ยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว)

    ตอนที่ 40 หอกสายฟ้าพลังโคตรเทพ

    มันหันหน้ามาหาเฟยหลง แล้วร่างหมาป่าของมันก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นยืนสองข้าเหมือนมนุษย์ กรงเล็บของมันก็ยาวขึ้น และแหลมคม ร่างมันหนายังกับหมี แต่กลับคล่องแคล่วยิ่งนัก มันพุ่งเข้ามาหาเฟยหลง ที่ยังยืนงงอยู่ แต่ว่า เหมียวน้อยช่วยมากระชากร่างของเฟยหลงหลบกรงเล็บของมันไปอย่าง รวดเร็ว

    เฟยหลงยิงพลังเทพอัสนีใส่ร่าง หมาป่าเฟนรี แต่ว่า ไม่สามารถทำอะไรร่างกายมันได้เลย เพราะขนสีเงินของมันสะท้อนพลังอัสนีออกมาจนหมด

    “ นี่มันขนป้องกันสายฟ้า ในตำนานนี่?”

    เฟยหลงรู้ว่า ขนเงินของหมาป่า ใช้ป้องกันสายฟ้าได้ เป็นอย่างนี้นี่เอง เทพโอดินถึงไม่สามารถฆ่ามันได้ เฟยหลงนำยันต์อัพเกรด อาวุธออกมา นี่มันเป็นอาวุธเทพอยู่แล้ว เฟยหลงคิดว่า เหนือกว่าอาวุธเทพ น่าจะเป็น อาวุธระดับ โคตรเทพมากกว่าเลยทำการ หลอมรวมกับแผ่นยันต์ด้วยความรวดเร็ว ไม่นานหอกสายฟ้าก็กลายเป็นหอกโคตรเทพ

    “ มาเลย ไอ้หมาป่ายักษ์ คราวนี้แกได้เจอหอกโคตรเทพ แล้วแกจะได้รู้ว่านรกนั้นอยู่ที่ใด”    พอหมาป่ายักษ์เฟนรีมา ก็กระโจนจู่โจมร่างของเฟยหลง แต่ว่าเฟยหลงคราวนี้ไม่ถอย  หอกสายฟ้าฟาดออกไป  เปรี้ยง !!  หน้าของหมาป่าเทพ ร่วงไปทิ่มดิน  ย๊ากกกกกกก !!  มันส่งเสียงคำรามก้องอย่างโกรธแค้น  มันส่งกรงเล็บคู่กระโดดลอยตัวโจมตีเข้าอีกครั้งคราวนี้เฟยหลงไม่สามารถหลบหนีไปทางใดได้  แต่ว่าเฟยหลงไม่หนีกลับแทงหอกสายฟ้า ออกไป ซึ่งตัวหอกก็ยาวมากกว่าเดิมสองเท่า พุ่งกลางลำคอของหมาป่ายักษ์เฟนรี  ฉึก !! เฟยหลงปล่อยพลังเปลวไฟสีน้ำเงินเข้า ทำให้เพลิงเผาหัวใจอมตะของมันจนไหม้กลายเป็นขี้เถ้า  แล้วปล่อยไอเย็นเยือกแข็งอีก ร่างภายนอกกลายเป็นน้ำแข็งทั้งร่าง เฟยหลงบิดทวนสายฟ้า ทำให้ร่างของมันกลายเป็นน้ำแข็งป่น หมดสิทธิ์กำเนิดใหม่อีกครั้ง

    “ เฟนรี ลูกพ่อ”   จอมเวทย์เมฆินทร์ ไม่คิดว่า เฟยหลงจะเปลี่ยนหอกสายฟ้าเป็นหอกโคตรเทพ ทำให้ร่างหมาป่ายักษ์ถูกทำลายไป จึงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเสียใจยิ่งนัก 

    ด่านที่ 9 ผ่านไป แล้วข้อความภารกิจที่ 10 ก็ปรากฏขึ้นมาต่ออีกว่า

    “ ปราบจอมเวทย์เมฆินทร์ สิ้นสุดภารกิจ”

    คราวนี้เฟยหลง เรียก หุ่นทั้งหมด มาพร้อมหน้ากัน เพื่อ ที่จะเตรียมทำศึกครั้งสุดท้าย  จอมเวทย์เมฆินทร์ หันมามองเฟยหลงด้วยสายตามที่โกรธแค้น แล้วร่ายมนตร์ บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไป กลายเป็นพื้นทราย สิ่งก่อสร้างหายไปหมด

    จากนั้น ก็เหวี่ยงคทาหัวงูที่มือออกไป จมไปในทะเลทราย จากนั้นผืนทะเลทรายก็สั่นสะเทือน ไปทั่ว  ปรากฏร่างงูยักษ์ จอมังกันด์ ที่เคยสู้กับเทพธอร์จนตายไปด้วยกันทั้งคู่ คืนชีพกลับมาอีกครั้ง มันแผ่แม่เบี้ย ออกมา พร้อมอ้าปาก พ่นพิษงูออกมา ไปทั่วเฟยหลงใช้ยันต์ป้องกันขว้างออกไป ปรากฏ เป็นม่านกระจกขึ้นมาขวางทางเอาไว้  พิษที่พ่นกระจายมา กับไม่สามารถทำอะไรได้

    เจ้าเหมียวแวบขึ้นไปบนหัวงู แล้วแทงกระบี่ใส่เข้าไป ฉึก !  ด้วยที่ตัวมันใหญ่มากเหมียวกับกับบี่อันเล็กนิดเดียว มันเลยไม่รู้สึกอะไร ยังใช้หัวพุ่งชนม่านกระจก จนเริ่มแตกร้าว  หุ่นเทพ เข้ารุมใส่งูยักษ์จอมังกันด์ แต่ว่าไม่อาจทำอะไรมันได้ ด้วยที่ร่างของมันปกคลุมด้วยเกล็ดหนา และยังตัวใหญ่ เฟยหลง จึงปล่อยยันต์อัพเกรดหุ่นทุกตัว ให้ขยายใหญ่ขึ้น อีก สิบเท่า เพื่อจะได้ จัดการกับ งูยักษ์ตัวนี้

    พอร่างกายใหญ่เท่าๆ กัน คราวนี้ ก็ไม่มี ใครเสียเปรียบอีกแล้ว ฝ่ายหุ่นเทพมีมากกว่า ก็รุมอัดเจ้างูยักษ์จอมังกุนด์ จนเริ่มอ่อนแรง จอมเวทย์เมฆินทร์ เห็นเช่นนั้น ก็เรียก ตัวตะกวดทะเลทรายออกมาอีก  5  ตัว เพื่อช่วยงูยักษ์จอมังกันด์

    แต่พอมันออกมา ก็เจอกับ พลังเยือกแข็งของหุ่น วารีอัดใส่ ร่างของมันเริ่มจะกลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งร่าง  แล้ว หุ่นปฐพีก็ปล่อยพลังคลื่นแม่เหล็กอัดใส่อีกที

    ตูม !!  ร่างแหลกละเอียดตายไปเป็นตัวแรก

    เฟยหลงชี้หอกกุงนีร์ เข้าใส่ จอมเวทย์เมฆินทร์ หมายพิชิตให้จบไป แต่ว่า จอมเวทย์เมฆินทร์ ก็หลบวาร์ปออกไป แล้วปรากฏแผ่นยันต์ผืนใหญ่ มาอยู่บนเหนือหัวของ เฟยหลง แผ่นยันต์ผืนใหญ่ กลายเป็น พลังที่ยึดร่างของเฟยหลงเอาไว้

    ไม่ให้ขยับตัวได้

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่คือยันต์ขังมังกร  เจ้าเมฆาก่อนตาย ก็ถูกยันต์ขังมังกรแผ่นนี้ จัดการเจ้าไม่มีวันรอด พลังของเจ้า จะค่อยๆ ถูกดูดออกจากร่าง เจ้าไปในยันต์จนหมด

    ไม่มีเรี่ยวแรงจะใช้ต่อได้อีก”

