ในตอนที่ ออกมาจากบริษัท เซียวเฉิน พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันไปถาม “ต้าหาน นายยังไม่บอกฉันเลยว่า แม่ของนายป่วยเป็นอะไร”
หน้าตาของ หลี่หานโฮ่ว หมองหม่น ร่างกายของเขาสั่นไหว “มะเร็งปอด ระยะสุดท้าย”
“มะเร็งปอดระยะสุดท้าย?”
มือที่จับพวงมาลัยของ เซียวเฉิน ก็สั่นไหวเช่นกัน เดิมทีถ้าป่วยเป็นโรคทั่ว ๆ ไป เขายังพอจะรักษาได้...แต่นี่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เขาเองก็รู้สึกจนปัญญาเหมือนกัน!
เหมือนว่าอาการป่วยนี้จะยังไม่มีที่ไหนที่สามารถรักษาได้หายขาด
“ตอนที่ฉันมาที่นี่แรก ๆ หมอบอกว่าให้ฉันให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันในการรักษา ทำให้ฉันมีความหวัง...แต่หลังจากนั้น หมอก็บอกว่าหมดหวังแล้ว และจะให้พวกฉันกลับบ้าน”
ใบหน้าของ หลี่หานโฮ่ว ดูขมขื่น กอดอกแน่นแขนทั้งสองข้างของเขาสั่นอย่างรุนแรง
“ต้าหาน คนเรามีเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา เราไม่อาจห้ามมันได้” เซียวเฉิน พูดปลอบโยน
“พวกเขาพูดอย่างชัดเจนว่ามีหนทางในการรักษา แต่ทำไมมาบอกตอนหลังว่าไม่มีทางรักษาให้หายได้! ฉันไม่อยากจากแม่ของฉันไป ฉันอยู่บนโลกนี้ก็เพราะมีแม่อยู่!”
อารมณ์ของ หลี่หานโฮ่ว เปลี่ยนไป น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมา
เซียวเฉิน ที่มองเห็น หลี่หานโฮ่ว ปวดใจอีกครั้ง เขาก็คิดจะหันไปปลอบโยนอีกรอบ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี! มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกเขา เพราะว่าก่อนหน้านี้พวกเขาสองแม่ลูกมีเงินมารักษา ดังนั้นโรงพยาบาลจึงบอกว่าสามารถรักษาได้ แต่เมื่อพวกเขาใช้เงินไปหมดแล้ว พวกนั้นกลับจะให้เขากลับบ้านไปตายอย่างงั้นเหรอ?
นี่อาจจะเป็นความจริง แต่มันก็ยากเกินกว่าที่จะพูดออกไปได้!
“ฮือๆๆ ฉันไม่อยากให้แม่ตาย...” ชายร่างโตกำลังร้องไห้เหมือนกับเด็กทารก
เซียวเฉิน ชะลอความเร็วลงและตบไปที่ไหล่ของ หลี่หานโฮ่ว “ต้าหาน อย่าร้องเลย มันอาจจะดูเหมือนหมดหนทาง แต่ว่าบางทีอาจจะมีปาฏิหาริย์ทำให้แม่นายไม่ต้องจากนายไปก็ได้!”
“จริงเหรอ?”หลี่หานโฮ่ว เงยหน้าขึ้น ปาดน้ำตาออก
“ใช่สิ พี่เฉินไม่หลอกนายหรอก!”
หลี่หานโฮ่ว พยักหน้า เขาเช็ดน้ำตาออกแล้วพูดว่า “ใช่ แม่ของฉันเป็นคนดี ฉันคิดว่าพระเจ้าคงไม่ปล่อยให้เธอตายหรอก”
“ใช่แล้ว คนดีจะต้องปลอดภัย”
เมื่อเซียวเฉิน มองเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของ หลี่หานโฮ่ว ก็ยิ้มขึ้นและเขาได้ตัดสินใจบางอย่างในใจแล้ว
ระหว่างทางเมื่อเจอกับห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เขาก็จอดรถ เดินเข้าไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารจากนั้นก็ไปที่ร้านขายยาเพื่อเตรียมทำของบำรุง
“สวัสดีครับ ต้องการยาแบบไหนเหรอครับ?”พนักงานร้านขายยา เดินมาแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“คุณมีวัตถุดิบทุกอย่างเลยใช่ไหม?”
