ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 65 กระจกคือหลุม ผ้าขาวคือร่าง

    ภายในห้องนี้เต็มไปด้วยกระจกบานใหญ่ทุกด้านแต่กลับไม่เห็นร่องรอยของผียายเฒ่าแม้แต่น้อย

            ลุงอวี๋ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“ยายแก่คนนั้นหายไปไหนกัน”

            ลุงอวี๋ถือมีดหัวมังกรในมือแน่นสำรวจรอบๆ อย่างระแวดระวัง

            ผมเองก็นึกถึงภาพที่เคยเห็นเมื่อตอนเข้ามาที่นี่ครั้งก่อนภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นผียายเฒ่ากับจางเฉียง ผมจึงเอ่ยขึ้นว่า “ลุงอวี๋ เป็นไปได้ไหมว่าตอนนี้ผีตนนั้นซ่อนตัวอยู่ในกระจก?ตอนเรามาครั้งก่อน ผมก็เห็นมันอยู่ในกระจก”

            ผมเหลือบมองกระจกมากมายรอบตัวภาพสะท้อนที่ไม่มีที่สิ้นสุดสร้างความรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

            ลุงอวี๋เหมือนเพิ่งจะคิดได้เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบ

            “ใช่แล้ว!กระจก! ผีในกระจก! มันต้องเป็นเพราะกระจกพวกนี้แน่”

            ยังไม่ทันที่เสียงของลุงอวี๋จะจางไปเขาก็ยกเท้ากระทืบกระจกบานหนึ่งจนแตกละเอียด

            เสียงกระจกแตกดัง“เพล้ง” ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก

            “เสี่ยวเจียง!ทำลายกระจกทั้งหมด! เราต้องลากผียายเฒ่านี่ออกมาแล้วจัดการมัน!”

            ผมพยักหน้ารับทันที“ได้เลย!”

            พูดจบ ผมก็ไม่ลังเลอีกต่อไปหันไปหยิบวัตถุแข็งใกล้มือ แล้วทุบกระจกที่ติดอยู่บนผนังสุดแรง

            เสียงกระจกแตกสะท้อนก้องทั่วห้องบรรยากาศยิ่งเย็นยะเยือกลงทุกขณะ แต่ผมก็ยังคงกัดฟันทำลายมันต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าผีในกระจกจะไม่มีที่ซ่อนอีก

            “เพล้งๆๆ!”เสียงกระจกแตกดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องไม่ขาดสาย

            ทุกครั้งที่กระจกถูกทุบทำลายบรรยากาศในห้องก็ยิ่งแปรเปลี่ยนไปอย่างประหลาดความรู้สึกวังเวงแผ่กระจายออกมาอย่างหนักหน่วง

            ทันใดนั้นเสียงของผียายเฒ่าก็ดังขึ้น ก้องสะท้อนไปทั่วทุกมุมห้อง

            “กล้าทำลายกระจกของฉันเหรออีกเดี๋ยวฉันจะรัดคอพวกแกให้ตาย!” เสียงนั้นแผ่กระจายมาจากทุกทิศทางหาที่มาไม่ได้ ราวกับจู่ๆ ก็ดังขึ้นกลางอากาศ

            ผมกวาดตามองไปรอบๆแต่กลับไม่พบตัวมันเลย จึงรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้

            ลุงอวี๋กลับแค่นเสียงเย็นชา“แน่จริงก็ออกมา! มาดูกันซิว่าใครจะรัดคอใครกันแน่”

            ผียายเฒ่ากรีดร้องเสียงโกรธจัด“เจ้าคนส่งอาหารสารเลว ฉันจะรัดคอแกคนแรก!”

            เสียงเพิ่งจางหายไปภาพในกระจกที่เหลืออยู่ก็ค่อยๆ ปรากฏร่างของผียายเฒ่า

            มันยืนอยู่ในกระจกด้านหลังผมกับลุงอวี๋!

            หัวใจผมกระตุกวูบรีบร้องเตือน “อยู่ข้างหลัง!”

            ผมสะบัดตัวกลับอย่างรวดเร็วลุงอวี๋เองก็สะบัดมีดหัวมังกรฟันไปด้านหลังอย่างไม่ลังเล

            แต่สิ่งที่มีดฟันผ่านนั้นกลับเป็นเพียงอากาศว่างเปล่า

            ผมขมวดคิ้วรีบหันกลับไปมองกระจก เห็นผียายเฒ่ายังคงยืนอยู่ที่เดิม…

            แต่คราวนี้ตำแหน่งของมันเปลี่ยนไป!มันยังอยู่ด้านหลังเรา แค่เปลี่ยนตำแหน่งไปอยู่อีกฝั่งของห้องแทน!

            ผมกับลุงอวี๋รีบหมุนตัวไปตามตำแหน่งใหม่แต่ผลกลับเหมือนเดิม เบื้องหลังเรายังคงว่างเปล่า ทว่าภาพในกระจกผียายเฒ่าก็ยังคงยืนอยู่ที่ด้านหลังเราเช่นเดิม

            มันไม่ได้อยู่ในโลกความจริงแต่อยู่ในกระจก…

            ชัดเจนแล้วว่ากระจกพวกนี้ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่!

            “ลุงอวี๋กระจกพวกนี้ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ”

            ลุงอวี๋หรี่ตาลงกล่าวเสียงเข้ม“ใช่ นังผีนี่มันไม่ออกมาเลย อยู่แต่ในกระจก! ทุบมันให้หมด!”

            “ครับ!”ผมตอบรับทันที

            ผมกับลุงอวี๋ไม่รอช้าเราเริ่มทุบกระจกโดยไม่สนใจว่าผียายเฒ่าจะทำท่าทางน่ากลัวแค่ไหน

            “เพล้งๆๆ!”เสียงกระจกแตกดังขึ้นต่อเนื่อง เศษกระจกกระจัดกระจายทั่วพื้นทุกเศษกระจกสะท้อนเงาของผียายเฒ่า ใบหน้ามันดุดันราวกับอสูรร้าย

            แต่มันก็ยังไม่โผล่ออกมาเหมือนแค่ต้องการข่มขู่เราเท่านั้น

            เราทุบไปได้เกือบหมดแล้วทันใดนั้นหางตาผมก็เหลือบไปเห็นเตาไฟไม่ไกลจากตรงนั้น

            ผมจำได้ว่าตอนเข้ามาครั้งแรกในเตานั้นมีเพียงผ้าขาวสะอาดผืนหนึ่ง

            แต่ตอนนี้…ผ้าขาวกลับค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงสด!

            ตอนแรกผมนึกว่าตาฝาดจึงรีบหันกลับไปมองให้แน่ใจอีกครั้ง

            แต่ไม่ผิดแน่ผ้าขาวกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ!

            ลุงอวี๋ยังคงทุบกระจกต่อไป

            “เพล้งๆๆ!”

            แต่ยิ่งกระจกถูกทำลายมากเท่าไรสีของผ้าขาวในเตาก็ยิ่งแดงเข้มขึ้นเท่านั้น!

            ผมไม่รู้ว่าสิ่งนี้หมายความว่าอะไรแต่ลางสังหรณ์บอกผมว่ากระจกและผ้าขาวนี้ต้องเกี่ยวข้องกันแน่

            ผมรีบตะโกนบอกลุงอวี๋“ลุงอวี๋หยุดก่อน! มาดูนี่เร็ว!”

            ลุงอวี๋หยุดมือหันมามองด้วยความสงสัย “อะไรหรือ!”

            “ดูที่เตานั่นสิ!ผ้าขาวกลายเป็นสีแดง! ยิ่งเราทุบกระจกมากเท่าไหร่ สีมันก็ยิ่งเข้มขึ้น!”ผมกล่าวอย่างร้อนรน

            ลุงอวี๋มองไปที่เตาขมวดคิ้วแน่น สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นทันที

            ลุงอวี๋เองก็สะดุ้งเห็นได้ชัดว่ากระทั่งเขาก็ไม่แน่ใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            จู่ๆเสียงของผียายเฒ่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            “ทุบสิ!ทำไมไม่ทุบต่อแล้วล่ะ”

            พูดจบมันก็ส่งเสียงหัวเราะแหลมต่ำ “ขิกๆๆ” ฟังดูน่าสยดสยอง

            ผมจ้องไปยังเงาในกระจกที่เหลืออยู่

            ผียายเฒ่าคนเดิมในชุดผ้าฝ้ายสีเทาหลังค่อม รอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าที่ยิ่งมองก็ยิ่งขนลุก

            ผมเอ่ยกับลุงอวี๋“ลุงอวี๋! เรามาเผาผ้าขาวนี่ก่อน ดูซิว่ามันจะยังหัวเราะได้อีกไหม!”

            ทันทีที่ผมพูดจบสีหน้าของผียายเฒ่าที่กำลังหัวเราะอยู่นั้นก็แข็งค้างไป

            ในกระจกมันจ้องผมเขม็ง ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ

            “เด็กน้อย!เจ้าไม่กล้าหรอก!”

