มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 45 การสัมผัสของพลังวิญญาณ

            ขณะที่หลงเหยียนกำลังพูดนั้นเซียวปิงมั่วปัดฝุ่นบนตัว มองไปยังสตรีผู้ลึกลับ เกรงว่าหากนางอยู่วันนี้ตนคงไม่มีโอกาสลงมือแล้วฝ่ามือเมื่อครู่ไม่ได้ถูกส่งออกมาอย่างเต็มแรงแสดงให้เห็นแล้วว่านางกำลังให้โอกาสตนอยู่

            มือหนึ่งจับเซียวจื่อมั่วเดินออกจากที่นี่ก่อนจากไป เขาหันมามองหลงเหยียน

            “ฝากไว้ก่อนเถอะ ในวันแข่งขัน หวังว่าเจ้าจะมีพละกำลังมากเพียงพอถึงตอนนั้นข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่” หลังพูดจบเขาก็สบถเสียงเย็นชาแล้วเดินจากไป

            หลงเหยียนมองเขาเดินหายไปแล้วพูดด้วยเสียงที่เกรี้ยวกราด“เหนือฟ้ายังมีฟ้า ชะตาคนเปลี่ยนได้เสมอ เส้นทางยังอีกยาวไกล เจ้าอย่าผยองนักละไม่มีผู้ใดรู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เซียวปิงมั่ว รอดูเถิด!”

            พูดจบเขาก็หันไปมองสตรีผู้ลึกลับ“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับก็ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไร ในใจข้า ท่านแม่ก็ตายจากไปนานแล้ว”

            ความรู้สึกของเขาไม่มีทางผิดแน่นางเหมือนมารดาเขามาก หรือบางทีอาจมีเหตุผลอื่นอาจมีความทุกข์หรือลำบากใจจึงไม่ยอมรับ

            สตรีผู้ลึกลับไม่สนใจหลงเหยียนหันหลังกลับมุ่งหน้าวิ่งผ่านไป ทว่าในใจกลับสั่นอย่างบอกไม่ถูก...

            “ลูกเอ๋ย แล้ววันหนึ่งข้าจะบอกความจริงทุกอย่างกับเจ้าข้าเป็นคนทำผิดต่อตระกูลหลง แต่ตระกูลหลงก็ไม่ต่างไปจากข้าเช่นกัน...”

            หญิงผู้ลึกลับจากไปแล้วหลงเหยียนคำรามขึ้นฟ้า เขามั่นใจว่าหญิงเมื่อครู่ต้องเป็นมารดาความรู้สึกนั้นไม่มีทางผิดแน่

            “พี่เหยียน” หลงหยุนฉีกระโดดเข้ามากอดหลงเหยียนตรวจสอบอาการบาดเจ็บเขาอย่างเป็นห่วงเป็นใย

            “ท่านมั่นใจจริงหรือว่านั่นคือแม่ของท่าน?”

            หลงเหยียนมองแผ่นหลังสตรีที่จากไปแล้วพยักหน้า

            “ในเมื่อจากไปแล้วเพราะอะไรจึงกลับมาอีก เมื่อเป็นเช่นนั้นสู้เผยตัวตนเลยจะดีกว่า แม้เมื่อครู่นางจะช่วยชีวิตข้าไว้แต่ข้ากลับไม่รู้สึกตื้นตันเลยสักนิด” ไม่รู้น้ำตาเริ่มไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไรเขากำหมัดแน่น

            “ไปกันเถิด ในเมื่อตอนนี้ได้โสมจักรพรรดิมังกรมาแล้ว ถือว่าเป้าหมายลุล่วงอีกอย่างเมื่อครู่ท่านใช้ลูกแก้วปีศาจแลกสมุนไพรมาอีกสองต้นคาดว่าหลังจากเอากลับไปหลอม มันต้องช่วยท่านได้”

            พวกเขาทั้งสองเดินออกจากตลาดอู่จี้ฟางท่ามกลางสายตามากมายหากการกระทำของหลงเหยียนกลับฝังลึกในใจของทุกคน

            เบื้องหลังความเก่งกาจล้วนสะสมมาจากการตรากตรำทั้งนั้นการที่หลงเหยียนตกยากเมื่อครู่ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

            หากไม่ได้เห็นกับตาคาดว่าคงไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้ผู้มีพลังขั้นที่ห้าเอาชนะผู้แข็งแกร่งขั้นที่หกถึงสองคน อีกทั้งการโจมตีสุดท้ายยังต้านการโจมตีของผู้แข็งแกร่งขั้นที่เจ็ดได้อีก

