ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 128 : ท้าประลองเป็นตาย!

    “อะไร!?” เสียงอุทานด้วยความตกใจดังลั่นไปทั่วทั้งเขตสีขาว


    ไม่ใช่แค่คนจากฝั่งมู่เถียนเท่านั้นที่ตกตะลึง แม้แต่อี้ทงเสวียนก็ตกใจเช่นกัน


    แม้ว่ากฎของสำนักจะมีข้อห้ามมิให้ลูกศิษย์เข่นฆ่ากันเอง แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่ นั่นคือการส่งสารท้าประลองเป็นตายที่ต้องได้รับการยินยอมจากทั้งสองฝ่าย!


    หากมีการฆ่ากันตาย ผู้ที่อยู่รอดคนสุดท้ายจะถูกละเว้นโทษจากทางสำนักและจะไม่มีใครสามารถเอาผิดผู้ที่อยู่รอดได้


    โดยปกติแล้วผู้ที่จะท้าประลองเป็นตายล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความแค้นหยั่งรากฝังลึก และการท้าประลองเป็นตายไม่มีให้เห็นในสำนักมาหลายปีแล้ว


    ใครจะคาดคิดว่าหยุนเฟยหยาง ศิษย์ใหม่ที่ยังไม่เคยลงสู่สนามประลองจะประเดิมการประลองด้วยการท้าประลองเป็นตายในทันที!


    การประลองในครั้งนี้จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะอยู่รอด! และการต่อสู้จะไม่สิ้นสุดจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายไป!


    สถานการณ์ได้บานปลายเกินควบคุมไปแล้ว!


    ความกล้าหาญและความเย่อหยิ่งของมู่เถียนหายไป ใบหน้าของมันหมองคล้ำดุจดั่งก้นหม้อในทันที


    ‘ชายผู้นี้บ้าไปแล้วหรือ!?’


    ‘มันคิดจะประลองเป็นตายกับข้าจริงๆหรือ!?’


    เมื่อมู่เถียนเงยหน้าขึ้นมาก็พบเข้ากับดวงตาที่ไร้อารมณ์ของจางหลิน แววตาคู่นั้นไม่ได้มีแม้แต่ความหวั่นกลัว หากแต่กำลังคุกรุ่นด้วยเจตนาฆ่าที่โหมกระหน่ำ!


    มู่เถียนรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี ราวกับว่าการตัดสินใจของมันในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์!


    ทว่าลูกศิษย์ด้านหลังมู่เถียนที่เพิ่งหายจากอาการตกตะลึงก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นในทันที


    “ฮ่าๆๆ! เจ้าหนูนี่อยากท้าประลองเป็นตายกับพี่มู่งั้นรึ!? มันล้อเล่นหรือไม่!?”


    “ไม่คาดคิดเลยว่าศิษย์ใหม่ปีนี้จะกล้าหาญถึงเยี่ยงนี้”


    “พลังยุทธ์ห่างชั้นราวฟ้ากับเหว แต่มันก็ยังกล้าที่จะท้าประลองเป็นตาย ดูเหมือนว่ามันคงจะเบื่อชีวิตแล้วจริงๆ!”


    “พี่มู่ ในเมื่อมันรนหาที่ตายนัก! ก็สนองให้มันรู้แล้วรู้รอดไป!”


    “.....”


    ขณะเดียวกันศิษย์ป้ายขาวทุกคนที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับจางหลินก็หน้าถอดสีไปตามๆกัน


    “ศิษย์น้องหยุน เจ้า…” อี้ทงเสวียนก็ยังพูดไม่ออก


    จางหลินเพียงแค่มองมู่เถียนอย่างไร้อารมณ์และกล่าวว่า “หากเป็นการท้าประลองเป็นตาย ข้าจะยอมรับสารท้าของเจ้า... ว่าอย่างไร? เจ้ายินยอมที่จะประลองเป็นตายกับข้าหรือไม่?”


    คำพูดของจางหลินทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ท่าทางของเขาไม่ได้ล้อเล่น และเขาก็ดูเอาจริงเอาจังเป็นอย่างยิ่ง


    นั่นทำให้มู่เถียนเริ่มที่จะรู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับว่ามียมทูตตนหนึ่งกำลังรอเวลาที่จะเก็บเกี่ยวชีวิตของมันไปอย่างไรอย่างนั้น


    ความรู้สึกที่เป็นลางร้ายนี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็มิอาจสลัดออกไปได้!


    “ฮึ่ม! เป็นแค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแต่ยังทำหยิ่งผยอง...” ชายหัวล้านข้างๆมู่เถียนพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ก่อนจะหันไปหามู่เถียนและตบหน้าอกอย่างแรง “พี่มู่ ให้ข้าจัดการเองเถอะ ขยะพรรค์นี้ไม่จำเป็นต้องถึงมือท่าน!”


    มุมปากของจางหลินโค้งขึ้น เขามองที่ชายหัวล้านและกล่าวเสริม “ข้าจะรับสารท้าประลองจากพวกเจ้าทุกคน แต่มีเงื่อนไขเดียวก็คือทุกการประลองต้องเป็นการประลองเป็นตายเท่านั้น! หากไม่กล้าก็อย่ามาเสนอหน้าให้ข้าเห็นอีก!”


    “เจ้า!” ชายหัวล้านชี้หน้าอย่างโกรธจัด


    ทว่าเมื่อเห็นลางร้ายในรูม่านตาของจางหลิน ร่างของมู่เถียนกลับสั่นสะท้าน เหงื่อเย็นๆเริ่มไหลพรากอย่างไม่สามารถควบคุมได้


    ‘ดวงตาที่กระหายเลือดคู่นั้น…’


    ‘เจ้าเด็กใหม่คนนี้คิดจะฆ่าพวกเราทุกคนจริงๆหรือ?’


    แต่ก่อนที่จะได้รับคำตอบจากมู่เถียน จู่ๆก็มีเสียงลั่นของระฆังดังขึ้นสองครั้งในเขตสีขาว เป็นสัญญาณว่าศิษย์ป้ายขาวที่เพิ่งมาใหม่ต้องไปที่ศาลาหงหยวนเพื่อร่ำเรียนพื้นฐานของวิชาแขนงต่างๆ


    จางหลินเหลือบมองไปยังทิศทางของเสียงระฆัง เขาทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้


    ฝีเท้าของเขาย่างกรายเข้าหาและยืนประจันหน้ากับมู่เถียนที่ยืนแข็งทื่อคล้ายรูปปั้นที่มีชีวิต


    จางหลินเดินเข้าไปตบไหล่มู่เถียนและพูดยอกย้อน “พรุ่งนี้ยามเฉิน ข้าจะรอเจ้าที่สนามประลอง อย่ามาสายล่ะ…”


    จากนั้นเขาก็เดินผ่านร่างของมู่เถียน ขณะเดียวกันเขาก็กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “โอ๊ะ ลืมบอกไป ข้าเองก็จะประกาศเรื่องนี้ไปทั่วทั้งสำนัก และข้าก็จะทำให้ทั้งสำนักรู้ด้วยว่าโจวเหยาเซียนเป็นคนสั่งให้เจ้ามายั่วยุข้า หากเจ้าไม่มาตามนัด อย่างมากที่สุดความขี้ขลาดของเจ้าจะทำให้ชื่อเสียงของโจวเหยาเซียนเสื่อมเสียไปด้วย และชะตากรรมของเจ้าหลังจากนี้คงจะไม่ดีนัก... ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าเจ้าจะตัดสินใจอย่างไร”


    เมื่อกล่าวจบเขาก็หันไปหาอี้ทงเสวียนและกล่าวว่า “ศิษย์พี่อี้ ช่วยกระจายข่าวการประลองเป็นตายให้ข้าที หลังจากนี้ข้าจะกลับมาตอบแทนท่านที่ช่วยข้า” จากนั้นเขาก็เดินไปที่ศาลาหงหยวนโดยไม่ได้สนใจการแสดงออกของมู่เถียนอีกต่อไป


    อากัปกิริยาที่จางหลินแสดงออกมาไม่เหมือนกับศิษย์ใหม่แม้แต่น้อย แต่เขาดูเหมือนศิษย์พี่ที่พยายามจะกดขี่ศิษย์น้องน้องอย่างไรอย่างนั้น!


    สถานการณ์ที่กลับตาลปัตรนี้ทำให้อี้ทงเสวียน มู่เถียนและคนอื่นๆรู้สึกมึนงง


    .

    .

    .


    ณ ยอดเขาสูงชันในบริเวณของสำนักจักรพรรดิดารา ที่ปลายเทือกเขามีศาลาเล็กๆตั้งอยู่ และมีร่างของหานซ่งที่กำลังชงชาให้แก่ใครบางคนอย่างปราณีต


    “เสี่ยวซ่ง เจ้าไปพบกับหยุนเฟยหยางมาแล้วใช่หรือไม่?” ชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดคลุมสีทองหันไปเอ่ยถามแก่หานซ่ง


    หานซ่งที่ยังคงชงชาพยักหน้าเบาๆ “ใช่”


    ชายหนุ่มในชุดสีทองยิ้มเล็กยิ้มน้อยพลันถามอย่างสนใจ “ในสายตาของเจ้า... เขาเป็นคนอย่างไร?”


    สีหน้าของหานซ่งเริ่มเคร่งขรึม เขาตอบกลับอย่างจริงจัง “หยุนเฟยหยางไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ แค่รัศมีของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้ารู้สึกหวาดหวั่น ข้าเองก็ไม่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว…”


    หานซ่งที่ชงชาเสร็จก็ยื่นถ้วยชาให้แก่ชายหนุ่มและตอบว่า “หากเขาได้มีโอกาสเติบโต เขาจะกลายเป็นคนที่น่าจับตามองอย่างแน่นอน”


    ชายหนุ่มในชุดคลุมสีทองที่ได้ยินก็หัวเราะอย่างชอบใจ “ฮ่าๆๆ แม้แต่เจ้าก็ยังประเมินเขาสูงถึงเพียงนี้ ช่างหายากจริงๆ”


    ชายหนุ่มผู้นี้คือหนึ่งในผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในบรรดาลูกศิษย์สำนักจักรพรรดิดารา เพราะเขาเป็นผู้ถือครองป้ายทมิฬและยังเป็นผู้นำของพรรควายุคราม!


    ชื่อของเขาคือหานตงหลิว


    หลังจากชงชาให้แก่หานตงหลิว หานซ่งก็นั่งลงข้างๆก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พี่ใหญ่ เหตุใดท่านถึงได้สนใจชายผู้นั้นนัก? แม้วีรกรรมของเขาจะฟังดูน่าสนใจ แต่ความแข็งแกร่งของเขายังห่างไกลจากคำว่าพอ หากเขาต้องการเข้าร่วมกับพรรควายุคราม”


    หานตงหลิวยิ้มเล็กยิ้มน้อย เขามองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะป้องมือข้างหูหานซ่งและกระซิบเบาๆ “อาจารย์บอกข้าว่า ผู้เฒ่าเฉาได้รับศิษย์คนหนึ่งที่เชิงเขาของสำนัก และคนๆนั้นชื่อหยุนเฟยหยาง”


    “อะไร!? ผู้เฒ่าเฉา—” ก่อนที่หานซ่งจะกล่าวจบประโยค หานตงหลิวก็รีบเอามือมาปิดปากหานซ่งไว้อย่างรีบร้อน 


    “อย่าเสียงดัง! เรื่องนี้มีเพียงแค่อาจารย์ของข้าและผู้เฒ่าเฉาเท่านั้นที่รู้ เจ้าห้ามไปบอกคนอื่นๆเชียว” เมื่อกล่าวจบหานตงหลิวก็ดึงมือออกมา ทำให้หานซ่งพยักหน้าอย่างเข้าใจและทำท่าปิดปากเงียบ

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740