉิน
มันคือดาบยาวที่เปล่งประกายระยิบระยับ
"ปิงชิงน่ารักขนาดนี้ จะให้มันออกไปสู้ ก็ออกจะโหดร้ายเกินไปหน่อย"
"นี่คืออุปกรณ์ที่ฉันไม่ได้ใช้แล้ว ฉันให้นายยืมไปใช้ก่อนก็แล้วกัน"
เห็นดังนั้น
หวังเฉินก็ลูบจมูกตัวเองอย่างไม่รู้ตัวแล้วมองซือถูอวี้ด้วยสายตาแปลกๆ
รู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ!
เด็กสาวคนนี้รู้ว่าเขาเป็ผู้ฝึกสัตว์อสูรั์โอกาสที่จะทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรมีน้อยมาก แต่ยังกล้าชวนเขาเข้าร่วมทีมและตอนนี้ยังให้ยืมอุปกรณ์อีก
เธอ้าอะไรกันแน่?
หรือว่าคิดจะมาสงเคราะห์คนยากจนกัน?
เมื่อััได้ถึงสายตาอันร้อนแรงของหวังเฉินซือถูอวี้ก็หน้าแดงเล็กน้อย
"อย่าเข้าใจผิดนะ!"
เด็กสาวพูดอย่างเขินอาย
"ฉันเป็ห่วงว่านายจะถ่วงเวลา ทำให้ฉันอัปเลเวลช้าลงต่างหาก"
"ฉันล่ะเชื่อเธอจริงๆ!" หวังเฉินบ่นในใจพลางพิจารณาเด็กสาวตรงหน้าอย่างละเอียด
ใบหน้าสวยงามรูปร่างสมส่วน ดวงตาโตราวกับอัญมณีมีแววตื่นตระหนกเล็กน้อย
ไม่เหมือนกับท่าทางเ็าที่แสดงต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆเลย
ดูน่าหลงใหลอย่างยิ่ง
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือครอบครัวของเธอรวยเกินไป!
ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันละก็…
"เฮ้อ!"
หวังเฉินถอนหายใจแล้วปัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไป
"นายถอนหายใจทำไม?"
ตรงข้ามซือถูอวี้มองมาอย่างสงสัย
"เมื่อกี้นายกำลังคิดเื่แปลกๆ อยู่ใช่ไหม?"
"เปล่าเลย ฉันแค่คิดถึงเื่น่าเศร้าเื่หนึ่ง"
หวังเฉินส่ายหน้าพลางหลบสายตาและรับอุปกรณ์มา
ให้ตายสิ!
นี่ฉันแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ?
เขาบ่นในใจพลางตรวจสอบข้อมูลของอุปกรณ์ชิ้นนี้
[อุปกรณ์: ดาบวายุ]
[ประเภท: อาวุธระยะประชิด]
[ระดับ: เงิน]
[เงื่อนไข: เลเวล 10]
[คุณสมบัติ: พลัง +30, ความว่องไว +20]
[เวทมนตร์เอฟเฟกต์: 1. ทุกครั้งที่โจมตีโดนเป้าหมายความเร็วโจมตีของตนเองจะเพิ่มขึ้น 2% เป็เวลาสิบวินาทีสูงสุดห้าครั้ง]
[2.พลังโจมตีของทักษะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 5%]
[3.โจมตีสองครั้ง: มีโอกาส 20% ที่จะเรียกดาบพลังงานที่มีความเสียหายเท่ากับการโจมตีในครั้งนั้นออกมาโจมตีศัตรู]
...
"อุปกรณ์ระดับเงิน?!"
"และมีเวทมนตร์เอฟเฟกต์ถึงสามอย่าง?!"
เมื่อเห็นข้อมูลคุณสมบัติของอุปกรณ์นี้แววตาของหวังเฉินก็ปรากฏความประหลาดใจ
นี่คืออุปกรณ์ระดับเงินชั้นเลิศอย่างแน่นอน!!
คุณสมบัติและมูลค่าของมันเมื่อเทียบกับดาบยาวสำหรับผู้เริ่มต้นในมือของเขาแล้ว แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ไม่จำเป็ต้องถามอะไรเลยแค่ดูจากข้อมูลคุณสมบัติหวังเฉินก็กล้ายืนยันได้ว่าดาบวายุนี้มีราคาอย่างน้อยสี่ล้านเหรียญทอง
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าดาบวายุที่ถืออยู่ในมือนั้นหนักอึ้ง
"เป็ไงบ้าง? คุณสมบัติดีใช่ไหม?"
"นี่ฉันเลือกมาอย่างดีเลยนะ"
ซือถูอวี้ที่อยู่ข้างๆเห็นท่าทางของหวังเฉิน ก็โน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินที่ได้สติคืนมาก็มองเด็กสาวที่กำลังยิ้มอย่างสวยงามตรงหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
แย่แล้ว!
นี่คือพลังทำลายล้างของสาวน้อยลูกคนรวยใช่ไหม?
ไม่นะ...ฉันรู้สึกว่าจุดยืนของฉันกำลังสั่นคลอน!