คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    การตื่นรู้ของร่างทรง

    ติ๊ง!

    เสียงสัญญาณเตือนไม่ได้ดังผ่านหู แต่สั่นสะเทือนขึ้นมาจากก้านสมอง 

    มันคือเสียงระฆังแห่งการตื่นรู้ที่อคินเริ่มคุ้นเคย 

    แต่ในค่ำคืนนี้ มันกลับฟังดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย... แหบพร่าและสั่นเครือราวกับคลื่นวิทยุที่ถูกรบกวน

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 28 เมษายน]

    [ยินดีต้อนรับสู่คืนที่ 7 ในฉะเชิงเทรา]

    [สถานะร่างกาย: ฟื้นฟูสมบูรณ์]

    [คำเตือน: อย่าประมาท... ร่างกายเปราะบางกว่าที่คิด]

     

    เปลือกตาของอคินขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่ปะทะเข้ามาไม่ใช่ความสดชื่นของเช้าวันใหม่ 

    แต่เป็นความหนืดหน่วงเหมือนร่างกายถูกดึงขึ้นมาจากบ่อโคลนตม 

    ลมแม่น้ำบางปะกงยามค่ำคืนพัดกรรโชกผ่านดาดฟ้าตึกร้าง หอบเอากลิ่นความชื้นและกลิ่นตะไคร่น้ำมาแตะจมูก

    วันนี้เขาไม่ได้ลุกขึ้นทันที แต่นอนมองเพดานเต็นท์สีเขียวขี้ม้าที่ขยับไหวตามแรงลม

    "เฮ้อ..." 

    อคินถอนหายใจยาว ไอสีขาวจางๆ ลอยออกมาจากปากทั้งที่อากาศไม่ได้หนาวจัด 

    เขายกแขนขึ้นบิดขี้เกียจ เสียงกระดูกสันหลังลั่น กร๊อบ ดังสนั่นจนน่ากลัว 

    "วันนี้ขอนอนเปื่อยๆ สักวันได้ไหมนะ... รู้สึกเหมือนแบตเตอรี่ชาร์จไม่เต็มยังไงก็ไม่รู้"

    "โฮ่ง..."

    เสียงครางต่ำในลำคอที่ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมลายหายไปสิ้น

    อคินหันขวับไปมองที่หน้าประตูเต็นท์ 'เจ้าโบ้' สุนัขหลังอานคู่ใจไม่ได้นอนหงายท้องให้เกาพุงเหมือนทุกที 

    แต่มันกำลังยืนสี่ขาเกร็งแน่น กล้ามเนื้อใต้ขนสีน้ำตาลแดงปูดโปนขึ้นเตรียมพร้อม 

    หูทั้งสองข้างตั้งชันและบิดไปมาเพื่อรับเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน

    จมูกสีดำสนิทของมันฟุดฟิดดมกลิ่นในอากาศอย่างบ้าคลั่ง ขนที่สันหลังตั้งชันเป็นทิวราวกับแผงคอของมังกร

    "มีอะไรโบ้?"

    อคินลุกขึ้นนั่งทันที ความเกียจคร้านหายวับไป แทนที่ด้วยสัญชาตญาณระวังภัยที่ตื่นตัวเต็มพิกัด 

    เขามองเห็นไอสีแดงจางๆ แผ่ออกมาจากตัวของโบ้ มันคือการสื่อสารผ่านจิตวิญญาณ... สกิลที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งสามเข้าด้วยกัน

    (กลิ่น... ไม่ใช่แถวนี้... ลอยมาตามลม... จากตีนเขา)

    เสียงความคิดของโบ้ดังเข้ามาในหัวของอคิน ไม่ใช่คำพูดชัดเจน 

    แต่เป็นก้อนความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างภาพของ 'เลือดสดๆ' และกลิ่น 'สาบสางที่รุนแรง' จนชวนคลื่นไส้

    (ตีนเขา 'สอยดาว'... ตัวใหญ่มาก... อันตราย...)

