ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 46 สร้างทะเลความคิด.

    แจ๊คได้ถามกลับไปต่อ

    “ตอนที่ปีศาจภายในจิตใจของฉันใช้ทำไมมันไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

    หู่เสวียมองแจ๊คก่อนที่จะถามออกไป

    “ปีศาจในใจของนายใช้ก้าวเท้าสู่มิติได้ส่วนนายได้แต่วิ่งไล่จับปีศาจในใจของตนเอง???”

    หู่เสวียไม่ได้ตอบตรงคำถาม แต่ถามอีกเรื่องหนึ่ง แจ๊คจึงตอบไป

    “ใช่ มันสามารถเดินข้ามมิติได้และพลังทุกอย่างของมันเพิ่มขึ้นอีกมากกว่าฉัน 10 เท่า”

    หู่เสวียมองหน้าแจ๊คแบบสับสน ไอบ้านี้มีโชคขนาดไหนกันแค่ ปีศาจในใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือปีศาจภายในจิตใจรับรู้จิตใจ และนิสัยของร่างต้น แต่ร่างต้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับปีศาจภายในในใจของตนเอง ลองคิดดูสิว่ามันมีคนที่รู้อะไรเกียวตัวเราทุกอย่าง ไม่ว่านิสัย อะไรชอบไม่ชอบ ถนัดอะไรไม่ถนัดอะไร จุดอ่อน จุดแข็งของตนเอง ปีศาจภายในจิตใจของแต่ละคนรู้หมด เพราะแบบนี้ การต่อสู้ของปีศาจในใจถึงได้ยากนักแม้แต่เทพก็ตาม แต่ไอบ้านี้เอาชนะปีศาจในใจของตัวเองได้ ทั้งที่ปีศาจในใจของไอบ้านี้มีทั้งพลังมากกว่า 10 เท่าและใช้ก้าวเท้าสู่มิติได้ทั้ง ๆ ที่ร่างต้นยังใช้ไม่ได้

    แจ๊คเห็นว่าหู่เสวียมองตนเองนานเกินไปจึงพูดออกมา

    “แม้ฉันจะหล่อและน่ารัก แต่ฉันมีค่าตัวแพงนะจะบอกให้ ดูนานอย่างนี้ต้องคิดตัง”

    อารมณ์เหม่อลอยของหู่เสวียได้กลับมาหลังจากที่ได้ยินคำพูดอันน่าขยะแขยงของแจ๊ค

    “นายไม่พูดบ้าอะไรสักครั้งจะตายไหม”

    เสียงของหู่เสวียมาพร้อมกับจิตสังหาร ที่ก่อตัวขึ้นมาเป็นรูปร่าง แจ๊คตกใจกลัวมากจึงกล่าวขอโทษไป

    “ขอโทษครับ”

    หลังจากที่แจ๊คขอโทษไป ทำให้หู่เสวียใจเย็นขึ้นมาหน่อย และอธิบายให้ฟังว่า

    “ที่ทำไมปีศาจภายในจิตใจของนายถึงใช้ก้าวเท้าสู่มิติและไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นเพราะว่ามันมีจิตใจที่เข้มแข็งกว่านายยังไง”

    แจ๊คคิดก่อนว่า จิตใจเข้มแข็งหรือ เขาคิดว่าตอนนี้จิตใจของเขาได้เข้มแข็งพอ การเจอเรื่องเสี่ยงตายมาตลอด แต่เธอบอกว่าจิตใจของปีศาจภายในจิตใจของฉันเข้มแข็งกว่าหรือ

    “เป็นไปได้ด้วยหืรอ จิตใจของฉันตอนนี้ก็เข้มแข็งนะ”

    หู่เสวียมองแจ๊คอย่างกะคนโง่เขลาแล้วคิดว่า ควายน่าจะฉลาดกว่าไอบ้านี้อีก

    “นายคิดว่าปีศาจภายในจิตใจของคนเราเกิดขึ้นมาได้อย่างไร”

