คิเมร่าอ้าปากจะกัดเลโอ มันสิ้นเปลืองพลังงานไปมากเนื่องจากการต่อสู้มันเพิ่งออกจากที่คุมขังมานานหลายพันปี ร่างกายยังไม่มั่นคงมันต้องการเลือดและเนื้อเพื่อเติมเต็มพลังของมัน
หงเอ๋ออยู่บนฟ้านั้นช่วยเหลือลีโอโดยการยิงลูกบอลไฟเข้าปากของคิเมร่า
ตูมมม
จางเฉินรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย ส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นเพราะเขาเอาส่วนประกอบสำคัญทั้งสามของอาเรย์นั้นออกมาเขาน่าจะพิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกทีหนึ่งกับพวกอักษรรูนในเสาต่างๆ และแท่นบูชา ของที่ได้มามีแกนวิญญาณอสูรหินวิญญาณระดับเซียน และดาบวิญญาณ จางเฉินเอาแกนวิญญาณอสูรออกมาแล้วดูดซับทันที
เขาคิดว่าของทั้งสามนี้น่าจะมีส่วนสำคัญสำหรับปราบปรามคิเมร่า จึงมีการทิ้งไว้ในวิหารพลังงานจากแกนวิญญาณพุ่งเข้าสู่ตำแหน่งหัวใจของจางเฉินอย่างรวดเร็วจิตวิญญาณต้นไม้โกลาหลของจางเฉินใบหนึ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวและส่องแสงสว่าง วงแหวนเวทย์ที่สองเริ่มมีการก่อตัวเป็นสีทองเกิดเป็นตัวอักษรรูนแสง แล้วมีอักษรรูนเล็กๆ มากมายไหลผ่านไปตามร่างกายของจางเฉิน
ภายนอกร่างกายจางเฉินนั้นมีการก่อตัวภาพวิญญาณของม้าสีขาวมีปีก มีเขาเล็กๆ เป็นสัตว์ในตำนานอีกชนิดหนึ่งทำท่ากู่ร้องซึ่งเป็นภาพวิญญาณม้าเปกาซัส เมื่อจางเฉินดูดซับแกนวิญญาณนั้นจนหมดภาพวิญญาณนั้นก็หายไป
“ธาตุแสงธาตุที่หายากที่สุด”จางเฉินตั้งสมาธิเพื่อให้การก่อตัววงแหวนเวทย์วงที่สองมีความเสถียร
ตูม ตูม ตูม
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปแม้คิเมร่าจะเป็นระดับราชา แต่มันก็มีไม่ได้เปรียบนักเนื่องจากมันเพิ่งออกจากที่คุมขังไม่มีโอกาสปรับตัวหรือฟื้นตัวเลย การต่อสู้ของเหล่าสัตว์อสูรนั้นเป็นไปอย่างสูสี แม้จางเฉินจะดูดซับแกนวิญญาณอสูรนี้เพียงนาทีสองนาที ระหว่างนี้หงเอ๋อ ราฟาเอล ลีโอ และดราโก้นั้นได้รับบาดเจ็บจำนวนมากแล้วจากการเข้าปะทะกัน
จางเฉินรักษาสมาธิตนเองไว้เพื่อตรวจสอบทักษะเวทย์ที่ได้รับหลังจากดูดซับพลังวิญญาณจากแกนอสูรเมื่อเขาเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับมันแล้ว เขาก็กำดาบในมืออย่างมั่นคง กลุ่มอักษรรูนแสงทั้งเล็กและใหญ่ก่อตัววงเวทย์ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง
“เคลื่อนย้าย”จางเฉินกระพริบหายไป ปรากฏตัวด้านหลังคิเมร่าทันที แทงดาบไปที่ห่างงูผสมพลังปราณและพลังสายฟ้าเข้าโจมตีอย่างรุนแรง
ตูม
ทักษะเวทย์ที่จางเฉินได้รับเป็นทักษะเคลื่อนย้ายในพริบตา สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไปในสถานที่ต่างๆ ได้ในทันทีม้าเปกาซัสนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเร็ว และการเดินทางผ่านช่องว่างอวกาศหลังจากโจมตีแล้วจางเฉินก็ใช้เวทย์อีกครั้งเพื่อหลบออกมาจากการโจมตีด้วยเท้าหลังของคิเมร่า
โคร๊กกกกก
คิเมร่าคำรามด้วยความโกรธหางงูของมันนั้นเลือดไหลนอง เนื่องจากดาบมังกรเพลิงนั้นเป็นระดับวิญญาณมีความคมมากแม้หางของมันจะไม่ขาดออกจากร่างกาย แต่ก็สร้างบาดแผลขนาดใหญ่เลือดไหลจำนวนมาก
จางเฉินรู้สึกสูญเสียพลังวิญญาณไปเป็นจำนวนมากเพื่อใช้เวทย์จากการทดลองใช้พบว่ามันบริโภคพลังวิญญาณตามแต่ระยะทางที่เขากำหนด เฉพาะระยะสั่นๆที่เขาใช้ตอนนี้ เขาน่าจะใช้ได้ 4 ครั้ง ถ้าเป็นครั้งที่ 5 อาจจะทำให้หมดสติและสลบไปเพราะขาดพลังวิญญาณ
คิเมร่านั้นพุ่งเข้าหาจางเฉินพร้อมกับกรีดร้องด้วยความโกรธก่อนหน้านี้มันสู้กับสัตว์อสูรทั้งสี่นั้นแทบไม่ได้รับบาดเจ็บแต่จางเฉินนั้นทำให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัสมันกระโดดขึ้นสูงมากเพื่อพุ่งเข้าโจมตีจางเฉิน หากโดนตัวจางเฉินนั้นย่อมหมายถึงความตายแน่นอน
จางเฉินใช้เวทย์อีกครั้งเขาเลือกใช้เวทย์เคลื่อนย้ายไปที่ส่วนท้องของคิเมร่าดึงไฟสวรรค์รวมกับดาบแล้วแทงเข้าไปที่ท้องของคิเมร่าจนสุดด้ามดาบด้วยการพุ่งอย่างรุนแรงทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่จางเฉินไม่สามารถจับดาบในมือได้อีกจึงได้แต่ปล่อยมือจากดาบ แล้วหล่นลงบนพื้นดิน
ตูม
คิเมร่านั้นร่างกายเสียการทรงตัวได้รับบาดแผลขนาดใหญ่ที่ส่วนท้องพุ่งเข้าชนกับพื้นดิน จนเป็นหลุมขนาดใหญ่ สักพักหนึ่งมันก็พยายามลุกขึ้นยืนอย่างลำบากมองที่จางเฉินด้วยแววตาอาฆาตแค้น สร้างแรงกดดันจนจางเฉินรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
จางเฉินเรียกดาบมังกรเพลิงให้บินกลับมาหาตนเอง แล้วกำดาบแน่นปลดปล่อยกระบวนท่ามังกรทลายภูพาเกิดเป็นภาพภูเขาลูกใหญ่และมังกรเก้าตัวเต้นระบำอยู่รอบๆ พุ่งเข้าจู่โจมคิเมร่าอย่างเต็มกำลัง
ตูมมมม
“พวกเจ้าโจมตีทันที”จางเฉินสั่งสัตว์อสูรทั้งสี่ให้ประทุเวทย์ทำลายล้างของตนเองเข้าโจมตีคิเมร่าพายุไฟขนาดใหญ่จากหงเอ๋อ แท่งหินจำนวนมากจากดราโก้ สายฟ้าจากลีโอแท่งน้ำแข็งจากราฟาเอลต่างพุ่งเข้าโจมตีกันจากคนละทิศทาง
ตูมมมม
โฮกกกกก
คิเมร่าคำรามครั้งสุดท้ายพยายามที่จะยืนขึ้นอีกครั้งอย่างทุลักทุเลก่อนที่จะสิ้นใจตายเพราะเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก มือของจางเฉินสั่นเทาเขาเพิ่งมีโอกาสได้สำรวจตัวเอง เขาได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่น้อยในช่วงที่แอบไปที่ใต้ท้องของคิเมร่ามีบาดแผลเป็นรอยกรงเล็บสี่รอย มีเลือดไหล่ย้อย ซึ่งเกิดจากการปะทะกับขาหลังของคิเมร่าระหว่างที่แทงท้องของมัน
“โชคดีที่แกนวิญญาณสัตว์อสูรนั้นมีทักษะที่มีประโยชน์”จางเฉินถอนหายใจ
เขาย้ายร่างคิเมร่าเข้าสู่มิติ พร้อมกับหงเอ๋อ ราฟาเอล ลีโอ และดราโก้เอายาออกมารักษาแผลต่างๆ หลังจากที่เริ่มรู้สึกว่าเลือดหยุดไหลเขาก็เดินไปที่ร่างของคิเมร่าขุดเอาแกนอสูรออกมา
ลีโอนั้นเดินตามหลังจางเฉินอยู่ไม่ไกล เมื่อจากเฉินขุดแกนวิญญาณอสูรออกมานั้น มันก็เอาหัวสะกิดจางเฉิน
“เจ้าต้องการมันหรือ”จางเฉินหันมามองลีโอด้วยความแปลกใจ เขารับรู้ความรู้สึกของมันได้แล้วมันก็มองแกนอสูรด้วยความหลงไหล ต้องการเป็นอย่างมาก
"มีพื้นฐานเป็นเสือเหมือนกันสินะหวังว่าเจ้าจะไม่น่าเกลียดเหมือนมันที่มีหางเป็นงูในอนาคต" จางเฉินเอาแกนวิญญาณอสูรนั้นให้ลีโอ ลีโอกลืนเข้าปากทันที
โฮกกกก
ลีโอกู่ร้องอย่างมีความสุขแล้วมันก็ไปที่สระ นอนแช่น้ำพุเซียน เพื่อดูดซับพลังแกนวิญญาณ
“พวกเจ้านี้เหมือนแค่กินกับนอน แล้วก็นานๆ ได้ช่วยต่อสู้สักครั้งหนึ่งพอสู้เสร็จยังต้องจ่ายค่าจ้างอีก” จางเฉินบ่นอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนร่างกายคิเมร่านั้นเขาเพียงเอาไว้ทิ้งไว้ในโกดังแล้วเขาก็ตั้งหม้อเก้ามังกรต้มยาแล้วแช่สมุนไพรเดินพลังกายาเหนือปฐพีเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
เมื่อฟื้นฟูร่างกายกลับสู่สถานะปกติทั้งพลังปราณ พลังวิญญาณเต็มเปี่ยมจางเฉินก็ออกจากมิติแล้ววิ่งออกจากราชวัง เขาต้องกลับไปที่ภูเขาก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะมีดอกบัวเหลียนหัวเกิดขึ้น
จางเฉินนั้นจะต้องแก้พิษซีเซ่วิญญาณ หนึ่งคือต้องหาวิธีปรุงยาหรือวิธีรักษาที่แน่นอนด้วยการค้นหาจากตำราต่างๆสองนั้นคือฝึกฝนให้ถึงขั้นเซียนในระยะเวลาอันสั้น เขาไม่สามารถฝึกได้ตามปกติหากฝึกอยู่ในมิติคงใช้เวลาหลายสิบปี หรือร้อยปีจะต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อเร่งการฝึกฝนแต่ก็เร่งมากไม่ได้ต้องหมั่นเข้ามิติมาสร้างรากฐานต่างๆ ให้มั่นคงในแต่ละก้าวหน้าหากรากฐานไม่มั่นคงไปทีละก้าวก็จะขึ้นสู่ระดับสูงได้ลำบาก
“ไม่รู้พวกต้าไห่ ฟู่เฉิงต้วนเฉินไปอยู่แถวไหนกัน” หลังจากจางเฉินออกมาจากราชวังแล้วก็ใช้พลังวิญญาณสำรวจไปทั่วแต่ก็ไม่พบสหายของเขา มีเพียงนักรบปราณจำนวนมากที่กำลังค้นหาขุมทรัพย์กันอยู่
จางเฉินนั้นแอบมองหน้าตายิ้มแย้มของนักรบปราณที่ผ่านไปมาแต่ละคนแล้วรู้สึกอยากจะปล้นคนพวกนี้มาก เพราะคงมีสิ่งดีๆ มากมาย แต่เขาจะไม่เริ่มโจมตีหรือคุกคามใครก่อน