พลิกชะตานาง

    อ้ายฉิงยกเค้า

    ฉะนั้น การย้ายบ้านครั้งยิ่งใหญ่ในรอบร้อยกว่าปีของตระกูลฟู่เลยเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 


    หนิงเทียนและหนิงเฉิงยืนมองเหล่าคนงานที่ขนย้ายสิ่งของต่างๆ ภายในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ด้วยดวงตาเหม่อลอย


    หลังจากเมื่อวานที่กลับจากการเยี่ยมชมเมือง…. เอ้ยยย เยี่ยมชมบ้านหลังน้อยตามที่น้องสาวของเขาบอก พวกเขาก็กลับมาด้วยอาการใจลอยๆ และเข้านอนไปด้วยความมึนงง เมื่อรุ่งสาง ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เขาทั้งสองที่ปกติเป็นคนตื่นง่ายและตื่นเช้า ก็ได้ยินเสียงเอะอะวุ่นวาย อยู่ด้านล่างของบ้าน


    พวกเขาทั้งสองรีบออกจากห้องนอนของตนเองในชั้นบน จนกระทั้งมาพบกันที่บริเวณโถงทางเดิน หนิงเทียนและหนิงเฉิงมองสบตากันอย่างไม่เข้าใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น คนงานถึงมีการเคลื่อนไหวอย่างอึกทึกครึกโครมที่เสียงดังกันแต่เช้า


    ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาทั้งสองมีอาการยืนอย่างเหม่อลอยในปัจจุบัน


    เสียงใสๆ พร้อมร่างแบบบางร่างน้อยยืนอยู่ท่ามกลางคนงานที่ร่างกายกำยำบึกบึน พวกเขากำลังขนของและสิ่งต่างๆ ในคฤหาสน์สกุลฟู่กันอย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางความวุ่นวายของเราชายฉกรรจ์ เสียงใสร้องบอกให้ยกทางนั้นที ขนทางนี้ทีอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย 


    ความวุ่นวายดำเนินไปเรื่อยๆ หนิงเทียนและหนิงเฉิงไม่มีโอกาสที่จะพูดแทรกเสียงใสๆ ของผู้เป็นแก้วตาดวงใจในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ที่กำลังตั้งใจสั่งการในการขนย้ายสิ่งของต่างๆ พวกเขาทำได้แค่มองซ้ายทีมองขวาที อย่างไม่รู้จะแแทรกอย่างไร


    ดวงตากลมโตโคตรสวยเหลือบมาเห็นทั้งป๊าและพี่ชายยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าบ้าน มือบางยกขึ้นมากวักเรียกเบาๆ พร้อมเสียงสดใสที่ดังขึ้นพร้อมๆ กัน


    “ป๊ากับพี่หนิงเฉิงมัวไปยืนนิ่งทำอะไรอยู่ตรงนั้นคะ”


    “มาค่ะ มาทำตัวให้เป็นประโยชน์ มาช่วยอ้ายฉิงสั่งคนงานย้ายของเร็วเข้า”


    “เราจะได้ไม่เสียเวลาไงคะ”


    “ช่วยกันหลายๆ คนมันจะได้เสร็จเร็วๆ” เมื่อร่างบางคุยกับทั้งสองเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยไม่ได้สนใจว่าทั้งสองจะปฏิบัติตามหรือไม่ สร้างบางละความสนใจจากร่างสองร่างที่ยืนนิ่งตรงหน้าประตู จากนั้นจึงหันไปแจ้งกับเลขาอู๋ว่า


    “เลขาอู๋ …ต้นไม้ตรงนั้นก็บอกให้คนงานขุดไปด้วยเลยค่ะ”


    วันนี้เป็นวันที่เธอยุ่งจริงๆ ยุ่งแต่เช้าเลย ของในคฤหาสน์ช่างมากมายมหาศาล หรือเธอจะตามคนงานบางส่วนที่กำลังก่อสร้างให้มาช่วยขนย้ายสิ่งของก่อนดี ไวเท่าความคิดมือบางหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรหาปลายสาย


    ตู๊ด….. ตู๊ดดด…เสียงรอสายดังขึ้นไม่นานก็มีเสียงผู้ชายวัยกลางคนตอบกลับมา


    “ฮัลโหล….สวัสดีครับคุณหนูอ้ายฉิง”


    “สวัสดีค่ะหัวหน้าคนงาน…อ้ายฉิงรบกวนให้เอาคนงานบางส่วนโยกมาช่วยขนของที่คฤหาสน์ตระกูลฟู่หน่อยค่ะ”


    “ใช่ค่ะ….ตอนนี้เลยนะคะ”


    เมื่อวางสาย… ร่างบางเลยกลับมาสาละวนกับงานขนย้ายตรงหน้าต่อ ต้นไม้ต้นใหญ่น้อยในบริเวณคฤหาสน์กำลังถูกขุด ของต่างๆ ภายในหมู่ตึกก็กำลังถูกย้าย ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วฉับไว เธออดไม่ได้ที่จะยกยิ้มหวานที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอต้องการ


    ไม่ถึง 1 ชั่วโมงหัวหน้าคนงานนำคนงานจากไซต์งานก่อสร้างที่กำลังต่อเติมบางส่วนในพื้นที่บริเวณบ้านหลังน้อยของเธอเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ 


    อ้ายฉิงไม่รอช้ารีบสั่งหัวหน้าคนงานและบรรดาคนงานที่ติดตามมาให้ช่วยขนย้ายสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อมีกำลังคนเสริมเข้ามาอีกเป็นจำนวนมากทำให้งานขนย้ายต่างๆ ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว 


    เพียงแค่ครึ่งวันกว่าๆ คฤหาสน์ตระกูลฟู่ก็ว่างเปล่า ราวกับโดนยกเค้า


    เธอมองส่งรถคันสุดท้ายที่ขนของออกจากคฤหาสน์ตระกูลฟู่เรียบร้อยแล้ว ค่อยหันกลับเข้ามาเจอกับโครงบ้านเก่าของคฤหาสน์ที่เหลืออยู่ ก่อนจะมองเลยไปพบป๊ากับพี่ชายของเธอที่ยังอยู่ในชุดนอนพร้อมด้วยรองเท้าสลิปเปอร์ที่ใส่ในห้องนอนคนละคู่


    “ป๊ากับพี่หนิงเฉิงทำอะไรกันอยู่คะ ทำไมไม่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักที เดี๋ยวเราจะได้ไปบ้านหลังใหม่ของเรากัน”


    “น้องให้พี่ทำอะไรนะ” หนิงเฉิงอดที่จะถามน้องสาวเขาขึ้นมาไม่ได้ด้วยเสียงที่ยังเลื่อนลอยอยู่


    คิ้วสวยอดที่จะขมวดเป็นปมเล็กๆ ไม่ได้ไม่ได้ยินคำถามจากพี่ชายสุดที่รัก


    "อ้ายฉิงก็บอกว่าให้ป๊าและพี่หนิงเฉิงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไงคะเราจะได้ไปบ้านหลังใหม่ของเรากัน”


    “ตอนนี้ก็บ่ายแล้วด้วย…. ตั้งแต่เช้าอ้ายฉิงยังไม่ได้ทานอะไรเลยหิวจนไส้จะขาด”


    “ลูกสาวคนดีของป๊า…..”


    “ป๊าก็อยากจะอาบน้ำ ป๊าก็อยากจะเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่แหละ”


    “แต่ทั้งก๊อกน้ำ เครื่องอาบน้ำแม้กระทั่งเสื้อผ้า ไม่มีอะไรเหลืออยู่ในคฤหาสน์ตระกูลฟู่เลยสักอย่างเดียว”


    เธอยังได้ยินเสียงพึมพำเบาๆ จากที่ชายสุดที่รักของเธอ


    “กางเกงในผมก็ไม่มีเหลือครับป๊า”


    ดวงตาโตเปิดกว้างขึ้นอย่างตกใจ นี่เธอลืมไปเมื่อเช้าเธอได้สั่งให้แม่บ้านเก็บของใช้ทุกอย่างและให้ทีมช่างจัดการรื้อถอนของในคฤหาสน์ตระกูลผู้ให้เรียบร้อย จนลืมไปว่าทั้งสองยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า 