    แจ๊คไม่รู้อะไรเลยจึงส่ายหน้าไป หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คไม่รู้จึงอธิบายต่อ

    “มีหลายทฤษฎีมาก เช่น ปีศาจภายในจิตใจมีตั้งแต่เกิด ปีศาจภายในจิตใจนั้นคือตัวตนเราในโลกคู่ขนาน แต่สิ่งที่มีคนเชื่อมากที่สุดคือ ปีศาจภายในจิตใจเกิดจากอารมณ์ด้านลบหรือความไม่พอใจ ความไม่พอใจที่ไม่ได้ของที่อยากได้ ความไม่พอใจที่ไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่หรือคนอื่น ความไม่พอใจต่าง ๆ มากมาย ได้สะสมทีละเล็กทีละน้อยและจึงได้หลอมรวมกันจึงกลายมาเป็นปีศาจภายในจิตใจของแต่ละคน แต่ที่นายถามว่าทำไมจิตใจของปีศาจภายในจิตใจของนายถึงเข้มแข็งกว่านายหรือ นายลองคิดดูสิว่าถ้านายโดนขังในความมืดเป็นเวลาสิบปีหรือร้อยปีแล้วนายทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้ารอในความมืดสิ่งที่ทำได้คือฝึกฝนจิตใจเพื่อไม่ให้บ้า นั้นละคือปีศาจภายในจิตใจ”

    แจ๊คได้จึงเข้าใจว่าทำไมจิตใจของปีศาจในใจของแจ๊คได้เข้มแข็งกว่าเขา อันนี้เขายอมรับได้แต่มันมีจุดหนึ่งที่เขาสงสัย และได้ถามกลับไป

    “ถ้าคนที่มีอดีตฝังใจหรือคนที่รักตายและทำใจไม่ได้ ทำไมปีศาจภายในจิตใจถึงได้ไม่ยึดร่างคน ๆ นั้นและออกมาอาละวาด”

    “การเป็นนักรบ นักเวท มนุษย์ ปีศาจหรือสิ่งมีชีวิตใดหลังจากที่เข้าเส้นทางการฝึกฝนแล้ว มี 2 อย่างที่ฝึกฝน 1 คือพลังในร่างกาย อย่างที่ 2 คือจิตใจ ยิ่งระดับพลังเยอะมากขึ้นเท่าไรจิตใจจะเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น นายต้องรู้เอาไว้ยิ่งมีระดับการฝึกฝนสูงเท่าไร การตกหล่นนั้นยากมาก”

    แจ๊คได้พยักหน้าเพื่อตอบไปว่ารับรู้ ก่อนจะถามไปว่า

    “เราออกเดินทางต่อไปหรือทำอะไรอีก”

    “ไม่ใช่ว่านายได้หนังสือจิตวิญญาณมาหรือ ฝึกฝนให้ถึงขั้นสร้างทะเลความคิดให้เสร็จก่อนแล้วค่อยออกเดินทาง การผจญภัยมันไม่หายไปไหนหรอกแต่ถ้านายไม่เตรียมตัวให้พร้อม นายจะเป็นคนตาย”

    “จะทำยังไงดี ถ้ำได้กลายเป็นซากแล้ว คงต้องหาถ้ำใหม่”

    แต่หู่เสวียได้พูดขึ้นมา

    “ไม่ต้องหาใหม่หรอก ใช่ถ้ำเดิม”

    หู่เสวียได้วาดวงแหวนขึ้นมาในมือของเธอ แต่ทว่าไม่ได้เป็นวงแหวนธรรมดาเป็นตัวอักษรที่แจ๊คไม่รู้จัก พอตัวอักษรได้ลอยมาบริเวณถ้ำก่อนจะมีสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ ถ้ำที่กลายเป็นเศษแล้วได้มารวมตัวกันเหมือนเดิมอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา

    “หู่เสวียมันคือเวทมนตร์ย้อนเวลา”

    แจ๊คถามด้วยความสนใจอย่างมาก แต่แจ๊คต้องผิดหวังเมื่อได้รับคำตอบ

    “แค่การฟื้นฟูเท่านั้น ไม่ใช่ย้อนเวลาฉันยังไม่สามารถฟื้นตัวถึงระดับเทพได้ นายฝึกฝนได้แล้วอย่าเสียเวลาไปมากกว่านี้”

    แจ๊คไม่เสียเวลาหยิบหนังสือจิตวิญญาณที่ไม่ทราบที่มาออกมาก่อนนั่งอ่านแม้ว่ามันจะเป็นอักษรโบราณแต่แจ๊คได้แลกภาษาทั่วจักรวาลมาการอ่านหนังสือจิตวิญญาณที่ไม่ทราบที่มากจึงไม่เป็นปัญหา

    สิ่งที่เขียนในหนังสือนั้นเป็นสิ่งที่แม้แต่แจ๊คยังสับสนมันได้เขียนว่า

    “วิญญาณได้สร้างจิต จิตได้สร้างวิญญาณ ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปจะไม่มีทางเกิดจิตวิญญาณขึ้นมาได้ การที่จะสร้างทะเลความคิดนั้นคือต้องมีวิญญาณที่แข็งแรงและจิตใจที่ไม่ย่อท้อถึงจะได้รับวิชาของฉันไปได้”

    หลังจากที่แจ๊คอ่านเสร็จ วิญญาณของเขาถูกดูดเข้าไปในมิติของหนังสือในมือเหมือนกับมิติตอนที่แจ๊คดูดซับพลังจากคริสตัล แต่คราวนี้แจ๊คไม่ได้เป็นคนดู วิญญาณของแจ๊คได้เข้ามาอยู่ที่มิติที่ไม่รู้จักอีกครั้ง ในมิตินี้โดยรอบมีหมอกควันลอยไปมา แต่สิ่งที่แจ๊คมองเห็นชัดเจนคือเสาขนาดใหญ่ เสาภายในมิติทั้งหมดมี 12 เสาด้วยกัน เสาแต่ละอันมีสีที่ไม่เหมือนกันมีสีแดงบาง ขาวบาง เขียวบาง และอื่น ๆ ถ้ามองไปคือ เสาหนึ่งเสาคือตัวแทนหนึ่งสีถ้ามองไปเหมือนกับมี12สี เหมือนเป็นสายรุ้ง

    และเสาแต่ละเสาห่างกันคือ 3 กิโลเมตร

    ในระหว่างที่แจ๊คยืนสับสนทางกลางเสาทั้ง 12 อยู่ได้มีแรงกดดันอันมหาศาลและมีเสียงในจิตใจดังขึ้นมาว่า

    “จงเดินไปแตะเสาทั้ง 12 เสาถ้าแตะได้หมดเท่ากับผ่านการทดสอบและได้รับวิชาของฉันในที่สุด”

    เสียงที่พูดออกมาเหมือนกับรูปปั้น ฟังแล้วไม่มีชีวิตชีวาแจ๊คไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินทางไปแตะเสาทั้ง 12 เสา

    ด้านนอก

    หู่เสวียมองแจ๊คด้วยสายตาที่น่าเป็นห่วงมาก ต้องบอกเอาไว้ก่อนการที่จะสร้างทะเลความคิดคือการสร้างจิตวิญญาณขึ้นมา การสร้างจิตวิญญาณนั้นมีข้อดีอยู่มากกว่าเช่น การโจมตีจิตวิญญาณ และอื่น ๆ เป็นต้น แต่ข้อเสียเลยคือ การสร้างจิตวิญญาณนั้นยากเอามาก ๆ และทุกคนมีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าล้มเหลวบททดสอบจะโจมตีมาที่วิญญาณทำให้เกิดรอยร้าวทำให้วิญญาณนั้นไม่สามารถสร้างจิตขึ้นมาใหม่