            เมื่อสตรีผู้ลึกลับให้เขากลืนยาเข้าไปทำให้อาการบาดเจ็บทั้งหมดในร่างกายหลงเหยียนฟื้นฟูอย่างรวดเร็วนึกไม่ถึงว่ายาเม็ดนั้นจะมีฤทธิ์สูงเช่นนี้

            แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ทำให้หลงเหยียนเห็นแล้วว่าพลังขั้นที่เจ็ดนั้นน่ากลัวและรุนแรงมากเพียงใด

            “เซียวปิงมั่ว ฝากไว้ก่อนเถิดในวันแข่งขันข้าต้องฆ่าเจ้าด้วยมือข้าเองให้ได้วันนี้ข้าจำมายาที่หนึ่งของเจ้าไว้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมีกายสุริยะเกรงว่าชีวิตข้าคงดับในมือเจ้า”

            “เซียวปิงหลานถูกข้าจัดการแล้วยังมีเซียวปิงมั่วอีกคน หากเขาก็ตายในมือข้าไม่รู้จริงๆ ว่าถึงตอนนั้นเซียวกงเป้าจะมั่นใจเช่นนี้อีกไหม ต้องมีสักวันข้าจะให้เจ้าตายด้วยน้ำมือข้า”

            มองโสมจักรพรรดิมังกรในมือตอนนี้มันคือสมุนไพรสำคัญที่ช่วยเลื่อนระดับพลังของหลงเหยียน

            ขณะที่หลงเหยียนกำลังนึกถึงเรื่องนี้อยู่จู่ๆ หลงเหยียนก็พบว่าไกลออกไปมีสตรีสวมชุดขาวลอยเข้ามา...

            หลงเหยียนสะดุ้งตัวโยน“อะไรกันหญิงสวมชุดขาวเมื่อครู่คือคนจากสำนักบงกชมารที่มาสนามประลองของเราครั้งก่อนหรือ? เพราะเหตุใดพวกนางจึงปรากฏตัวที่นี่?”

            หลงเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลงมอบสมุนไพรในมือให้หลงหยุนฉี

            “หยุนฉี เจ้ารีบกลับไปก่อน ข้าจะเข้าไปดูสักหน่อย” ขณะที่พูดนางยังไม่ทันตั้งตัว หลงเหยียนก็ตามออกไปแล้ว

            ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งคู่กลืนยาซ่อนวิญญาณเข้าไปแล้วหลงเหยียนเก็บกลิ่นอายของตน คาดว่าคงไม่ถูกพบได้โดยง่าย

            หลังจากตามออกไปประมาณสิบกว่าลี้หลงเหยียนสัมผัสได้ว่าสตรีทั้งสองที่อยู่ด้านหน้าหยุดลงหากไม่ใช่เพราะพลังวิญญาณของหลงเหยียนรับรู้ได้ก่อนจึงรักษาระยะห่างไว้ละก็พวกนางคงพบเขาไปแล้ว

            ตอนนี้พวกเขามาถึงชายแดนทางใต้ของเมืองมังกรแล้วหากเดินเข้าไปอีก ด้านหน้าก็คือหน้าผาที่ไม่มีผู้ใดอาศัย!ปกติแล้วที่นั่นจะเงียบสงบมาก รอบข้างเต็มไปด้วยกำแพงหน้าผาสูงแม้กระทั่งสัตว์ก็ยังมีน้อย แห้งแล้งจนไม่มีต้นไม้ใบหญ้า แทบไม่มีใครอยากมาที่นี่

            หลงเหยียนเกิดความสงสัยเพราะเหตุใดสตรีลึกลับสองคนถึงมาที่นี่ หลังจากที่เขาตรวจสอบรอบๆ อยู่ครู่หนึ่งทันใดนั้นเงาที่คุ้นเคยก็ปรากฏ

            “นั่น... นั่นก็คือเซียวปิงมั่วที่ลงมือกับข้าอย่างทารุณไม่ใช่หรือ?”ลมหายใจหลงเหยียนแทบหยุดชะงัก

            เวลานี้เซียวปิงมั่วลากตัวบุรุษอีกสองคนมาด้วย สองคนนั้นสวมชุดธรรมดามองเพียงแวบเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเป็นชาวนาชาวนาทั้งสองมองเซียวปิงมั่วด้วยความหวาดผวา

            “ทุเรศ ไอ้คนชั่วนั่นสมรู้ร่วมคิดกับคนของสำนักบงกชมารงั้นหรือ? เขาอยากทำอะไรกันแน่?” หลงเหยียนต่อยต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างกายระเบิดเพลิงโทสะออกมา

            ขณะที่เขากำลังจะพุ่งออกไปช่วยชาวนาชราทั้งสองฝีเท้าของหลงเหยียนก็ต้องหยุดลงทันที...