“คุณครับ พวกเราเป็นร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลงไห่ไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพรจีนหรือว่าวัตถุดิบอื่น ๆ ล้วนมีทั้งหมด...และทางเรายังมีเภสัชกรและแพทย์แผนจีนผู้เชี่ยวชาญด้านยาอยู่ด้วย คุณสามารถปรึกษาพวกเขาได้...”
“ไม่จำเป็น ขอปากกาและกระดาษหน่อย ฉันจะเขียนใบสั่งยาเอง” เซียวเฉิน ส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น
พนักงานนิ่งอึ้งไป แต่ก็ยังคงจัดหาปากกาและกระดาษให้ เซียวเฉิน “คุณครับ หากว่าคุณจะสั่งยาด้วยตัวเอง ทางเราจะไม่ขอรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น และยิ่งกว่านั้นทางร้านขายยาของเราก็จำเป็นจะต้องให้เภสัชกรเป็นผู้ตรวจสอบก่อนอีกรอบ...”
“อื้อ ไม่มีปัญหา”
เซียวเฉิน หยิบกระดาษและปากกาขึ้นมา เขาครุ่นคิดสักพัก จากนั้นก็เขียนรายชื่อยาลงบนกระดาษ
“พี่เฉิน พี่เข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?” หลี่หานโฮ่ว ค่อนข้างกังวล หากว่าจะต้องให้แม่ของเขากินของพวกนี้ลงไป
“นายเชื่อใจฉันไหม?” เซียวเฉิน เอ่ยถามขึ้น
หลี่หานโฮ่ว พยักหน้าตอบรับโดยไร้ซึ่งความลังเล แม้ว่าเขาจะซื่อ แต่ก็ไม่ได้เป็นคนโง่ เขาสัมผัสได้ว่า เซียวเฉิน ทำดีต่อเขาจริง ๆ !
ด้านเซียวเฉิน ก็ยิ้มขึ้นจากนั้นก็ส่งใบสั่งยาให้พนักงาน “เอาใบสั่งยานี้ไปให้เภสัชกรของพวกนายตรวจดู”
“เสี่ยวจาง เอาใบสั่งยามาให้ฉันดูหน่อย”
ทันใดนั้นก็มีชายชราคนหนึ่งที่สวมชุดจีนโบราณ เอ่ยบอกกับพนักงาน
“สวัสดีครับอาจารย์เหยา!”
เมื่อพนักงานมองเห็นชายชราก็แสดงท่าทางที่เคารพนบนอบอย่างถึงที่สุด เขาก้มหัวลง จากนั้นก็ยื่นใบสั่งยาด้วยมือทั้ง 2 ข้าง
ด้านเซียวเฉิน มองชายชราด้วยแววตาสงสัย คนผู้นี้คือใครกัน? ดูจากการแต่งกายและบุคลิกของเขาแล้ว น่าจะไม่ได้เป็นชายชราทั่ว ๆ ไป หรือว่าเขาจะเป็นเจ้าของร้านขายยาร้านนี้?
ชายชรามองเห็น เซียวเฉิน แล้วเขาก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “ ฉันเป็นแพทย์แผนจีนเหมือนกันเดี๋ยวฉันจะตรวจสอบให้เอง”
“เชิญครับ ท่านผู้เฒ่า” เซียวเฉิน ยิ้มแล้วพยักหน้าให้ เขาไม่ได้รู้สึกสนใจ ใครจะตรวจมันก็เหมือนกันนั่นแหละ
ชายชรามองกระดาษอย่างระมัดระวัง ยิ่งมองดวงตาของเขายิ่งโตขึ้น แสดงท่าทางตกใจออกมา จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปถาม เซียวเฉิน “สหายหนุ่ม ฉันขอถามคุณสักคำ ผู้ป่วยคนนี้เป็นอะไรถึงจำเป็นต้องใช้ใบสั่งยาชุดนี้?”
“ท่านผู้เฒ่าคิดว่ายังไงละ?”เซียวเฉิน ยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาพลันเกิดความคิดบางอย่างออก
“ผักคาวทอง มีรสชาติเผ็ดและเป็นธาตุเย็น มีสรรพคุณช่วยในการฟื้นฟูปอด...โสมทรายภาคเหนือ มีความหวานแบบเจือจาง และเป็นธาตุเย็น ก็มีสรรพคุณที่ช่วยในการฟื้นฟูปอด… ข้าวโอ๊ต...จากมุมมองของแพทย์แผนจีน คนผู้นี้จะต้องมีอาการป่วยทางปอด ถูกไหม?”
เซียวเฉิน พยักหน้าตอบรับ “ถูกต้อง”
“นอกจากนี้ยังมี หญ้าลิ้นงู อีก คนผู้นี้กำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดใช่ไหม?” ชายชรากล่าวต่อ
“ท่านผู้เฒ่าพูดถูกแล้ว เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย”
“งั้นขอฉันถามอีกสักหน่อย ของพวกนี้เอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง? เห็นได้ชัดว่ามันเป็นสูตรยาล้างพิษ ทำให้ความร้อนที่กักเก็บอยู่ในปอดกระจายออกไป แล้วทำไมถึงมียาธาตุร้อนปนอยู่ด้วย” ชายชราชี้ไปที่ตัวยาบางอย่างบนกระดาษ
“โอ้ ท่านผู้เฒ่ามีความสามารถมากจริงๆ ถ้าเป็นแพทย์แผนจีนทั่ว ๆ ไป ก็เกรงว่าจะถามฉันว่า ทำไมถึงเพิ่มยาพวกนี้ไปอย่างลวก ๆ แต่ท่านผู้เฒ่ากลับไม่ได้ทำแบบนั้น และอยากจะรู้ว่ามันมีผลยังไง” เซียวเฉิน เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ชายชรานิ่งอึ้ง จากนั้นก็หัวเราะขึ้นทันที “ฮ่าๆๆ คุณไม่คิดว่าผมเป็นแค่แพทย์จีนธรรมดาอย่างงั้นเหรอ? หากไม่เข้าใจสูตรยานี้ ก็คงไม่สามารถสั่งยาออกมาได้จริงไหม?”
“ถูกต้อง แต่ผมคิดว่าถ้าคุณเป็นร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลงไห่จริง ก็ไม่น่าจะเป็นคนธรรมดาได้?”
ชายชรานิ่งอึ้งอีกครั้ง และยกนิ้วโป้งให้ เซียวเฉิน “ความเห็นของคุณช่างไม่เหมือนใครจริง ๆ พวกเราไปคุยกันข้างในดีไหม?”
“ได้ แต่ว่าให้พวกเขาจัดยาให้ก่อนนะ”
ชายชราพยักหน้า เขายื่นใบสั่งยาไปให้กับพนักงาน “เสี่ยวจาง จัดยาตามใบสั่งนี้นะ และก็ระวัง ๆ ด้วย”
“ครับ อาจารย์เหยา”
พนักงานพยักหน้าอย่างเคารพ จากนั้นหันไปจัดเตรียมยา
“เชิญ”
ชายชราผายมือให้ เซียวเฉิน และ หลี่หานโฮ่ว เข้าไปข้างในห้อง
เมื่อเข้ามาห้องข้างในแล้ว ชายชราก็เชิญให้ทั้ง 2 คนนั่งลง จากนั้นก็เอ่ยถามโดยไม่รอช้า “ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นใบสั่งยาแบบนี้ในหนังสือสมัยโบราณมาก่อน แต่เนื่องจากว่าหนังสือยาเล่มนั้นไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ไม่อาจเข้าใจได้อย่างถ่องแท้… หลังจากที่ฉันได้ลองศึกษาดูก็พบว่าใบสั่งยาข้างต้นยังพอจะเข้ากันได้...”
“ฮ่าๆ ท่านผู้เฒ่า หนังสือยาโบราณที่พูดถึงมีชื่อว่า "ตำรายาหยินหยาง" ใช่ไหม?” เซียวเฉิน เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
เมื่อชายชราได้ยินชื่อนี้ ก็ลุกขึ้นยืนในทันที “ นะ นายรู้ได้ยังไง?”
“ถ้าผมบอกว่าผมอ่านมาหมดทั้งเล่มแล้ว ท่านผู้เฒ่าจะเชื่อไหม?” เซียวเฉิน พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ทั้งเล่มเหรอ? ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่? ในตอนนั้นฉันได้รับมันมาอย่างบังเอิญแต่ก็เป็นเพียงแค่ส่วนที่ยังเหลืออยู่เท่านั้น...” ชายชรามีท่าทางที่ไม่ได้สงบนิ่งเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
ด้านเซียวเฉิน ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม แต่หลังจากที่ท่องเนื้อหาข้างในแบบสั้นออกไป ซึ่งเมื่อชายชราได้ยินแล้วก็ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม เพราะเนื้อหานี่เหมือนกับที่เขาเคยได้ศึกษามาก่อนไม่ผิดเพี้ยน
“สหายหนุ่ม ไม่ทราบว่าตอนนี้อาจารย์ของเธออยู่ที่ไหน?”
“ผมร่ำเรียนมันมาจากหมอดูเฒ่าคนหนึ่ง”
”หมอดูเฒ่างั้นเหรอ?” ชายชราหยุดนิ่ง หมอดูศึกษาตำรายาอย่างงั้นเหรอ? ทำไมมันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน?
“ท่านผู้เฒ่า ใบสั่งยาเมื่อสักครู่ ก็เป็นเพราะ...” เซียวเฉิน ไม่ได้ตอบปัญหาเกี่ยวกับอาจารย์ของเขา แต่ว่าพูดเกี่ยวกับใบสั่งยาออกมา
ชายชราค่อย ๆ ลงไปนั่งตัวตรง เขาฟังอย่างใจจดใจจ่อ บางครั้งก็เอ่ยความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัยออกมา และยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับ เซียวเฉิน ด้วย
หลี่หานโฮ่ว ที่อยู่ด้านข้างรู้สึกมีความสุขมาก แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่า เซียวเฉิน พูดอะไรเกี่ยวกับหยินหยางก็ตาม แต่ก็สามารถทำให้ชายชราคนนี้นั่งฟังเหมือนกับเป็นเด็กประถมได้ นี่ก็แสดงให้เห็นว่าพี่เฉินของเขามีความสามารถอย่างแท้จริง!
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ!” หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที ชายชราก็ตบไปที่ขาของตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “การที่ได้ฟังเธอพูดในวันนี้ มันเหมือนกับว่าได้อ่านตำรายานับสิบปีเลยจริงๆ!”
“ฮ่าๆๆๆ ท่านผู้เฒ่าพูดเกินไปแล้ว”
“โอ้ ถ้าฉันอยากได้คำแนะนำเพิ่มอีก ฉันจะขอทราบชื่อแซ่ของนายหน่อยได้ไหม?” เมื่อชายชราคิดมาถึงตรงนี้เขาก็เอ่ยถามขึ้น
“ผมแซ่ เซียว นามว่า เฉิน”
“ดีๆ สหายเฉิน นี่นามบัตรของฉัน” ชายชราหยิบนามบัตรออกมาหนึ่งใบ ยื่นให้กับ เซียวเฉิน เขาก็รับไว้
นามบัตรใบนี้ดูเรียบง่าย ข้างบนเขียนเอาไว้ว่า ‘เหยาฉีหวง’ นอกจากชื่อของเขาแล้วก็ไม่มีคำแนะนำอย่างอื่นอีก
แม้ว่าจะเป็นนามบัตรที่เรียบง่าย แต่มีสิ่งที่ทำให้ เซียวเฉิน รู้สึกตกใจ ว่านี่คือเขาจริงเหรอ?
เมื่อครู่นี้ พนักงานที่อยู่ด้านนอกเรียกเขาว่า ‘อาจารย์เหยา’ มันทำให้เขานึกถึงประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมการแพทย์จีนและเป็น 1 ใน 3 แพทย์จีนโบราณที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเมืองจีน เหยาฉีหวง!
เพราะว่า แซ่ ‘เหยา’ นั้นหายาก นอกจากนั้นบุคลิกของชายชราคนนี้ก็ไม่ธรรมดา ทั้งยังมีกลิ่นของสมุนไพรจีนที่แผ่ออกมาจากร่างกายอย่างเข้มข้น ดังนั้นเขาจึงพอจะคาดเดาได้ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นตัวจริง!
“อาจารย์เหยา ฉันเคยได้ยินชื่อของคุณมาก่อน”
“โอ้? ฮ่าๆๆๆ มันก็แค่ชื่อเสียงที่เกินจริง อย่าไปพูดถึงมันเลย!”
เหยาฉีหวง ยืนนิ่งสักพัก แล้วเขาก็โบกมือปฏิเสธ
“ฮ่าๆ อาจารย์เหยา คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เซียวเฉิน ถามขึ้นด้วยความสงสัย
”โอ้ ร้านขายยานี้เป็นร้านขายยาของตระกูลฉัน พอดีเมื่อไม่กี่วันนี้ฉันเพิ่งเดินทางมาทำธุระที่หลงไห่ เขาเลยขอให้ฉันมาดูที่นี่เมื่อฉันว่าง… ไม่คิดว่าจะได้พานพบกับสหายเฉิน ช่างเป็นพรหมลิขิตจริงๆ!”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง...ฮ่าๆๆ มันเป็นพรหมลิขิตจริง ๆ ผมก็ไม่คาดคิดว่าการเลือกร้านขายยาแบบง่าย ๆ จะทำให้ได้พบกับสุดยอดแพทย์จีนแห่งประเทศจีน...”
“พูดไปแล้ว เราอย่ามาพูดถึงเรื่องชื่อเสียงกันเลย และข้อสงสัยของฉีหวงคนนี้ ถ้าไม่ได้สหายหนุ่มละก็... ถ้านายได้อ่าน ตำรายาหยินหยาง ทั้งหมด ย่อมต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!”
“พี่เฉิน ชายชราคนนี้...ไม่สิ เขาคนนี้มีความสามารถในการรักษาที่เก่งกาจมากเลยเหรอ?”
ทันใดนั้น หลี่หานโฮ่ว ก็เปิดปากถาม
“ใช่ อาจารย์เหยาเป็นถึง 1 ใน 3 แพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประเทศ!” เซียวเฉิน พยักหน้าตอบรับ
“งั้นเขาจะช่วยแม่ของฉันได้ไหม?” หลี่หานโฮ่ว ถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“มารดาของสหายท่านนี้ป่วยเป็นโรคอะไร” เหยาฉีหวง หันไปมอง หลี่หานโฮ่ว แล้วถามขึ้น
“มารดาอะไรนะ?” หลี่หานโฮ่ว ฟังไม่เข้าใจ
“เอ่อ แม่ของเธอป่วยเป็นโรคอะไร?” เหยาฉีหวง นิ่งอึ้ง จากนั้นเปลี่ยนมาพูดภาษาง่ายๆ
“เป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย คุณหมอ คุณช่วยแม่ของผมได้ไหม? ตราบใดที่คุณรักษาแม่ของผมจนหายดี ต่อให้ผมต้องเป็นวัวเป็นควายผมก็ยอม!” หลี่หานโฮ่ว ตะโกนเสียงดัง
ปากของ เหยาฉีหวงกระตุกขึ้น มะเร็งปอดระยะสุดท้าย? แม้ว่าเขาจะเป็นถึงแพทย์ที่มีชื่อเสียง แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจกับการรักษาอาการป่วยแบบนี้!