    เฟยหลงเริ่มรู้สึกได้ ว่าพลังของตนนั้น เริ่มถูกดูดออกไปจริงๆ 

    “ แกไม่มีทางหยุดยั้งข้าได้หรอก”  เฟยหลง ส่งจิตสั่งการหอกกุงนีร์ ให้ปล่อยแสงสายฟ้า พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ถูกยันต์ขังมังกร  เปรี้ยง !!!  ยันต์ขังมังกร ถูกสายฟ้าทำลายไปสิ้น เฟยหลงขยับตัวได้ ก็วาร์ปเข้าไปหา จอมเวทย์เมฆินทร์แล้วแทงหอกเข้าที่กลางอก  ฉึก !!!  ร่างของจอมเวทย์เมฆินทร์ ถูกหอกทะลุร่าง

    แต่ว่าไฉนใบหน้าของมันกลับไร้ความรู้สึกเจ็บปวด กลับเคลื่อนกายเข้ามาประชิดเฟยหลง แล้วใช้มือ จับที่คอเฟยหลง  หมับ !!   

    “ นี่... แกเป็นตัว...อะไรกันนี่?”

    “ หอกกุงนีร์ ทำลายกายหยาบข้าได้ แต่ไม่สามารถทำลายจิตมารของข้าได้หรอก

    ข้าจะกลืนวิญญาณ แล้ว นำร่างของเจ้ามาเป็นทาสของข้าเสียเลย”

    มันบีบคอเฟยหลง แล้วทำให้อ้าปาก แล้วมันก็ปล่อยจิตมารเข้าไปในปากของเฟยหลง  จิตมารพอเข้าไปในห้วงจิต พบกับรูปปั้นเทพ เซโล และ รูปปั้นของจอมเวทย์เมฆา ก็ตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่า  ในห้วงจิตของเฟยหลงจะสามารถเก็บพลังเทพของทั้งสองเอาไว้ จึงคิดว่าตนเองไม่สามารถควบคุมได้แน่ จึงรีบหนีออกมา

    แต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว มีมือยักษ์สีทองออกมาจากรูปปั้นจอมเวทย์เมฆา มาจับจิตมารเอาไว้ในมือ

    “ แกไม่รอดหรอก คิดหรือว่าแกจะรอดจากห้วงจิตของข้าไปได้”

    เสียงเฟยหลงเอ่ยออกมา

    “ ปล่อยข้านะ แน่จริงออกมาสู้กันตัวต่อตัว ซิ” จิตมารเริ่มหวั่นวิตกไม่คิดว่าห้วงจิตของเฟยหลงจะแข็งแกร่งเช่นนี้

    “ ปล่อยให้โง่ ในห้วงจิตวิญญาณนี้ ข้าคือพระเจ้า ข้าจะหลอมรวมเจ้ากลายเป็นพลังงานจิตของข้าต่อเสียเลย”  เฟยหลงปล่อยพลังสายฟ้าของเทพเซโล ฟาดใส่พลังจิตมาร จนมันอ่อนแรง แล้วทำการเผาจิตมารจนสูญสิ้นไป เหลือแต่พลังงานกลายเป็นแท่งพลังงานของจิตมาร เพิ่มมาในห้วงจิตของเฟยหลงอีกหนึ่งแท่ง ทำให้พลังจิตของเฟยหลงในเวลานี้ กลับพุ่งขึ้นเป็น ระดับ 8 แล้ว

    พอจิตมารออกจากร่าง จอมเวทย์เมฆินทร์ แล้ว พลังก็ค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศทะเลทราย กลับมาเป็นดังเดิม ปีศาจตะกวดถูกฆ่าตายจนหมด ส่วนงูยักษ์จอมังกันด์ถูกใบมีดวายุตัดขาดออกเป็นสามท่อน แล้วถูกเผาโดยหุ่นเทพอัคคี จนไม่มีเหลือ คงเหลือแต่จอมเวทย์เมฆินทร์  ที่คุกเข่าหมดแรงร่างกายเปลี่ยนเป็นชายแก่ หมดสภาพ เฟยหลงไม่อยากให้ เทพโลกิที่เกิดใหม่นี้แผลงฤทธิ์ได้อีก จึงปล่อยยันต์จักรวาลแปดทิศ ขังดวงวิญญาณเอาไว้ แล้วเผาทำลายด้วยไฟสีน้ำเงิน

    วิญญาณที่ถูกขังไว้ ถูกเผาจนมอดไหม้ แล้วร่างของมันก็กลายเป็นขี้เถ้า หมดสิทธิ์กลับมากำเนิดใหม่ได้อีกครั้ง ขีดที่สิบปรากฏขึ้น จบภารกิจ ด่านที่สิบ เขาสอบผ่าน วิชาอักขระเวทย์โบราณแล้ว

    อาจารย์ฮุ่ยหลิน หยวนซื่อ หยงเอ๋อ วิ่งเข้ามาแสดงความยินดีกับเฟยหลง

    เฟยหลงมองเจ้าม้ามังกรแปดขา อย่างอาลัย แต่แล้วก็ฉุกคิดได้ว่า สามารถนำวิญญาณของมันกับหอกสายฟ้า กลับไปได้ จึงทำการเขียนยันต์ที่พักขึ้น แล้วให้เจ้าม้ามังกรแปดขา เข้าไปในยันต์ พร้อมกับหอกสายฟ้า แล้วเอาไปเก็บไว้ในห้วงจิตวิญญาณของเขา ก็สามารถพามันไปโลกที่แท้จริง ของเขาได้แล้ว

    “ เรียบร้อย” เฟยหลงนำยันต์วิญญาณมังกรแปดขาไปเก็บเอาไว้ในห้วงจิตของเขาจนได้ ในห้วงจิตก็มียันต์ที่มีภาพมังกรแปดขา คาบหอกสายฟ้า อยู่ 1 แผ่น

    “ ข้าต้องไปแล้ว ลาก่อน” เฟยหลงเอ่ยลาทุก ๆ คน เก็บภาพความทรงจำที่ได้ผ่านมากับคนทั้งสาม แล้วกดปุ่มรีเซ็ต ที่ติ่งหู ร่างของเขาก็ค่อยๆ หายไป

    “ ลาก่อนจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่” 

    อาจารย์ฮุ่ยหลินเอ่ยออกมาแล้วมองภาพเลือนลางของเฟยหลงที่ค่อยๆหายไป

    เฟยหลงลืมตาขึ้น ก็เปิดแคปซูลออกมา   เจ้าหน้าที่ตึกอักขระเวทย์ มองไปที่ แผ่นสถิติ ก็พบว่า เฟยหลงเป็นอันที่ 1 ในตารางเป็นคนแรกของตึกอัขระเวทย์ที่ใช้เวลาแค่วันเดียวสามารถผ่านด่านทั้งสิบได้ เฟยหลงไม่ได้ใส่ใจ  ออกจากตึกกลับไปรายงานอาจารย์ซ่งซาน

    พอมาถึงตึกหุ่นยนต์ ก็รายงานเรื่องราวทั้งหมดให้อาจารย์ซ่งซานฟังแต่ไม่ได้บอกว่าเขาสามารถนำ ม้ามังกรแปดขาออกมาด้วย

    “ ดี ดีมาก เจ้านี่ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง จริงๆ เจ้ากลับไปทบทวนภารกิจ แล้วเดินลมปราณในร่าง แล้วพยายามหลอมรวม พลังทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียว

    “ ขอรับอาจารย์”

    เฟยหลงเดินออกมา พบกับ พี่เซกิ ที่ยืนรออยู่ด้านหน้า

    “ เจ้านี่ทำสถิติใหม่อีกแล้วนะ เยี่ยมจริงๆเลย”

    “ ศิษย์พี่เซกิ มารอเช่นนี้มีอะไรหรือเปล่า”

    “ อ้อ...อาสี่ของเจ้ามารับกลับบ้าน ข้าบอกเขาไปว่า เจ้าฝึกฝนอยู่เขาเลยกลับไปแค่บอกว่า เจ้าออกมาแล้วก็โทรติดต่อหาเขาด้วย”

    “ อาสี่ มารึ? คงมีเรื่องสำคัญ”  เฟยหลงนำมือถือ ที่อาสี่ให้ไว้ติดต่อกลับไปทันที

    “ อาสี่มีอะไรสำคัญหรือเปล่าขอรับ?”

    “ ท่านย่าไม่สบายมาก อยากพบกับเจ้า ขอลากลับมาบ้านได้ไหม?”

    “ ได้ขอรับ”

    “ ดี อาสี่จะส่งคนไปรับเจ้ากลับก็แล้วกัน”

    “ ไปเถอะ ข้าจะบอกอาจารย์ให้” พี่เซกิรีบเอ่ยก่อนทันที

    “ ขอบคุณ ศิษย์พี่”  เฟยหลงกลับเข้าไปที่ห้องพัก แล้วลองเรียกม้ามังกรแปดขาออกมา พบว่า มันออกมาได้จริงๆ มันเข้ามาคลอเคลีย เฟยหลงลูบที่แผงคอของมันอย่างแผ่วเบา  เฟยหลงส่งมันกลับไปอยู่ในห้วงจิตของเขาเช่นเดิม เพราะว่าบัดนี้ มีคนมารับเขากลับไป บ้านแล้ว

    เฟยหลงกลับมาถึงบ้าน พบว่าทุกคนในตระกูล อยู่กันพร้อมหน้าอาสี่ เห็นเฟยหลงกลับมา ก็พาตัวเข้าไปด้านในห้องพัก

    ท่านย่า ด้านในมีหมออยู่ 4 คน มีท่านปู่ และ ท่านลุงใหญ่ และ อาสาม นั่งมอง ท่านย่า ที่หลับตาคล้ายกับคนนอนหลับ

    “ เฟยหลง มาเร็ว ท่านย่าเพ้อเรียกหาเจ้าตลอดเวลา นี่เพิ่งจะหมดแรงหลับไป”

    ท่านปู่ เรียกเฟยหลงเข้าไปนั่งข้างๆ เฟยหลงมองหญิงชราผู้นี้ ซึ่งมีเป็นท่านย่าแท้ๆ ที่เพิ่งพบกันแค่ครั้งเดียว ความสัมพันธ์เลยไม่ได้ลึกซึ้ง ผูกพันเท่าไรนัก

    “ ท่านย่าเป็นอะไรขอรับ”

    “ สมองของท่านย่าของเจ้าเกิดอาการฝ่อแล้วลีบลงอย่างรวดเร็ว หลงลืมทุกสิ่งทุกอย่าง จำใครไม่ได้ แต่ว่า ท่านยังร้องเรียกชื่อของ เจ้าแต่เพียงผู้เดียว”

    ท่านปู่เอ่ยอย่างเศร้าใจ พร้อมกับวางแผ่นภาพ สมองที่หมอแสกนภาพออกมาให้ดูเป็นระยะๆ เฟยหลงมองแล้วก็หดหู่ใจ ถึงแม้ว่าไม่ได้ อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด ท่านย่าคงคิดถึงเข้ามาก ถึงแม้ว่าไม่สามารถจำเขาได้ที่สมอง แต่ยังจดจำเขาได้ด้วยหัวใจของท่าน  ทำให้เฟยหลงอดซาบซึ้ง กับความรักของท่านย่า ที่ให้กับเขาเช่นนี้ 

    “ ท่านย่า เฟยหลงกลับมาแล้ว” เฟยหลงจับมือท่านย่าแล้วส่งเสียงเรียกเบาๆ

    ท่านย่าลืมตาตื่นขึ้นมา มองไปรอบๆ  แล้วเห็นเฟยหลง ก็รีบเอ่ยขึ้นมาอย่างดีใจว่า

    “ เฟยหลง หลานกลับมาแล้วรึ? ไป พวกเรากลับบ้านกัน ที่นี่ที่ไหนไม่รู้ ย่าไม่รู้จักใครเลยสักคน” ท่านย่าค่อยลุกเข้ามากอดเฟยหลงเอาไว้แน่น ด้วยความหวาดกลัว สร้างความเศร้าใจ ให้กับบุตรชายทั้งสามคน และ ท่านปู่ยิ่งนัก

    “ ท่านแม่ จำพวกเราไม่ได้เลยหรือขอรับ” อาสามเอ่ยด้วยความน้อยใจ

    “ ท่านแม่ ข้าเจ้าใหญ่ของแม่ไง?”

    “ ข้าก็เจ้าสี่ ท่านแม่จำได้ไหม”

    “ ไปไกลๆ เลย  พวกเจ้าเป็นใคร แล้วนี่ ตาเฒ่านี่ใคร ไปนั่งไกลๆ ข้าเลย เฟยหลงพาย่ากลับบ้านของเราเถอะ”

    ท่านปู่ต้องลุกขึ้นไปยืนมุมห้องด้วยความเศร้าใจ

    “ ท่านย่า ที่นี่คือบ้านของท่านย่านะขอรับ นี่คือท่านปูสามีของท่าน นี่คือลุงใหญ่ อาสาม อาสี่ พวกเราไม่ต้องไปไหนหรอก”  เฟยหลงพูดอย่างใจเย็น

    “ ทำไม ย่าจำไม่ได้เลยว่า มีสามี และลูกตั้งสามคน ทำไมย่าจำเฟยหลงหลานย่าแต่เพียงคนเดียว”

    “ ท่านย่าไม่สบาย เดี๋ยวกินยาเสร็จ ท่านย่านอกพักอีกหน่อย ก็จะหายแล้ว”

    “ จริงหรือ ถ้างั้นก็เอายามาเลย ย่าจะกินเดี๋ยวนี้”

    เฟยหลงหันไปมองพยาบาล ที่เตรียมยามาให้ท่านย่าดื่ม แล้วนำมาป้อนท่านยาดื่มอย่างว่าง่าย แล้วก็ค่อยเอนหลังนอนหลับไป เฟยหลงเดินออกมาจากห้องท่านย่า

    ทุกคนเลยออกมาเหลือพยาบาลคอยดูแล

    “ ท่านหมอ มีวิธีรักษาท่านย่าบ้างไหม?”

    “ มีทางเดียวคือต้องสร้างชิพความทรงจำใหม่ แล้วผ่าตัดฝังยึดติดในสมองส่วนหน้า แต่ว่าความทรงจำเก่าๆ อาจจะไม่สามารถฟื้นคืนมา ต้องคอยให้ญาติค่อยแนะนำ แน่นอนท่านจะมีแต่ความทรงจำใหม่ที่รับได้ แต่ว่า ความทรงจำเก่าๆ ไม่สามารถจำได้อีก” หัวหน้าอธิบาย แต่ว่าเฟยหลงฟังแล้ว ก็ยังไม่สบายใจ เพราะความทรงจำที่ผ่านมานั้นหายไปหมด

    “ ปู่กับทุกๆ คนก็เห็นด้วยกับหมอ แต่ว่า ช่วงแรกคงต้องให้หลานมาคอยอยู่กับท่านย่าของเจ้า เพราะ ท่านย่าของเจ้า  จำเจ้าได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

    “ หลานเข้าใจ แต่ขอเวลาหลาน สองวัน หลานอาจมีวิธีรักษา สมองของท่านย่าให้กลับมาเป็นปกติได้”

    “ อะไรนะ  สามารถรักษาสมองที่ฝ่อไปแล้ว กลับมาเป็นปกติได้?”

    ทุกคนเอ่ยออกมา แทบจะพร้อมกัน  เฟยหลงพยักหน้า แล้วขอตัวไปศึกษาวิธีรักษาก่อน แล้วก็เดินกลับไปบ้านพักของตนทันที เพื่ออ่านตำราแพทย์ของเทพโอดินที่ถูกเก็บเอาไว้ในห้วงจิตวิญญาณของตน....