ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 ตอนที่ 205 เป้าหมายของเราไม่ต่างกัน

        ในยามนี้มู่อี๋เสวี่ยขดตัวหมอบลงไปกับพื้น

        ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางตกใจกับกลิ่นอายแห่งความมืดของหญิงชุดดำลึกลับซึ่งอยู่ตรงหน้านางหรือนางตกใจกลัว ร่างกายของนางจึงสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที

        ผิวของนางซีดเผือด แผลบนริมฝีปากของนางซึ่งแห้งแล้วแตกออกอีกครั้งเพียงชั่วข้ามคืน ก่อนที่มันจะแตกและแห้งซ้ำวนไปมาคางและหน้าอกของนางแดงก่ำด้วยเลือด ไม่ต่างไปจากผีดูดเลือดที่เพิ่งกินเลือดเสร็จได้ไม่นานมันน่าตกใจเป็นอย่างมาก

        “เจ้า...เจ้าเป็นใคร”ริมฝีปากของมู่อี๋เสวี่ยที่ยังคงมีเลือดไหลออกมานั้นมีอาการสั่นเทาเล็กน้อยนางมองไปที่หญิงชุดดำอย่างระแวดระวังราวกับนกตื่นธนู

        “ช่างเป็นใบหน้าที่งดงามเสียนี่กระไรปล่อยให้มันถูกทำลายด้วยเงื้อมมือของคนที่ตนหลงใหลได้อย่างไรกันช่างน่าเสียดาย...มันเจ็บมากใช่ไหม?” หญิงชุดดำไม่ตอบคำถาม น้ำเสียงของนางสงบและเย่อหยิ่งอยู่ตลอดเวลา

        หลังจากหยุดไปครู่หนึ่งนางก็ส่ายหัว วางมือแนบกับหัวใจของตน “ไม่ มันคือการถูกเหยียดหยาม ถูกทำให้เสียโฉมทั้งยังถูกปฏิบัติอย่างไม่แยแสจากคนที่รักแต่ละคน ตรงนี้คงจะเจ็บมากใช่หรือไม่?”

        หญิงชุดดำสนิทพูดออกมาด้วยท่าทางเย็นยะเยือกน่าขนลุกดูเหมือนว่านางจะระมัดระวังในทุกๆ ด้าน

        เพราะชุดสีดำสนิทไม่เพียงแต่จะโอบรัดร่างกายของนางจนแน่นเท่านั้นแต่แม้กระทั่งเสียงของนางก็ดูธรรมดา ฟังดูไม่พิเศษเลยสักนิดนอกจากนี้ยังเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดเดาอายุของนางผ่านเสียงเช่นนี้

        มู่อี๋เสวี่ยไม่คาดคิดว่าเมื่อหญิงชุดดำตรงหน้าเปิดปากพูดจะกล่าวถึงความเจ็บปวดของนางออกมาโดยตรง

        แต่หญิงชุดดำรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง? มู่อี๋เสวี่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแววตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย นางเม้มริมฝีปากที่เปื้อนเลือดอย่างน่าสะพรึงกลัวมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวังและไม่พูดอะไร

        หญิงชุดดำดูเหมือนจะไม่เห็นความสงสัยของมู่อี๋เสวี่ยนางส่ายหัวอีกครั้ง ราวกับจะปฏิเสธคำพูดของนางเอง ก่อนจะพูดต่อว่า“มากกว่าความเจ็บปวด แต่ยังรวมถึงความเกลียดชังด้วยใช่ไหม? ความเกลียดชังคงจะอยู่ลึกกว่าความเจ็บปวดสิ่งที่น่าหดหู่ที่สุดในใต้หล้าคือการรวมกันของความเกลียดชังมีอยู่แต่ไม่อาจระบายออกไปได้ ทั้งยังถูกทอดทิ้ง มันช่างน่าสงสาร น่าสงสารยิ่งนัก”

        น่าสงสาร? นางมู่อี๋เสวี่ย...น่าสงสาร?

        นางมู่อี๋เสวี่ยถูกทอดทิ้งช่างน่าสงสาร!

        คำพูดเหล่านี้เป็นเหมือนฝันร้ายเกาะแน่นอยู่ในใจของมู่อี๋เสวี่ย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่สามารถสลัดมันออกไปได้

        “หุบปาก! เจ้าหุบปาก!อย่าพูด ไม่เอาแล้ว...” มู่อี๋เสวี่ยยกมือขึ้นปิดหูแน่นทันทีที่ได้ยินคำพูดแทงใจดำนางคำรามออกมาสุดเสียงด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

        เสียงคำรามดังลั่นทำลายความเงียบในป่าเปลี่ยวช่างน่าอนาถและเศร้าอย่างยิ่ง

        ในเวลาไม่ถึงอึดใจมู่อี๋เสวี่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง จ้องมองหญิงสาวชุดดำตรงหน้าอย่างขมขื่นสงบลงไม่บ้าคลั่งเหมือนก่อนหน้านี้ “เจ้าเป็นใคร เหตุใดเจ้าถึงรู้อะไรมากมาย”

        ผู้หญิงชุดดำทำเช่นเดิมนางยังคงไม่ตอบคำถามของมู่อี๋เสวี่ย ไม่กล่าวถึงเรื่องนั้นแม้แต่น้อยนางทำเพียงตั้งคำถามใหม่อีกครั้ง “เกลียดคนที่ทำให้เจ้าเจ็บปวดเช่นนี้หรือไม่?”

        ก่อนที่มู่อี๋เสวี่ยจะทันได้ตอบหญิงชุดดำก็ถามตรงๆ ว่า “เจ้าเกลียดมู่จื่อหลิงไหม?”

        มู่จื่อหลิง...สามคำนี้ฝังลึกอยู่ในใจของมู่อี๋เสวี่ย

        แววตามืดมนของมู่อี๋เสวี่ยฉายแววดุดันนางก็ไม่รังเกียจที่หญิงชุดดำไม่ตอบคำถามของนางหลายครั้งนางกัดฟันอย่างแรงจนปากแดงด้วยสีเลือดกล่าวด้วยแรงอารมณ์โดยไม่ลังเล “เกลียด”

        “เจ้าเกลียดมู่จื่อหลิงมากเพียงใด?” หญิงชุดดำถามเบาๆ

        เกลียดมากเพียงใด? ความเกลียดชังที่ไม่อาจลบเลือนฉายแววในดวงตาที่เย็นชาของมู่อี๋เสวี่ยแข็งแกร่งเกินกว่าจะสลายหายไป

        ความอัปยศความเจ็บปวดจากการเสียโฉม ความเกลียดชังที่ถูกพรากความรักทุกสิ่งที่มู่จื่อหลิงทำให้นางต้องทนทุกข์ทรมานความแค้นนี้ไม่ต่างจากความแค้นจากการสังหารบุพการี [1]...ไม่อาจอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันได้ [2]

        มู่อี๋เสวี่ยไม่พูดอะไรอีกนางกัดฟันแน่น มือทั้งสองกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือเรียวปูดโปน

        ดวงตาของหญิงชุดดำโค้งขึ้นเล็กน้อยนางหยิบผ้าเช็ดหน้าเนื้อนุ่มสีขาวราวกับหิมะออกมาจากช่องที่แขนในชุดคลุมสีดำ ค่อยๆย่อกายต่อหน้ามู่อี๋เสวี่ย

        เมื่อเห็นหญิงชุดดำขยับเข้ามาใกล้ทันใดนั้นมู่อี๋เสวี่ยก็ฟื้นคืนสติกลับมาจากความรู้สึกโกรธเกลียด

        มู่อี๋เสวี่ยหรี่ตามองไปที่หญิงชุดดำแต่น่าเสียดายที่แม้ว่านางจะมองหญิงชุดดำในระยะประชิด ก็ยังมองไม่เห็นท่าทางของนางด้วยทุกอย่างถูกหลบซ่อนภายในความมืด

        หญิงผู้นี้ลึกลับแปลกประหลาดเนื่องจากนั่งเป็นเวลานาน นางจึงไม่สามารถหยัดกายลุกขึ้นยืนได้ในทันที ดังนั้นมู่อี๋เสวี่ยจึงทำได้เพียงขยับน้อยๆอย่างระมัดระวังไปที่ลำต้นของต้นไม้เท่านั้น

        ก้าวสั้นๆ นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหญิงชุดดำที่อยู่ใกล้กับนางเลยมู่อี๋เสวี่ยรู้สึกว่าหญิงชุดดำดูเหมือนจะไม่มีความอาฆาตมาดร้ายต่อนางดังนั้นนางจึงไม่ขยับอีกต่อไป

        หญิงชุดดำยื่นมือที่ถือผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของมู่อี๋เสวี่ย รวมถึงเลือดสีแดงสดที่คางของนางก่อนจะโยนผ้าเช็ดหน้าสกปรกทิ้งไป ลุกขึ้นยืนอย่างไม่เร่งรีบ

        นางลดระดับสายตาลงมองมู่อี๋เสวี่ยซึ่งนั่งอยู่บนพื้น พูดอย่างใจเย็น “ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อรักษาความเจ็บปวดและบรรเทาความเกลียดชังของเจ้า”

        คำพูดเหล่านี้เปรียบดั่งแสงตะเกียงส่องสว่างสู่หัวใจที่โดดเดี่ยวไร้หนทางของมู่อี๋เสวี่ย

        เมื่อได้ยินเช่นนี้มู่อี๋เสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยความประหลาดใจ น้ำเสียงของนางค่อนข้างร้อนรน“เจ้า...เจ้าช่วยรักษาแผลที่ปากของข้าได้หรือ? จะทำให้ข้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?”

        เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของมู่อี๋เสวี่ยหญิงชุดดำก็หัวเราะเยาะ นางพูดเหน็บแนม “ดูเหมือนว่า...เจ้ายังเกลียดมู่จื่อหลิงไม่มากพอ!ท้ายที่สุดแล้ว รูปร่างหน้าตาของหญิงสาวก็สำคัญที่สุด”

        มู่อี๋เสวี่ยเม้มริมฝีปากดวงตาที่มองต่ำมืดลง นางก้มหน้าลงราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างหลังจากนั้นเพียงครู่เดียวก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ก่อนถามตรงๆ“เจ้าจะช่วยข้าอย่างไร?”

        ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานางพบหมอมากมาย แต่สุดท้ายก็หมดหนทาง

        นางยอมแพ้กับการฟื้นฟูรูปร่างหน้าตาแล้วในยามนี้จะสามารถฟื้นคืนหน้าตาได้หรือไม่นั้น จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับนางนางได้รับความเจ็บปวดและข้ามผ่านมันมาแล้ว

        แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะมีความสำคัญต่อนางแต่หากนางสามารถทำให้ชีวิตของมู่จื่อหลิงเลวร้ายยิ่งกว่าตายได้นางก็สามารถมีชีวิตอยู่ด้วยรูปลักษณ์ราวกับผีเช่นนี้ได้

        “อันที่จริงก็แค่ผิวหนังชั้นหนึ่งเท่านั้น หากใส่ใจมากหน่อยจะเกิดสิ่งเลวร้ายได้อย่างไร? แต่…” หญิงชุดดำกล่าวช้าๆนางยกมือที่สวมถุงมือสีดำขึ้นสัมผัสริมฝีปากที่บาดเจ็บของมู่อี๋เสวี่ย “แต่หากเจ้าทนมองรูปลักษณ์นี้ไม่ได้จริงๆงานใหญ่อื่นใดคงไม่ง่ายที่จะทำแล้ว”

        ขณะที่พูดนางก็โน้มตัวลงมา ส่งขวดยาสีดำลายครามขวดใหญ่หนึ่งเล็กหนึ่งให้มู่อี๋เสวี่ย“มียาสองเม็ดในขวดยาขนาดเล็ก หลังทานยาเม็ดสีขาวลงไป เมื่อเวลาผ่านไปเนื้อริมฝีปากของเจ้าจะงอกใหม่ อีกทั้งดวงหน้าจะงดงามยิ่งกว่าเดิม ส่วนเม็ดสีดำรอจนเจ้ามีใบหน้าที่งดงามแล้วค่อยทานลงไปยาเม็ดนี้จะช่วยให้เจ้าพบผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งเชื่อถือได้ซึ่งจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า”

        ยามหญิงชุดดำกล่าวประโยคสุดท้ายน้ำเสียงของนางแฝงความลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง

        เมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงชุดดำพูดมู่อี๋เสวี่ยก็ไม่อยากจะเชื่อ

        ฟื้นฟูริมฝีปาก? สวยกว่าเดิม? พบผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งเชื่อถือได้? มู่อี๋เสวี่ยจ้องขวดยาสีดำลายครามที่หญิงชุดดำยื่นให้โดยไม่กะพริบตาในใจของนางยังคงรู้สึกไม่เชื่อ

        หญิงชุดดำกล่าวต่อราวกับว่าไม่ได้สังเกตท่าทางของมู่อี๋เสวี่ย“ส่วนขวดใหญ่...ยามใดที่เจ้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับมู่จื่อหลิงให้ใช้ยาที่อยู่ในนั้นกับนางในยามที่ไม่มีผู้ใดสังเกต...”

        จู่ๆหญิงชุดดำก็ลังเลที่จะพูด ค่อยๆ ยืนขึ้น มองดูใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ราวกับความคิดของนางกำลังล่องลอยไป

        หลังจากชะงักไปครู่หนึ่งนางก็กล่าวว่า “หากฤทธิ์ยาได้ผล ในวันหน้า มู่จื่อหลิงจะไม่มีวันสงบสุขจนกว่านางจะสูญสิ้นไปจากใต้หล้า เมื่อถึงเวลานั้น ความรุ่งโรจน์ ความมั่งคั่งผู้ชาย สำหรับเจ้ามันอยู่ใกล้แค่เอื้อม”

        มู่อี๋เสวี่ยนั่งเหม่อลอยอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานโดยไม่รับขวดยาสีดำลายครามมานางยังคงจ้องมองที่ขวดยา ไม่อาจคาดเดาได้ว่าคิดอะไรอยู่

        หลังจากนั้นไม่นานนางมองไปที่หญิงชุดดำด้วยสีหน้าสงสัย “เหตุใดข้าต้องเชื่อใจเจ้าด้วย”

        มู่อี๋เสวี่ยสงสัยอย่างมาก

        ทุกคำที่ผู้หญิงลึกลับผู้นี้พูดมันเหมือนกับการโยนก้อนน้ำตาลเข้าปากนางแต่นางไม่อาจรู้ได้ว่าสุดท้ายแล้วก้อนน้ำตาลนี้จะขมหรือไม่ ดังนั้นนางจึงต้องระวัง

        หากนางเพียงถูกขอให้วางยามู่จื่อหลิงเท่านั้นนางอาจไม่ลังเลเลยที่จะเชื่อหญิงชุดดำผู้นี้แต่สิ่งล่อใจที่ได้รับจากหญิงลึกลับผู้นี้นั้นมากเกินไป

        จู่ๆก็มอบสิ่งล่อใจให้มากมาย ทำให้นางรู้สึกไม่อาจเชื่อ

        หญิงชุดดำมองมู่อี๋เสวี่ยอีกครั้งไม่สนใจท่าทีตั้งคำถามของนาง “เชื่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้า ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วไม่ว่าเจ้าจะรักษามันไว้หรือไม่ล้วนเป็นเรื่องของเจ้า แต่บางครั้งโอกาสก็มีเพียงครั้งเดียว”

        หลังจากพูดจบโยนขวดยาที่มู่อี๋เสวี่ยไม่ยอมรับอยู่นานไว้ในอ้อมแขนของนาง“ยามนี้เจ้าไม่มีใครให้พึ่งพา ไม่มีกำลัง ไร้อำนาจเจ้าจะใช้อะไรต่อสู้กับมู่จื่อหลิง จะใช้อะไรแก้แค้น นอกจากนี้ด้วยใบหน้าอัปลักษณ์เช่นนี้ เจ้าจะเข้าหาชายที่ต้องใจได้อย่างไร?”

        สิ่งที่หญิงชุดดำพูดนั้นตรงไปตรงมาปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่นางพูดนั้นเป็นความจริงปราการป้องกันในใจของมู่อี๋เสวี่ยพังทลายลงในทันที หากนางต้องการแก้แค้นนางทำได้เพียงถนอมขนมที่จู่ๆ ก็ตกลงมาจากฟ้า [3] ในครั้งนี้เอาไว้

        แต่...ไส้ของขนมชิ้นนี้เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่?

        “อย่าอ้อมค้อม เราไม่เคยพบกันมาก่อนเหตุใดเจ้าถึงช่วยข้าเช่นนี้” มู่อี๋เสวี่ยถือขวดยาสองขวดไว้ในอ้อมแขนในมืออีกข้างค้ำร่างกับต้นไม้ ยืนขึ้นอย่างโงนเงน ถามอย่างมั่นใจ“เจ้าไม่ได้เพียงแค่อยากช่วยข้า เจ้าทำเช่นนี้เพราะมีเป้าหมายใช่หรือไม่?”

        “ย่อมมีเป้าหมาย”หญิงชุดดำยอมรับโดยไม่ปิดบัง

        มู่อี๋เสวี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อยรอให้นางพูดต่อ

        “บางทีเป้าหมายของเราอาจเหมือนกันเนื่องจากเป้าหมายไม่ต่างกัน ข้าอยากให้มู่จื่อหลิงหายไปจากใต้หล้านี้ตลอดกาลสำหรับการช่วยเจ้าฟื้นฟูรูปร่างหน้าตา เจ้าไม่คิดว่าการทำเช่นนี้จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้นหรอกหรือ? แน่นอน เจ้าสามารถเข้าใจได้ว่านี่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างพวกเรา”หญิงชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มีความผิดปกติใดๆ

        “เจ้า...เหตุใด”มู่อี๋เสวี่ยยังคงถามต่อไป

        แต่คราวนี้หญิงชุดดำไม่ตอบนางอีกทำเพียงหันหลังกลับเดินจากไป

        หลังจากเดินไปได้สองก้าวดูเหมือนนางจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เสียงเย็นชาจึงดังเข้ามาในหูของมู่อี๋เสวี่ยอีกครั้ง “วางใจได้หลังจากทานยาเม็ดสีขาวแล้ว จะไม่มีผลข้างเคียงใดๆการฟื้นฟูเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นส่วนยาเม็ดสีดำนั้น...มันจะทำให้เจ้ามีเสน่ห์มากขึ้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเจ้าสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ตามปกติแต่จะใช้ชีวิตแบบไหน...ข้าเชื่อว่าคุณหนูรองมู่เป็นคนฉลาดรู้จักเลือก”

        มู่อี๋เสวี่ยยังมีคำถามมากมายที่อยากจะถามแต่หญิงชุดดำไม่เปิดโอกาสให้นางพูด ไม่นานก็หายเข้าไปในป่าทึบ...

        มองตามทิศทางที่หญิงชุดดำหายไปมู่อี๋เสวี่ยยังคงไม่อยากเชื่อ หลังจากนั้นไม่นาน นางเปิดขวดยาในมือออกก่อนจะจ้องเขม็ง

        ---------------------------------------

        เชิงอรรถ

        [1] ความแค้นจากการสังหารบุพการี(杀父弑母之仇) เป็นวลี มีความหมายว่า ความแค้นฝังลึกหรือความแค้นที่ไม่มีวันให้อภัยได้

        [2] ไม่อาจอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน (不共戴天) เป็นสำนวน มีความหมายว่าความเกลียดชังลึกซึ้งมาก

        [3] ขนมที่จู่ๆ ก็ตกลงมาจากฟ้า (天上突然掉下来的馅饼) เป็นคำอุปมา มีความหมายว่าได้สิ่งที่อยากได้โดยไม่ต้องออกแรง หรือได้รับสิ่งที่ต้องการมาโดยไม่คาดคิด

คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

นิยาย รัก
310K 841
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

นิยาย รัก
149K 452
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
213K 1367
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

นิยาย รัก
355K 505
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

นิยาย รัก
399K 392
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247