บทที่7 ลองดูสักหน่อยดีกว่า
หลินเสี่ยวเฉินเดินทางมาถึงร้านอาหารในตัวอำเภอั้แ่เช้าตรู่ลมหายใจยังอุ่นจากการวิ่งมาอย่างเร่งรีบ มาถึงก็ตรงมารายงานตัวกับเถ้าแก่หลิวในทันที
“ข้ามาแล้วขอรับ”เด็กชายเอ่ยขึ้นเสียงใสแล้วรีบก้มศีรษะให้เถ้าแก่
เถ้าแก่หลิวหันมามอง จำได้วว่าเป็เด็กชายที่มาทำงานกับเขาั้แ่เมื่อวานเขาพยักหน้าเล็กน้อย “ดี มาแล้วก็เริ่มงานเลย”
“ขอรับ” หลินเสี่ยวเฉินไม่รอช้ารีบลงมือทำงานทันที
เขาเริ่มจากการจัดโต๊ะ เก็บกวาดเศษฝุ่น จัดถ้วย จานตะเกียบให้เรียบร้อย มือเล็ก ๆเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วแม้จะยังไม่ชำนาญแต่ก็พยายามอย่างเต็มที่จากนั้นก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อช่วยพ่อครัวหั่นผักพ่อครัวสองคนในร้านเป็ชายร่างใหญ่ หน้าตาดุดัน ดูแล้วน่ากลัวสำหรับเด็กทั่วไปแต่หลินเสี่ยวเฉินไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
“เด็กน้อย...ระวังมีดหน่อยล่ะ”หนึ่งในนั้นพูดขึ้นเสียงเข้ม
“ขอรับ ข้าจะระวัง” เด็กชายตอบพลางยิ้ม
ทว่าขณะที่ทำงานไปในใจของเขากลับกำลังคิดอีกเื่หนึ่ง ‘ลองดูหน่อยก็คงจะดี’
เขานึกถึงภารกิจของระบบซึ่งก็คือการสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขสายตาเหลือบมองพ่อครัวทั้งสองก่อนจะตัดสินใจลอง “ท่านพ่อครัว...ข้ามีเื่ตลกจะเล่าให้ฟัง อยากฟังไหมขอรับ”
พ่อครัวทั้งสองหันมามองหน้ากันเล็กน้อยแล้วหัวเราะ “เ้าตัวแค่นี้จะมีเื่ตลกอะไร เล่ามาสิ”
หลินเสี่ยวเฉินยิ้มกว้าง จากนั้นจึงเริ่มเล่า “มีอยู่วันหนึ่ง มีชายคนหนึ่งไปหาหมอแล้วบอกว่า ‘ท่านหมอ ข้าปวดท้องมากเลย’
ท่านหมอก็ถามว่า ‘เมื่อวานเ้ากินอะไรเข้าไป’
ชายคนนั้นตอบว่า ‘กินปลาทั้งตัวเลยขอรับ’
ท่านหมอก็เลยถามต่อ ‘แล้วเ้าล้างมันหรือยังล่ะ’
ชายคนนั้นตอบว่า ‘ล้างแล้วท่านหมอก็ตอนที่มันว่ายน้ำอยู่ในแม่น้ำไม่ถือว่าเป็การล้างแล้วหรือขอรับ ’”
พ่อครัวทั้งสองเงียบไปอึดใจหนึ่ง จากนั้นก็ “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” พวกเขาหัวเราะลั่นครัวเสียงดังจนคนด้านนอกยังหันมามอง
“เ้าหนูนี่” คนหนึ่งถึงกับตบต้นขาตัวเอง“ล้างตอนมันยังว่ายน้ำอยู่นี่นะ ฮ่า ๆ ผู้ใดพาทำเช่นนั้นกันเล่า”
อีกคนก็หัวเราะจนเกือบจับมีดไม่อยู่ “ไม่เลว ๆข้าไม่คิดว่าจะได้ฟังมุขเช่นนี้จากเด็กอย่างเ้า”
ทันใดนั้น “ติ๊ง!” เสียงระบบดังขึ้นในหัวของหลินเสี่ยวเฉิน[ทำให้ผู้อื่นหัวเราะสำเร็จ 2 คนได้รับคะแนนความสุข20 คะแนน]
“ได้จริง ๆ ด้วย” ดวงตาของเด็กชายเป็ประกายขึ้นทันที
ความดีใจแล่นผ่านหัวใจ แต่เขาก็รีบเก็บอาการและหันไปตั้งใจทำงานต่อตลอดทั้งวันหลินเสี่ยวเฉินทำงานอย่างขยันขันแข็ง เขาวิ่งไปมาระหว่างโต๊ะกับครัวคอยยกอาหาร เก็บจาน ล้างผัก ไม่มีอิดออดแม้แต่นิดเดียว แม้เหงื่อจะไหลอาบหน้าแม้แขนจะเริ่มล้าแต่เขาก็ยังยิ้ม
เถ้าแก่ที่คอยมองอยู่ห่าง ๆ อดพยักหน้าไม่ได้ “เด็กคนนี้ขยันจริง”
ยิ่งทำงานไปนานเข้า เสี่ยวเอ้อคนอื่น ๆ ก็เริ่มเอ็นดูเขา “เ้าหนู...มานี่ เดี๋ยวข้าช่วยยกเอง”
“ไม่เป็ไรขอรับ ข้าทำได้” เด็กชายตอบด้วยรอยยิ้ม
คำพูดสุภาพบวกกับความตั้งใจจริงทำให้ทุกคนเริ่มชอบเขาโดยไม่รู้ตัว
่ใกล้ปิดร้านหลังจากทุกคนเริ่มนั่งพักกันเขาก็เดินเข้าไปนั่งใกล้ ๆเถ้าแก่กับเสี่ยวเอ้อคนอื่นแล้วพูดขึ้นเหมือนนึกอะไรได้ “เมื่อครู่ข้าเพิ่งเจอเื่แปลกมากในครัวขอรับ”
ทุกคนหันมามองทันที “อะไรอีกล่ะเ้าเด็กคนนี้”
หลินเสี่ยวเฉินทำหน้าสงสัยจริงจังก่อนจะส่งสายตาไปที่พ่อครัวคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งกัดหัวไชเท้าอยู่ “ข้าเห็นพ่อครัวเหวินยืนชิมกับข้าวไปเรื่อย ๆจนข้าสงสัยว่าเขากำลังทำอาหารหรือกำลังกินข้าวอยู่กันแน่”
ประโยคนี้ทำเอาพ่อครัวเหวินถึงกับหันมามอง
“ก็ต้องชิมสิ ไม่งั้นจะรู้รสได้ยังไง” เถ้าแก่หลิวหัวเราะหึ
หลินเสี่ยวเฉินพยักหน้า “อืม...ตอนแรกข้าก็คิดแบบนั้นขอรับแต่พอเห็นเขาชิมไปชิมมาจนเกือบหมดหม้อข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแขกจะได้กินอะไร”
เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งหลุดขำก่อน “จริงขอรับ เมื่อกี้ข้าก็เห็น ฮ่า ๆ ๆ”
พ่อครัวที่โดนพาดพิงะโกลับมาจากครัว“นี่พวกเ้า...พวกเ้าอย่าใส่ร้ายข้านะ”
“ข้าไม่ได้ใส่ร้ายขอรับข้าแค่คิดว่าถ้าชิมอีกนิดเดียวพ่อครัวเหวินคงอิ่มก่อนแขกแน่ ๆ” หลินเสี่ยวเฉินพูดต่อด้วยสีหน้าซื่อๆ
คราวนี้ทั้งวงหัวเราะลั่น เถ้าแก่หลิวถึงกับตบโต๊ะ “ฮ่า ๆ ๆเ้าเด็กนี่มันช่างสังเกตจริง ๆ”
พ่อครัวเหวินที่โดนที่หลินเสี่ยวเฉินแกล้งแซวก็หัวเราะขึ้นเช่นกันทั้งยังแกว่งหัวไชเท้าไล่ดีเด็กชายด้วยความหมั่นไส้อีกด้วย “เ้านี่นะถ้าใส่ร้ายข้าอีกข้าจะเอาเ้าลงหม้อตุ๋นแทนน้ำแกงเลย”
เสี่ยวเอ้อคนอื่นก็พยักหน้าหัวเราะตาม “เอาอีก ๆ”
“ติ๊ง!” เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของเด็กชายอีกครั้ง[ทำให้ผู้อื่นหัวเราะสำเร็จ 5 คนได้รับคะแนนความสุข 50 คะแนน]
หลินเสี่ยวเฉินแทบจะยิ้มไม่หุบ ตอนนี้เขามีคะแนนรวม 70 คะแนนแล้ว หัวใจน้อย ๆ ตอนนี้พองฟูเสียยิ่งกว่าก้อนเมฆเพียงแค่ทำให้คนอื่นยิ้มและสิ่งนี้เขาสามารถทำได้ไม่ยากเลย
พอเลิกงานก็รีบกล่าวลาเถ้าแก่หลิวและทุกคนแล้วเดินกลับบ้านทันทีแม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าแต่จิตใจกลับเบาสบายอย่างประหลาดเขาเดินกลับบ้านไปอย่างมีความสุขเมื่อกลับถึงกระท่อมเขารีบปิดประตูแล้วเรียกระบบขึ้นมา
หน้าจอสีฟ้าปรากฏขึ้นทันที [คะแนนความสุข 70คะแนน]
หลินเสี่ยวเฉินมองตัวเลขนั้นก่อนจะเริ่มคิด ‘วันนี้ต้องให้ทุกคนกินให้อิ่ม’เขาเลื่อนดูรายการสินค้าแล้วตัดสินใจ
“แลกข้าวสาร สองชั่ง” เด็กชายพูดกับระบบ
ระบบถามกลับมา [ยืนยันการแลก ข้าวสาร 2ชั่ง ใช้ 20 คะแนน]
“ยืนยัน” เขาตอบอีกครั้งพร้อมทั้งเอานิ้วชี้จิ้มไปที่ปุ่มยืนยันบนหน้าจอสีฟ้า
แสงวาบหนึ่งปรากฏขึ้น ถุงข้าวสารสองถุงปรากฏตรงหน้าเขา
“แลก…ไก่หนึ่งตัว”
[ยืนยันการแลก ไก่ 1 ตัว ใช้ 50คะแนน]
“ยืนยัน”
แสงวาบอีกครั้ง ไก่สดตัวหนึ่งปรากฏขึ้น
คะแนนของเขากลายเป็ศูนย์ทันทีแต่หลินเสี่ยวเฉินไม่เสียดายแม้แต่น้อย “ไม่เป็ไร หาใหม่ก็ได้”
เขาหยิบข้าวสารและไก่ออกไปข้างนอกแล้วะโเรียกเสียงดัง “ท่านแม่! พี่หญิง!”
ทั้งสองคนหันมามองอย่างใเมื่อเห็นของที่อยู่ในมือหลินเสี่ยวเฉิน
“ไก่!”หลินอวี้หลานเบิกตากว้าง
จางเว่ยเยียนถึงกับเอามือปิดปาก “เสี่ยวเฉิน…เ้าไปเอามาจากไหนอีก”
“ข้าไปทำงานขอรับ วันนี้ข้าทำงานได้ดีมากที่ร้านจึงให้รางวัลเพิ่ม” หลินเสี่ยวเฉินยิ้มๆ จากนั้นก็หันไปบอกกับหลินอวี้หราน “พี่หญิง...ช่วยทำอาหารหน่อยเถิดวันนี้พวกเราจะกินดี ๆ กันสักมื้อ”
หลินอวี้หลานพยัก “ได้!”
ไม่นานกลิ่นหอมของข้าวสุกและไก่ตุ๋นก็ลอยอบอวลไปทั่วกระท่อมหลินกวงที่นอนอยู่ยังค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งได้ สีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งครอบครัวล้อมวงกัน ชามข้าวร้อน ๆ ถูกส่งต่อกันอย่างระมัดระวัง ทุกคนกินอย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็มื้อที่ดีที่สุดในชีวิต
จางเว่ยเยียนน้ำตาไหลอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็น้ำตาที่มาพร้อมกับรอยยิ้ม “ขอบใจเ้านะ เสี่ยวเฉิน…ขอบใจจริง ๆ”
หลินอวี้หลานก็มองน้องชายด้วยแววตาภาคภูมิใจแม้จะยังเป็เด็กแต่เขากลับแบกรับทุกอย่างไว้
และในขณะนั้น “ติ๊ง!” เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง [ทำให้ผู้อื่นมีความสุขสำเร็จ 3 คนได้รับคะแนนความสุข 30 คะแนน]