Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    133 กลัว

    “ อัลฟ่าวันเรียกเอาฟ่าทู ทางฝั่งทิศตะวันออกไม่พบเจอสิ่งมีชีวิต ”


    “ เอาฟ่าทูรับทราบ เราไม่เจอสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกัน ”


    ทีมสำรวจจากกองทัพดาวโนวาติดต่อหากัน ภารกิจการสำรวจในครั้งนี้คือการค้นหานักศึกษาชั้นปีที่ 4 สถาบันโบลด์ หนึ่งในสถาบันชั้นนำของดาวโนวา ตลอด 10 ชั่วโมงในการค้นหานักศึกษาชั้นปีที่ 4 บนซากโบราณสถานผนึกแก้วมรณะกลับยังไม่พบร่องรอยการเดินทางของสิ่งมีชีวิตบนซากโบราณสถานแห่งนี้ที่ถูกทำลายจนไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใดให้ล่า พลังงานภายในซากโบราณสถานกระจายออกไปในอวกาศทำให้มันกลายเป็นเพียงพื้นดินที่ลอยเคว้งคว้างไร้จุดหมาย


    ขณะที่ทีมสำรวจกำลังมุ่งหน้าไปเจอกันที่ใจกลางซากโบราณสถาน พวกเขากลับพบเข้ากับยานอวกาศลำใหญ่ มันเปิดเผยตนเองออกจากโหมดล่องหนลอยเด่นอยู่กลางซากโบราณจนพวกเขาต้องรีบจับภาพ แต่แล้วสัญญาณที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับยานของพวกเขาที่ลอยอยู่ด้านนอกกลับขาดหาย ทีมสำรวจจึงรีบจุดพลุสัญญาณแจ้งเตือนทางฝั่งยานที่อยู่บนอวกาศให้รีบเดินทางมารับพวกเขาออกจากพื้นที่


    เจ้าหน้าที่ทั้งสองกลุ่มที่แยกกันออกไปสำรวจทิศตะวันออกและทิศตะวันตกพยายามวิ่งกลับมารวมกัน ขณะนั้นเองยานของพวกเขากลับถูกยิงกลางอากาศระเบิดกระจายปลดปล่อยเปลวไฟจนทำให้เหนือซากโบราณสถานส่องสว่างในทันที


    “ แย่แล้ว ยานลำนั้นน่าจะเป็นยานไร้สังกัด ”


    ทีมสำรวจเหงื่อตก พวกเขาไม่สามารถติดต่อใครได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่วิตกมากนักเพราะระดับ 10 ดาวเดินทางมาด้วยจำนวน 1 คน เมื่อพวกเขารวมตัวกันโอกาสรอดจะเพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้จะยังไม่รู้เป้าหมายของยานปริศนาที่ปรากฎใจกลางซากโบราณสถานและทำลายยานสำรวจไป แต่พวกเขาคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับนักศึกษาที่พวกเขาตามหาอย่างแน่นอน


    “ หัวหน้า ดูตรงนั้น! ”


    หนึ่งในทีมสำรวจที่กำลังวิ่งชี้มือไปยังใต้ยาน ลำแสงสีเหลืองคือสิ่งที่ยานปลดปล่อยออกมา ซึ่งลำแสงนี้ใช้สำหรับส่งวัตถุขึ้นไปบนยาน เมื่อพวกเขามองตามลำแสงไปนั้นพบเข้ากับนักศึกษาที่อยู่ในรายงานที่พวกเขาจะต้องตามตัวกลับไปให้ได้


    “ ยานมารับนักศึกษาคนนั้น มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะเป็นยานผู้ก่อการร้าย ”


    เจ้าหน้าที่พยายามกู้คืนระบบ พวกเขาจำเป็นต้องติดต่อสถานีที่ใกล้ที่สุดเพื่อรายงานเรื่องนี้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทั้ง 30 คนกลับมารวมตัวกัน พวกเขาก็ได้ให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการโจมตีระยะไกลยิงยานลำนั้นให้ร่วงลงมา มันทำลายยานของพวกเขาและกำลังพาตัวนักศึกษาขึ้นยาน เพียงเท่านี้ก็สามารถตอบได้แล้วว่ามันเป็นศัตรู


    ปืนสีขาวยาว 3 เมตรกางขาตั้งวางลงไปบนพื้นดิน เมื่อเล็งเป้าไปยังยานอวกาศที่กำลังปิดประตูเตรียมเดินทางจากไปนี้เอง กระสุนก็ได้พุ่งออกไปจากตัวปืนทะลวงเข้าไปกลางลำส่งผลให้ยานรบร่วงตกลงมาในทันที เจ้าหน้าที่จึงรีบวิ่งเข้าปิดล้อมยาน


    “ อย่าประมาท เราไม่รู้ว่าใครอยู่บนยานบ้าง ”


    สายตาของเจ้าหน้าที่จับจ้องไปยังประตูทางออกยาน มันคือทางเดียวที่คนบนยานจะใช้ในการเดินทางเข้าและออก การโจมตีเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้ยานระเบิด มันเป็นเพียงการทำลายเครื่องยนต์เท่านั้น


    เมื่อยานเปิดประตูอ้าออก เจ้าหน้าที่ต่างก็กระชับอาวุธในมือให้แน่น ภารกิจของพวกเขาคือการนำตัวนักศึกษากลับกองทัพ ส่วนคนที่อยู่บนยานและโจมตียานเจ้าหน้าที่จะถูกจับกลับไปสอบสวน


    ฟู่ว!


    ไอเย็นลอยออกมาจากด้านในตัวยาน คนที่มากับยานเริ่มเดินออกมาช้าๆ เสียงย่ำเท้าที่น่าจะมาจากชุดเกราะหนักดังออกไปไกล ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่กลับแสดงใบหน้าหวาดวิตก เมื่อพวกเขามองเห็นหมายเลข 7 สักอยู่บนแขนขวาของผู้ที่เดินลงมาจากยาน


    “ หมายเลข 7 ”


    “ อ้าว เรารู้จักกันด้วยเหรอ ฉันไม่เห็นจะจำได้เลย ” ท่าทางยียวนกวนประสาทแสดงออกมาจากอาชญากรหมายเลข 7 เขาคือผู้ที่ทำให้สหพันธ์หวาดกลัว ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ก็หันมองไปยังนักศึกษาคนหนึ่งที่เดินตามออกมา ชายคนนี้คือเป้าหมายที่พวกเขาจะต้องนำกลับไปให้ได้


    “ หัวหน้าครับ ยังไม่สามารถกู้คืนสัญญาณได้ครับ ”


    “ เตรียมตัวให้พร้อม เราจะต้องปะทะกับหนึ่งในอาชญากรมีหมายเลข ”


    ความรู้สึกกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเจ้าหน้าที่ ระดับพลัง 10 ดาวของเขาแผ่กระจายออกมารอบๆกดทับทุกอย่าง เพียงแต่ว่าแรงกดดันมหาศาลของเขากลับไม่สามารถสะกดข่มชายผู้ที่กำลังยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ได้ บนใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยรอยยิ้มยียวนเช่นเดิม ทำราวกับว่าแรงกดดันเป็นอากาศที่ล่องลอยอยู่รอบๆเพียงเท่านั้น


    “ หมายเลข 7 แกคิดจะทำอะไร ”


    “ พวกแกก็น่าจะรู้แล้วนี่ ฉันก็แค่มาพาตัวหนึ่งในคนที่มีจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 ออกไปจากหูตาสหพันธ์ เพื่อให้เขาได้เติบโต ”


    เจ้าหน้าที่รู้สึกวิตกมากยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่านักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ต้องพาตัวกลับไปด้วยเป็นหนึ่งในจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 ขณะที่พวกเขาค่อยๆก้าวเดินเข้าไปช้าๆเพื่อกระชับพื้นที่ต่อสู้ ร่างของอาชญากรหมายเลข 7 กลับหายตัวไปโผล่ด้านหลังเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เป็นเพียงระดับ 5 ก่อนจะใช้มือควักหัวใจอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง 


    จากสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจตื่นให้กับเจ้าหน้าที่จำนวนมาก การลงมือของอาชญากรหมายเลข 7 ทั้งโหดเหี้ยมและเด็ดขาด ไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อของมันมีชีวิตรอด


    “ ฆ่าเด็กคนนั้นซะ! ”


    การฆ่าอาชญากรหมายเลข 7 ไม่สามารถทำได้ แต่สำหรับการฆ่านักศึกษาชั้นปีที่ 4 พวกเขาสามารถทำได้ เจ้าหน้าที่จึงทุ่มกำลังไปที่การฆ่านักศึกษา อย่างไรก็ตามอาชญากรหมายเลข 7 ได้หายตัวกลับมายืนอยู่ในตำแหน่งเดิม ก่อนจะเริ่มตวัดมือไปรอบๆเพื่อรับการโจมตีจากเจ้าหน้าที่ ต่อให้จะมีการโจมตีมากมายพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง อาชญากรหมายเลข 7 กลับสามารถปัดป้องการโจมตีเหล่านั้นออกไปได้ง่ายดาย แม้แต่การโจมตีของแชมเปี้ยนระดับ 10 ดาวก็กลายเป็นหนึ่งในการโจมตีที่เบามาก จนสามารถปัดทิ้งได้โดยไม่จำเป็นต้องสนใจ


    “ แรงดีกันจริงๆ แต่ฉันต้องไปแล้ว ”


    นิ้วชี้ในมือข้างขวาชี้ไปยังเจ้าหน้าที่ระดับ 10 ดาว พริบตานั้นเองแสงสีแดงเลือดก็ได้พุ่งเป็นเส้นตรงทะลวงศีรษะเจ้าหน้าที่ระดับ 10 โดยที่เขาไม่สามารถโยกศีรษะหลบได้ทัน ความเร็วในการพุ่งของลำแสงที่เกิดขึ้นจากทักษะรวดเร็วเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่คนอื่นๆที่มองเห็นการฆ่าระดับ 10 ล้วนรู้สึกหวาดหวั่น แต่ยังไม่ทันจะได้ทำสิ่งใดเพิ่มเติม ลำแสงจากนิ้วมือของอาชญากรหมายเลข 7 กลับตวัดไปรอบๆตัดร่างของเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ตายในการโจมตีครั้งเดียว


    “ เอาล่ะ เดินทางกันได้แล้ว ”


    อาชญากรหมายเลข 7 เดินกลับเข้าไปในยานก่อนจะเปิดใช้งานระบบยานสำรองเผยให้เห็นยานลำเล็กที่สามารถนั่งได้เพียง 3 คนลอยออกมาจากยานอวกาศที่ถูกยิงจนร่วงตก


    นักศึกษาปี 4 ที่อยู่บนยานจึงรัดเข็มขัดให้แน่นแล้วมองดูภาพเจ้าหน้าที่ที่ถูกตัดร่าง  การที่มันเดินทางมายังพื้นที่แห่งนี้ก็เพราะถูกนักศึกษาภายในสถาบันและถูกคนรอบข้างกดดันจากเรื่องที่เขาคือหนึ่งในผู้ที่กองทัพจับตามอง ไม่ว่าจะขายสินค้าหรือซื้อสินค้า ทุกอย่างล้วนถูกปิดกั้นทั้งหมดจนเขาไม่สามารถทำสิ่งใดได้  


    5 วันก่อนเขาจึงตัดสินใจใช้เว็บมืดในการซื้อขายสินค้า ต่อให้รู้ว่ามันจะอันตราย จนสุดท้ายได้เจอกับคนๆหนึ่งที่จะรับซื้อชิ้นส่วนที่เขาได้จากการล่าและขายโซลฟอร์ดที่เขาต้องการ   เขาจึงตกลงเดินทางมาที่นี่เพื่อทำการแลกเปลี่ยน แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลงมือฆ่าเจ้าหน้าที่ ยิ่งรู้ว่าคนที่ยื่นความช่วยเหลือให้คืออาชญากรหมายเลข 7 เขาจึงทำสิ่งใดไม่ได้นอกจากยืนนิ่งๆด้วยความสั่นกลัว


    “ เอาล่ะ ”


    ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ดังเป็นระยะ อาชญากรหมายเลข 7 ที่พูดจนนักศึกษาคนหนึ่งเดินทางมายังจุดที่มันบอกจึงหันมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม


    “ นายชื่ออะไรเด็กน้อย ”


    “ ผมแซม ”


    “ แซม อย่างที่ฉันได้คุยกับนายก่อนหน้า ฉันจะบอกว่าทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ฉันไม่ได้จะรับซื้อของๆนายตั้งแต่แรกและไม่ได้จะขายโซลฟอร์ดให้นายเช่นเดียวกัน ”


    ชายหนุ่มรู้ตั้งแต่เจอเจ้าหน้าที่ว่าตนเองถูกหลอก แต่ตอนนี้เขาไม่มีกำลังมากพอจะขัดขืนจึงทำได้เพียงนั่งนิ่งเพื่อไม่ให้ขวางหูขวางตา อย่างน้อยอาชญากรหมายเลข 7 อาจจะปล่อยเขาที่ซากโบราณสถานสักแห่ง 


    เพียงแต่ว่าอาชญากรที่ยังคงยิ้มแย้มราวกับว่ามีเรื่องราวดีๆเข้ามาในชีวิต กลับยื่นมือมายังเบาะหลังจับไปยังคอของแซม เพียงแค่ออกแรงเล็กน้อยคอของชายหนุ่มก็หักผิดรูป พริบตานั้นเองศพที่พึ่งตายกลับถูกสลายกลายเป็นฝุ่นก่อนจะถูกโปรยออกไปในอวกาศ  อาชญากรหมายเลข 7 ที่ฆ่าทุกอย่างหมดแล้วเขาจึงขับยานมุ่งหน้ากลับบ้านของตนเอง


    การลงมือในครั้งนี้น่าจะกระตุ้นให้ทุกคนตื่นกลัวการกลับมาของอาชญากรหมายเลข 9 ได้มากยิ่งขึ้น


    เด็กหนุ่มคนเมื่อครู่ที่มันตายไป มันไม่รู้เช่นกันว่ามีจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 หรือเปล่า แต่ที่มันรู้คือเด็กหนุ่มคนนี้ถูกมันใช้ในแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว 


    การหายตัวไปของหนึ่งในผู้ที่ถูกจับตามองจะกระตุ้นให้กองทัพดาวโนวาให้ความสำคัญกับคนอื่นๆที่เหลือ นอกจากนั้นแล้วมันยังเป็นการบีบบังคับขุมอำนาจต่างๆเข้ามาบีบกองทัพดาวโนวาให้ลงมือเช่นเดียวกัน มันต้องการฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรหมายเลข 9 ทิ้ง หากอีกฝ่ายกลับมาได้ มันจะต้องเป็นคนแรกที่ถูกสังหารจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้หมายเลข 9 กลับมา


    ---------------------------------------------------------------


    “ ท่านครับ มีรายงานด่วนเข้ามาครับ เมื่อ 1 ชั่วโมงก่อนยานสำรวจที่ส่งไปยังซากโบราณผนึกแก้มมรณะถูกโจมตีอีกแล้วครับ ”


    “ ผลเป็นยังไง ”


    นายพลแซทเทิร์นขมวดคิ้วรอฟังรายงาน เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ซากโบราณผนึกแก้วมรณะ หลังจากส่งเจ้าหน้าที่ให้ไปจับตัวนักศึกษาคนหนึ่งกลับมา


    “ เจ้าหน้าที่ทั้งหมดถูกสังหารครับ ไม่มีใครรอดชีวิต ”


    “ ระดับ 10 ก็ด้วยเหรอ ”


    “ ครับ เขาถูกโจมตีเข้าที่กลางหน้าผาก มันเป็นการโจมตีแค่ครั้งเดียว จากการวิเคราะห์เราคิดว่ามันน่าจะเป็นการโจมตีที่เร็วมากที่แม้แต่ระดับ 10 ก็ไม่สามารถหลบพ้น ”


    นายพลแซทเทิร์นมองดูรูกลวงกลางหน้าผาก ขนาดของมันไม่ต่างจากนิ้วมือ


    “ จากการวิเคราะห์ มีไม่กี่คนที่ใช้การโจมตีลักษณะเช่นนี้ได้ และเมื่อนำวิธีการค่ามาประเมินทำให้เราคาดการณ์ได้กว่า 80 % ว่าเขาเป็นอาชญากรหมายเลข 7 ครับ ”


    “ นักศึกษาคนนั้นล่ะ ”


    “ เรายังไม่พบตัวของเขาครับ แต่จากที่คาดการณ์ เขาน่าจะเดินทางไปพร้อมกับอาชญากรหมายเลข 7 คนของเราที่ส่งไปสำรวจสภาพรายงานมาว่ายานปริศนามีการใช้ยานสำรองครับ ”


    นายพลแซทเทิร์นนั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย เขาพอจะคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นได้คร่าวๆ การหายตัวไปของนักศึกษาคนหนึ่งที่ถูกเจ้าหน้าที่จับตามองแล้วยังมีอาชญากรหมายเลข 7 เข้ามาเกี่ยวข้อง เขาคาดการณ์ได้ว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกับหนึ่งในจิตของอาชญากรหมายเลข 9 อย่างแน่นอน พวกมันอาจจะช่วยเหลือกันเพื่อหลบหนี  นายพลแซทเทิร์นกลัวว่าจะมีจิตอื่นๆหลบหนีออกไปอีก เขาจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่คุมตัวคนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรหมายเลข 9 กลับมาที่ฐาน ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถใช้วิธีการปล่อยให้คนเหล่านี้ถูกสภาพแวดล้อมบีบบังคับอย่างที่สหพันธ์คิดจะทำได้ หากเขายังคงปล่อยเอาไว้ จะต้องมีจิตอาชญากรหมายเลข 9 หนีออกไปได้อีก.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน