เื่ ฉันนั้นหรือ คือ ฮีโร่
บททดสอบพื้นฐาน
ผู้แต่ง Cydrag
---------------------
ชายหนุ่มที่รุ้งไม่เคยพบเห็นคนนั้นก้าวเท้าช้าๆ อย่างมั่นคง เดินตรงมาหาเธอ เขาย่อตัวลง นั่งคุกเข่าข้างเดียว ข้อศอกซ้ายวางค้ำบนเข่าซ้ายที่ตั้งชันขึ้น ส่วนเข่าขวาค้ำบนพื้นอย่างสง่า เขามองตาเธอและส่งยิ้มให้เธออย่างกับรู้จักเธอมานานแสนนานแล้วยื่นนิ้วชี้ข้างขวามาแตะจมูกของเธอ
"นี่...กุ๊งกิ๊งเอง! จำไม่ได้หรือ? ตะลึงในความหล่อเลยล่ะสิ!"
กุ๊งกิ๊งในร่างของหนุ่มหล่อหน้าใสเลื่อนมือขวากลับมาวางบนเข่าซ้ายร่วมกับมือซ้ายที่วางอยู่ก่อนแล้วแต่สายตาของเขายังคงส่งยิ้มให้เธอ
"เอ่อ...กุ๊งกิ๊งหรือ? เป็ไปได้ไง?"
เธอจ้องเขม็งตกตะลึงอย่างไม่คาดคิด ที่หมาน้อยขนยาวขาวปุยเพื่อนสนิทของเธอได้กลายสภาพแล้วแถมตัวสูงกว่าเธอเกือบ 2ไม้บรรทัด
"ก็กุ๊งกิ๊งเคยบอกแล้วไง!ว่าถ้าท่านรุ้งได้เห็นตัวจริงของกุ๊งกิ๊งแล้ว จะตะลึง!"
เป็ดั่งที่กุ๊งกิ๊งว่าตอนนี้รุ้งเธอตะลึงจนอ้าปากค้างแล้วจริงๆ มึนงงไปหมดกุ๊งกิ๊งเพื่อนสนิทของเธอกลายร่างเป็คนได้ และหล่อมากด้วย
รุ้งสะบัดหน้าตัวเองไปมาเพื่อสลัดความมึนงงให้ออกไปเธอนึกขึ้นได้ว่าชื่อกุ๊งกิ๊งที่เธอตั้งให้คงไม่เหมาะกับเขาแล้ว
"กุ๊งกิ๊งมีชื่อจริงไหม?"
เธอเอ่ยถามเขาเสียงเบาสายตาไม่กล้ามองเขาโดยตรง ด้วยความเขินอายกับชื่อกุ๊งกิ๊งที่เธอตั้งให้ดูจะน่ารักหวานแหววเกินไป
"อ๋อ...มีสิ! บนถิ่นกำเนิดของเรากุ๊งกิ๊งมีชื่อจริงว่า ฟากฟ้าสีน้ำเงินหรือ ดาร์คบลูสกาย! ชื่อค่อนข้างยาวหน่อย ท่านรุ้งเรียกว่ากุ๊งกิ๊ง เหมือนเดิมแหละดีแล้ว กุ๊งกิ๊งก็คุ้นเคยแล้วด้วย!"
เขายังคงนั่งคุกเข่าข้างเดียวคุยกับเธอเพราะจะได้มีความสูงไล่เลี่ยกับระดับความสูงของเธอขณะยืนอยู่ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแฝงไว้ด้วยความทะเล้นของเขานี่เป็นิสัยหนึ่งที่รุ้งััได้ั้แ่กุ๊งกิ๊งเป็หมาน้อย ว่าแต่ว่าชื่อจริงของเขายาวจริงด้วย
"งั้น! รุ้ง ขอเรียกว่าพี่กุ๊งกิ๊ง ดีกว่านะ!เพราะว่าพี่กุ๊งกิ๊งอายุมากกว่ารุ้ง!"
แม้จะต้องพูดด้วยความรู้สึกเขินอายแต่เธอทราบดีว่าการเรียกให้เหมาะสมกับอายุถือเป็สิ่งสำคัญ
"โอเค! ได้เลย!"
กุ๊งกิ๊งเอียงคอกะพริบตาข้างเดียวเป็นัยว่าใกล้ชิดสนิทสนมกันท่าทางทะเล้นของเขามากขึ้นกว่าตอนเป็หมาน้อยเยอะ เฮ้อ...เธอนึกในใจ
หลังกลับจากห้องเสริมพลัง...
รุ้งกลับมาฝึกชุดพลังพื้นฐานต่อเสริมส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้ฝึก ไม่ว่าจะเป็ การดำน้ำลึกจนถึงก้นทะเลการว่ายน้ำปราดเปรียวหลบหลีกฉลามไว คลื่นพลังย่อส่วนและขยายส่วนวัตถุพลังยกวัตถุสุดหนัก และการต่อสู้ป้องกันตัวขั้นพื้นฐานโดยมีกุ๊งกิ๊งในร่างมนุษย์เป็คู่ต่อสู้หรือครูฝึก ร่วมกันฝึกชก ต่อย เตะ ะโปล่อยลำแสงพลัง และการหลบหลีก รุ้งมีพัฒนาการการฝึกพลังที่ดีขึ้นเรื่อยๆแม้่แรกที่ต้องฝึกกับกุ๊งกิ๊งในร่างมนุษย์ จะทำให้เธอรู้สึกเคอะเขินอยู่บ้างแต่เธอคิดว่า นั่นคือกุ๊งกิ๊งเพื่อนสนิทของเธอ ดังนั้น ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายและควรรีบฝึกพลังชุดพื้นฐานให้สำเร็จโดยเร็ว
กุ๊งกิ๊งอธิบายให้เธอเข้าใจถึงสาเหตุที่กุ๊งกิ๊งสามารถแปลงร่างเป็มนุษย์ได้นั้นเป็เพราะทางเบื้องบน้าให้รุ้งได้มีการฝึกที่สมจริงให้มีมนุษย์ร่วมการฝึกพลัง จึงให้กุ๊งกิ๊งสามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้ชั่วคราว
แม้ว่าร่างจริงของเขาจะเป็หนุ่มหล่อหน้าใสอย่างกับดารา แต่บนโลกมนุษย์นั้นร่างหลักของเขาคือหมาน้อยขนยาวขาวปุยที่ชื่อว่ากุ๊งกิ๊งเขาจึงไม่สามารถกลายร่างเป็หนุ่มหล่อร่างจริงได้อย่างอิสระบนโลกและเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูจับพบคลื่นพลัง ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็อันตรายกับรุ้งได้และที่สำคัญฤทธิ์ของยากลายร่างนี้จะทำให้เขาอยู่ในร่างมนุษย์ได้เพียงห้าวันเท่านั้นนับั้แ่่เวลาที่ทานยาเข้าไป นั้นคือ ฤทธิ์ของยาจะมีผลถึงวันที่สิบ่บ่ายสามโมงเท่านั้น
คืนวันที่เก้าของการฝึก...
ในบ้านรูปทรงดอกไม้ที่มีกลีบดอกสีฟ้าขาวสลับกัน...
บ้านเฉพาะกิจที่รุ้งสร้างขึ้นด้วยพลังจิตอีกหลังหนึ่งพวกเขาต้องย้ายสถานที่ฝึกไปอยู่บริเวณริมทะเลเรืองแสงอำพัน จึงสร้างที่พักเฉพาะกิจแห่งใหม่ที่นั่น โดยรุ้งเลือกดอกไม้ดอกหนึ่งจากหมู่ดอกไม้ที่ขึ้นมากมายริมชายหาดแห่งนี้ทุกอย่างในที่พักแห่งนี้ล้วนเป็รูปทรงดอกไม้และดูเหมือนกุ๊งกิ๊งจะไม่ค่อยชอบเท่าไรนักเพราะห้องนอนกับเตียงนอนดอกไม้สีฟ้าของเขาช่างหวานแหววเหลือเกินไม่ค่อยเหมาะกับหนุ่มหล่อหน้าใสอย่างเขาเลย ส่วนห้องนอนของบับเบิ้ลเป็สีเหลืองและห้องนอนของรุ้งเป็สีชมพู
ตอนนี้พวกเขากำลังเตรียมตัวทานมื้อเย็น บับเบิ้ลบินกระพือปีกกลมๆ ออกมาจากห้องครัวในมือถือชามสามใบและหม้อใหญ่เดือดอัตโนมัติอีกหนึ่งใบ นำมาวางบนโต๊ะทานข้าวกุ๊งกิ๊งในร่างหนุ่มหล่อ ยื่นมือข้างขวาวางเหนือโต๊ะขนมเพาเวอร์บันปรากฏขึ้นบนมือเขาทันทีเขาไม่ต้องใช้กระเป๋าหน้าท้องสีฟ้าเหมือนตอนเป็หมาน้อยแล้วนี่เป็อีกสิ่งหนึ่งที่รุ้งสังเกตเห็น
"คืนนี้จะทานอะไรหรือท่านรุ้งให้เอาหม้อมาทำไม?"
กุ๊งกิ๊งหนุ่มหล่อถามรุ้งอย่างสนใจเขาค่อนข้างทานเก่งทีเดียว นี่เป็อีกสิ่งหนึ่งที่รุ้งมั่นใจมากขึ้น
"เรามาทานหม้อไฟกันเถอะมีผักมีเนื้อมากมาย ใส่รวมกันในหม้อ รสชาติเผ็ดหน่อย แต่อร่อยมาก รุ้งเองก็เคยไปทานครั้งหนึ่งกับเพื่อนตอนที่ไปเรียนเลยอย่างให้ทุกคนได้ลองดู"
เธอพูดไปทำท่าทางกลืนน้ำลายไปจัดวางชามสามใบกับตะเกียบและช้อนส้อมให้ทุกคน
กุ๊งกิ๊งหยุดทำหน้าเก๊กหล่อผสมหน้าทะเล้นชั่วคราวรีบยื่นขนมเพาเวอร์บันส่งให้เธอ รุ้งวางขนมลงในหม้อ เธอส่งพลังจิตนึกถึงหม้อไฟตอนนี้เธอไม่ต้องใช้มือแตะที่ขนมแล้ว เพียงแค่ใช้พลังจิตส่งไปเกิดแสงสีชมพูระยิบระยับปกคลุมล้อมรอบขนม แสงสว่างขึ้น และสว่างขึ้นเรื่อยๆพวกเขาได้กลิ่นหอมกรุ่นลอยมาจากหม้อ มีเสียงเดือดปุดๆ ดังมาจากในหม้อเมื่อแสงสีชมพูจางลง สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ หม้อไฟขนาดใหญ่ที่มีผักและเนื้อชนิดต่างๆ มากมายสุกพร้อมทานอยู่ในหม้อร้อนๆ รสชาติเผ็ดๆพวกเขาทานด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย
พวกเขาทานกันไปคุยกันไปอย่างสนุกสนานแล้วบับเบิ้ลนึกขึ้นได้ว่า...
"ท่านกุ๊งกิ๊งขอรับท่านได้แจ้งให้ท่านรุ้งทราบเื่บททดสอบพื้นฐานหรือยังขอรับ?"
บับเบิ้ลเอ่ยขึ้นมาเื่ใหม่ที่รุ้งยังไม่รู้ บททดสอบอะไร รุ้งทำหน้างง และเริ่มมีอาการกลัวทั้งรุ้งและบับเบิ้ลต่างหันหน้าไปทางกุ๊งกิ๊ง
"อ๋อ...ว่าจะบอกอยู่พอดีเลย!"
กุ๊งกิ๊งที่ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเอร็ดอร่อยที่สุดในชีวิตต้องเงยหน้าขึ้นจากชามหม้อไฟ รีบเช็ดคราบอาหารที่อยู่บนปาก และเตรียมพูดอธิบายจริงจัง
"คือว่าพรุ่งนี้จะเป็วันที่สิบของการฝึก หรือคือ วันสุดท้ายของการฝึกชุดพลังพื้นฐานดังนั้น พรุ่งนี้เราจะไม่ฝึก แต่จะเป็วันทดสอบพลังที่เรียกว่า บททดสอบพื้นฐาน!"
เขาพูดอธิบายด้วยหน้าตาจริงจังขณะที่มือซ้ายยังจับชามไว้แน่นส่วนมือขวาถือตะเกียบรอเตรียมคีบเนื้อชิ้นต่อไปในหม้อ
"มีการสอบด้วยหรือ? น่ากลัวจัง! สอบยังไงหรือ?"
เธอเริ่มมีอาการหวาดกลัวและไม่มั่นใจมากขึ้นเพราะไม่คิดว่าจะต้องมีการสอบอะไรในที่แห่งนี้
"ไม่ต้องกลัวน่ะท่านรุ้ง!แม้ท่านรุ้งต้องเข้าห้องทดสอบคนเดียวตามลำพัง พวกเราเข้าไปด้วยไม่ได้แต่พวกเราจะคอยดูแลอยู่ที่ห้องควบคุมไม่ยากหรอก ท่านต้องมั่นใจในความสามารถและพลังเหนืุ์ของตนเองนะท่านต้องผ่านได้แน่!"
กุ๊งกิ๊งเห็นรุ้งมีอาการหวาดกลัวและไม่มั่นใจเขาจึงวางสองมือจากชามและตะเกียบ เลื่อนมือเขาไปแตะแขนของรุ้งเขาพูดให้กำลังใจเธอด้วยความห่วงใยและใจจริง ในใจเขานั้นท่านรุ้งย่อมสำคัญกว่าอาหารแน่นอน และที่เขาไม่้าบอกให้รุ้งทราบล่วงหน้าหลายวันเพราะเขาไม่้าให้เธอเกิดความกังวลใจจนทำให้การฝึกพลังเกิดความผิดพลาดหรือไม่สำเร็จ ดังนั้นการบอกใน่เวลานี้จึงเป็เวลาที่เหมาะที่สุดแม้จะทำให้คืนนี้รุ้งอาจนอนไม่ค่อยหลับก็ตาม แต่ยังดีกว่านอนไม่หลับหลายคืน
เช้าวันที่สิบของการฝึก...
หรือคือ...
วันทดสอบชุดพลังพื้นฐาน...
พวกเขากลับมาที่ห้องยาล้านแขนง หรือ ห้องยาวิเศษ หรือ ห้องเสริมพลังอีกครั้ง พวกเขาเข้ามายืนอยู่กลางห้องสีเงินที่แสนโล่งโจ้งกว้างขวางอย่างเคย
"อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านรุ้ง!"
ทรีตเธอร์หุ่นยนต์มาดเท่ปรากฏกายขึ้นพร้อมโค้งคำนับ
"ท่านรุ้งพร้อมแล้วใช่ไหม? สู้ๆ นะ! ทำจิตให้มั่น!มีสมาธิกับทุกสิ่ง! อย่าลืมนะ!"
กุ๊งกิ๊งนั่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่ด้านหน้าเธอมือสองข้างของเขาแตะไปที่ไหล่ของเธอ ส่งสายตาแสดงความมั่นใจในตัวเธอเหมือน้าส่งกำลังใจให้เธอเต็มที่ เขาไม่้าให้รุ้งเกิดความกังวลแต่้าให้รุ้งมีความกล้าหาญและเข้มแข็ง
แม้เขาจะรู้ดีว่าการทดสอบนี้ไม่ใช่การทดสอบธรรมดาแฝงไว้ด้วยความอันตรายมากมาย แต่เขาปรารถนาอย่างยิ่งให้เธอผ่านไปให้ได้เพราะอนาคตข้างหน้า เหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆ ที่เธอต้องเผชิญจริงจะอันตรายมากกว่านี้หลายเท่าตัว
รุ้งััได้ถึงกำลังใจและความห่วงใยที่กุ๊งกิ๊งส่งให้เธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำให้ดีที่สุด และต้องผ่านไปให้ได้ในเมื่อนี่เป็สิ่งที่ถูกลิขิตมาแล้ว เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ถึงแม้จะมีความกลัว แต่ต้องสู้ ต้องเอาชนะความกลัวให้ได้ เธอหลับตาลง สูดหายใจลึกๆลืมตาขึ้น แล้วพยักหน้าตอบรับกุ๊งกิ๊งว่า...
"พร้อม!"
เธอพยักหน้าตอบด้วยเสียงหนักแน่น สายตามุ่งมั่น และมีสมาธิที่สุด
...ตึง!...
เสียงไม่คุ้นหูดังขึ้น...
ประตูบานใหญ่สีขาวปรากฏอยู่เบื้องหน้า...
พวกเขาเดินไปส่งรุ้งที่หน้าประตูถึงเวลาที่เธอต้องเดินต่อไปเพียงลำพังแล้ว เธอสูดหายใจลึกๆ เดินตรงไปยังประตูเกิดแสงสว่างสีขาวเจิดจ้าขึ้น จนแสบตา มองไม่เห็นทางเธอตัดสินใจเลื่อนแว่นอัจฉริยะจากที่สวมบนศีรษะมาใส่บนใบหน้า เธอก้าวเดินต่อไปอยู่ๆ แสงสว่างจ้าหายแวบไป ประตูที่เธอเดินเข้ามาได้หายไปเช่นกัน
เหลือเพียงความมืดมิดเหมือน่เวลากลางคืน ยังดีที่ว่าเธอมีแว่นตาอัจฉริยะทำให้มองเห็นได้ชัดเจนในทุกที่ รวมทั้งในที่มืด จริงๆ แล้วกุ๊งกิ๊งได้สอนพลังตาทิพย์มองเห็นทุกสิ่งให้เธอ แต่เธอไม่้าใช้พลังมากไปต้องออมแรงไว้จะดี เธอก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ในความมืด
'เอ๊ะ! ที่นี่ที่ไหน? ในป่างั้นหรือ? มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ทั้งนั้นเลย!'
เธอนึกในใจตามลำพัง
...แกรก...แกรก...แกรก...แกรก..
...แกรก...แกรก...แกรก...แกรก..
เสียงบางอย่างดังขึ้นด้านหลังเธอเธอรีบหันหลังกลับไปดู
"อ๊าก!"
รุ้งร้องใเสียงดังลั่นเพราะสิ่งที่เธอเห็นเป็กลุ่มต้นไม้สูงใหญ่เดินได้มากมาย กำลังเดินเข้ามาใกล้เธอล้อมรอบตัวเธอจากทุกด้าน เธอวิ่งหนีทันที แต่ต้นไม้มีชีวิตได้ดักเธอไว้ทุกทาง
'จะหนียังไงดี?'
เธอตัดสินใจะโขึ้นต้นไม้ต้นหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาจะใช้กิ่งก้านจับเธอะโขึ้นกิ่งซ้าย ขึ้นเหยียบกิ่งขวา เธอะโสูงขึ้นไปเรื่อยๆหลบหลีกการเหวี่ยงกวัดแกว่งกิ่งก้านเข้าใส่ของต้นไม้มีชีวิตต้นอื่นๆเธอะโขึ้นไปยืนบนยอดไม้ต้นนั้น แล้วะโต่อไปบนยอดของต้นไม้ต้นต่อไปเธอะโต่อไปเรื่อยๆ จนถึงยอดของต้นไม้มีชีวิตที่อยู่รอบนอกสุดเธอเกาะต้นไม้ต้นนั้นไว้แน่น ไม่ให้ต้นไม้สลัดตัวเธอหลุดออกจากแรงเหวี่ยงแกว่งไกว ขณะเดียวกันสายตาเธอสาดส่องมองหาทางออกหรือเส้นทางที่จะไปต่อ ในที่สุด เธอเห็นลูกศรแสงสีแดง เรืองแสงสว่างอยู่ด้านหน้าตรงบึงใหญ่นอกกลุ่มป่ามีชีวิต เธอรีบะโเหาะและม้วนตัวลงค้ำที่พื้นหญ้าหน้าบึงใหญ่แห่งนั้นทันที
เธอหันหลังกลับไปดูพวกต้นไม้มีชีวิตไม่ตามเธอมา ตอนนี้เธอออกมาจากวงล้อมของต้นไม้มีชีวิตได้สำเร็จแล้วบริเวณริมบึงน้ำขนาดใหญ่ที่เงียบสงัด ในความมืดของ่เวลากลางคืนเธอเห็นลูกศรแสงสีแดงเรืองแสงสว่างชี้เหนือผิวน้ำ นั่นหมายความว่าเธอต้องเดินผ่านผิวน้ำไปอีกฟากหนึ่ง รุ้งใช้พลังตัวเบาวิ่งบนผิวน้ำอย่างเบาที่สุดไม่ให้น้ำกระเพื่อม เธอก้มมองเงาของตัวเองบนผิวน้ำขณะวิ่งบนผิวน้ำไปเรื่อยๆ แต่...
'เอ๊ะ!'
เธออุทานในใจเพราะเธอเหมือนเห็นอะไรบางอย่างใต้น้ำกำลังเคลื่อนไหวตามเธอมาเธอตัดสินใจจะเหาะลอยตัวขึ้น เพื่อความปลอดภัย แต่...ไม่ทันที่เธอจะะโเหาะขึ้นบางอย่างใต้น้ำได้โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ดึงเธอลงใต้น้ำไปทันทีแว่นอัจฉริยะได้กลายเป็หมวกอัจฉริยะคลุมรอบศีรษะเธอโดยอัตโนมัติเธอรีบสะบัดตัวดิ้นสุดกำลัง เหมือนว่าเธอจะสลัดหลุดจริงเธอเตรียมหันตัวกลับเพื่อว่ายขึ้นเหนือน้ำ แต่กลับมีบางสิ่ง แบนๆ ยาวๆ เมือกๆ หนาๆใหญ่ๆ มากมาย มาม้วนรอบตัวเธอ และลากตัวเธอลงใต้น้ำอย่างรวดเร็ว ลึกลงไปเรื่อยๆจนถึงก้นบึง เมื่อได้จังหวะเธอรีบหันตัวพยายามก้มดูสิ่งที่ม้วนมัดตัวเธอไว้แน่น
'ต้นไม้น้ำั์หรือนี่?!'
เธอพูดในใจตามลำพังพยายามดิ้นสุดชีวิต เพื่อให้หลุดจากพันธนาการอันโหดร้ายนี้ต้นไม้น้ำั์ปล่อยเมือกเหม็นๆ ลื่นๆ กับพ่นพิษสีดำมืดออกมามากขึ้นเพื่อเตรียมพิชิตผู้มาเยือนเช่นกัน จากความกลัวที่รุ้งเคยมีตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกฮึดสู้
'ต้องรอด ต้องกลับไปให้ได้!'
เธอหลับตาตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่ ใช้พลังจากแหวนแก้วรุ้งปล่อยพลังลำแสงสีขาวสว่างจ้าออกมาจากสองมือที่ยื่นประสานกัน
...บึม!...
ใบหนาและใหญ่ของต้นไม้น้ำั์ขาดกระเด็นกระจายไปคนละทิศละทางทันที เธอรีบปล่อยพลังจากแหวนแก้วรุ้งอีกครั้งสองมือประสานยื่นไปทางก้นบึง ลำแสงสีขาวขนาดใหญ่สว่างขึ้น
...บึม!...
แรงดันของลำแสงดันตัวเธอลอยขึ้นถึงผิวน้ำอย่างรวดเร็วเธอเตรียมลอยตัวขึ้นเหนือน้ำอีกครั้ง หันตัวมองทางผิวน้ำ แต่อีกแล้ว บางสิ่งที่เคยดึงขาเธอในตอนแรกมาอีกแล้วจับขาเธอดึงลงใต้น้ำอีก ครั้งนี้เธอไม่รอช้า รีบหันตัวกลับ ปล่อยหมัดพลังสูงหนึ่งหมัดชกใส่ลำตัวของเ้าสิ่งนั้นทันทีอย่างรุนแรงจนเ้าสิ่งนั้นกระเด็ดจมดิ่งลงก้นบึงไปอย่างเร็วสุด
'นั่นตัวอะไร? อสูรน้ำหรือ?!'
บางสิ่งที่จับขาเธอคล้ายกับมนุษย์ผิวสีดำขลับร่างเล็ก แต่มือจับเหนียวหนึบ เธอไม่รู้ว่าตัวอะไรสิ่งสำคัญตอนนี้คือรีบออกจากบึงน้ำแห่งนี้ให้เร็วที่สุดดีกว่า เธอพุ่งตัวะโขึ้นริมบึงอีกด้านทันที เธอเริ่มมีอาการหอบเหนื่อยแต่จะมานั่งเหนื่อยหอบอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ต้องรีบไปต่อหากชักช้าอาจมีตัวอะไรปรากฏขึ้นมาอีก และตอนนี้ชุดฝึกพลังที่เธอสวมใส่แห้งสนิทดีแล้วจึงควรรีบเดินทางต่อ
ลูกศรนำทางต่อไป...
ชี้เข้าไปในช่องแคบเส้นทางซอกูเาหินสูงใหญ่เบื้องหน้า...
ตอนนี้เธอไม่รู้สึกกลัวสิ่งใดแล้ว เธอหลับตาลงอีกครั้ง ยืนนิ่งชั่วครู่ ตั้งสมาธิให้มั่นเตรียมพลังให้พร้อม แล้วรีบพุ่งตัววิ่งเข้าไปในซอกูเาทันทีสองข้างซอกูเาเป็ผาสูงชัน บรรยากาศช่างวังเวง ไม่มีแม้เสียงลมพัดช่องทางเบื้องหน้าแคบลงเรื่อยๆ
...ครึม!...
พื้นดินสั่นะเืเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เธอพยายามทรงตัวยืนให้มั่น วิ่งต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับหันซ้ายหันขวา มองหาที่มาของเสียง
'ตรงนั้น!'
เธอใพูดกับตนเองเบื้องหน้าตรงนั้น เธอหยุดวิ่งทันที
'แผ่นดินแยกนี่!'
บนพื้นของเส้นทางซอกเขาด้านหน้าแตกและแยกออกจากกันแตกเป็เส้นทางยาวขึ้น แผ่นดินแยกยาวขึ้น และเข้ามาทางเธออย่างรวดเร็วแยกห่างกันจนไม่มีเส้นทางให้ยืนหรือเกาะ เธอหันหลังเตรียมตัวถอยกลับทางเดิมแต่ไม่ทันแล้ว เส้นทางด้านหลังเธอได้แตกและแยกออกจากกันหมดแล้วเธอพยายามใช้มือเกาะขอบหินไม่ให้หล่นลงเบื้องล่าง
ขณะนีู้เาสูงชันแห่งนี้ได้แยกตัวออกจากกันมากขึ้น และมากขึ้น ไม่มีเส้นทางซอกเขาอีกแล้วการสั่นะเืจากการเคลื่อนไหวของูเารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอเสียการทรงตัวร่วงหล่นลงเบื้องล่างธรณีทันทีอย่างรวดเร็ว ลึกลงไปใต้ธรณี เธอพยายามตั้งสติส่งพลังจิตไปที่แหวนแก้วรุ้ง แสงเรืองรองสีขาวห่อหุ้มรอบกายเธอ ลูกแก้วเกราะวิเศษขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นครอบคลุมตัวเธอใน่ไม่กี่เสี้ยววินาทีก่อนที่จะถึงพื้นน้ำสีส้มแดงเพลิงเบื้องล่าง
ลาวาูเาไฟแสนร้อนระอุ เสียงเดือดปุดๆ อยู่ใต้ฝ่าเท้าเธอตอนนี้เบื้องล่างของซอกเขาได้กลายเป็เส้นทางลาวาสีเพลิงโดยสิ้นเชิงแม้ตัวเธอไม่ได้ััถึงความร้อนเพราะใส่ชุดเสื้อผ้าพิเศษและลูกแก้วเกราะวิเศษคุ้มครองแต่การลอยเล่นในเกราะลูกแก้วบนผิวของลาวาสีเพลิงไปเรื่อยๆ คงไม่ดีแน่เธอจึงส่งพลังจิตดันลูกแก้วลอยตัวขึ้นบน หวังให้พ้นเขตลาวากับูเาั์นี้เธอพยายามส่งพลังให้ลูกแก้วเกราะลอยตัวขึ้น ลอยตัวขึ้น สูงขึ้น ทว่ายังไม่สามารถมองเห็นขอบของหินผาเบื้องบนได้ เธอคิดเปลี่ยนเส้นทางทันทีไม่ขึ้น้าแล้ว แต่ไปต่อทางด้านหน้า ไปตามเส้นทางลาวา อาจมีเส้นทางให้ไปต่อได้โดยไม่ต้องขึ้นบนหน้าผาหรือยอดเขา
จริงดั่งเธอคิดด้านหน้ายังมีเส้นทางซอกูเาปกติ ยังไม่มีรอยแตกแยก และไม่ใช่เส้นทางลาวาด้วยแต่เป็เส้นทางที่แคบมาก ลูกแก้วเกราะวิเศษไม่สามารถผ่านได้ และนั่น...
"ลูกศรนำทาง!"
รุ้งพูดกับตัวเองสีดังเธอเห็นลูกศรนำทางเรืองแสงสีแดงอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนักนั่นหมายถึงเป็เส้นทางออกจากหุบเขานี้ และเป็เส้นทางที่เธอต้องไปต่อ ลูกแก้วเกราะวิเศษหายวับเธอรีบะโขึ้นและเหาะไปลงบนพื้นดินปกติที่ยังคงเหลืออยู่ แล้ววิ่งไปตามเส้นทาง
'ใกล้จะถึงปากทางออกซอกเขาแล้วสู้ๆ!'
เธอวิ่งตรงดิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับให้กำลังใจตัวเอง