            ทันใดนั้นกระจกที่เหลืออยู่กว่าร้อยบานก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเสียดสีกับผนังจนเกิดเสียง

            “ติงๆๆ”

            เสียงนั้นฟังดูผิดปกติและชวนให้ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

            “งั้นก็มาดูกันว่าฉันกล้าหรือไม่”

            ลุงอวี๋มองผียายเฒ่าในเงาสะท้อนของกระจกที่กำลังสั่นสะเทือนอยู่รอบๆก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากแล้วเอ่ยว่า “เผา!”

            ผมหยิบไฟแช็กเดินไปยังเตาไฟ ตั้งใจจะจุดไฟเผาผ้าขาวนั่นทันที

            “แกร๊กๆๆ”แต่ไม่ว่าจะจุดไฟแช็กกี่ครั้ง ไฟก็ไม่ติด

            ทุกครั้งที่เปลวไฟลุกขึ้นจะมีลมเย็นพัดวูบออกมาจากที่ไหนไม่รู้ดับไฟลงทันที

            ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งหมายความว่าผ้าขาวนี้ต้องเป็นจุดอ่อนของมัน เราจำเป็นต้องเผาให้ได้!

            ลุงอวี๋เห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่น“ฮ่าๆๆ เข้าใจแล้ว! ผ้าขาวนี่คือร่าง ส่วนกระจกพวกนี้คือหลุมศพของแก แกซ่อนตัวในหลุมศพ แต่ร่างยังอยู่ภายนอก แกไม่กลัวว่าหลุมศพจะถูกทำลายแต่กลัวร่างจะถูกเผา!”

            คำพูดของลุงอวี๋ทำให้ผมสับสน

            ร่าง? หลุมศพ?

            แต่สีหน้าของเขาแสดงออกชัดว่ามองทะลุถึงกลอุบายของผียายเฒ่าแล้ว

            ขณะเดียวกันสีหน้าของมันกลับมืดครึ้มลงทันที

            มันจ้องลุงอวี๋เขม็งจากในกระจกดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

            “ฉันจะรัดคอแกให้ตายไอ้คนส่งอาหาร!”

            สิ้นเสียงตะโกนผียายเฒ่าในกระจกพลันกวัดแกว่งแขนออกมาอย่างแรง และในมือนั้นก็ปรากฏผ้าแดงผืนหนึ่ง!

            ผียายเฒ่ากระตุกแขนพร้อมรัดผ้าแดงแน่น

            ทันใดนั้นผ้าแดงที่วางนิ่งอยู่ในเตาไฟก็พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

            มันพุ่งตรงไปที่ลำคอของลุงอวี๋รัดเข้าอย่างแน่นหนา

            ความเร็วของมันเกินกว่าที่ลุงอวี๋จะตั้งตัวได้เขาเผลอปล่อยมีดหัวมังกรลงพื้น ร่างกายแข็งเกร็งก่อนจะล้มลงไปอย่างแรง

            “โครม!”

            “ลุงอวี๋!” ผมร้องเสียงหลง รีบพุ่งเข้าไปช่วย

            แต่ยังไม่ทันได้ก้าวถึงตัวลุงอวี๋ปลายผ้าแดงอีกด้านก็พุ่งเข้าหาคอผมหมายจะรัดให้ตายเช่นกัน!

            โชคดีที่ผมไวพอมือที่ถือกระบี่กระดูกปลาสะบัดออกไปด้านหน้า

            “ฉึก!”

            คมมีดตัดผ้าแดงออกเป็นสองท่อนทันที

            ปลายผ้าครึ่งหนึ่งตกลงพื้นและเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาวอย่างรวดเร็ว

            บนผ้าขาวนั้นปรากฏรอยด่างดำคล้ายเชื้อรากระจายไปทั่ว พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนดังลั่นจากในกระจก!

            ผียายเฒ่าตัวสั่นอย่างแรงผ้าแดงในมือของมันขาดสะบั้นเป็นสองชิ้น

            ผ้าที่รัดคอลุงอวี๋เองก็คลายออกกะทันหัน

            ลุงอวี๋แม้จะหน้าซีดเผือดเพราะขาดอากาศหายใจแต่ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย

            เขากระชากผ้าแดงออกจากคอแล้วสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่

            จากนั้นยกมือชี้ไปที่กระจกบานหนึ่งบนผนังแล้วตะโกนลั่น

            “เสี่ยวเจียง!รีบทำลายกระจกบานนั้น!”

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน