“โอ๊ย!”ทหารร้องคำหนึ่งก็ถูกแทงอีกทีหนึ่ง ฉึก!
“อั๊ก!”ทหารร้องอีกคำก็ถูกถีบจนล้มลงไป ตัวหลุดจากใบดาบเืสาดกระเซ็นไปทั่ว ทหารคนอื่นๆก็ร้องะโ “มี...”
ฉั๊วะ!ทหารร้องได้คำเดียวก็ถูกฟันจนล้มลงไปแล้วเหล่ามือสังหารก็รีบเข่นฆ่าทหารอย่างไร้ความปรานีลงมือรวดเร็วว่องไวราวกับพายุพัดโหม ไม่ว่าพวกมือสังหารจะผ่านไปทางใด เส้นทางนั้นทหารล้วนตกตายราวใบไม้ต้องลมพายุหลุดร่วงลงจากต้น
หวงเสี่ยวเย่ามองดูอยู่ในเงามืดองครักษ์ก็มองดูอย่างเงียบๆ รอคำสั่งจากเ้านาย เสียงทหารร้องทำให้บ่าวในจวนสงสัยพวกเขาจึงออกมาดูเหตุการณ์ แล้วพวกเขาก็เห็นคนสวมชุดดำกำลังฆ่าทหาร พวกเขาร้องลั่น“อ้า! มีคนร้าย!---”
เสียงร้องนี้ทำให้คนอื่นๆ ในจวนล้วนใเ้าเมืองกว่างอานซึ่งกำลังจะเคลิ้มหลับสะดุ้งพรวดตื่นขึ้นมา “อะไร!?ๆ”
บ่าววิ่งพรวดเข้าไปในห้องนอนท่านเ้าเมืองชี้มือชี้ไม้“มีคนร้ายๆ”
เ้าเมืองรีบลุกทันที ะโลั่น “ทหาร!ไปจับตัวคนที่บังอาจบุกเข้ามา!”
“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วรีบแบ่งกำลังไปจับคนร้ายส่วนหนึ่งก็เฝ้าเรือนนอนท่านเ้าเมืองอย่างแข็งขัน ฮูหยินเ้าเมืองก็ลุกมากอดแขนสามีอย่างใกลัว“ท่านพี่”
“ไม่ต้องกลัวๆ มีข้าอยู่ทั้งคน”เ้าเมืองกว่างอานปลอบใจฮูหยิน สาวใช้ก็ขยับๆ ไปนั่งอยู่ใกล้ๆท่านเ้าเมืองอย่างหวาดกลัว เสียงต่อสู้ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เคร้งๆๆๆๆๆ
“โอ๊ย!”
“อั๊ก!”
“อ๊าก!”
ทหารที่คุ้มกันรอบเรือนนอนต่างก็ตั้งท่าเตรียมสู้สักพักพวกเขาก็เห็นคนร้ายไล่เข่นฆ่าทหารมาทางนี้แล้ว ทหารล้มตายลงไปทีละคนสองคนดูแล้วฝีมือคนร้ายจัดว่าเป็ยอดฝีมือแน่นอนทำให้พวกทหารล้วนกลืนน้ำลายอย่างหวาดหวั่น
หรือว่าข้าจะต้องตายในคืนนี้ ไม่ๆข้ายังไม่อยากตาย!
ทหารคนหนึ่งที่หวาดกลัวมากจึงแอบหนีไปอย่างเงียบๆคนอื่นๆ ก็เริ่มหนีไปทีละคน...ทีละคนจนเหลือทหารไม่กี่คนที่อยู่เผชิญหน้ากับคนชุดดำเ่าั้มือสังหารเข่นฆ่าทหารบุกไปจนถึงเรือนนอนเ้าเมืองหยุนเตอซึ่งปิดใบหน้าเอาไว้ตวาดว่า “ใครไม่อยากตายก็ถอยไป!”
ทหารกลืนน้ำลายเอือก!หยุนเตอตวาดอีก “ข้า้าหัวเ้าเมือง แต่ถ้าใครอยากตายข้าก็จะช่วยสงเคราะห์ให้!”
กลิ่นไอความตาย กลิ่นคาวเืลอยคลุ้งทำให้ทหารเผลอถอยหลังไปพวกหยุนเตอเดินหน้าไป ทหารก็ถอยหลังไปเรื่อยๆ หยุนเตอจึงสั่งว่า “ในเมื่อพวกมันไม่หนีก็ให้มันตายเถอะ”
“ขอรับ”ลูกน้องรับคำสั่งเสียงแข็งขันดุดันเหี้ยมโหดทหารสะดุ้งเฮือกแล้วพากันหันหลังหนีไปทันที “หว๋า!ไม่สู้แล้ว! ไม่ๆๆ”
หยุนเตอเหยียดยิ้มหยัน “หึ!”
มือสังหารคนหนึ่งจึงถีบประตูเรือนโคร้ม! ประตูเรือนถูกถีบจนเปิดอ้าออกนิดหนึ่ง มือสังหารก็ถีบอีกโคร้ม!
“อ้า!” สาวใช้บ่าวไพร่ใร้องลั่นพากันกอดกันกลมตัวสั่นงันงก ฮูหยินก็กอดสามีแน่น “อ้า!ท่านพี่ พวกมันจะบุกเข้ามาแล้ว!”
“พวกเ้ารีบไปขวางประตูซิ!” เ้าเมืองฯ สั่ง ตัวสั่นๆ บ่าวไพร่จึงพุ่งไปยันประตูเอาไว้อย่างหวาดกลัวมือสังหารจึงแทงดาบจนทะลุประตูสวบ!
“โอ๊ย!”บ่าวถูกดาบแทงถูกแขนก็ผงะถอยออกไป คนอื่นๆ ก็ใรีบผงะถอยกันหมด มือสังหารดึงดาบออกแล้วถีบประตูโคร้ม! บานประตูเปิดผาง! บ่าวไพร่ผงะถอยร่นไปทันทีพวกเขาเป็แค่บ่าวไร้วรยุทธ์มีแต่เรี่ยวแรงเอาไว้ทำงานหาบน้ำผ่าฟืนไหนเลยจะสู้มือสังหารได้
“พวกเ้าขวางมันเอาไว้!” เ้าเมืองฯ ตวาดอย่างหวั่นกลัว ขาก้าวถอยหลังไปจนติดฉากบังตา พวกบ่าวก็ละล้าละลังยืนทื่ออยู่อย่างนั้นพวกเขากลัวจนเข่าค่อยๆ อ่อนยวบลงไป บางคนก็กุมมือขอร้อง “ทะ...ทะ...ท่าน...จะ...จอม...ยะ...ยะ...ยุทธ์...วะ...ไว้...ชี...วิต...ดะ...ดะ...ด้วย”
“ไม่อยากตายก็รีบไสหัวไป!” หยุนเตอตวาด พวกบ่าวรีบคลานหนีทันที “ปะ...ปะ...ไป...ละ...ละ...แล้ว”
“พวกเ้า!”เ้าเมืองฯ สบถอย่างโมโห ในห้องเหลือเพียงเขากับฮูหยิน สาวใช้บ่าวไพร่ล้วนหนีเอาตัวรอดกันไปหมดแล้วหยุนเตอสั่งน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ฆ่ามันซะ ตัดหัวมาให้ข้า”
“ขอรับ” มือสังหารคนหนึ่งรับคำสั่งเดินย่างสามขุมเข้าไปเงื้อดาบขึ้น ฮูหยินร้องลั่นกอดสามีแน่น “อย่า!”
ฟิ้ว! ฉึก!
“โอ๊ะ!”มือสังหารร้องคำหนึ่ง เห็นบางสิ่งพุ่งไปปักฉากบังตาจนฉากล้มลงไปโคร้ม! เขารู้สึกเย็นวาบที่อก จากนั้นความเ็ปก็พุ่งขึ้นมาเขายกมือกุมอกทรุดลงไป พวกมือสังหารหันขวับไปข้างหลังทันทีพวกเขาเห็นคนชุดดำกลุ่มหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง ทำพวกเขาใไม่น้อย
“พวกเ้าเป็ใคร!?”หยุนเตอตวาดถาม หวงเสี่ยวเย่าตอบเนิบนาบ “คนที่จะเอาชีวิตพวกเ้าอย่างไรล่ะ”
“ขัดขวางข้า พวกเ้าก็ตาย!” หยุนเตอตวาดแล้วสั่งลูกน้องว่า “ฆ่าเ้าเมืองก่อน!”
“ขอรับ” ลูกน้องอีกคนรับคำสั่งแล้วหันไปจะฟันเ้าเมืองเขาชะงักกึก! เมื่อเห็นคนชุดดำยืนขวางอยู่ 4 คน เขาใมากพวกมันเข้ามาตอนไหน!?
“พาเ้าเมืองหนีไปก่อน” หวงเสี่ยวเย่าสั่ง องครักษ์รับคำสั่ง“ขอรับ”
แล้วองครักษ์สองคนก็หันไปพูดกับเ้าเมืองฯ ว่า“ตามข้ามา”
“พวกเ้าเป็ใคร?”เ้าเมืองถามอย่างหวั่นกลัว หวงเสี่ยวเย่าจึงพูดแทรกว่า “คนที่จะช่วยให้เ้ารอดชีวิตอย่างไรล่ะเลือกเอา จะไปกับข้าหรือจะตายอยู่ที่นี่? เื่ที่เ้าเขียนฎีกาเท็จล่วงรู้ไปถึงฮ่องเต้แล้วคนพวกนี้ก็คือคนที่จะมาฆ่าปิดปากเ้า ส่วนข้ามีหน้าที่มาพาเ้าไปพบเสนาบดีเฉินเ้าก็เลือกเอาเองละกันว่าจะตายอยู่ที่นี่หรือไปกับพวกข้า”
“อา...” เ้าเมืองฯ เข่าอ่อนทรุดลงไปร่ำร้องว่า “ตายๆๆ ข้าตายแน่ จบสิ้นแล้วๆ ข้าต้องถูกปะาแน่ๆ”
“ใครๆก็รู้ว่าเสนาบดีเฉินเป็ที่โปรดปรานขนาดไหน ไปกับข้าเ้ายังมีทางรอดแต่ถ้าไม่ก็เชิญเ้าตายอยู่ที่นี่ถูกคนพวกนี้ฆ่าไปเถอะ”หวงเสี่ยวเย่าพูดอย่างไม่ใส่ใจความเป็ความตายของเ้าเมืองฯ สักนิด เ้าเมืองคิดๆแล้วพยักหน้า “ข้าจะไปกับเ้า”
“เช่นนั้นก็ตามคนของข้าออกไปก่อน” หวงเสี่ยวเย่าบอกเ้าเมืองฯ พยักหน้าหงึกๆ “ได้ๆ”
หยุนเตอโมโหยิ่งนักที่พวกมันพูดกันไปพูดกันมาข้ามหัวเขาไปข้ามหัวเขามาหนอย! ข้ายังยืนอยู่ตรงนี้นะ!
“อย่าให้มันหนีไปได้!”หยุนเตอสั่ง ลูกน้องรับคำสั่ง “ขอรับ”
จากนั้นพวกลูกน้องก็พุ่งเข้าสู้กับกลุ่มคนที่มาขัดขวางดาบปะทะดาบเสียงดังเคร้งๆ คนสองกลุ่มเข้าสู้ห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็เอาตาย องครักษ์สองคนก็สู้กับพวกมือสังหารอีกสองคนก็คอยป้องกันเ้าเมืองฯ กับฮูหยินเอาไว้ พลางสั่งว่า “พวกเ้าตามข้ามา”
เ้าเมืองฯ พยักหน้าหงึกๆพาฮูหยินตามคนชุดดำทั้งสองคนนั้นไป องครักษ์คนหนึ่งสั่งว่า “ฮูหยินปล่อยสามีเ้าก่อน ข้าจะพาเ้าออกไปทางหน้าต่าง ส่วนเ้าก็ไปกับสหายของข้าพวกเ้าตัวติดกันเช่นนี้ข้าไม่อาจพาเ้าออกไปได้”
“ท่านพี่” ฮูหยินลังเล กอดสามีแน่นองครักษ์จึงพูดว่า “เลือกเอา จะไปกับข้าหรือจะรอให้ถูกพวกมันฆ่าตาย”
“ฮูหยิน เ้ารีบปล่อยข้าก่อน” เ้าเมืองฯบอกอย่างร้อนใจราวกับไฟลนก้น เขากลัวมาก กลัวว่าคนสองคนนั้นจะต้านมือสังหารพวกนั้นไม่ไหวแล้วมือสังหารก็จะพุ่งมาฆ่าเขาตายเขาแกะมือฮูหยินออกแล้วผลักนางให้กับคนชุดดำ คนชุดดำก็โอบเอวฮูหยินพาเหินออกไปทางหน้าต่างฮูหยินร้องลั่น “ว๊าย!”
นางกอดเอวคนชุดดำแน่นรู้สึกถึงมัดกล้ามอันแข็งแรง ทำนางรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดองครักษ์เหินลงบนพื้นด้านข้างเรือนแล้วโอบเอวฮูหยินพาวิ่งหนีไปในความมืดองครักษ์อีกคนก็คว้าเอวเ้าเมืองฯ แล้วพาเหินออกไปทางหน้าต่าง เ้าเมืองฯร้องคำหนึ่ง “เหวอ---”
เมื่อเท้าแตะพื้นองครักษ์ก็พาเ้าเมืองหนีไป วิ่งตามหลังสหายไป ขณะที่วิ่งอยู่นั้น พลัน! ทั้งสองก็ได้ยินเสียงนกร้อง “จิ๊บๆ...จิ๊บๆๆ...จิ๊บๆ...จิ๊บๆๆ”
เสียงนี้เป็สัญญาณขององครักษ์พวกเดียวกันพวกเขาจึงพาฮูหยินกับเ้าเมืองฯ วิ่งไปตามเสียงนกวิ่งไปสักพักก็เห็นองครักษ์ของเ้าตระกูลยืนรออยู่ พวกเขาจึงพาคนทั้งสองไปมอบให้องครักษ์ของเ้าตระกูลองครักษ์ปล่อยเ้าเมืองฯ แล้วพูดว่า “ข้าพาเ้าเมืองมาแล้ว”
“ดี” เฉินมู่อิ๋งชม องครักษ์ใ “อ้าว! ก็ไหนนายท่านว่าคุณชายจะไม่มาอย่างไรล่ะขอรับ?”
“ข้านอนจนหายเหนื่อยแล้วก็เลยมาดูเสียหน่อย”เฉินมู่อิ๋งบอก องครักษ์พูดอยู่ในใจ ท่านเป็ห่วงนายท่านสามต่างหากข้ารู้ทันหรอกน่า
“รถม้าข้าจอดอยู่นอกจวน พวกเ้าพาคนไปที่รถม้าก่อนข้าจะไปดูท่านตาสักหน่อย” เฉินมู่อิ๋งพูดแล้วก็เดินผ่านองครักษ์ของท่านตาสามไปองครักษ์ก็เดินตามไปกันหมด เ้าเมืองมองคนไม่ชัดเพราะตรงนี้มืดสลัวรู้แต่ว่าคนที่เจอเป็พวกเดียวกับสองคนนี้
“คุณชายไม่คิดจะให้นายท่านได้ยืดเส้นยืดสายสักหน่อยหรือขอรับ?” องครักษ์เย้าแหย่เฉินมู่อิ๋งหันไปตอบว่า “ข้าแค่จะไปดูเท่านั้น”
เขาตอบพลางเดินไปอย่างเนิบๆ ไม่เร่งไม่รีบองครักษ์จึงพาเ้าเมืองฯ กับฮูหยินเดินหน้าไป “พวกเ้ารีบตามข้ามา”
“อืมๆ” เ้าเมืองฯ พยักหน้าองครักษ์ก็พาทั้งสองออกไปเฉินมู่อิ๋งกับองครักษ์ประจำตัวก็เดินไปทางที่ได้ยินเสียงต่อสู้เฉินมู่อิ๋งไม่คิดจะไปช่วย เขาแค่จะไปดูการต่อสู้สนุกๆ เท่านั้นจริงๆฝีมืออย่างท่านตาสามต้องให้เขาลงมือช่วยรึ หึ!
เคร้งๆๆๆๆ
คนสองกลุ่มสู้กันไปสู้กันมาดาบปะทะดาบจนเกิดประกายแล๊บแปร๊บปร๊าบ ทั้งสองกลุ่มสู้กันอย่างสุดฝีมือ พวกหยุนเตอก็จัดว่าเป็ยอดฝีมือพวกหวงเสี่ยวเย่าก็เป็ยอดฝีมือเช่นกัน แต่ฝีมือของพวกหวงเสี่ยวเย่านั้นเหนือกว่าพวกหยุนเตอทำให้พวกหยุนเตอเพลี้ยงพล้ำถูกฟันหลายทีแล้วหากไม่ใช่เพราะสวมเกราะอ่อนอยู่ใต้อาภรณ์เกรงว่าคงถูกฟันจนได้แผลใหญ่นับไม่ถ้วนแน่นอนหยุนเตอคิดๆ พลางสู้ไปด้วย คนที่เขากำลังประมือด้วยช่างมีฝีมือล้ำลึกกว่าเขาดังนั้นยิ่งสู้ต่อไปเขาก็จะยิ่งเพลี้ยงพล้ำมากขึ้น เช่นนั้นก็ใช้กลยุทธ์อันดับหนึ่งในการเอาตัวรอดเถอะ!
“ไป!”เขาะโสั่งแล้วอาศัยจังหวะถอยรีบวิ่งหนีไปทันที ลูกน้องคนอื่นๆเห็นหัวหน้าหนีไปแล้ว พวกเขาก็รีบหนีตามไปทันที องครักษ์ถามเ้านาย “จะตามไหมขอรับ?”
“ไม่ต้อง” หวงเสี่ยวเย่าบอก “ตามไปตอนนี้อันตรายเกิดพวกมันแอบซุ่มอยู่พวกเราจะเสียเปรียบ”
เฉินมู่อิ๋งมาถึงทันเห็นพวกมือสังหารหนีไปแล้วเขาจึงเดินไปหาท่านตาสาม บ่นว่า “ว้า! ข้ามาช้าไปหรือนี่เลยไม่ทันได้ดูท่านตาสู้กับพวกนั้นเลย”
“หนอย!เ้าเด็กนี่นี่ คิดแต่จะชมดูเื่สนุก เ้าห่วงข้าบ้างไหม!”หวงเสี่ยวเย่าโมโหจนหน้ากระตุกยึกยักเฉินมู่อิ๋งจึงเดินไปเกาะแขนท่านตาสามประจบว่า “ถ้าไม่ห่วงข้าจะมาทำไมล่ะท่านตาพอตื่นมาข้าก็รีบมาช่วยท่านนี่ไง”
“หึ! ตื่นหรือว่าเพิ่งจะเสพสุขเสร็จสมอารมณ์หมายกับแม่พวกสาวใช้พวกนั้นของเ้ากันแน่”หวงเสี่ยวเย่าดักคอหลานชาย เฉินมู่อิ๋งยกมือสาบาน “ข้าเพิ่งตื่นจริงๆ ท่านตาถ้าท่านไม่เชื่อข้าขอให้ฟ้าผ่าจ่างเกิงขอรับ”
“อ๋า!”จ่างเกิงปากอ้าตาค้าง หวงเสี่ยวเย่าจึงเขกศีรษะหลานทีหนึ่ง “หนอย! เ้าตัวกะล่อน!”
เฉินมู่อิ๋งเอียงศีรษะหลบ “อ้าๆท่านตาอย่าเขก เดี๋ยวข้าฉี่รดที่นอนนะขอรับ”
คนอื่นๆ แอบขำคิกคักบรรยากาศเช่นนี้พวกเขาไม่ได้เห็นมานานแล้วคุณชายช่างมีความสามารถในการยั่วโมโหคนเหมือนเดิมจริงๆหวงเสี่ยวเย่าหันไปถามองครักษ์ “แล้วเ้าเมืองล่ะ?”
“สองคนนั่นถูกส่งไปที่รถม้าแล้วล่ะท่านตาเมื่อกี้ข้าเจอพวกเขาจึงให้พาไปที่รถม้าก่อน” เฉินมู่อิ๋งบอกหวงเสี่ยวเย่าพยักหน้า “เช่นนั้นก็กลับกันเถอะ”
“ขอรับ” เฉินมู่อิ๋งพยักหน้ากอดแขนท่านตาสามหวงเสี่ยวเย่าจึงดึงแขนออกแล้วเก็บกระบี่เข้าฝัก เฉินมู่อิ๋งถอยหลังไป เมื่อท่านตาสามเก็บกระบี่แล้วเขาก็ก้าวไปเกาะแขนท่านตาสามอย่างประจบประแจง“ไปกันเถอะขอรับ”
“อืมๆ” หวงเสี่ยวเย่าพยักหน้าถึงเขาจะมีหลานสายตรงของตัวเอง แต่เขาก็รักหลานคนนี้ไม่น้อยเช่นกันบางทีอาจจะรักมากกว่าหลานตัวเองก็ได้ พวกองครักษ์ก็เก็บดาบเก็บกระบี่เดินตามเ้านายทั้งสองไปจนกระทั่งไปถึงรถม้า หวงซีถิงก็กุมมือรายงานว่า “คนอยู่ในรถม้าเ้าค่ะ”
“อืม” เฉินมู่อิ๋งพยักหน้าทีหนึ่งเขาขึ้นไปบนรถม้า ฮูหยินใที่จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาในรถ “ว๊าย!”
“ไม่ต้องใไปฮูหยิน” เฉินมู่อิ๋งบอก หวงเสี่ยวเย่าก็ขึ้นไปนั่งในรถม้าฮูหยินยิ่งนั่งเบียดสามีจนไร้ช่องว่างแล้ว หวงเสี่ยวเย่าก็สั่งว่า “กลับเรือน”
“ขอรับ” จงอีรับคำสั่งแล้วตีให้ม้าออกเดินรถม้าก็เคลื่อนไปข้างหน้า สาวใช้และพวกองครักษ์จึงเดินรายล้อมอารักขารถม้า
ภายในรถม้า เ้าเมืองฯ มองๆ คนทั้งสองถามว่า “พวกเ้าเป็ใคร?”
คนหนึ่งปิดหน้าปิดตาเห็นแต่ลูกตาอีกคนก็เป็เด็กหนุ่มผิวคล้ำหน้าตาไม่เคยเห็น แต่ดวงตาของเด็กหนุ่มดูคุ้นๆ ตาชอบกลเฉินมู่อิ๋งตอบว่า “ข้า เฉินมู่อิ๋ง”
“หา!” เ้าเมืองฯใ เขาจ้องเด็กหนุ่มเขม็ง ฮูหยินหันหน้าไปมองเด็กหนุ่มเช่นกัน นางมองๆแล้วจดจำดวงตาคู่นั้นได้ “โอ้! เป็คุณชายเฉินจริงๆ”
“เอาล่ะ ข้าจะไม่พูดมากความท่านมีหลักฐานที่เสนาบดีไฉยักยอกเสบียงหรือไม่?” เฉินมู่อิ๋งถามเข้าประเด็นทันทีเ้าเมืองฯ ส่ายหน้า “ไม่มี”
“เช่นนั้นความผิดนี้ท่านก็รับไว้คนเดียวเถอะ”เฉินมู่อิ๋งพูดอย่างไม่แยแส เ้าเมืองฯ รีบลงไปคุกเข่า “คุณชายโปรดช่วยข้าด้วยเถอะเรารู้จักกันมาตั้งนาน ท่านช่วยให้ข้ารอดพ้นโทษตายด้วยเถอะขอรับ”
เขาโขกศีรษะโปกๆ ฮูหยินก็ลงไปคุกเข่าข้างๆสามีโขกศีรษะโปกๆ เช่นกัน “คุณชายเมตตาพวกเราด้วยเ้าค่ะ”
“พวกท่านมีความผิดโทษฐานยื่นฎีกาเท็จหลอกลวงเบื้องสูงกับยักยอกเสบียงเอาไว้เสียเอง แค่ 2 ความผิดนี้ก็เพียงพอให้พวกท่านถูกปะาเก้าชั่วโคตรแล้วหากไม่มีสิ่งใดที่จะเป็หลักฐานว่าเสนาบดีไฉยักยอกเสบียง ข้าจะเก็บพวกท่านไว้เพื่อประโยชน์อะไร”เฉินมู่อิ๋งพูดอย่างไม่แยแส เ้าเมืองฯ รู้ดีว่าหากไม่มีผลประโยชน์ให้ขุนนางเฉิน จะเก็บพวกเขาไว้เปลืองข้าวสุกทำไมเขาเป็ขุนนางมาก่อนขุนนางเฉิน ดังนั้นเื่นี้เขารู้ดีแก่ใจแต่เขาไม่มีหลักฐานอะไรที่จะโยงใยได้ว่าเสนาบดีไฉยักยอกเสบียงสักนิดเป็เขาที่ยักยอกเสบียงแล้วนำไปส่งมอบให้คนของเสนาบดีไฉอีกทอดหนึ่งเขาไม่มีหลักฐานใดๆ เลย เขาอัดอั้นตันใจจนร้องไห้ออกมาแล้ว “ฮือๆๆๆขุนนางเฉินได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะ ข้าขอร้องท่าน ข้าขอร้องท่าน ลูกๆ ข้า เมียทั้งหลายของข้าจะต้องตายกันหมดแน่หากท่านไม่ช่วยเหลือฮือๆๆๆ...”
“ข้าก็อยากช่วยท่าน แต่ท่านไม่มีหลักฐานอะไรเลยนี่นาแล้วข้าจะช่วยได้อย่างไร ฎีกาเท็จเ่าั้ก็เป็ท่านส่งไป เสบียงก็เป็ท่านรับมาชาวบ้านไม่ได้รับเสบียงแจกจ่ายก็มีพยานทั้งเมือง ฝ่าาสืบความนิดเดียวก็ทราบแล้ว ท่านคิดจะใช้เส้นผมปิดแผ่นฟ้าท่านจะปิดได้นานสักเท่าไหร่ยามนี้เื่ทั้งหลายที่ท่านทำล้วนแดงขึ้นมาแล้ว ต่อให้ท่านยืมมือเทพมาปิดแผ่นฟ้าก็ไม่อาจปิดมิดแล้วท่านก็รับกรรมที่ท่านก่อไปเถอะ” เฉินมู่อิ๋งพูดเนิบนาบอย่างไม่ใส่ใจเ้าเมืองเงยหน้าขึ้นขู่ว่า “ถ้าท่านไม่ช่วยข้าเช่นนั้นเื่ที่ท่านเดินได้ข้าจะกราบทูลให้ฮ่องเต้ทราบ”
“นี่ๆ ท่านคิดว่าฮ่องเต้ไม่เคยเห็นข้าเดินหรืออย่างไรข้าก็แค่ป่วยอ่อนแอจนขาอ่อนแรง ไม่ได้ง่อยเปลี้ยเสียขาเดินไม่ได้สักหน่อย”เฉินมู่อิ๋งเยาะหยัน เ้าเมืองชะงักไป ฮูหยินรีบพูดแทนสามี “ขออภัยคุณชายๆสามีข้าเลอะเลือนไปชั่วครู่จึงได้ล่วงเกินคุณชายแล้ว ขอคุณชายได้โปรดอย่าได้โกรธเคืองเลยเ้าค่ะ”
“ฮูหยิน ข้าไม่โกรธเคืองสามีท่านหรอกเห็นแก่ที่ท่านเคยให้การต้อนรับข้า ข้าจะให้โอกาสพวกท่าน มีหลักฐานอะไรที่จะเอาผิดเสนาบดีไฉได้ก็รีบนำออกมา”เฉินมู่อิ๋งบอก เ้าเมืองฯ ยิ่งร้องไห้โฮๆ “ฮือๆๆๆ... ไม่มีๆข้าไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่าง ข้าตายแน่ ข้าตายแน่ๆ โฮ...”
“ฮือๆๆๆคุณชายได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิดเ้าค่ะ” ฮูหยินร้องไห้ขอร้องน้ำตาไหลพรากๆ
เฉินมู่อิ๋งพูดอย่างเฉยชา “เช่นนั้นข้าก็ช่วยพวกท่านไม่ได้จริงๆ”
“ฮือๆๆๆคุณชายเห็นแก่ไมตรีเก่าก่อนได้โปรดช่วยครอบครัวข้าด้วยเถอะ” ฮูหยินยื่นมือไปจับชายกางเกงขอร้องน้ำตานองหน้าเฉินมู่อิ๋งส่ายหน้า “ข้าก็อยากช่วยแต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานอะไรที่จะชี้ชัดว่าเขาถูกเสนาบดีไฉบงการแล้วข้าจะช่วยได้อย่างไร”
“ฮือๆ ข้ามีหลักฐานอยู่อย่างหนึ่งไม่ทราบว่าคุณชายพอจะช่วยเหลือได้หรือไม่?” เ้าเมืองฯ รีบพูดทั้งน้ำตา เฉินมู่อิ๋งถาม“หลักฐานอะไร?”
“ข้าจะพาท่านไปดู”เ้าเมืองบอกแล้วกระซิบกระซาบเสียงเบาว่า “ไปที่ศาลเ้าร้างข้างกำแพงเมืองทางทิศใต้”
เฉินมู่อิ๋งจึงลุกออกไปกระซิบสั่งจงอีว่า “ไปที่ศาลเ้าร้างข้างกำแพงเมืองทางทิศใต้”
“ขอรับคุณชาย” จงอีรับคำสั่งแล้วบังคับม้าไปเฉินมู่อิ๋งถอยกลับเข้าไปนั่งในรถม้า เ้าเมืองกับฮูหยินก็พยายามสงบสติอารมณ์เ้าเมืองรู้ดีว่าทางรอดของเขาตอนนี้ก็คือเกาะขาใหญ่ๆ ของเสนาบดีเฉินเอาไว้ให้ดีเพราะเสนาบดีไฉลอยแพเขาแล้วถึงขนาดส่งคนมาฆ่าเขาถึงจวนถ้าเขาไม่เข้าร่วมกับเสนาบดีเฉินชีวิตน้อยๆ นี้ได้ตกตายแน่นอน
จนกระทั่งถึงศาลเ้าร้าง รถม้าก็หยุดลงจงอีบอกว่า “ถึงแล้วขอรับ”
เฉินมู่อิ๋งจึงเดินลงจากรถม้าแสร้งทำท่าอ่อนแอเดินกระย่องกระแย่ง หวงซีอิ๋งรีบช่วยประคองคุณชายเดิน เ้าเมืองฯลงจากรถม้า ฮูหยินก็ลงตามไปด้วย นางไม่กล้านั่งอยู่ในรถม้าตามลำพังกับชายชุดดำที่ปิดหน้าปิดตาไม่พูดไม่จาคนนั้นนางรู้สึกกลัวเขามาก นางเกาะแขนสามีเดินไปกับเขาหวงเสี่ยวเย่าเดินตามหลังไปท่าทางสบายๆ
“ไฟๆ ข้าขอโคมไฟหน่อย” เ้าเมืองบอกองครักษ์คนหนึ่งก็ยื่นโคมไฟให้ เ้าเมืองรับโคมไฟมาแล้วเดินนำไป เฉินมู่อิ๋งเดินตามไปหวงซีเหยาถือโคมไฟส่องทางให้ หวงเสี่ยวเย่าเดินตามหลังไป เ้าเมืองเดินเข้าไปในศาลเ้าร้างเขาเดินเข้าไปตรงหลังแท่นเ้าแม่กวนอิม เขาจับแท่นเสียบโคมไฟบนผนังบิดไปด้านข้างแล้วใช้กุญแจที่ห้อยคออยู่ไขเข้าไปในรูกุญแจบนผนังเสียงดังแกร๊กๆ จากนั้นผนังตรงนั้นก็เลื่อนดังครืดดดด...ครืดดดด
ผนังเปิดออกเป็ช่อง เ้าเมืองเดินนำเข้าไปฮูหยินเดินตามหลัง หวงซีอิ๋งเดินตามไป เฉินมู่อิ๋งเดินตามหลังหวงซีเหยาเดินตามไปถือโคมไฟส่องทางให้นายท่านสาม หวงเสี่ยวเย่าเดินตามไป องครักษ์ก็เดินตามไป5 คน ส่วนที่เหลือก็เฝ้าอยู่ด้านนอก ทางเดินเป็ขั้นบันไดลาดต่ำลงไปเรื่อยๆคาดว่าเป็ห้องใต้ดิน เมื่อเดินไปจนสุดทางก็เป็ห้องๆ หนึ่ง มีหีบไม้เรียงอยู่หลายสิบใบเ้าเมืองดึงแขนออกจากมือฮูหยิน เดินไปเปิดหีบที่มีฝุ่นจับหนา เมื่อหีบเปิดออกสิ่งของข้างในก็สะท้อนแสงแวววาวเ้าเมืองหันไปพูดว่า “นี่คือทองที่ได้จากการขายเสบียง ข้าค่อยๆ ทยอยขายเสบียงออกไปแล้วนำเงินไปซื้อทองมาหลอมตีตราตระกูลไฉรอมอบให้คนของเสนาบดีไฉ”
เฉินมู่อิ๋งเดินเข้าไปหยิบทองมาดูก้อนหนึ่งมีตราตระกูลไฉอยู่จริงๆ เขาวางทองกลับไปแล้วพูดว่า “แต่หลักฐานเพียงเท่านี้ก็ยังไม่สามารถเอาผิดเ้าเฒ่านั่นได้หรอกนะ”
“แต่มีตราตระกูลไฉนะ” เ้าเมืองแย้งเฉินมู่อิ๋งส่ายหน้า “หากทางฝ่ายนั้นบอกว่าถูกท่านใส่ร้ายล่ะทองเช่นนี้จะหลอมอย่างไรตีตราตระกูลไหนก็ทำไม่อยากเลยทองแค่นี้ไม่สามารถเอาผิดเ้าเฒ่านั่นได้หรอก”
“โธ่ แล้วข้าจะทำอย่างไรดี?” เ้าเมืองฯอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกรอบแล้ว เฉินมู่อิ๋งยิ้ม “แต่ข้ามีวิธีช่วยให้เ้ารอดพ้นความตาย”
“วิธีไหน?”ทั้งเ้าเมืองทั้งฮูหยินถามพร้อมกัน เฉินมู่อิ๋งบอก “มอบทองให้ข้า แล้วข้าจะช่วยให้พวกเ้าหนีไปพวกเ้าไปอยู่ที่เมืองเว่ยหง ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นย่อมไม่ลำบากยากแค้นอะไร”
เ้าเมืองฯ คิดๆ แล้วพยักหน้า “ได้ๆข้าจะทำตามที่ท่านบอก”
เขาคิดดีแล้วเข้าไปซุกอยู่ใต้ปีกตระกูลหวงย่อมเป็ทางรอดที่ดีที่สุดของเขาในเวลานี้อีกทั้งตระกูลหวงกับเขาก็มีสัมพันธ์ไมตรีที่ดีต่อกันมาหลายปีแล้วเขาเชื่อว่าหวงห้าวหยางจะเห็นแก่ไมตรีที่มีมานานยอมช่วยเหลือเขาอย่างดีอีกทั้งทองแค่นี้ก็เป็ของนอกกาย ไม่ใช่ทรัพย์สินของเขาสักหน่อยเขาแค่เก็บไว้ให้เสนาบดีไฉ ในเมื่อเสนาบดีไฉส่งคนมาฆ่าเขาปิดปากเช่นนั้นทองพวกนี้เขาก็จะใช้ซื้อชีวิตกับขุนนางเฉินนี่แหละ ในเมื่อใช้ประโยชน์จากเขาแล้วคิดจะฆ่าเขาปิดปากแล้วทำไมเขาจะต้องเหลือทองไว้ให้เ้าเสนาบดีเฒ่านั่นด้วยเล่า หึ!
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