"ในที่สุดก็ได้ออกมาเสียที!" เสียงที่แฝงความหยิ่งผยองและกระตือรือร้นของเฟิ่งหวงดังขึ้นในห้วงจิต "ข้าเบื่อที่จะต้องอุดอู้อยู่ในถ้ำมืดๆ นั่นแล้ว! ไปกันเถอะ นายท่าน! ไปหาคนให้ข้าได้ลิ้มรสโลหิต!"
"ใจเย็นก่อน เฟิ่งหวง" เฟยหลงตอบกลับในใจ พลางยกดาบราชันย์เพลิงขึ้นมาพินิจดู ใบดาบสีนิลสนิทสะท้อนเงาของเขาอย่างชัดเจน แต่เขารู้ดีว่าภายในนั้นหลับใหลไว้ด้วยพลังแห่งราชันย์วิหคเพลิง
"นางพูดถูกอยู่ส่วนหนึ่ง" เสียงทุ้มลึกและสุขุมของเฮยหลงดังตามมา "แต่ไม่ใช่การไปหาเรื่องใส่ตัว เจ้าหนู... พลังใหม่ที่เจ้าได้รับมานี้มันดิบเถื่อนและยังไม่เสถียร โดยเฉพาะพลังจากวิหคเพลิงคลั่งนั่น การกลับไปยังสำนักมังกรครามในสภาพนี้ ไม่ต่างจากการถือคบเพลิงเดินเข้าโรงเก็บดินปืน"
เฟยหลงขมวดคิ้ว เขารู้ว่าเฮยหลงพูดถูก ด้วยความรู้สึกอยากทดลอง เขาจึงลองโคจรลมปราณวังวนในร่างแล้วส่งเข้าไปในดาบเพียงเล็กน้อย ตั้งใจจะให้เกิดเปลวไฟดังที่เคยทำในถ้ำ แต่ผลลัพธ์กลับเหนือการควบคุม
วูมมมม!
เปลวเพลิงสีชาดพวยพุ่งออกจากใบดาบราวกับอสูรร้ายที่ถูกปลดปล่อย มันไม่ได้ลุกท่วมอย่างสง่างาม แต่กลับระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุดจนมันลุกไหม้กลายเป็นตอตะโกในชั่วพริบตา ในขณะเดียวกัน พลังปราณในร่างของเฟยหลงก็ถูกสูบออกไปเกือบหนึ่งในสี่ เขาเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แขนขวารู้สึกชาวาบราวกับถูกกระชากอย่างแรง
"เห็นหรือไม่?" เฮยหลงกล่าวเสียงเรียบ "นั่นเจ้าใช้พลังไปไม่ถึงครึ่งกระบวนท่าด้วยซ้ำ พลังของนางไม่ได้มีไว้ให้ 'ใช้' เหมือนลมปราณของเจ้า มันมีไว้ให้ 'ปลดปล่อย' หากเจ้าไม่เรียนรู้วิธีการควบคุมมัน เจ้าจะถูกมันสูบจนแห้งเหือดก่อนจะได้สังหารศัตรูเสียอีก"
"เหลวไหลสิ้นดี!" เฟิ่งหวงสวนกลับอย่างเกรี้ยวกราด "พลังของข้ามีไว้สำหรับผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น! ที่เจ้าควบคุมมันไม่ได้ก็เพราะเจ้ามันอ่อนแอเกินไป!"
"พอได้แล้วทั้งสองคน" เฟยหลงกล่าวปราม "เฮยหลงพูดถูก ข้าต้องฝึกฝนเสียก่อน... เฟิ่งหวง ข้าต้องการให้ท่านสอนข้าถึงวิธีการควบคุม 'เพลิงแค้นแรกเผา'"
ในห้วงจิตเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะหยันๆ ของเฟิ่งหวงจะดังขึ้น "สอนรึ? เคล็ดวิชาของข้าไม่ใช่ตำราที่เจ้าจะมาพลิกอ่านแล้วทำความเข้าใจได้ มันคือเสียงกรีดร้องของข้า! คือความแค้นของข้า! มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยสติปัญญา แต่ถูกหลอมขึ้นจากจิตวิญญาณที่แตกสลาย! เจ้าอยากจะเรียนรู้งั้นรึ? ได้! แต่จงจำไว้... บทเรียนของข้าต้องจ่ายด้วยความเจ็บปวดและโลหิต!"
เฟยหลงพยักหน้าอย่างแน่วแน่ "ข้าพร้อมแล้ว"
"ดี!" เฟิ่งหวงกล่าว "เช่นนั้นจงฟัง! 'เพลิงแค้นแรกเผา' คือโทสะบริสุทธิ์ของข้าในตอนที่ถูกหักหลังและพ่ายแพ้ในมหาสงคราม มันคือเจตจำนงที่ปรารถนาจะทำลายล้างเพียงอย่างเดียว เจ้าพยายามจะใช้ 'เหตุผล' และ 'การควบคุม' แบบมนุษย์เพื่อบังคับบัญชามัน นั่นคือสิ่งที่ผิดพลาด!"
"แล้วข้าต้องทำอย่างไร?"
"เจ้าต้องเข้าใจมัน! สัมผัสมัน! ใช้ความแค้นของเจ้าเองเป็นสะพานเชื่อม! ความแค้นที่เจ้ามีต่อตระกูลเซียวและตระกูลหลัน ความเจ็บปวดที่เจ้าถูกเหยียบย่ำ... ดึงมันออกมา! ใช้มันเป็นเชื้อไฟ! แล้วปลดปล่อยมันออกมาพร้อมกับโทสะของข้าผ่านคมดาบ!"
เฟยหลงหลับตาลง เขาระงับความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดและหวนนึกถึงความเจ็บปวดในอดีต ภาพคฤหาสน์ตระกูลเฟิงที่ล่มสลาย ภาพบิดาที่ถูกทรมาน ภาพคู่หมั้นที่หักหลัง ภาพตัวเองที่ถูกโยนลงเหว... ความแค้นที่เคยถูกกดไว้ใต้จิตสำนึกปะทุขึ้นมาราวกับภูเขาไฟ
"ดี... ดีมาก!" เฟิ่งหวงกระตุ้น "รู้สึกถึงมันแล้วใช่หรือไม่? ความเกลี้ยวกราดที่อยากจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกสลาย! ตอนนี้... ลองอีกครั้ง! เล็งไปที่ก้อนหินนั่น!"
เฟยหลงลืมตาโพลง ในแววตาของเขามีเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชน เขาตวัดดาบราชันย์เพลิงออกไปสุดแรงเกิด เจตจำนงแห่งความแค้นของเขากับโทสะของเฟิ่งหวงหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง!
ฟุ่บ! ตู้มมมม!
คลื่นเพลิงสีชาดที่รุนแรงกว่าครั้งก่อนพุ่งเข้าปะทะกับก้อนหินขนาดเท่ารถม้าจนมันระเบิดแตกกระจาย! แต่ในขณะเดียวกัน เฟยหลงก็รู้สึกถึงแรงสะท้อนกลับที่รุนแรงกว่าเดิม พลังปราณของเขาถูกสูบออกไปเกือบครึ่งร่างในดาบเดียว เข่าของเขาทรุดลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง และที่เลวร้ายที่สุดคือความเกรี้ยวกราดที่ไหลย้อนกลับเข้ามาในจิตใจ มันรุนแรงจนเขาต้องกัดฟันสู้เพื่อไม่ให้สติหลุดลอยไป
"ล้มเหลว!" เฟิ่งหวงตวาดอย่างไม่พอใจ "เจ้าปลดปล่อยมันออกมาได้ แต่เจ้าก็ยังเป็นแค่นายบ่าวของมัน! เจ้ายังควบคุมมันไม่ได้! เจ้าเป็นเพียงภาชนะที่รอวันแตกสลาย! ลุกขึ้น! แล้วทำอีกครั้ง!"
และแล้ว... การฝึกฝนที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตของเฟยหลงก็ได้เริ่มต้นขึ้น
วันแล้ววันเล่า... ณ ลานหินริมหน้าผาแห่งนั้น เฟยหลงฝึกฝนการใช้ "เพลิงแค้นแรกเผา" อย่างบ้าคลั่ง เขาตวัดดาบครั้งแล้วครั้งเล่า ล้มเหลว... แล้วก็ลุกขึ้นมาตวัดดาบใหม่อีกครั้ง พลังปราณหมดไป เขาก็นั่งลงฟื้นฟู... ฟื้นฟูเสร็จก็ลุกขึ้นมาฝึกต่อ วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
บทเรียนของเฟิ่งหวงนั้นช่างเรียบง่ายและโหดร้าย นางไม่เคยสอนกระบวนท่าหรือวิธีการโคจรพลังปราณที่ซับซ้อน นางทำเพียงแค่กระตุ้นความแค้นของเขาและบังคับให้เขาปลดปล่อยมันออกมาพร้อมกับพลังของนางครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ร่างกายและจิตใจของเขาเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับมันด้วยตัวเอง
ในช่วงสามวันแรก เฟยหลงล้มเหลวตลอดเวลา ทุกครั้งที่เขาใช้กระบวนท่านี้ เขาจะถูกสูบพลังปราณไปเกือบหมดและต้องทนทุกข์กับแรงสะท้อนกลับทางอารมณ์ที่เกือบทำให้เขากลายเป็นบ้า ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำจากการฝึกฝนที่ผิดพลาด แต่เขาก็ไม่เคยปริปากบ่นหรือแสดงความย่อท้อ
เฮยหลงเฝ้ามองการฝึกฝนนี้ด้วยความเป็นห่วง แม้จะไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเฟิ่งหวง แต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง มันทำได้เพียงคอยใช้พลังไอเย็นจากจี้เกล็ดมังกรช่วยประคองสติของเฟยหลงไว้ในยามที่เขาใกล้จะถึงขีดสุด และให้คำแนะนำสั้นๆ แต่ลึกซึ้ง
"อย่าให้โทสะชี้นำดาบ... เจ้าต้องเป็นผู้ชี้นำโทสะ!"
"ความแข็งแกร่งไม่ได้อยู่ที่การปลดปล่อยพลังที่รุนแรงที่สุด... แต่อยู่ที่การควบคุมพลังที่รุนแรงที่สุดได้ต่างหาก"
คำพูดเหล่านี้ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในจิตใจของเฟยหลง
จนกระทั่งในวันที่เจ็ดของการฝึกฝน... การเปลี่ยนแปลงก็ได้บังเกิดขึ้น
หลังจากล้มเหลวมานับร้อยครั้ง เฟยหลงก็เริ่มจับเคล็ดได้ เขารู้แล้วว่าปัญหาไม่ใช่การใช้ความแค้นเป็นเชื้อไฟ แต่คือการที่เขาปล่อยให้มันเผาไหม้ตัวเขาเอง เขาเรียนรู้ที่จะสร้าง "แกนกลาง" ที่เยือกเย็นขึ้นในใจกลางของพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งนั้น เขาเป็นผู้ควบคุม... เขาเป็นนายของความแค้น ไม่ใช่ทาสของมัน
เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง สภาพมอมแมมราวกับขอทาน แต่ดวงตากลับสว่างไสวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาสูดหายใจเข้าลึก... แล้วตวัดดาบออกไป
ฟุ่บ!
คลื่นเพลิงสีชาดพุ่งออกไป... แต่คราวนี้มันไม่ได้ระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง มันกลับถูกบีบอัดจนมีขนาดเท่าแขนคน พุ่งไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วราวกับลูกศรเพลิง มันตัดผ่านก้อนหินเป้าหมายจนขาดเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย รอยตัดนั้นเรียบกริบและหลอมละลายเป็นสีดำสนิท
ครั้งนี้... พลังปราณของเขาถูกใช้ไปเพียงหนึ่งในห้า และแรงสะท้อนกลับทางอารมณ์ก็เบาบางจนแทบไม่รู้สึก
เขายืนนิ่ง... แล้วตวัดดาบออกไปอีกครั้ง! และอีกครั้ง!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
คลื่นเพลิงอีกสองสายพุ่งออกไปอย่างแม่นยำและทรงพลัง
"ในที่สุด..." เฟยหลงพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงการควบคุมที่สมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก
"หึ..." เฟิ่งหวงแค่นเสียงในลำคอ แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่ก็ไม่อาจซ่อนแววแห่งความทึ่งและความพึงพอใจไว้ได้มิด "ก็แค่พอใช้ได้เท่านั้น อย่าเพิ่งได้ใจไป"
เฟยหลงยิ้มออกมา เขาทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงแต่เปี่ยมไปด้วยความสุข เขาใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ในการฝึกฝนเพียงกระบวนท่าเดียวจนสำเร็จ นี่คือพลังที่เขาต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ความเจ็บปวด และเลือดเนื้อ
"การฝึกซ้อมในที่โล่งมันจบแล้ว" เฟิ่งหวงกล่าวขึ้นมาทำลายความเงียบ "แต่บทเรียนที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้น พลังที่ไม่ได้ผ่านการทดสอบด้วยเลือดและชีวิต ก็ไม่ต่างจากของเล่นของเด็กน้อย... ทางทิศตะวันตกของที่นี่ มีหุบเขาที่พวกโจรป่าใช้เป็นรังซ่องสุม... พวกมันถูกเรียกว่า 'กลุ่มหมาป่าดำ'"
แววตาของเฟยหลงทอประกายคมปลาบขึ้นมาในทันที "ข้าเข้าใจแล้ว"
การฝึกฝนขั้นพื้นฐานได้สิ้นสุดลง... บัดนี้ถึงเวลาของการทดสอบภาคปฏิบัติแล้ว