เฟิงฉือจินมองไปยังจั่วซ่งด้วยใบหน้านิ่งเฉยแต่ลึกๆภายในั์ตาของเขากลับแฝงไปด้วยความเ็าที่เย็นะเืสุดขั้วจั่วซ่งมันเห็นว่าเฟิงฉือจินยังคงนั่งนิ่งหน้าเฉยมันจึงกล่าว “ อะไรเ้าฟังภาษาคนไม่รู้เื่รึไง เร็วเข้าส่งมันมาดีๆก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจซะ ! ’’
เมิ่งปู๋เองก็ได้แอบส่งกระแสจิตไปหาเฟิงฉือจินอย่างรวดเร็วด้วยนํ้าเสียงหวาดกลัว“ เฟิงฉือจินเ้ารีบมอบสิ่งที่พวกมัน้าไปเถอะพวกมันเป็ถึงสามอันดับแรกของศิษย์สายในที่มากฝีมือดังนั้นแล้วเ้าคงจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าจะบอกนะเร็วเข้าหากชักช้าพวกมันอาจจะโกรธแล้วลงมือกับเ้าก็เป็ได้ ’’
เฟิงฉือจินตอบกลับด้วยนํ้าเสียงสบายๆว่า “ ขอบใจมากที่เตือนข้าเพียงแต่ข้าไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้กับพวกสารเลวอย่างพวกมัน ! ’’ประโยคสุดท้ายของเฟิงฉือจินที่ว่า “เพียงแต่ข้าไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้กับพวกสารเลวอย่างพวกมัน ! ’’เป็นํ้าเสียงที่ดุดันและหนักแน่นไม่ไหวติงจนทําให้เมิ่งปู๋สามารถรับรู้ได้ถึงความหนักแน่นของมัน
เฟิงฉือจินจ้องมองไปยังจั่วซ่งด้วยใบหน้านิ่งเฉย “ถ้าข้าบอกว่าข้าไม่มีมันล่ะ เ้าจะเชื่อไหม ? ’’ “ หึ ไร้สาระสิ้นดี เ้าจะไม่มีมันไปได้อย่างไรหินลมปราณระดับตํ่าตั้งสิบก้อนเ้าจะบอกข้าว่าเ้าใช้มันไปจนหมดสิ้นแล้วหรือ ?’’ จั่วซ่งแค่นเสียงเย้ยหยันพร้อมกับทําหน้าตาดูถูก
ิตี๋เหรินข้างๆจั่วซ่งเองก็ได้หัวเราะเยาะออกมาก่อนกล่าว “ เฮ้แม้เ้าจะแข็งแกร่งกว่าพวกศิษย์สายนอกทั้งหลายแต่เ้าคงจะไม่ได้คิดว่าเ้าแข็งแกร่งกว่าพวกเราหรอกนะ ? ’’ “ ใช่แล้วเ้าเป็เพียงกบในกะลาที่มีความรู้อันน้อยนิด อย่าได้ริอาจคิดว่าตัวเองแกร่งกล้า !’’ เฉาลั่วกล่าวด้วยนํ้าเสียงที่แฝงไปด้วยความดูถูก
เฟิงฉือจินได้ยินคํากล่าวของทั้งสามคนจึงแอบลอบคิดในใจด้วยความเย้ยหยัน“ พวกเด็กน้อยพวกนี้นี่มันจริงๆเลย คิดว่าข้าคนนี้นี่นะเป็กบในกะลา ? หึ ช่างน่าขันสิ้นดี! ’’เขาผู้ซึ่งเป็นักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะเมื่อมาเผชิญหน้ากับคําดูถูกและความเย้ยหยันของเหล่าเด็กน้อยทั้งสามตรงหน้านี้มีหรือเขาจะปล่อยพวกมันทั้งสามไปง่ายๆ แน่นอนว่าไม่ !
เฟิงฉือจินหยิบหินลมปราณระดับตํ่าสามก้อนออกมาและวางพวกมันลงบนโต๊ะพร้อมกับเงยหน้ามองคนทั้งสาม“ นี่คือหินลมปราณที่พวกเ้า้า เชิญเอามันไปได้เลย ’’ “ หึก็นึกว่าจะแน่ที่แท้ก็เป็เพียงแค่สวะ ! ’’จั่วซ่งแค่นเสียงเยาะเย้ยพร้อมกับยื่นมือออกไปหยิบหินลมปราณระดับตํ่าบนโต๊ะิตี๋เหรินและเฉาลั่วเองก็ทําเช่นเดียวกันพวกมันทั้งสองยื่นมือออกไปหยิบหินลมปราณระดับตํ่าบนโต๊ะทว่าเมื่อมือของพวกมันทั้งสามคนกําลังจะแตะหินลมปราณพวกมันก็ต้องร้องโหยหวนออกมาด้วยความเ็ปที่ส่งตรงมาจากข้อมือ
ผวัะ ผวัะ ผวัะ
ใช่แล้วเฟิงฉือจินได้สะบัดมือตบไปยังฝ่ามือทั้งสามของพวกมันทั้งหมดจนเกิดรอยแดงแน่นอนว่ามันไม่ใช่การตบธรรมดาแต่เป็การตบด้วยลมปราณต่างหากด้วยพลังจากการใช้ลมปราณเข้าช่วยแม้เฟิงฉือจินจะมีระดับเพียงชั้นจุติขั้นสิบแต่เมื่อเขาได้ใช้ลมปราณเขาก็จะสามารถต่อสู้และเอาชนะพวกที่อยู่ในชั้นิญญาขั้นสิบได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นแล้วจั่วซ่งที่มีระดับเพียงชั้นิญญาขั้นสิบและิตี๋เหรินที่อยู่ในขั้นเก้ากับเฉาลั่วที่อยู่ในขั้นเก้าเช่นกันพวกมันย่อมไม่อาจทนทานการถูกตบจากฝ่ามือของเฟิงฉือจินได้แน่นอนพวกมันที่ไม่ได้ใช้ลมปราณคุ้มกันพวกมันย่อมต้องได้รับาเ็หนักกว่าเดิมอย่างที่ไม่ควรจะได้รับแถมพวกมันยังประมาทอีกด้วยฉะนั้นแล้วคราวนี้พวกมันจึงได้รับความเ็ปไปเต็มๆโดยไม่ได้รับการบั่นทอนแม้แต่น้อย!
ฝ่ามือของพวกมันทั้งสามคนในตอนนี้ได้แดงกํ่าทั้งยังมีโลหิตสีแดงไหลออกมาให้เห็นเล็กน้อยยังดีที่เฟิงฉือจินไม่ได้ใส่แรงลงไปทั้งหมดไม่อย่างนั้นแล้วฝ่ามือของพวกมันทั้งสามคนคงจะแตกละเอียดไปแล้ว !
จั่วซ่ง ิตี๋เหริน เฉาลั่วพวกมันทั้งสามตะลึงและใเนื่องจากพวกมันไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเฟิงฉือจินศิษย์สายในตรงหน้าของพวกมันที่มีระดับเพียงแค่ชั้นจุติขั้นสิบกลับสามารถทําให้พวกมันได้รับาเ็ได้อย่างง่ายดายไม่นานพวกมันก็ได้คิดเข้าข้างตัวเองว่าพวกมันประมาทเกินไปจึงได้รับผลลัพธ์ที่ไม่ควรจะได้รับ
จั่วซ่งมองไปยังมือที่แดงกํ่าของมันก่อนจ้องมองไปยังเฟิงฉือจินด้วยความโกรธ“ เ้าสวะนี่มันหมายความว่าอย่างไร ? ’’ ิตี๋เหรินเองก็รู้สึกโกรธเกรี้ยวเช่นกัน “ใช่แล้วหากเ้าไม่ให้คําตอบดีๆแก่พวกเรา เ้าได้ไปเยือนขุมนรกแน่ ! ’’เฉาลั่วยื่นมืออีกข้างที่ไม่ได้รับาเ็ออกไปทุบโต๊ะอย่างแรง “ ปัง ’’พร้อมกล่าว “ เ้าขยะเ้าช่างกล้าเสียจริงที่บังอาจทําให้มือของพวกเราเป็เช่นนี้จงส่งหินลมปราณทั้งหมดที่เ้ามีมาซะ ไม่อย่างนั้นแล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ! ’’
เมิ่งปู๋ที่นั่งข้างๆเฟิงฉือจินรู้สึกตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปไม่ใช่น้อยมันงุนงงเป็อย่างมากว่าทําไมเฟิงฉือจินถึงได้ทําอะไรที่เป็การท้าทายศิษย์สายในสามอันดับแรกเช่นนี้หากเป็แบบนี้แล้วชะตากรรมของเฟิงฉือจินคงจะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่ !
อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากส่งกระแสจิตไปหาเฟิงฉือจินอีกครั้งด้วยความหวังดี“ เฟิงฉือจินเ้ารีบขอโทษพวกมันเร็ว ไม่งั้นก็คงไม่มีใครสามารถช่วยเ้าได้ ’’ “ไม่ต้องเป็ห่วงไป ก่อนที่ข้าจะทําอะไรข้าคิดเสมอดังนั้นแล้วสิ่งที่ข้าได้ทําไปข้าย่อมคิดเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเอาไว้แล้ว! ’’ เฟิงฉือจินยังคงหน้านิ่งไม่ไหวติงและได้ตอบกลับไปอย่างสบายๆเขาผู้ซึ่งใช้ชีวิตมาอย่างยาวนานในโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยภัยอันตรายเหมือนกับโลกนี้มีหรือจะไม่คิดถึงการกระทําและผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้แน่นอนว่าไม่ !
เฟิงฉือจินกล่าวขึ้นอย่างสบายๆกับคนทั้งสามที่กําลังโกรธเกรี้ยวตรงหน้าว่า“ ข้าบอกให้พวกเ้าเอามันไปได้แต่ข้าไม่ได้บอกซักหน่อยนี่ว่าข้าจะมอบพวกมันให้กับพวกเ้าเฉยๆหรือว่าพวกเ้าเข้าใจผิดคิดว่าข้าคนนี้เป็สวะที่ก้มหัวให้กับขยะเช่นพวกเ้าอย่างนั้นหรือ?’’
“ ว่าไงนะ สวะเ้าพูดอะไรออกมารู้ตัวดีใช่หรือไม่ ? ’’ จั่วซ่งมันรู้สึกงุนงงที่อีกฝ่ายหน้านิ่งไม่ไหวติงแต่กลับเก่งกาจในการยั่วยุพวกมันเป็อย่างมากิตี๋เหรินเองก็รู้สึกเช่นกันจึงได้กล่าวขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดว่า “ ขยะเ้าอย่าได้เล่นลิ้นกับพวกเรามากนักไม่งั้นแล้วเ้าจะได้กลายเป็ขยะที่ยิ่งกว่าขยะเป็แน่ ! ’’
“ เฮ้อ ข้าล่ะไม่เข้าใจพวกเ้าจริงๆเลย ข้าพูดไปตั้งมากมายขนาดนั้นแล้วแท้ๆแต่พวกเ้ากลับยังคงไม่ลงมือทําร้ายข้าหรือว่าพวกเ้าจะกลัวข้ากัน ? ’’ เฟิงฉือจินหน้านิ่งถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจเฉาลั่วรู้สึกได้ดีว่าคํากล่าวของเฟิงฉือจินมันเป็คํายั่วยุดีๆนี่เองจึงได้เดินอ้อมโต๊ะไปยังฝั่งของเฟิงฉือจินและยื่นมือออกไปหมายคว้าจับคอเสื้อของเฟิงฉือจิน“ ดี งั้นข้าจะทําตามที่เ้า้าเอง เ้าขยะ ! ’’
“ เ้านี่มันโง่จริงๆด้วยสินะ ’’เฟิงฉือจินส่ายหน้าด้วยความช่วยไม่ได้เนื่องจากเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกมันที่เพิ่งโดนเขาลงมือจนได้รับาเ็ไปแล้วยังจะไม่ระมัดระวังตัวอีกนี่แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกมันโง่มากๆ
เฟิงฉือจินหลบฝ่ามือที่กําลังพุ่งเข้ามาและลุกขึ้นยืนพร้อมกับซัดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยลมปราณไปยังเฉาลั่วอย่างรุนแรงจนเฉาลั่วยังต้องตะลึงและรีบเกร็งลมปราณคุ้มกันตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากมันััได้ว่าฝ่ามือที่มุ่งตรงเข้ามานั้นอันตรายเป็อย่างมาก
อย่างไรก็ตามเมื่อฝ่ามือของเฟิงฉือจินปะทะเข้ากับร่างของเฉาลั่วเฉาลั่วถึงกับต้องตะลึงและตะหนกทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้วเนื่องจากมันสามารถรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกอันหนักหน่วงที่ปะทะเข้ากับร่างของมันก่อนที่มันจะทนไม่ไหวและสลบไป มันได้เงยหน้ามองไปยังเฟิงฉือจินด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ“ นี่เ้าใช่จุติขั้นสิบจริงๆแน่เหรอ ? ’’
ตุบ
ร่างของเฉาลั่วกระแทกเข้ากับพื้นและหมดสติไปในที่สุดในเวลานี้เองเมิ่งปู๋ จั่วซ่ง ิตี๋เหรินพวกมันทั้งสามคนรู้สึกตะลึงหนักจนคิดว่าพวกมันอาจจะกําลังฝันอยู่ก็เป็ได้ทว่านอกจากพวกมันแล้วก็ยังมีสายตาที่อยู่ในมุมมืดของโรงอาหารจ้องมองมายังร่างของเฟิงฉือจินด้วยความประหลาดใจแน่นอนว่าเฟิงฉือจินไม่ได้รับรู้แม้แต่น้อยเลยว่าตัวเองกําลังถูกแอบจ้องมองอยู่
เหล่าศิษย์มากมายที่มาทานอาหารก็ได้ตะลึงเช่นกันพวกมันไม่อยากที่จะเชื่อเลยว่าศิษย์สายในอันดับสามอย่างเฉาลั่วจะถูกศิษย์สายนอกที่เพิ่งจะได้เป็ศิษย์สายในกําราบอย่างง่ายดายขนาดนี้พวกมันจึงได้ทําสิ่งที่เหมือนกันหมดคือขยี้ตาของตัวเองและจ้องมองไปยังเหตุการณ์ตรงหน้าใหม่อีกครั้ง
“ เป็ไปไม่ได้ เ้าสวะนี่มันทําได้อย่างไรกัน ’’จั่วซ่งมองไปยังร่างของเฉาลั่วที่หมดสติด้วยความไม่อยากเชื่อเฟิงฉือจินได้ยินจึงหันกลับมามองจั่วซ่งด้วยใบหน้านิ่งเฉย “ไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้ ! ’’ ในโลกนี้สําหรับเขาทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นได้ดังนั้นแล้วคําว่าเป็ไปไม่ได้สําหรับเขามันเป็ดั่งคํากล่าวอันไร้สาระดีๆนี่เอง !
ิตี๋เหรินในเวลานี้เองมันได้พุ่งตัวข้ามโต๊ะอาหารไปประจันหน้ากับเฟิงฉือจินอย่างรวดเร็วคราวนี้มันไม่ได้ประมาทเด็กหนุ่มตรงหน้าของมันเลยแม้แต่น้อยทั่วทั้งร่างกายของมันได้ถูกปกคลุมไปด้วยลมปราณของชั้นิญญาขั้นเก้ามันเชื่อว่าหากมันใช้ลมปราณทั้งยังระวังตัวมันจะต้องสามารถรับมือกับเฟิงฉือจินได้อย่างแน่นอน
ตามความคิดของมันเฉาลั่วที่ถูกเด็กหนุ่มจัดการไปนั้นเป็เพราะว่ามันประมาทเกินไปทั้งนี้เฉาลั่วมันยังไม่ได้ใช้วิชาใดๆออกมานอกจากลมปราณดังนั้นแล้วจึงไม่ใช่เื่แปลกที่จะถูกเด็กหนุ่มลอบจัดการอย่างไรก็ตามสิ่งที่มันไม่ได้ตั้งใจคิดก็คือทําไมเด็กหนุ่มชั้นจุติขั้นสิบอย่างเฟิงฉือจินถึงสามารถเอาชนะเฉาลั่วชั้นิญญาขั้นเก้าได้อย่างง่ายดายนี่คือสิ่งที่มันไม่ได้นึกคิดดังนั้นแล้วมันจึงเชื่อมั่นว่าหากมันระมัดระวังตัวมันก็จะสามารถมอบบทเรียนให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้าได้
วิชาหมัดัเพลิง !
ิตี๋เหรินซัดหมัดที่เต็มไปด้วยัเพลิงไปยังเฟิงฉือจินเฟิงฉือจินประหลาดใจเล็กน้อยเนื่องจากเขาไม่คาดว่าคราวนี้สหายของศัตรูจะใช้วิชายุทธ์ออกมาอย่างไรก็ตามเขาไม่ประมาทมันและได้หลบหมัดัเพลิงตรงหน้าทั้งยังซัดลูกเตะเข้าไปยังลําตัวของอีกฝ่ายด้วยพลังทั้งหมดที่มี!
ปัง
ิตี๋เหรินที่อยู่ในชั้นิญญาขั้นเก้าจะไปสามารถรับลูกเตะของเฟิงฉือจินที่เทียบเท่ากับผู้ที่มีระดับพลังชั้นิญญาขั้นสิบได้อย่างไรดังนั้นแล้วร่างของมันจึงถูกกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างรุนแรงและถอยกระเด็นไปถึงสามจั้งเหล่าศิษย์มากมายที่ล้อมวงดูเหตุการณ์อยู่เมื่อเห็นว่าิตี๋เหรินถูกซัดตรงมายังที่ๆพวกมันอยู่พวกมันจึงรีบถอยหลังหนีอย่างรวดเร็วเนื่องจากพวกมันกลัวว่าจะโดนลูกหลงของการปะทะครั้งนี้
“ ทีนี้ก็เหลือเพียงเ้าคนเดียวเท่านั้นแล้ว ’’เฟิงฉือจินยืนนิ่งและมองไปยังจั่วซ่งที่มีใบหน้าน่าเกลียดที่กําลังตะลึงอยู่เขากล่าวขึ้นอีกครั้งว่า “ แต่ข้าจะไม่ให้หินลมปราณพวกนี้กับเ้าแล้ว ’’เขาเก็บหินลมปราณระดับตํ่าทั้งสามอันเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็วจั่วซ่งรีบตั้งสติอย่างรวดเร็วก่อนมองไปยังเฟิงฉือจินด้วยแววตาซับซ้อนที่แฝงไปด้วยความไม่อยากเชื่อและไม่เข้าใจมันไม่เข้าใจเลยว่าทําไมสหายทั้งสองของมันที่มีระดับพลังมากกว่าอีกฝ่ายถึงได้พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียวแม้จะเป็เช่นนั้นมันก็ยังคงคิดว่ามันมีฝีมือมากกว่าสหายทั้งสองคนก่อนและมันก็จะไม่มีวันถูกเด็กหนุ่มอย่างเฟิงฉือจินจัดการเป็แน่
“ เ้าสวะ เ้าทําร้ายสหายของข้าไปสองคนดังนั้นแล้วเ้าก็จงรับบทเรียนจากข้าไปเสียเถอะ’’สิ้นเสียงมันพลันพุ่งเข้าหาเฟิงฉือจินในขณะที่เกร็งลมปราณพร้อมกับะโชื่อวิชาออกมา“ วิชาหมัดพยัคฆ์สังหาร ’’ ฉับพลันปรากฏออร่าพยัคฆ์ขาวที่หมัดของมัน
เฟิงฉือจินมองไปยังออร่าพยัคฆ์ขาวที่ได้พุ่งออกมาจากหมัดของจั่วซ่งที่กําลังมุ่งตรงมายังเขาด้วยความระมัดระวังเขารู้สึกได้ถึงความเป็อันตรายต่อออร่าพยัคฆ์ขาวตรงหน้าเป็อย่างมากดังนั้นแล้วคราวนี้เขาจะไม่ประมาทแม้แต่น้อยเนื่องจากเขายังไม่ได้รํ่าเรียนวิชายุทธ์ใดๆเขาจึงไม่มีวิชายุทธ์ที่จะใช้รับมือกับออร่าพยัคฆ์ขาว
ฉับพลันก่อนที่ออร่าพยัคฆ์ขาวจะปะทะเข้ากับตัวของเฟิงฉือจินเฟิงฉือจินพลันเหลือบเห็นไม้กวาดด้านหลังของเขาเขาจึงเอื้อมมือไปหยิบมันมาอย่างรวดเร็วหลังจากที่หยิบมันมาแล้วเขาก็ได้นํามันมาถือเหมือนดั่งดาบโดยหมายจะฟาดฟันไปยังออร่าพยัคฆ์ขาวตรงหน้า!
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าสวะเ้านี่มันจริงๆแม้รู้ตัวว่าสู้ข้าไม่ได้เ้าก็ยังคงรนหาที่ให้ถึงที่สุดจริงๆ ’’จั่วซ่งมันมองไปยังเฟิงฉือจินที่ถือไม้กวาดตั้งท่าอยู่ด้วยความเยาะเย้ยมันเดาว่าเฟิงฉือจินคงจะไม่มีวิชายุทธ์ใดๆมารับมือกับวิชายุทธ์ของมันดังนั้นแล้วอีกฝ่ายจึงได้นําไม้กวาดมาเพื่อที่จะจัดการกับวิชายุทธ์ของมันอย่างไรก็ตามก่อนที่ออร่าพยัคฆ์ขาวของมันจะปะทะเข้ากับเฟิงฉือจินมันก็ต้องสังเกตเห็นถึงแสงสีเงินวงกลมที่เปล่งประกายออกมาจากมือของเฟิงฉือจิน !