    จะว่าเธองกก็ไม่ได้นะ ในเมื่อเธอได้เผชิญกับวันที่โลกประสบพบหายนะมาชาติหนึ่งแล้ว เธอเลยรู้ซึ้งดีถึงการที่คนเราไม่มีอะไรเลย ไม่มีสิ่งของเครื่องใช้ ไม่มีอันจะกิน ความขาดแคลนสร้างความยากลำบากในชีวิตขนาดไหน เธอจึงพยายามเอาของทุกอย่างที่สามารถเคลื่อนย้ายได้จากคฤหาสน์ตระกูลฟู่ไปบ้านหลังน้อยของพวกเธอ


    สายตาสวยมองทั้งสองอย่างขอโทษขอโพย 


    “ไม่เป็นไรนะคะป๊ากับพี่หนิงเฉิง ทั้งสองก็ขึ้นรถไปทั้งชุดนอนอย่างนี้แหละค่ะ เดี๋ยวค่อยไปเปลี่ยนที่บ้านหลังน้อยของพวกเรานะคะ แหะแหะ”


    “อีกอย่างอ้ายฉิงก็ให้แม่บ้านไปสแตนบายเตรียมอาหารไว้ที่บ้านหลังงั้นเรียบร้อยแล้วด้วย พอไปถึงเราก็จะได้ทานอาหารกันทันที”


    “ไปค่ะทั้งสองคน ขึ้นรถกันค่ะ”


    ทั้งสองฟังที่เจ้าหญิงของบ้านพูดมา พร้อมทั้งเกือบมองไปรอบๆ คฤหาสน์ตระกูลฟู่ 


    อดที่จะคิดในใจเหมือนกันไม่ได้ว่า แล้วมันจะมีทางเลือกอื่นให้พวกเขาอีกหรือ คฤหาสน์ที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน เหลือแต่อาคารที่ว่างเปล่า รอบๆ ตัวคฤหาสน์ปรากฏหลุมบ่อมากมายจากการขุดถอนต้นไม้ออกไป เฟอร์นิเจอร์สิ่งของต่างๆ ล้วนถูกขนย้ายไปสิ้น เสาต้นไหนที่แข็งแรงสวยงาม เจ้าหญิงของบ้านก็สั่งถอนไปสิ้น นี่มันเกลี้ยงยิ่งกว่าโดนยกเขาเสียอีก ถ้าพวกโจรมาเห็นการยกเค้า…. เอ้ยย.. การย้ายบ้านของเจ้าหญิงน้อยบ้านพวกเค้า พวกโจรคงอาย….


    ถ้าบรรพบุรุษตระกูลเขายังอยู่ คงจะร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด ที่อยู่คฤหาสน์ตระกูลฟู่ก็ถูกรื้อถอนด้วยประการฉะนี้ แต่ตอนนี้บรรพบุรุษก็ไม่อยู่แล้ว ในเมื่อคนที่ยังอยู่แถมยังเป็นแก้วตาดวงใจของบ้านอยากจะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ อีกทั้งเขาทั้งสองยังรับปากไปแล้วด้วย (แม้จะรับปากโดยไม่รู้ตัวก็เหอะ) แถมของก็ถูกขนย้ายไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ยังจะพูดอะไรได้อีกหล่ะ


    “มาคะ ทั้งสองคนมัวยืนทำไมอยู่คะ อ้ายฉิงรออยู่บนรถนานแล้วนะคะ"


    ชายต่างวัยทั้งสองมองหน้าสบตากัน พร้อมทั้งถอนหายใจออกมาเบาๆ 


    “เฮ้ยยย/เฮ้ยยยยยย”


    (หนิงเทียน : ก็มีลูกสาวอยู่แค่คนเดียว ไม่ตามใจลูกแล้วจะให้ไปตามใจใคร)


    (หนิงเฉิง : ก็มีน้องอยู่แค่คนเดียว จะไม่ให้เขาตามใจน้องแล้วจะให้ไปตามใจใคร)

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานาง ที่คุณอ่าน