            เพราะเขาไร้ซึ่งกำลังเมื่อนึกถึงเซียวปิงมั่วที่มีพลังชีพมังกรขั้นที่เจ็ด เขาก็รู้จุดจบของตัวเองดีหากไม่ใช่เพราะสตรีลึกลับผู้นั้นปรากฏตัวช่วยไว้ บางทีตอนนี้ตนอาจตายในกำมือเจ้าหมอนั่นแล้ว

            “ข้าสามารถล้มคนที่พลังขั้นที่หกสองคนกลับไม่มีกำลังเอาคืนเซียวปิงมั่วที่มีพลังขั้นที่เจ็ดฝืนใช้หมัดมายาแปดทิศยังโจมตีกลับได้ แต่ก็สู้ไม่ไหวทุกอย่างขึ้นอยู่กับพละกำลังเท่านั้น ข้าต้องแกร่งขึ้นให้ได้”

            เขาตะโกนบอกตัวเองในใจ...‘หากข้ามีพละกำลังเหนือกว่าเขา ข้าก็สามารถช่วยชาวนาสองคนนั้นได้เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าตอนนี้ลูกเมียเขากำลังทำกับข้าวรอเขากลับไปกินอยู่ก็ได้’

            หลงเหยียนรู้สึกว่าตนไร้กำลังเขาเข้าใจดีว่าหากชาวนาทั้งสองตกไปอยู่ในมือของสำนักบงกชมาร พวกเขาต้องถูกประมุขแห่งสำนักสูบเลือดแน่

            “ทำอย่างไรดี ข้าจะนิ่งดูดายเช่นนี้หรือ?”

            ขณะที่หลงเหยียนกำลังหนักใจสตรีสวมชุดขาวสองคนนั้นก็หยิบจดหมายออกมาจากแขนเสื้อทั้งสามประกายรอยยิ้มก่อนจะพยักหน้าแล้วเซียวปิงมั่วก็มุ่งมาทางที่หลงเหยียนซ่อนตัวอยู่มุมปากปรากฏรอยยิ้มที่ชั่วร้าย!

            “หรือว่าเจ้าหมอนั่นเจอข้าแล้ว?” หลงเหยียนสะดุ้งเหงื่อท่วมตัว...

            แต่ไม่นานเซียวปิงมั่วก็มุ่งหน้าจากไปยังทิศทางที่เดินมา

            “เมื่อครู่อันตรายจริงๆ! นึกไม่ถึงว่าเจ้าหมอนั่นจะน่ารังเกียจเพียงนี้เขาร่วมมือกับศิษย์สำนักบงกชมาร ตกลงอะไรบางอย่างกันที่นี่”

            หากตนมีพละกำลังที่มากพอหลงเหยียยต้องพุ่งเข้าไปจับเซียวปิงมั่วแล้วชิงจดหมายฉบับนั้นมาอ่านเขาอาจพบความลับสำคัญบางอย่างก็ได้

            ทันใดนั้นความคิดนี้ก็กะพริบวาบผ่านความคิดของเขา เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนนึกถึงคำพูดที่ประมุขแห่งสำนักบงกชมารพูดกับผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลง

            “อีกไม่นานตระกูลหลงอู่ก็จะดับสิ้นแล้ว”ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่ามันเป็นเพียงคำข่มขู่จนกระทั่งวันนี้เมื่อเห็นการพบกันอย่างลับๆ ของพวกเขาในที่สุดหลงเหยียนก็เข้าใจแล้ว

            “สำนักบงกชมารกับตระกูลเซียวต้องร่วมมือกันแน่ เซียวปิงมั่ว...หรือเซียวกงเป้า พ่อของเขาเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลัง น่าสมเพช!”

            หลังจากเซียวปิงมั่วจากไปหลงเหยียนเร่งความเร็วตามไปโดยไม่ลังเล พุ่งเข้าไปหาสตรีทั้งสองทันทีพลังปราณถูกรวบรวมไว้ที่ฝ่ามือ

            หลงเหยียนมั่นใจว่าเขาสามารถรับมือสตรีสองผู้นี้ได้จากการสัมผัสของพลังวิญญาณทำให้หลงเหยียนรู้ว่าพวกนางมีพลังระดับชีพมังกรขั้นที่สามแบบนี้เขาก็สามารถช่วยชีวิตชาวนาที่ชราทั้งสองได้แล้ว

            -------------------

    คล้ายกับเรื่องมหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน ที่คุณอ่าน