บทที่ 59 ชุดเกราะระบำดอกไม้ไฟ
“ช่างเป็นชุดเกราะที่งดงามจริงๆ!”
สตรีมักชอบสิ่งงดงาม
โม่หงเหลียนจับมือน้องสาวคนเล็กและมองไปรอบๆหลังจากยืนยันว่าไม่มีอันตรายใดๆ นางจึงปล่อยมือของโม่ไป๋โหยว
จากนั้นคนหกคนก็เข้าไปในห้องหินด้วยความระมัดระวัง
“โต๊ะเครื่องแป้งหิน กระจกหินเตียงหิน...นี่ดูเหมือนจะเป็นห้องส่วนตัวของสตรี”
การตกแต่งด้วยหินที่วิจิตรงดงามทำให้เย่อู๋เชวียเข้าใจว่าที่นี่ดูเหมือนจะเป็นห้องนอนของสตรีจริงๆจากนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกาย ชื่อของถ้ำนี้คือฮั่วเซียงมันควรเป็นชื่อของหญิงสาวตั้งแต่แรก
“ซัว…”
โม่ไป๋โหยวรอแทบไม่ไหวที่จะสวมชุดเกราะที่แขวนอยู่บนกำแพงหินด้านซ้ายนางหยิบชุดเกราะลงมาด้วยความกระตือรือร้นและทันใดนั้นแสงที่สว่างไสวก็สาดส่องออกมาจากชุดเกราะอย่างงดงาม
“มันงดงามจริงๆ!”
เสียงที่คมชัดของโม่ไป๋โหยวเต็มไปด้วยความประหลาดใจและสายตาของทุกคนก็ถูกดึงดูดด้วยแสงสีเหลืองนวล
โม่ไป๋โหยวชำเลืองมองพี่สาวคนโตอย่างกระตือรือร้นคนหลังส่ายหน้าและยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นโม่หงเหลียนก็โบกมือเบาๆและม่านแสงสีดำก็เข้าครอบคลุมร่างกายของโม่ไป๋โหยวจนทำให้คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นร่างของหญิงสาวได้
“ครืน…”
หลังจากหายตัวไปไม่นานโม่ไป๋โหยวก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งแต่ในเวลานี้นางได้สวมชุดเกราะที่ปลดปล่อยแสงสีเหลืองนวลจางๆ ออกมา!
หลังจากมองไปยังโม่ไป๋โหยวแล้วดวงตาของเย่อู๋เชวียก็เปล่งประกายด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ!
นี่เป็นชุดที่สร้างขึ้นจากวัสดุที่คล้ายผ้าไหมบริเวณลำตัวมีแผ่นเหล็กบางๆ ที่ถูกทำให้แนบชิดกับลำตัวได้อย่างพอดิบพอดีมีลายดอกกล้วยไม้สีเหลืองอ่อนสลักอยู่บนกระโปรงและเข็มขัดผ้าสีขาวก็ถูกทำขึ้นมาอย่างงดงามกลมกลืนเส้นผมสีดำยาวของโม่ไป๋โหยวถูกม้วนขึ้นทำให้ลักษณะท่าทางของนางก็ดูเข้มแข็งแตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
สิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าคือเมื่อชุดเกราะห่อหุ้มร่างกายของโม่ไป๋โหยวแสงสีเหลืองนวลของมันยิ่งเปล่งประกายสดใสมากกว่าเดิมหลายเท่าจนทำให้หญิงสาวมีลักษณะคล้ายกับเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ผู้สูงส่ง!
“เสี่ยวโหยว เจ้าดูดีจริงๆ!”
หลินอิงหลัวผู้ซึ่งมีอารมณ์เย็นชาอยู่เสมอเป็นคนแรกที่กล่าวชื่นชมนางอดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อสัมผัสชุดเกราะที่งดงามและแปลกประหลาดนี้
“พี่อิงหลัวมันยังมีอีกหลายตัวพี่ใหญ่ พี่รอง พวกเจ้าก็มาลองด้วย!”
หญิงสาวทั้งสามมองหน้ากันและพยักหน้าอย่างเขินอายจากนั้นพวกนางก็รีบหยิบชุดเกราะจากกำแพงหินลงมา
“ครืน…”
แสงสีดำปรากฏขึ้นอีกครั้งและปกคลุมร่างของหญิงสาวทั้งสามคนอย่างสมบูรณ์และหลังจากนั้นไม่นานเมื่อแสงสีดำหายไป ร่างของพวกนางก็ปรากฏขึ้น
แม้จะเห็นความงามของโม่ไป๋โหยวเป็นตัวอย่างแล้วแต่เมื่อมองไปที่หญิงสาวทั้งสามเย่อู๋เชวียยังอดที่จะสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บไม่ได้!
“ฟู่…”
ซือหม่าอ๋าวที่อยู่ข้างๆพยายามกลั้นหายใจเพื่อระงับความตื่นเต้นของตัวเอง!
สาวงามทั้งสามยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาอย่างสง่างามและคนที่อยู่ตรงกลางคือโม่หงเหลียน
ชุดเกราะสีแดงเป็นเหมือนดอกบัวสีแดงบานสะพรั่งเอวของหญิงสาวคอดกิ่วและเข้ากับอารมณ์ของโม่หงเหลียนได้เป็นอย่างดีเส้นผมสีดำของนางถูกเกล้าเป็นมวยเรียบร้อยและรอยยิ้มของโม่หงเหลียนได้ทำให้จิตใจของเย่อู๋เชวียและซือหม่าอ๋าวยุ่งเหยิงไปชั่วขณะ
ที่ยืนถัดจากโม่หงเหลียนไปทางด้านขวาคือหลินอิงหลัวนางสวมชุดเกราะสีม่วงงดงามราวกับเทพธิดาจากสวรรค์กระโปรงสีม่วงทำให้กลิ่นอายของนางมีความเย้ายวนมากขึ้นในขณะเดียวกันช่วงคอของชุดเกราะก็เผยให้เห็นช่วงไหล่ที่ขาวผ่องกระโปรงสีม่วงที่พลิ้วไหวเป็นเหมือนปีกผีเสื้อหิมะที่ทั้งงดงามและเย็นชา
คนที่อยู่ด้านซ้ายสุดคือโม่ชิงเย่นางไม่ชมชอบกล่าววาจาและกลิ่นอายของนางก็หลอมกลืนไปกับธรรมชาติอย่างลงตัวชุดสีเขียวมรกตปกคลุมร่างกายที่บอบบางของนางเหมือนหมอกในยามรุ่งอรุณโม่ชิงเย่ซึ่งเป็นหญิงสาวที่อบอุ่นและอ่อนโยน เมื่อสวมชุดเกราะสีเขียวนี้ท่าทางของนางยิ่งชวนให้ผู้คนเกิดความรักและทะนุถนอมมากยิ่งขึ้น
เมื่อรวมกับโม่ไป๋โหยวที่อยู่ด้านข้างสาวงามทั้งสี่ยิ่งเปล่งประกายราวกับหยดน้ำค้างพวกนางเป็นเหมือนดวงดาวทั้งสี่ที่ส่องแสงสว่างไสวจากฟากฟ้าหญิงสาวทั้งสี่คนล้วนมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และเย่อู๋เชวียก็รู้สึกชื่นชมอยู่ในใจ!
แม้ว่าหญิงสาวทุกคนจะมีความงามไม่เป็นรองกันแม้แต่น้อยแต่สายตาของซือหม่าอ๋าวยังคงจับจ้องอยู่ที่หลินอิงหลัวโดยไม่กะพริบตาแม้แต่ครั้งเดียวความลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นถูกแสดงออกผ่านสีหน้าของเขาอย่างชัดเจน
“เสี่ยวโหยวพูดถูกชุดเกราะเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีรูปทรงที่งดงามเท่านั้นแต่มันยังถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุที่พิเศษอีกด้วย แม้ว่ามันจะเป็นชุดเกราะแต่ก็สวมใส่ได้อย่างสะดวกสบายและมีการระบายความร้อนที่ดีข้ารู้สึกว่ามันสามารถมอบความอบอุ่นในฤดูหนาวและความเย็นสบายในฤดูร้อนให้กับพวกเราได้อย่างแน่นอน”
โม่หงเหลียนสัมผัสกระโปรงซึ่งทำมาจากเนื้อผ้าที่แปลกประหลาดผ้าลักษณะนี้มีสัมผัสที่ละเอียดอ่อนเหมาะสมที่จะถูกสร้างเป็นอาภรณ์ของสตรีอย่างไรก็ตามนางค่อนข้างมั่นใจว่าในชีวิตของนางไม่เคยเห็นผ้าลักษณะนี้มาก่อน
“มันทำมาจากวัสดุพิเศษข้าคิดว่ามันอาจจะป้องกันน้ำไฟได้ด้วยซ้ำ”
หลินอิงหลัวลูบชุดเกราะของตัวเองและดวงตาของหญิงสาวก็มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“ฮิฮิ เสี่ยวโหยวมีความสุขมาก!”
โม่ไป๋โหยวหมุนตัวอย่างมีความสุขและใบหน้าของนางก็ปรากฏรอยยิ้มที่ไม่สามารถปิดบังได้
“หืม ดูสิมีตัวอักษรสลักอยู่บนกำแพงหินนี้!”
โม่ไป๋โหยวที่กำลังหมุนตัวจู่ๆก็มองไปเห็นอักขระตัวเล็กๆที่ถูกแกะสลักไว้บนผนังถ้ำในบริเวณที่ชุดเกราะเคยแขวนอยู่
“ชุดเกราะระบำดอกไม้ไฟมอบให้ผู้มีวาสนา!”
เนื้อหาสองบรรทัดที่อยู่บนกำแพงทำให้จิตใจของหญิงสาวทั้งสี่เต็มไปด้วยความสุขเพราะชุดเกราะบนร่างกายของพวกนางมีชื่อที่ไพเราะมาก
“พี่อู๋เชวีย พี่ซือหม่าดูเหมือนว่ายังมีชุดเกราะของบุรุษอีกสองชุดแขวนอยู่บนกำแพงหินข้างหลังพวกเจ้า?”
ซือหม่าอ๋าวหันไปยักคิ้วให้เย่อู๋เชวียพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนเมื่อได้ยินโม่หงเหลียนเรียกชื่อของเย่อู๋เชวียอย่างสนิทสนมซึ่งแตกต่างจากเขาที่ถูกเรียกด้วยแซ่เท่านั้น
เย่อู๋เชวียพยายามเพิกเฉยต่อสายตาล้อเลียนของสหายและมองไปยังชุดเกราะของบุรุษอีกสองตัวซึ่งห้อยอยู่บนกำแพงหินทางด้านขวา ชุดเกราะทั้งสองมีสีสันแตกต่างกันอย่างสุดขั้วหนึ่งเป็นชุดสีขาวและอีกหนึ่งเป็นชุดสีดำเย่อู๋เชวียคว้าชุดเกราะสีดำโดยไม่สนใจว่าซือหม่าอ๋าวจะชื่นชอบชุดเกราะสีขาวที่เหลือหรือไม่
………….