    ตุบ

    เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังขึ้นจากด้านบน 

    'บัวลอย' แมวสามสีที่มักจะนอนสังเกตการณ์อยู่บนยอดแท็งก์น้ำ กระโจนลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าอคิน 

    ดวงตาสีมรกตคู่นั้นหรี่ลงจนเหลือเพียงเส้นขีดขวาง 

    แววตาของเธอไม่ได้มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเย็นชาของนักฆ่าเท่านั้น

    "พวกมันคงหนีการกวาดล้างจากโซนเมืองออกมาซ่อนในป่าลึกค่ะ" 

    เสียงหวานใสแต่เรียบนิ่งดังขึ้น 

    "กลิ่นแรงขนาดที่เจ้าโบ้ยังขนลุก แสดงว่าไม่ใช่พวกมอนสเตอร์กระจอกระดับ F หรือ E แน่ๆ ... มันคือตัวจ่าฝูง"

    อคินรูดซิปเต็นท์เดินออกมาที่ระเบียงดาดฟ้า มองฝ่าความมืดไปยังทิวเขาสอยดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลลิบ 

    ภายใต้แสงจันทร์สีนวล เขาเห็นเงาตะคุ่มของแมกไม้ที่สั่นไหวผิดปกติ นกกลางคืนบินแตกตื่นออกจากรัง

    "ถ้าปล่อยไว้... เดี๋ยวพวกมันก็ย้อนกลับมาทำร้ายคนในค่ายอพยพแน่"

    อคินกำหมัดแน่น 

    "งั้น... เราไปต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่กันหน่อย ตามไปล่าให้สิ้นซาก!"

    ...

    [22:00 น.]

    บรรยากาศในป่าดิบชื้นยามค่ำคืนแตกต่างจากในเมืองอย่างสิ้นเชิง 

    ที่นี่ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ มีเพียงความมืดที่หนาทึบจนแทบจะจับต้องได้ 

    แสงจันทร์เล็ดลอดลงมาผ่านเรือนยอดไม้ได้เพียงเล็กน้อย ทำให้พื้นดินเบื้องล่างเต็มไปด้วยเงาที่บิดเบี้ยวราวมารร้าย

    อคินเดินย่ำลงบนใบไม้แห้งและซากปรักหักพังของบ้านเรือนเก่าที่ถูกป่ากลืนกิน 

    เขาเดินตามหลังโบ้ที่ทำหน้าที่แกะรอยอย่างเงียบเชียบ 

    ยิ่งลึกเข้าไป กลิ่นสาบสางยิ่งรุนแรงจนแสบจมูก 

    ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นมีรอยหักโค่น รอยแตกของเนื้อไม้ยังสดใหม่ 

    ราวกับถูกรถถังหุ้มเกราะพุ่งชนด้วยความเร็วสูง

    แกรก...

    เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบาจากด้านหลังพุ่มไม้หนาทึบทางขวามือ

    "ระวัง!" 

    อคินกระซิบ พร้อมกับชักดาบยาวออกมาตั้งท่า

    โฮกกกกกก!!

    เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทจนป่าทั้งป่าสั่นสะเทือน 

    ร่างมหึมาสีดำทะมึนพุ่งทะยานออกมาจากเงามืดด้วยความเร็วดุจกระสุนปืนใหญ่

    มันไม่ใช่หมูป่าธรรมดา... แต่มันคือรถถังที่มีชีวิต

    'หมูป่ายักษ์...ไม่สินี่มันใหญ่กว่านั้น ร่างวิวัฒนาการสินะ'

    อคินคิดในใจพลางเพ่งมองผ่านความมืดไป

    ความสูงของมันไม่ต่ำกว่า 3 เมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ถูกปกคลุมด้วยแผ่นหินหนาเตอะที่ซ้อนทับกันราวกับชุดเกราะโบราณ 

    ตะไคร่น้ำและเถาวัลย์เกาะอยู่ตามซอกหิน ยิ่งทำให้มันดูเหมือนก้อนภูเขาเดินได้ 

    ดวงตาสีแดงฉานสองคู่จ้องเขม็งมาที่พวกเขาด้วยความอาฆาต

     

    [แจ้งเตือน: ตรวจพบ 'มินิบอส' หมูป่าศิลาทมิฬ ระดับ C - ขั้นวิวัฒนาการ]

    [คำแนะนำ: หนี... ความเสี่ยงสูงมาก ]

     

    "หนีตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว!" 

    อคินตะโกนแข่งกับเสียงคำราม 

    "โบ้! รับมัน!"

    เจ้าสุนัขคู่ใจรู้หน้าที่ มันกระโจนสวนเข้าไปทันที ไม่มีความลังเลในแววตา 

    ผิวหนังของโบ้เปลี่ยนสภาพจากขนสัตว์นุ่มนิ่มกลายเป็นสีเงินยวบยาบราวกับปรอท

    " [กำแพงเหล็กกล้า] !" 

    ตูม!!

    เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับรถสิบล้อชนกำแพงคอนกรีต คลื่นกระแทกซัดใบไม้รอบข้างจนปลิวว่อน

    แต่ครั้งนี้... กำแพงเป็นฝ่ายพังทลาย

    "เอ๋ง!"

    เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเป็นครั้งแรก 

    โบ้ต้านทานแรงมหาศาลไม่ไหว ร่างของมันกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกต้นไม้ใหญ่จนหักโค่นลงมาทับ

    "โบ้!!" 

    อคินตะโกนลั่น หัวใจกระตุกวูบ

    "บัวลอย!"

    แมวสาวอาศัยจังหวะชุลมุน กระโดดวูบจากกิ่งไม้สูงลงมาเกาะบนหลังของศัตรู 

    เธอเคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้า กรงเล็บที่อาบด้วยออร่าสีม่วงจางๆ ตวัดใส่ดวงตาของมัน

    เคร้ง!

    หมูป่ายักษ์สะบัดหัวอย่างรุนแรง ผิวหนังที่เป็นหินแกร่งทำให้กรงเล็บของบัวลอยทำได้เพียงขีดข่วนเป็นประกายไฟ

     มันกระแทกตัวเข้ากับต้นไม้ เบียดร่างเล็กๆ ของแมวสาวจนร่วงหล่นลงพื้น

    "แก... บังอาจทำร้ายเพื่อนฉัน!"

    เลือดในกายของอคินเดือดพล่าน 

    เขาพุ่งเข้าใส่พร้อมดาบในมือ สองเท้าถีบส่งร่างลอยตัวขึ้น ง้างดาบสุดแขนฟันเข้าที่ซอกคอซึ่งดูเหมือนจะมีรอยต่อของเกราะหิน

    " [ฟาดฟัน] !"

    แก๊ง!

    เสียงเหล็กกล้าปะทะหินผาดังแสบแก้วหู ดาบของเขาเด้งออกราวกับฟันเพชร 

    แรงสะท้อนย้อนกลับมาทำเอามือของอคินชาหนึบจนดาบหลุดมือกระเด็นไปไกล

    หมูป่ายักษ์ไม่ปล่อยโอกาสทอง มันหันขวับกลับมา งาหินแหลมคมยาวโง้งเสยเข้าที่ลำตัวของอคินเต็มแรง

    ผัวะ!

    "อั่ก!"

    อคินรู้สึกเหมือนถูกรถไฟชนเข้ากลางลำตัว โลกทั้งใบหมุนคว้าง 

    ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกพื้นดิน ลมหายใจขาดห้วง ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจากซี่โครงที่น่าจะหักไปหลายซี่

     

    [แจ้งเตือนวิกฤต: โครงสร้างกายภาพเสียหายหนัก]

    [ติดสถานะมึนงง]

     

    ภาพตรงหน้าของอคินเริ่มพร่ามัวและ... กระตุก

    มันไม่ใช่แค่อาการหน้ามืด แต่โลกของเขากำลังจะพังลงมา 

    ท้องฟ้าสีดำบิดเบี้ยวเป็นเส้นสถิตสีขาวชั่วขณะ

    หมูป่ายักษ์ตะกุยเท้า เตรียมพุ่งชนซ้ำเพื่อปิดบัญชี

    อคินพยายามตะเกียกตะกายหนี แต่ร่างกายไม่ยอมขยับตามคำสั่ง 

    ความหนาวเหน็บเริ่มเกาะกุมหัวใจ... ความหนาวที่ไม่ได้มาจากอากาศ แต่มาจาก 'ข้างใน'

    "ไม่... ไม่นะ... ฉันยังตายไม่ได้..."

    ภาพในหัวหมุนวน ความกลัวที่จะต้องกลับไปสู่ความมืดมิดเข้าเกาะกุมจิตใจ

    "ฉันยังหาแต้มไม่เจอ... ฉันจะสร้างบ้านที่ปลอดภัยให้มัน... ฉันจะมาตายตรงนี้ไม่ได้!"

    ...

    ในมิติซ้อนทับที่สายตาของมนุษย์มองไม่เห็น จิตวิญญาณบางสิ่งกำลังตื่นตระหนกสุดขีด 

    หน้าต่างระบบโฮโลแกรมตรงหน้าสั่นไหวและขึ้นตัวแดงเถือก

     

    [บ้าเอ๊ย! อคิน! อย่าเพิ่งตายนะ!]

    [คำเตือน: พลังเวทคงเหลือไม่เพียงพอ... การแทรกแซงโดยตรงจะทำให้จิตวิญญาณเสียหาย]

    [เปิดใช้งานสกิลลับ: ผสานวิญญาณ!]

    [เงื่อนไข: ค้นหาความปรารถนาที่แรงกล้าที่สุดของผู้ถูกสิงสู่]

     

    ติ๊ง!

     

    [ระบบ: ตรวจพบความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะ 'ปกป้อง'... กำลังทำการแมตช์ข้อมูล... คลาสอาชีพรอง 'ร่างทรง' ทำงาน]

    [เริ่มกระบวนการใช้งานสกิล: เข้าทรง]

    [เริ่มกระบวนการใช้งานสกิล: หยิบยืมพลัง] 

     

    วินาทีนั้น เวลาในโลกความจริงดูเหมือนจะเดินช้าลง

    ในห้วงภวังค์กึ่งเป็นกึ่งตาย จิตใต้สำนึกของอคินดึงความทรงจำหนึ่งขึ้นมา... 

    ไม่ใช่เทคนิคดาบ ไม่ใช่ทฤษฎีการต่อสู้ แต่มันคือความทรงจำที่บริสุทธิ์และทรงพลังที่สุดที่ผูกพันเขากับ 'แต้ม'

    ...

    ภาพย้อนอดีต... คืนฝนตกเมื่อ 3 ปีก่อน

    อคินในวัย 22 ปี ตัวเปียกโชก อุ้มลูกแมวจรจัดตัวน้อยที่หายใจรวยรินจากอุบัติเหตุรถชนวิ่งเข้าไปในศาลเจ้าจีนเก่าๆ

    หมอบอกว่าโอกาสรอดแทบเป็นศูนย์... อคินทำอะไรไม่ได้นอกจากพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    เขาทรุดตัวลงหน้าแท่นบูชา กลิ่นธูปควันเทียนลอยคละคลุ้ง พนมมือร้องไห้อ้อนวอนขอปาฏิหาริย์

    "ขอให้เขา... ขอให้เจ้าแมวน้อยตัวนี้รอดด้วยเถิด... ผมยอมแลกทุกอย่าง"

    สายตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาเหลือบไปเห็นรูปปั้นองค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างเจ้าแม่กวนอิม

    เทพเจ้าหน้าตาดุดัน สวมชุดเกราะนักรบจีนโบราณ 

    ในมือถือ 'กระบอง' ขนาดใหญ่ ยืนหยัดอย่างมั่นคงราวกับจะขวางกั้นภูตผีปีศาจทั้งปวง

    'เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยบู๊' ปางนักรบ หรือที่คนไทยรู้จักในนาม 'ท้าวเวสสุวรรณ' ผู้คุ้มครองและขจัดภัยบาล

    วินาทีนั้น จิตใจที่แตกสลายของอคินไม่ได้ต้องการแค่ความเมตตา... 

    แต่เขาต้องการ 'พลัง'... พลังที่จะปกป้องชีวิตเล็กๆ ในอ้อมแขนนี้จากพญามัจจุราช

    "ท่านครับ... ช่วยปกป้องมันที... แล้วผมสัญญาว่าจะดูแลมันเท่าชีวิต!"

    ...

    [เข้าทรงสำเร็จ]

    [หยิบยืมพลังสำเร็จ]

    [ได้รับบัฟพิเศษ : พลังแห่งยักษ์ 180 วินาที]

    [ได้รับสกิลพิเศษ : ทัณฑ์สวรรค์]

     

    "ฉัน... ต้อง... ปกป้อง..."

    อคินพึมพำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาที่เคยสิ้นหวังเปลี่ยนเป็นสีทองอำพันวาบหนึ่ง... 

    ไม่ใช่นัยน์ตาของมนุษย์ แต่เป็นนัยน์ตาของสัตว์ร้าย

    วูบ!

    บรรยากาศรอบตัวอคินเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ลมกระโชกแรงหมุนวนรอบร่าง 

    กลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้งถูกแทนที่ด้วยกลิ่นกำยานและธูปหอมที่รุนแรงจนฉุนกึก

    เงาร่างโปร่งแสงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นซ้อนทับด้านหลังของอคิน... 

    ร่างนั้นสูงเสียดฟ้า สวมชุดเกราะทองคำอร่าม ใบหน้าดุดันน่าเกรงขาม เขี้ยวโง้งยาว แผ่จิตสังหารที่ทำให้สรรพสัตว์ในป่าเงียบกริบ

    หมูป่าศิลาที่กำลังจะพุ่งชนชะงักกึก ขาหลังสั่นระริกโดยไม่ทราบสาเหตุ 

    สัญชาตญาณสัตว์ป่ากรีดร้องเตือนว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ 'เหยื่อ' อีกต่อไป แต่คือ 'เทพเจ้าแห่งการทำลายล้าง'

    อคินค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน บาดแผลที่ซี่โครงดูเหมือนจะถูกลืมไปชั่วขณะ

    มือขวาของเขายื่นออกไปข้างหน้า ดาบที่ตกอยู่บนพื้นลอยวูบกลับเข้ามาในมือราวกับแม่เหล็ก

    วิ้ง!...

    แสงสีทองสว่างวาบห่อหุ้มดาบเล่มนั้น โลหะบิดเบี้ยวและขยายขนาด 

    เปลี่ยนรูปร่างจากดาบคาตานะเพรียวบาง กลายเป็น 'กระบองยักษ์' ที่สลักลวดลายอักขระโบราณเรืองแสง

    "จง... ตาย... ซะ!"

    เสียงคำรามของอคินไม่ใช่เสียงของเขาเพียงลำพัง 

    แต่มันก้องกังวานทุ้มต่ำดุจเสียงฟ้าผ่า เป็นเสียงที่ซ้อนทับกันของคนและ... บางสิ่ง

    โฮกกกกกกกกกกกกก

    หมูป่ายักษ์กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว มันพยายามพุ่งชนเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด

    อคินก้าวเท้าไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว พื้นดินใต้เท้าแตกระแหงเป็นรอยร้าว

    เขาเหวี่ยงกระบองแสงในมือฟาดสวนลงไป

    " [ทัณฑ์สวรรค์] !"

    ตูมมมมมม!!!

    เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นป่า แสงสีทองสว่างวาบจนมองไม่เห็นสิ่งใดชั่วขณะ

    เมื่อแสงจางลง...

    เกราะหินที่เคยแข็งแกร่งแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 

    กระบองทุบเข้าที่กลางแสกหน้าของมินิบอสจนยุบลงไปจมดิน แรงกระแทกส่งผลให้พื้นดินยุบตัวเป็นหลุมกว้างรัศมีกว่า 5 เมตร

    อคินไม่หยุดแค่นั้น แววตาสีทองวาวโรจน์ เขาฟาดซ้ำ... ทุบ... ทุบ... และทุบ

    ตึง! ตึง! ตึง!

    ทุกครั้งที่ฟาด แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ร่างอันแข็งแกร่งของหมูป่าถูกฉีกกระชากจนแหลกเหลว ไม่เหลือเค้าโครงเดิม

     

    [ระบบ: สังหาร มินิบอส หมูป่าศิลาทมิฬ สำเร็จ]

    [เงื่อนไขเวลาสิ้นสุด: สกิล 'เข้าทรง' ปลดการใช้งาน] 

    [เงื่อนไขเวลาสิ้นสุด: สกิล 'หยิบยืมพลัง' คูลดาวน์ 72 ชั่วโมง]

    [แจ้งเตือน: พลังงานระบบเข้าขั้นวิกฤต... ปิดการทำงานฟังก์ชันเสริมทั้งหมด]

     

    ร่างเงาของท้าวเวสสุวรรณและกระบองวิเศษค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง ลอยหายไปในความมืด

    อคินทรุดฮวบลงกับพื้นเข่ากระแทกดิน หอบหายใจแฮกๆ ความเจ็บปวดจากกระดูกที่หักแล่นกลับมาเล่นงานทันทีที่อะดรีนาลีนหมดลง

    เขายกมือทั้งสองข้างที่สั่นเทาขึ้นมามองอย่างไม่เชื่อสายตา

    "เมื่อกี้... มันอะไรกัน... พลังนั่น..."

    เขามองไปที่ซากหมูป่าที่กลายเป็นกองเนื้อบด แล้วหันกลับมามองหน้าต่างระบบที่กะพริบถี่ๆ เหมือนหลอดไฟใกล้เสีย

     

    [ยินดีด้วย... นายรอดมาได้เพราะศรัทธาอันแรงกล้านะ]

     

    ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้น อคินยิ้มกว้างทั้งน้ำตาคลอ

    "ระบบ... ระบบเลือกฉันจริงๆ สินะ" 

    เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความตื้นตัน 

    "พลังแฝงของฉัน... ฉันพิเศษจริงๆ ด้วย!"

    อคินกัดฟันลุกขึ้น เดินโขยกเขยกไปหาเพื่อนร่วมทีม

    "โบ้... บัวลอย..."

    เขาใช้พลังเวทที่เหลืออยู่น้อยนิดร่ายสกิลฮีลพื้นฐานให้ทั้งคู่ 

    " [ปฐมพยาบาล] [ปฐมพยาบาล] !"

    แสงสีส้มจางๆ โอบล้อมร่างที่สะบักสะบอมของสัตว์เลี้ยงทั้งสอง

    "ขอโทษนะที่พามาเสี่ยง... แต่เราชนะแล้ว... เราชนะแล้ว"

    สามร่างที่บอบช้ำช่วยกันพยุงตัว อคินใช้กระเป๋ามิติสูบร่างของอสูรยักษ์ที่แน่นิ่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในทั้งตัว 

    ทิ้งไว้เพียงร่องรอยการต่อสู้จนพื้นที่แถวนั้นพังราบราวเกิดกับสงครามใหญ่ 

    เอาไว้ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ราวกับพยานแห่งชัยชนะ... และความลับที่ยังคงถูกซ่อนเร้น

    เมื่ออคินกลับมาถึงเต็นท์บนดาดฟ้าตึกร้าง เขาทิ้งตัวลงนอนทันทีที่หัวถึงหมอน

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:03]

     

    "ขอบคุณครับ... ท่านท้าวเวสสุวรรณ... ที่ตอบรับผม... ขอบคุณนะ... ระบบ" 

    อคินพึมพำเบาๆ ก่อนสติจะดับวูบไปราวกับเทียนที่ถูกเป่า

     

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน