ณ สนามบินนานาชาติประเทศไอโนวา
“แคโรไลน์ อย่าวิ่งสิ เดี๋ยวก็ลื่นหรอก” เสียงทุ้มนุ่มของชายชราดังก้องขึ้นด้วยความห่วงใย สายตาอ่อนโยนจับจ้องไปยังหลานสาวตัวน้อยซึ่งกำลังวิ่งเล่นอย่างร่าเริง
“พ่อทำเกินกว่าเหตุไปแล้วนะ ทำไมต้องให้ลูกสาวผมลาออกจากโรงเรียนด้วย” จอห์นชายหนุ่มผมบลอนด์รองทรงวัยยี่สิบแปดต่อว่าชายชราด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว
สายตาปะปนไปด้วยความโมโหและงุนงง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อเช้าที่ผ่านมา เขาได้รับสายจากครูประจำชั้นของแคโรไลน์ที่โทรมาแจ้งด้วยน้ำเสียงสับสนว่าให้มารับของในล็อกเกอร์ของลูกสาวกลับบ้านโดยเร็ว
พอจอห์นสอบถามก็ถึงกับอึ้งไปหลายวินาที เมื่อทราบว่าคุณพ่อตัวแสบแอบจัดการลาออกให้ลูกสาวเรียบร้อยแล้วโดยไม่บอกเขาสักคำ
แถมยังพาตัวเด็กหญิงขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศด้วยอีกต่างหาก ทิ้งแต่เพียงโน้ตสั้นๆ แปะไว้ที่ตู้เย็นในครัวของบ้านไว้ว่า
"จะพาแคโรไลน์ไปโรงเรียนใหม่ พวกแกค่อยตามมาทีหลัง"
พออ่านโน้ตนั้นจบ จอห์นและซาร่าภรรยาสาวก็ถึงกับปวดหัวจี๊ด ความรู้สึกสับสนปนโมโหปะปนกันจนแทบระงับไม่อยู่
โชคดีที่เขาเป็นถึงหัวหน้าหน่วยข่าวกรองแห่งไอโนวา จึงใช้เวลาไม่นานในการสืบจนรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจมุ่งหน้าไปยังไซแอน
เขากับซาร่าจึงรีบมาดักหน้าที่สนามบินทันที ก่อนที่เครื่องบินส่วนตัวของชายชราจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
การเผชิญหน้ากันจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำพูดแหลมคมปะทะกันไปมาไม่หยุดหย่อน แต่มีหรือที่สองสามีภรรยารุ่นลูกจะต่อกรความเก๋าเกมและชั้นเชิงของเสือเฒ่าได้
ในที่สุดพวกเขาจึงจำต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนและขึ้นเครื่องตามไปด้วยความรู้สึกไม่เต็มใจ
บนเครื่องบินส่วนตัว
“จิ๊ๆ คนโง่อย่างพวกแกจะไปเข้าใจอะไร ฉันแค่ต้องการมอบสิ่งดีที่สุดให้แครี่เท่านั้น ถ้าไม่ชอบใจก็กลับบ้านไปสิ” โดมินิคตัดบทด้วยน้ำเสียงรำคาญใส่จอห์นที่เริ่มทำท่าจะเปิดประเด็นอีกรอบ
เขาขี้เกียจอธิบายอะไรให้ยืดยาว รอให้ลูกชายโง่ๆ เห็นโรงเรียนนั่นด้วยตาตัวเองดีกว่า พูดไปมันก็เท่านั้น
“แต่…” จอห์นพยายามแย้งต่อ บนใบหน้าแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่น
“แค่กๆๆ” โดมินิคแกล้งไอหนักเมื่ออีกฝ่ายเริ่มอ้าปาก มือขวายกขึ้นตบอกเบาๆ ราวกับหายใจไม่ออก
แน่นอนว่านี่เป็นการแสดง ด้วยนาโนบอทที่เฟรีสส่งมาให้ผ่านเจ้าผึ้ง แม้มันเป็นเพียงแค่เลือดไม่กี่หยด ถึงจะยังไม่หายแต่ก็ทำให้สุขภาพเขาดีขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้ไอถี่ๆเหมือนเก่า
“พ่อเป็นยังไงบ้าง” จอห์นพูดพลางลูบหลังพ่อตนด้วยความห่วงใย
“ฉันแก่แล้ว จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ลูกหลานก็ยังมาเถียงไม่ยอมหยุดอีก”
โดมินิคตัดพ้อด้วยน้ำเสียงฟังดูน่าสงสารซ่อนแววตาเจ้าเล่ห์ไว้อย่างแนบเนียน เขาแอบเหลือบมองซาร่าเป็นระยะๆ เพื่อเตือน
“เฮ้อ…งั้นไปดูโรงเรียนนั่นก่อนก็ได้” จอห์นถอนหายใจยาวเหยียด
“เฮ้อ” ซาร่าถอนหายใจตาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความปลงสังเวชในความโง่งมของสามี
เธอคือนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ที่ผ่านการแสดงมานับไม่ถ้วน แค่เห็นท่าทางเสือเฒ่าก็รู้ทันทีว่าเขาเสแสร้ง
แต่สายตาดุๆ ที่ส่งมาเป็นระยะๆ ทำให้ตัดสินใจเงียบไว้ดีกว่า
ถึงอย่างไรเธอก็เชื่อใจว่าเขาจะมอบสิ่งดีที่สุดให้ลูกสาวตนอยู่แล้ว
หลงหลานเสียขนาดนั้น
-----------
ณ สนามบินนานาชาติไซแอน
ประธานาธิบดีเฒ่าก้าวเท้าลงจากบันไดเครื่องด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้จะอยู่ในวัยชราแต่ก็ยังดูน่าเกรงขาม
แคโรไลน์เดินตามหลังลงมาอย่างกระตือรือร้น ผิดกับจอห์นและซาร่าที่ตามลงมาด้วยใบหน้าบูดบึ้งไม่เต็มใจ
ในเวลาเดียวกัน หน้าซุ้มประตูใหญ่ของสถาบันศึกษานิวอีร่า
แอนโทนี่กำลีงเผชิญหน้ากับตำรวจกว่า 20 นาย ซึ่งยืนล้อมเขากับหุ่นเอชสองตนไว้ตรงกลาง
“เฮ้ย ไอ้โล้น เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” รองหัวหน้าตำรวจรักษาพระองค์ตะโกนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“ถ้าไม่มีหมายค้นจากศาลก็เข้าไปไม่ได้” แอนโทนี่ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาและยืนนิ่งราวกับไม่สะทกสะท้านต่อคำขู
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงยอมจำนนกับอำนาจมืดของคนพวกนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะกลัวว่าถ้าทำอะไรไปลูกสาวก็จะโดนร่างแหไปด้วย
แอนโทนี่รู้ดีว่าพวกมันสามารถทำเรื่องชั่วร้ายได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องรับโทษใดๆ
ตราพิเศษของกษัตริย์ซึ่งประดับอยู่บนหน้าอกคือเครื่องรางชั้นดีที่ป้องกันกฎหมายได้ทุกมาตรา
แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ที่มาอยู่กับเฟรีส เขาได้เห็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถูกพัฒนาขึ้น ไม่ว่าจะหุ่นยนต์ที่ทรงพลัง ฝูงผึ้งอัจฉริยะรวมถึงยานอวกาศ ความกลัวที่เคยมีก็ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ไม่ว่าตำรวจสุนัขรับใช้จะหยาบคายหรือข่มขู่หนักเท่าไร ซุ้มประตูใหญ่ของสถาบันก็ยังคงปิดสนิท
“ไม่รู้หรือว่านายกูเป็นใคร เชื่อไหม? กูยิงมึงทิ้งตรงนี้ก็ได้!” รองหัวหน้าตำรวจองครักษ์ตะโกนขู่
เขาเริ่มหมดความอดทนกับความดื้อรั้นของชายหัวล้านเต็มที
สิ้นคำพูด รองตำรวจชั่วก็เอื้อมมือไปที่ซองปืนพกข้างเอว พริบตานั้น หุ่นเอชสองตัวก็เรืองแสงสีแดงเข้มจากดวงตากลมโต
ถ้าสถานการณ์ถึงขั้นอันตราย เจ้าหุ่นก็ไม่ลังเลที่จะระเบิดร่างคนกลุ่มนี้ทิ้งไปซะให้สิ้นซาก
แต่แล้วก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้นก็มีผึ้งตัวหนึ่งบินพุ่งเข้ามากระซิบข้างหูแอนโทนี่
“เจ้านายรอพวกแกอยู่ที่ห้องรับรอง ตามฉันมา” แอนโทนี่พูดเสียงห้วนพร้อมกับยกมือขวาขึ้นเล็กน้อย ประตูใหญ่เริ่มเลื่อนเปิดออกช้าๆ เสียงกลไกลั่นดังกึกกัก
“เหอะๆ นึกว่าจะแน่ ไอ้ขี้ขลาด” รองหัวหน้าตำรวจฯเยาะเย้ยด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม ไม่รู้ตัวเลยว่าเพิ่งรอดพ้นจากการถูกยิงร่างกระจุยมาอย่างหวุดหวิด
ถ้าปืนนั่นถูกชักออกจากซองเมื่อไร วันนี้ก็จะเป็นวันครบรอบวันตายของเขา
ระหว่างไปห้องรับรอง มีหุ่นยนต์หลายสิบตัวปรากฏขึ้นจากมุมต่างๆ ของสถาบัน พวกมันคอยกันกลุ่มตำรวจชั่วไว้ไม่ให้เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด กับผู้ที่ไม่ได้มาดีเฟรีสย่อมไม่ให้พวกมันเห็นสิ่งต่างๆ มากนัก
เมื่อมาถึงห้องรับรอง พวกตำรวจก็พบว่าในนั้นมีเพียงจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่และไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดนอกจากนี้
เก้าอี้สักตัวก็ไม่มี!
รองหัวหน้าตำรวจรู้สึกโกรธจัด นี่มันดูถูกกันชัดๆ เพราะปกติเขาไปไหนก็จะมีแต่คนคอยต้อนรับ แต่ยังไม่ทันได้ก่นดาออกมา ภาพของฟีเรสก็ปรากฏขึ้นบนจอเสียก่อน แววตานิ่งสนิทของชายหนุ่มจ้องมองมายังกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีด้วยความเย็นชา
“พวกแกต้องการพบฉันทำไม?” เฟรีสถามตรงๆ ไม่มีแม้แต่คำทักทาย เขาไม่เห็นความจำเป็นต้องให้เกียรติพวกสุนัขรับใช้
รองหัวหน้าตำรวจฯและคณะ พอได้ยินอีกฝ่ายใช้น้ำเสียงห้วนๆ จากที่โกรธอยู่แล้วก็ยิ่งหนักขึ้นไปอีก
“เห็นแก่ที่แกไม่ได้โตที่นี่ ฉันจะไม่เอาผิดเรื่องหยาบคาย” รองหัวหน้าตำรวจพูดรอดไรฟัน พยายามข่มความโกรธที่เดือดพล่านในอก เขาต้องอดทนไว้เพราะเรื่องหลักยังไม่ได้เจรจากัน
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อก็ต้องทำตามธรรมเนียมของเรา ธุรกิจของแกต้องให้สำนักทรัพย์สินส่วนพระองค์ถือหุ้น 51% และถวายหุ่นยนต์ครึ่งหนึ่งเข้าวังไปด้วย”
“อยากได้หุ้น? ตลกเสียจริง กษัตริย์ของพวกแกเวันๆ ในหัวมีแต่เรื่องกามจะบริหารอะไรได้?” เฟรีสตอบด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม ความหน้าหนาของราชวงศ์นี้ทำให้เขาเปิดหูเปิดตาเสียจริง
คำพูดนั้นทำเอารองหัวหน้าตำรวจตะลึงจนพูดไม่ออกชั่วขณะ กฎหมายหมิ่นกษัตริย์ในไซแอนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ บางเคสมีโทษสูงถึงจำคุกตลอดชีวิต
และถึงแม้จะมีประชาชนแอบวิจารณ์บ้าง แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ แบบเฟรีส
“แค่คำพูดนี้ก็เพียงพอให้แกติดคุกแล้ว! เรียกกำลังเสริมมาล้อมที่นี่ไว้ ใครขัดขืนให้วิสามัญทิ้งได้”
นายตำรวจชั่วประเมินดูแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ยอมแน่ๆ เขาจึงวางแผนจะจับเด็กๆ ในสถาบันมาบีบบังคับให้เฟรีสยอมโอนหุ้น และหลังจากเสร็จธุระเรียบร้อยก็ค่อยทำให้ชายหนุ่มหายสาบสูญไปแบบเงียบๆ
“เหอะ เหอะ สุนัขรับใช้อย่างพวกแกมีปัญญาจับฉันหรือ? หุ่นเอชจัดการมัน แต่อย่าให้ตาย”
วิ้งงง
สิ้นคำสั่ง หุ่นเอช 3 ตัว ที่สแตนบายอยู่หน้าห้องก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มตำรวจด้วยความเร็วสูงราวสายฟ้า กระสุนจากปืนตำรวจซึ่งถูกยิงออกมาด้วยความตื่นตระหนกถูกหยุดนิ่งกลางอากาศด้วยฟิลด์พลังงานที่มองไม่เห็น
แขนของคนทั้งกลุ่มถูกหักเป็นสองท่อนราวกับกิ่งไม้แห้ง เสียงร้องโหยหวนดังลั่นไปทั่วห้อง
“แก…ทำผิดกฎหมาย…ทำร้ายเจ้าพนักงาน แกซวยแน่” รองหัวหน้าตำรวจขู่ด้วยน้ำเสียงสั่น เขากัดฟันทนความเจ็บปวดจากแขนที่หักจนแทบขาดใจ
“กฎหมาย? ในสายตาฉัน พวกแกยิ่งกว่าโจร ไอ้กษัตริย์บัดซบของแกก็ด้วย สงสัยตราที่หน้าอกคงทำให้กร่างสินะ เจ้าหุ่น! หักขาอีกข้าง จับมันแก้ผ้าแล้วโยนออกไป” เฟรีสสั่งต่อด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นชวนขนลุก
จากนั้นเสียงร้องโอดโอยผสมกับฉีกเสื้อผ้าก็ดังระงมขึ้น ไม่กี่นาทีต่อมา ตำรวจทั้งหมดก็ถูกโยนออกมานอกสถาบันด้วยสภาพล่อนจ้อน
ผู้คนที่ผ่านไปมาซุบซิบกันเบาๆ บางคนชี้ไปที่ร่างของตำรวจแล้วหัวเราะเยาะ บางคนยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายคลิปลงโซเชียลอย่างไม่ลังเล
“แม่งเอ๊ย มองอะไรกัน ไปให้พ้น! พวกแกก็ด้วย รีบพยุงฉันขึ้นรถสิวะจะยืนโชว์หาพ่อมึงหรือ!” รองหัวหน้าตะโกนด้วยความอับอายสุดขีด ใบหน้าแดงก่ำจนแทบระเบิด
“913 เรียกศูนย์ มีเจ้าหน้าบาดเจ็บ 20 นาย คนร้ายไม่ทราบจำนวน มีอาวุธไม่ทราบชนิด ส่งกำลังเสริมพร้อมอาวุธมาด่วน เอ่อ…เสื้อผ้าด้วย สถานที่คือ…” รองหัวหน้าตำรวจฯ คว้าวิทยุสั่งทันทีที่ขึ้นรถได้
ในขณะเดียวกัน เฟรีสก็นั่งถอนหายใจอยู่บนโซฟานุ่มในห้องควบคุม
'เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆ ยังไม่อยากแตกหักตอนนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้' เขาคิดถึงแผนการที่วางไว้เพื่อครอบงำและเปลี่ยนแปลงไซแอนทีละเล็กละน้อย
ขั้นแรก เขากะจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไซแอนอย่างเร่งด่วน ด้วยทรัพยากรที่ได้จากอวกาศ
พอประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นแล้วพวกเขาก็จะพร้อมไปสู่ขั้นถัดไปคือการได้รับศึกษาที่ดี เมื่อชาวไซแอนเริ่มฉลาดและมีความรู้ พวกเขาก็จะเริ่มคิดอย่างเป็นระบบ ไม่ถูกเอาเปรียบได้ง่ายๆ และรู้จักลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนสิทธิที่ควรได้รับของตัวเอง
แผนการของราชวงศ์ที่กดขี่ประชาชนให้ยากจน แล้วค่อยแจกของเพื่อสร้างบุญคุณ ทำให้ประชาชนโง่เง่าและปกครองง่าย ก็จะใช้ไม่ได้อีกต่อไป
“เสียดายที่ยังไม่ถึงเวลา ไม่เช่นนั้นแค่หุ่นเอชสองสามตัวก็ถล่มวังมันได้แล้ว” เฟรีสพึมพำเบาๆ ด้วยความเสียดาย
ตามที่เขาคาดการณ์ไว้ แม้จะล้มกษัตริย์เนโรได้สำเร็จ แต่เรื่องราวก็คงไม่จบลงง่ายๆ ตราบใดที่ชาวไซแอนยังอ่อนแอและขาดการศึกษา ทรราชคนใหม่ก็จะผุดขึ้นมาแทนที่ ไม่แน่ว่าอาจเป็นพวกทหารหรือตำรวจที่รอจังหวะอยู่ก็ได้
หนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้อย่างแท้จริง คือการทำให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันทางความคิด
ให้พวกเขาเข้มแข็งพอที่จะรวมพลังกันขับไล่ทรราชออกไปได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้พวกมันครองอำนาจยาวนานแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
'อืม…ถึงจะยังจัดการขั้นเด็ดขาดไม่ได้ตอนนี้ แต่ถ้าแค่ตัดขาที่สามของมันคงไม่เป็นไรหรอก' เฟรีสคิดในใจพร้อมกับแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
ขณะที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะทำให้โล่งเตียนหรือเหลือตอไว้ดูต่างหน้าดี จู่ๆ แอนโทนี่ก็ติดต่อเข้ามาด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
“เจ้านาย ตอนนี้ทหารกับตำรวจล้อมสถาบันไว้หมดแล้วครับ พวกมันบอกให้เรายอมมอบตัว”