วันนี้หงส์สิตาวางแผนออกไปหาทำเลเพื่อประกอบธุรกิจสปาของเธอเพื่อให้เสร็จก่อนเข้าวังเธอจำเป็ต้องหยุดทุกสิ่งเอาไว้ก่อนเงินมันต้องมีมันต้องใช้หากเดือนไหนฮ่องเต้เบี้ยวจ่ายเธอจะได้ไม่เดือดร้อน หากไม่มีแหล่งผลิตเงินสรรองเกรงว่าจะลำบากในอนาคตเมื่อชาติที่แล้วเธอพึ่งได้รับมรดกแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้แต่อย่างไรก็เป็มรดกของบิดาซึ่งอย่างไรเธอก็ไม่เอาอยู่แล้วถึงชาติครอบครัวใหม่ของเธอจะร่ำรวยแต่อย่างไรเสียเธอก็ยังอยากหามันด้วยน้ำพักน้ำแรงอยู่ดี
หากภายภาคหน้าฮ่องเต้เบื่อเธอ หรือเธอไม่ต้องถวายงานปรนิบัติยิ่งดีเพราะสตรีในวังหลังมีมากมายหลายพันคนคงจำได้ไม่หมดว่าใครเป็ใคร เธอได้ยินมาว่าฮ่องเต้ทรงอนุญาตให้เหล่าสนมที่ยังไม่ได้ถวายตัวสามารถออกจากวังไปแต่งงานใหม่ได้เพราะสนมมีมากจนล้นวังเก็บไว้เฉพาะคนที่เคยถวายตัว หรือที่โปรดปรานจริงๆ เท่านั้นหงส์สิตาหมายมาดในใจหากมิได้ถวายตัวเธอก็จะขอออกมาบริหารธุกิจอย่างเต็มตัวและถือว่าน่าที่ที่เธอกระทำแทนหนี่ว์หลินเฟิ่งตัวจริงได้จบลง
คิดได้ดังนั้นเธอก็ได้แต่ภาวนาให้ฮ่องเต้โรคจิตลืมๆ เธอไปได้ยิ่งดี ไม่ต้องเรียกถวายตัวยิ่งดีเพียงแค่เธอยอมเข้าวังและทำหน้าที่แทนหนี่ว์หลินเฟิ่งคนเก่าส่วนฮ่องเต้ไม่เรียกถวายงานและเธอต้องออกจากวังก็ไม่ใช่ความผิดเธอและเธอเองก้จะได้ไม่รู้สึกผิด
"คุณหนูเ้าคะ...คุณหนู"อิงอิง เรียกคุณหนูอยู่นานสองนานเมื่อเห็นว่าคุณหนูนั้นยืนเหม่อลอยอยู่นาน ใบหน้างามแสดงอารมณ์หลากหลายทั้งยิ้มบูดบึ้ง และเฉยชาสลับกันไปมา นางกลัวว่าคุณหนูจะไม่สบายอีก
"มีสิ่งใดหรืออิงอิง"หงส์สิตาสะดุ้งใ เพราะสติของเธอนั้นล่องลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อยฟุ้งซ่านไปไกล พอลองมองรอบๆกลับพบว่าตนได้มาถึงกลางเมืองหลวงแล้วผู้คนมากมายต่างกำลังซื้อหาสินค้าอย่างเนืองแน่นพ่อค้าต่างแคว้นกำลังขนสินค้าเพื่อเตรียมวางขาย เรียกได้ว่าเป็ที่ที่มีคนพลุกพล่านเหมาะแก่การลงทุนอย่างยิ่ง
"ข้าน้อยเห็นคุณหนูใจลอยนึกว่าไม่สบายเ้าค่ะคุณหนูเ็ปตรงไหนหรือไม่เ้าคะ" อิงอิง รีบเข้ามาประคองคุณหนูของนางทันทีด้วยความเป็ห่วง
"อิงอิงข้าสบายดีเ้าอย่าได้ห่วงเลย..เราไปทางนั้นกันเถอะ" หงส์สิตาเริ่มเห็นว่าแม่สาวใช้ตัวน้อยเริ่มแสดงอาการเป็ห่วงมากมายเกรงว่าจะลากเธอกลับจวนและเสียเที่ยวเสียเวลา
"คุณหนู!!" อิงอิงถูกคุณหนูดึงแขนโดยไม่ตั้งตัวร่างบางจึงเซไปตามแรงทันที
สองนายบ่าวเดินมาเรื่อยๆ จนพบเรือนเล็กๆ ที่หนึ่งติดป้ายประกาศขายเอาไว้ซึ่งเรือนนี้อาจจะดูเก่าไปบ้างแต่ทว่าอยู่ในที่ที่มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาทั้งยังบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การจิบชา ทำสปาผ่อนคลายอารมณ์ อย่างยิ่ง หงส์สิตาจึงเดินดูรอบๆบริเวณเรือนอย่างพอใจ
"ข้าชอบเรือนหลังนี้..ชอบมากเลยอิงอิงทุกซอกทุกมุมน่าอยู่ยิ่งกว่าโรงแรมหรูเสียอีก"ดวงตาคู่สวยหวานเปล่งประกายระยับยามกวาดสายตามองรอบๆ ถึงตัวเรือนแม้จะดูเก่าและทรุดโทรมไปบ้างหากตกแต่งปรับปรุงใหม่คงน่าอยู่และงดงามอย่างแน่นอนบริเวณลานกว้างขวางหากนำพันธ์ไม้นานาชนิดมาปลูกตกแต่งคงคล้ายโฮมสเตย์ในยุคปัจจุบันอย่างแน่นอน
"โรงแรมห้าดาว คือสิ่งใดหรือเ้าคะ" คราวนี้อิงอิงมองหน้าคุณหนูด้วยความฉงน เลิกคิ้วมองด้วยแววตาสงสัยยิ่งกว่าเดิม
"โถ่...อิงอิงช่างเถอะเอาเป็ว่าข้าชอบที่นี่ก็แล้วกันนะ" คำถามของอิงอิงทำให้หงส์สิตาชะงักไปชั่วคราวไม่รู้จะหาถ้อยคำไหนมาอธิบาย
สองสาวนายบ่าวจูงมือคุยกันกระหนุงกระหนิงหยอกล้อกันไปตามทางขณะที่กำลังเดินเข้าไปคุยกับเฒ่าแก่ผู้ประกาศขายตึกเพื่อสอบถามราคาหงส์สิตาต้องชะงักงันเมื่อสายตาเหลือบแลเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่เธอไม่อยากจะพบเจอที่สุดบุรุษผู้นั้นกำลังยืนยกมือข้างหนึ่งเสยผมลวกๆโดยมีแสงแเดดอ่อนๆยามย่ายทอประกายระยิบระยับประกอบเป็ฉากจนหงส์สิตาอดที่จะตะลึงในเสน่ห์ของอีกฝ่ายไม่ได้
ตะลึงหรือ!! บ้าไปแล้ว หงส์สิตาพยายามดึงตัวเองออกจากพะวังล่อลวงอันตรายของเขาและรีบเดินหนีไปอีกทางทันที แต่เหมือนร่างสูงจะมีสายตาที่คมเฉี่ยวดั่งพญาอินทรีย์เพราะเขาแค่มองเห็นเพียงปลายผมของนางก็สามารถจดจำอีกฝ่ายได้
ัหนุ่มก้าวเท้ายาวพรวดเดียวมาถึงร่างบางทันทีกลิ่นหอมกรุ่นสูงศักดิ์ด้วยน้ำหอมสูตรพิเศษกลิ่นอำพันทำให้หงส์สิตาเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอดจึงแสดงท่าทีกระอักกระอ่วนใจออกมาไม่รู้ว่าเธอเริ่มมีอาการตื่นเต้นกับความหล่อเหลาร้ายกาจของเ้าคนมักมากั้แ่เมื่อไหร่
"ถวายพระพรฝ่าา"หงส์สิตาย่อกายคำนับตามพิธีการไม่ขาดไม่ตกเธอเหลือช่องว่างระยะห่างแต่เขากลับก้าวเข้ามาใกล้ตัวของนางอีกเพียงคืบเดียวก็แทบจะชนกันอยู่แล้ว
"ไม่มีใครรู้ว่าเรามาที่นี่พูดตามปกติเถิด" โอรส์ในคราบของคุณชายเ้าสำราญเอ่ยเสียงทุ้ม
"เ้าค่ะ" หงส์สิตาเองก็ไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยากเย็นเขาก็คงเหมือนดาราที่ต้องปลอมตัวออกมาเที่ยว ก็ดีเหมือนกันหากไม่มีตำแหน่งสูงส่งของเขาเข้ามาเกี่ยวพันเธอจะทำสิ่งใดล้วนไม่ต้องเกรงพระอาญา
"ไม่คิดเลยว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง" ดวงตาสองคู่ประสานสบกัน ชั่ววินาทีนั้นโลกรอบกายคล้ายเลือนลางก่อนจะกลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็วเมื่อัหนุ่มกระตุกริมฝีปากยิ้ม...มันเป็รอยยิ้มทรงเสน่ห์หากแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ร้ายกาจ
เขาเป็ผู้ชายหล่อเหลามีเสน่ห์ร้ายกาจ เค้าโครงหน้าคมเข้มดุรูปงามคิ้วหนาเข้มดำสนิทพาดอยู่เหนือดวงตาสีนิลคมกริบจมูกโด่งเป็สันโดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรม ปากเรียวเรือนร่างสูงที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแบบกำลังดีผิวสีแทนยิ่งส่งผลให้เขาหล่อเข้มดูไม่สำอางค์รวมถึงกลิ่นอายเข้มข้นแห่งความเป็บุรุษเพศหงส์สิตาไม่คิดว่าตัวเองจะพิจารณาอีกฝ่ายได้อย่างละเอียดถึงเพียงนี้
สายตากรุ้มกริ่มริมฝีปากก็แย้มตามจนหงส์สิตาอดแปลกใจไม่ได้ผู้ชายคนนี้แท้จริงแล้วมีนิสัยอย่างไรกันแน่บางครั้งก็ดูเ็าเงียบขรึม บางครั้งชอบยียวนกวนประสาท มาครานี้ยิ้มอบอุ่นบางครั้งก็เงียบ เฉย นิ่ง คล้ายกับท้องทะเลก่อนที่จะเกิดพายุ..คงไม่หรอกนะคนประหลาดพรรค์นั้นคงไม่มีอะไรมากบางทีเขาอาจจงใจอยากแกล้งเธอเพื่อความสนุกเท่านั้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน
"ข้าเพียงมาเดินเที่ยวเล่นตามประสาท่านอย่าได้ใส่ใจ" หงส์สิตารีบจบการสนทนาอย่างรวดเร็วเธอต้องรีบไปเจรจาเื่การซื้อเรือนและไม่อยากเสียเวลาอีกอย่างผู้ชายประเภทนี้เธอไม่อยากจะข้องเกี่ยวด้วย
"อ้อ...เป็เช่นนั้นที่แท้คุณหนูหนี่ว์เองก็ชอบเที่ยวเล่นเช่นกัน"ไม่รู้ว่าเป็คำชมหรือพูดเพื่อสิ่งใดแต่เธอคร้านจะสนใจจึงรีบพูดตัดบททันที
"เ้าค่ะ...ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัว..ไปกันเถิดอิงอิง"หงส์สิตารีบลากแขนอิงอิงไปอีกทางทันที แม้อิงอิงจะรู้สึกคุ้นหน้าบุรุษผู้สง่างามแต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกและสงสัยว่าเหตุใดเขาถึงได้มีท่าทีราวกับรู้จักกับคุณหนูของตนมาก่อน
โอรส์ยิ้มออกมาเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของหนี่ว์หลินเฟิ่งที่ทำราวกับรังเกียจตนหนักหนาทั้งที่นางก็ทราบถึงสถานะของพระองค์ต่างกับหญิงอื่นที่แทบวิ่งถวายตัวโดยมิต้องเอ่ยขอวันนี้นางสวมอาภรณ์เนื้อดีสีน้ำเงินเข้มขับให้ผิวขาวเนียนของนางดูผุดผ่องถึงเเม้จะเป็ชุดที่เรียบๆ หากสามารถดึงดูดสายตาให้ไม่อาจละจากนางไปได้เลยนี่ยังไม่นับใบหน้างามสวยหวานที่ล้อมกรอบหน้าด้วยเรือนผมยาวสีดำสนิทเกล้าเป็มวยเรียบๆนัยย์ตาสวยซึ้งกับริมฝีปากสีอิงเถาน่าหลงไหล " เ้าตัวอัปลักษณ์"ฮ่องเต้หนุ่มคิดในใจ
ทว่าสิ่งที่พิเศษที่สุดของนางคือแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้พระองค์อยากเข้าหาซึ่งพระองค์เองยังใว่าความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นมาอีกครั้งได้อย่างไรเมื่อพบกันครานั้นยังเคืองนางไม่หาย วาจาที่เชือดเฉือนฟังแล้วทำให้หงุดหงิดใจความรู้สึกแบบนั้นจางหายไปทว่าตอนนี้กลับรู้สึกประหลาดเมื่อได้พบกับหนี่ว์หลินเฟิ่งอีกครั้ง
'นางช่างเป็สตรีที่ทำให้เืล่มเเล่นพล่านดีจริงๆเ้าคนอัปลักษณ หึหึ'
"ซวยจริงๆ" หงส์สิตารำพันมาตามทางเขาทำให้เธอต้องเดินอ้อมไปอีกทางในระยะที่ไกลขึ้นกว่าเดิมหวังว่าเมื่อกลับไปที่เดิมคงไม่พบเขา
"คุณหนู...คุณชายท่านนั้นเป็ผู้ใดเ้าคะถ้าจำไม่ผิดข้าน้อยเหมือนเคยเจอคุณชายท่านนั้นมากับท่านเเม่ทัพ"อิงอิงรีบถามเ้านายทันทีที่นึกออกว่าเคยเจอบุรุษเมื่อครู่ที่ใด
"เขาเป็ฮ่องเต้ผู้ว่างงาน..แต่อย่าไปสนใจเลย"หงส์สิตายู่ใบหน้าอย่างเสียอารมณ์ นางต้องเมื่อยขาเดินไกลจึงพาลไปหมดทุกสิ่ง
"ฮ่อง..ฮ่องเต้หรือเ้าคะ คุณหนูท่านมิกลัวเอ่อ." อิงอิงพูดกระตุกจับความแทบไม่ได้ นางใมากแทบหยุดหายใจ ไม่คิดว่าบุรุษเมื่อครู่เป็ถึงฮ่องเต้แล้วคุณหนูของนางพูดจาสิ่งใดออกไปบ้าง จะต้องพระอาญาหรือไม่ ภายในใจของอิงอิงเป็กังวลยิ่งนัก
"อืม ไปกันเถอะข้าเริ่มหิวแล้ว"
"คุณหนูท่านมิเกรงว่าจะต้องโทษที่กว่าววาจาเช่นนั้นหรือเ้าคะ"อิงอิงเหงือเริ่มชื้นที่มือสั่นกลัวและเริ่มวิตกกังวล
"ข้ามิได้พูดสิ่งใดมิสมควรเป็เขาเองที่บอกให้ข้าพูดตามสบาย" หงส์สิตาคิดว่าอิงอิงช่างอ่อนต่อโลกนักเช่นนี้เมื่อเข้าไปอยู่ในวังจะดูแลและช่วยเหลือเธอได้อย่างไรเธอ้าผู้ช่วยที่ฉลาด ทันคน มีเล่ห์เหลี่ยมบ้าง ในวังหลังไม่ใช่สวนสาธารณะที่ต่างคนต่างเดินต่างอยู่หากแต่มันคือนรกบนดินหากพลาดเพียงก้าวนั่นหมายถึงชีวิตแต่อย่างว่าในยุคนี้ฮ่องเต้เปรียบเสมือนเ้าชีวิตย่อมเป็ที่น่าเกรงขามและไม่กล้าลบหลู่จึงไม่แปลกที่อิงอิงจะกังวลถึงเพียงนั้น
"อิงอิง ข้าขอบใจเ้าที่เป็ห่วงแต่... ข้ามิอยากให้เ้าตระหนกไปกว่าเหตุมิใช่เเค่เื่นี้ ข้าเองรู้ว่าเ้าซื่อสัตย์และหวังดีกับข้าแต่เ้าต้องทันคนเป็มือเป็เท้าเป็หูเป็ตาให้ข้า เข้าใจหรือไม่" หงส์สิตาไม่ได้ตำหนิแต่พูดให้สาวใช้ฉุกคิดและมีสติให้มากกว่าเดิมเท่านั้น
"คุณหนู ข้าน้อยขออภัย ข้าน้อยโง่เขลา"อิงอิงรู้สึกเสียใจที่ตนไม่คิดให้ถี่ถ้วน ตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุทำให้ขาดสติยั้งคิดหากยังเป็เช่นนี้นางคงไม่อาจดูแลคุณหนูได้ในภายภาคหน้า
"มิใช่ความผิดของเ้าหรอก...ไม่เป็ไรต่อไปข้าจะช่วยเทรนเอ่อ ช่วยสอนเ้าเอง หากวันหนึ่งข้าต้องเข้าวังซึ่งเ้าก็ต้องติดตามข้าไปด้วยข้ามิอยากให้เราต้องเอาชีวิตไปทิ้ง ทุกย่างก้าวต้องย่างอย่างมีสติเข้าใจหรือไม่"หงส์สิตาคิดว่าสาวใช้ของเธอต้องเรียนรู้ที่จะเป็ผู้ช่วยที่ฉลาดทันคน และเธอเองก็ต้องลืมว่าตัวเองคือหงส์สิตาต่อไปนี้เธอคือ 'หนี่ว์หลินเฟิ่ง'
ฮึก ฮึก ฮือ บ่าวตัวน้อยกอดผู้เป็นายอย่างตื้นตัน...