    จะถามว่าถ้าวิญญาณมีรอยร้าวจะเกิดอะไรขึ้นไหมจะบอกได้เลยว่าไม่ แต่ไม่สามารถสร้างทะเลจิตวิญญาณขึ้นมาได้ เท่ากับว่าวิญญาณของคนที่ล้มเหลวจะมีระดับเท่ากับการฝึกฝน

    ถ้าการฝึกฝนเป็นเทพ วิญญาณก็จะเป็นเทพด้วยฟังดูเหมือนกับว่ามันไม่มีข้อเสีย ทว่าถ้าคนที่สามารถสร้างทะเลจิตวิญญาณได้ การฝึกฝนยังไม่เป็นเทพ แต่จิตวิญญาณเป็นเทพแล้วจะสามารถสู้กับเทพได้ทีเดียวนี้

    ที่หู่เสวียบอกให้แจ๊คหาวิชาจิตวิญญาณนั้น จะได้มาเป็นไพ่ตายอีกแบบหนึ่งได้ถ้าเจอกับคนที่มีระดับการฝึกฝนที่เยอะกว่า ถ้าวิชาจิตวิญญาณที่แจ๊คเลือกมามันเป็นระดับเทพ หู่เสวียยังพอช่วยได้ แต่วิชาที่แจ๊คเลือกมานั้นมันมีระดับที่มากกว่าเทพ หู่เสวียทำอะไรไม่ได้แต่หวังว่าจะสำเร็จ

    แจ๊คได้เดินมาแตะ เสาที่หนึ่งแล้วร่างกายแค่รู้สึกหนักแต่ไม่มากเท่าไรยังเดินชิว ๆ

    เสาที่สอง รู้สึกว่าร่างกายมันหนักเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัว แต่ยังพอรับได้

    เสาที่ สาม มันหนักเพิ่มขึ้นอีก 9 เท่า ร่างกายของแจ๊คไม่ได้ตัวตรงแบบแรกแล้ว ขาที่เดินเริ่มจะงอลงไปกับพื้นดิน

    เสาที่ สี่ เสาที่ห้า เสาที่หก เสาที่......... จนถึงเสาที่ สิบเอ็ด

    แจ๊คได้ลงไปนอนกับพื้นพร้อมกับส่งเสียงร้องออกมา สิ่งที่ขยับและทำให้ไปต่อข้างหน้าได้คือนิ้วทั้ง 10 นิ้ว เอานิ้วกดลงกับพื้นก่อนดันตัวไปข้างหน้า แจ๊คเกือบจะยอมแพ้หลายรอบมาก เพราะว่าแรงกดดันมันเพิ่มขึ้นทุก ๆ ครั้งที่แตะเสาได้ มันเพิ่มขึ้น 3 เท่าด้วยกัน ลองคิดแบบนี้ เสาแรก 3เท่า เสาที่สอง 9เท่า เสาที่สามคือ 27 เท่า ตอนนี้ถ้าให้แจ๊คเดาคือ 177147เท่า

    แจ๊คยอมแพ้ตั้งแต่เสาที่สามแรกแล้ว แต่คิดว่าถ้าเริ่มใหม่เขาไม่เอาด้วยหรอก มันเสียเวลามากที่น่าแปลกคือแรงกดดันนี้ถ้าอยู่ด้านนอกแม้แต่ดวงดาวขนาดกลางยังแตกสลายแต่ตัวแจ๊คกลับไม่ได้รับบาดเจ็บจากวิญญาณและไม่ได้เป็นอะไรมาก ตอนนี้แจ๊คกำลังจะคลานอย่างกะหนอน ในตอนที่กำลังจะท้อนั้นแรงกดดันได้เพิ่มขึ้นมาจนแจ๊คขยับตัวไม่ได้ จึงทำให้คิดถึงบทนำในหนังสือที่ว่าถ้าจิตใจไม่ย่อท้อถึงจะสร้างทะเลความคิดได้

    แจ๊คจึงไม่ยอมแพ้และคลานอย่างกะหนอนต่อไป

    พอถึงเสาที่ สิบเอ็ดแจ๊คได้เอานิ้วที่ขยับได้แตะมันไป หลังจากแตะนี้แล้วนี่เป็นปัญหานิ้วทั้งหมดกลับขยับไม่ได้แล้วเหลือแต่ร่างกายที่ขยับได้

    เท่ากับว่าแรงกดดันตอนนี้ สูงถึง 531441เท่าตัว ความเร็วของแจ๊คตอนนี้คือ 1เมตรต้องใช้เวลาถึง 30-60ชั่วโมง

    จิตใจของแจ๊คไม่ได้รับรู้วันเวลาสิ่งที่ได้รับรู้คือแรงกดดันที่เหมือนกับโดนดวงดาวบดขยี้และเสาตรงหน้าเท่านั้น เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วในที่สุดแจ๊คก็ได้มาอยู่ตรงหน้าเสาที่สิบสอง แต่ทว่ามือของเขาขยับไม่ได้ มีแค่ตัวเท่านั้น แจ๊คเงยหน้าขึ้นไปมองเสาที่สิบสองและกำลังจะเอาตัวไปแตะ ทันในนั้นแรงกดดันได้ปล่อยออกมาเพิ่มทำให้แจ๊คขยับตัวไม่ได้เหมือนปลาน้อย ๆ ในทะเลพายุอันกว้างใหญ่

    “เวร กำลังจะแตะได้แล้วทำไมทำแบบนี้”

    แจ๊คบ่นเสร็จแล้วกำลังจะยอมแพ้ขึ้นมา เดี๋ยวก่อนนะ แจ๊คยังสามารถพูดได้อยู่นี้ เสาตรงหน้าเขาห่างแค่ 1 เซนติเมตรเอง แค่ลิ้นมันน่าจะแตะได้นะ

    หลังคิดเสร็จแจ๊คได้แลบลิ้นยื่นออกไปแตะเสาที่สิบสอง มันเป็นไปอย่างที่แจ๊คคิด มันสามารถแตะได้หลังจากที่แตะเสาครบทั้งสิบสองเสาแล้ว เสาทั้งหมดได้เรือนแสงออกมา และผสมรวมกับก่อนที่จะกลายมาเป็นวังวนขนาดใหญ่ก่อนพุ่งเข้ามาใส่แจ๊ค แจ๊คตกใจมากยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนวังวนนั้นพุ่งเข้ามาแล้วมันหลอมรวมเข้ากับตัวแจ๊คก่อนที่หายไป

    หลังจากที่วังวนหายไปแจ๊คลืมตาขึ้นมาอีกรอบหนึ่งแล้วปรากฏตัว ได้มาอยู่ที่ถ้ำแล้วจากนั้นจึงสลบลงไปด้วยความที่ใช้พลังใจและวิญญาณมากจนเกินไป

    ส่วนหู่เสวียได้มีปรากฏอยู่ข้าง ๆ แจ๊คก่อนที่จะยิ้มออกมา ถ้าแจ๊คตื่นและเห็นคงร้องออกมาด้วยความดีใจแน่ เพราะรอยยิ้มของหู่เสวียเหมือนกับแสงอาทิตย์ยามเช้าและดอกไม้ที่ไม่รู้ว่าจะนิยามความสวยของดอกไม้นี้ได้ยังไง ทำให้คนที่เห็นดอกไม้อันนี้เป็นอันต้องหลงใหลกันทุกคน

    ...........................................................................................................................................................................................

    ...................................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน