ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ของฝาก

    ของฝาก

              ชิงเถารีบกลับมายังร้านเดิมข้างๆกับร้านอาหารใหม่ในร้านยังคงวุ่นวายเต็มไปด้วยลูกค้าที่นั่งเล่นจังก้าเสียงดังไปทั่วร้านอย่างสนุกสนาน

    “เชิญทางนี้ขอรับ”คนงานเชิญนางไปยังโต๊ะอีกฝั่งที่กันไว้สำหรับพวกนาง

    “ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านไปทำอย่างอื่นต่อเถอะ”ชิงเถาบอกเขาไปยิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาผู้ที่มาหานาง

    “สวัสดีคุณหนูเจี้ยนเฉิง เชิญนั่งก่อน”เมื่อชิงเถาเดินมาถึงยังโต๊ะ บุรุษที่นั่งอยู่รีบเอ่ยเชิญนางนั่งทันที ซึ่งนางก็ไม่ได้ขัดอันใดจึงนั่งลงตรงข้ามกับเขาทันที

    “คุณชายนั่นเอง มิทราบว่ามีธุระอันใดกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาเอยถามเขาออกมา เขาก็คือคุณชายเยี่ยนเพื่อนบ้านนางนั่นเอง

    “มิได้มีธุระอันใดหรอกข้าได้ยินว่าร้านเจ้ากำลังเป็นที่นิยมจึงมาดูเสียหน่อยได้ข่าวว่ามีอาหารหลายอย่างจากร้านเจ้าติดใจไปทั่วเมืองเชียวข้ายังมิเคยลองจึงได้มาที่นี่” เขาเอ่ยบอกกับนางออกมาอย่างเป็นกันเองดูไม่ขู่จะเอาของนางเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้หรือตอนนั้นคือตัวจริงเขากัน

    “ก็พอขายได้เรื่อยๆ เจ้าค่ะแล้วคุณชายอยากจะลองชนิดไหนบอกข้าได้ เดี๋ยวจะแจ้งให้แม่ครัวรีบทำมา”ชิงเถาตอบเขาไป อะไรกันร้านนางโด่งดังเขาจะมิเคยได้ลองเลยหรือเสียใจนะเนี่ยที่ผู้คนในแถบใกล้ร้านนางยังไม่เคยกินอาหารจากร้านนาง

    “ไม่ต้องๆ ข้าสั่งไว้แล้ววันนี้เพียงแวะมาทักทายจากครั้งที่ไปซื้อตู้เก็บสมบัติจากเจ้าวันนั้นข้าก็เดินทางไปเยี่ยมสหายที่ต่างเมืองและก็อยู่ยาวจนตอนนี้ก็พึ่งกลับมาได้ไม่กี่วัน”เขาเอ่ยพูดเรื่องราวของตนออกมาให้นางฟังซะยืดยาว อะไรกันนางยังมิทันได้ถามด้วยซ้ำแต่คำตอบของเขาก็ทำให้นางดีใจขึ้นมาหน่อยเพราะที่เขายังไม่เคยกินอาหารที่ร้านนางเพราะเขาไม่ได้อยู่เมืองหลวงนั่นเอง

    “เป็นเช่นนั้นเอง ยินดีต้อนรับกลับเมืองหลวงเจ้าค่ะท่านคงสบายดีนะเจ้าคะ” ชิงเถาเอ่ยกับเขาออกมายิ้มๆ

    “ขอบคุณเจ้าที่ไถ่ถามวันนี้ข้ามิได้เพียงมาพบเจ้า แต่นำของมาฝากด้วย”คุณชายเยี่ยนเอ่ยบอกกับนางก่อนจะให้ผู้ติดตามยกของมาให้กับนางชิงเถาเห็นเจ้าสิ่งนั้นแล้วได้แต่กลืนน้ำลายลงคอเลยทีเดียว

    “นี่แตงโมจากเมืองที่ข้าไปพักมา ที่นั่นแตงโมโตเร็วกว่าที่อื่นแต่มีน้อยจึงไม่ได้ส่งมาขายถึงเมืองหลวงข้าจึงนำมาฝากเจ้า ข้าบอกไว้ก่อนว่ารสชาติดีนักหวานฉ่ำเหมาะกับหน้าร้อนเช่นนี้มาก”เขาเอ่ยบอกนางออกมาอย่างละเอียดอย่างกับพ่อค้าขายแตงโมงแหนะ

    “ไม่ต้องลำบากท่านหรอกเจ้าค่ะข้าไม่กล้า” ชิงเถานางอยากจะปฏิเสธออกมาถึงจะอยากกินก็ตามแต่นี่นางกับเขาก็ไม่ได้สนิทอะไรเลยจะเอามาฝากทำไมกัน

    “ไม่ลำบากหรอกครั้งก่อนเจ้าก็ช่วยขายตู้เก็บสมบัติให้แก่ข้า วันนี้เพียงน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ”เขาบอกกับนางออกมาอย่างเข้าท่า เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วนางจะทำอย่างไรได้ต้องรับไว้สิแตงโมลูกใหญ่สีเขียวงามทั้งสองลูกขนาดนี้นางจะไม่รับได้อย่างไร

    “ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณคุณชายมากเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยออกมายิ้มๆ แต่จะดีใจมากไม่ได้นะเดี๋ยวเขาก็รู้กันพอดีว่านางดีใจขนาดไหนกันเรื่องของกิน ยิ่งอยู่หน้าบุรุษรูปงามเช่นนี้ต้องรักษากริยาไว้หน่อยอย่าเปิดเผยตัวจริงมากไป

    “ไม่เป็นไรเลย ข้าเต็มใจ”เขาบอกกับนางออกมาก่อนจะชวนนางพูดคุยเรื่องนั่นเรื่องนี้และพูดถึงที่เขาไปอยู่มาให้นางฟังไปพักใหญ่ชิงเถานางก็ได้แต่ฟัง ตอบคำถามไปบ้าง ถามกลับบ้างเป็นบางครั้งจนอาหารที่เขาสั่งไว้จะเย็นแล้วจึงได้ขอตัวกลับ

    “เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน ไว้โอกาสหน้าจะมาเยี่ยมเจ้าใหม่”เขาบอกออกมาก่อนจะขอตัวไป

    “เจ้าค่ะ เดินทางกลับปลอดภัยนะเจ้าคะ”ชิงเถาเดินไปส่งเขาหน้าร้านอย่างยิ้มแย้ม

    “เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”แต่รอยยิ้มนางก็ต้องหายไปเมื่อมีเสียงใหญ่ทุ้มอยากจะดัดเป็นเสียงเล็กเสียงน้อยพูดล้อเลียนนาง

    “ทำไมไม่พูดดังๆล่ะเจ้าคะคุณชายเขาจะได้ยินได้อย่างไร”ชิงเถาหันมาถามผู้ที่เลียนเสียงและคำพูดนางเมื่อครู่ ดูสิไก่ก็อยู่ในปาก ยังจะมาพูดล้อคนอื่นอยู่อีก

     “ข้าไม่ได้อยากให้เจ้านั่นได้ยินเสียหน่อย”เขาบอกนางออกมาอย่างยียวน วันก่อนอุตส่าห์ชมเขาว่าพูดดีๆ กับเขาก็ได้แต่มาวันนี้กลับมากวนนางเสียได้

    “แล้วท่านพูดกลับใครหรือเจ้าคะแถมพูดเสียงเล็กเสียงน้อยไหนจะลงท้ายด้วยเจ้าค่ะอีก โอ๊ะ หรือว่าท่าน”ชิงเถาถามเขากลับไป ก่อนจะทำท่าตกใจตาโตเหมือนนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้เรื่องที่จะแกล้งเข้าใจผิดเขา

    “ข้าทำไม” เขาถามนางออกมาอย่างงงๆแต่ชักหวั่นกับความคิดนางผู้นี้เสียแล้ว

    “ก็หัดไว้พูดกับ…ในอนาคต ก็ท่านน่ะ” ชิงเถาเอยตอบเขาไปอย่างให้เขาเข้าใจไปเอง พร้อมทำท่ายกมือขึ้นมาดึงแขนเสื้อตัวเองก่อนที่มืออีกข้างจะทำท่าตัดไปที่แขนเสื้อพร้อมสายตาที่ส่งไปถึงเขาอย่างยิ้มๆ

    “นี่เจ้าหมายความว่า”เขาที่ยังมีไก่ในปากนิดหน่อยถึงกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้วกับท่านทางของนางเช่นนี้

    “ข้าไม่ได้มีความหมายใดๆทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน ท่านก็เชิญสบายเถิดเจ้าค่ะ”ชิงเถาบอกเขาออกไปก่อนจะเดินหนีมาด้วยอารมณ์ที่ดีกว่าตอนได้แตงโมเมื่อครู่เสียอีก

    “อย่าพึ่งไปมาคุยกับข้าให้รู้เรื่อง” เขาที่ร้องตามนางมา แต่นางหรือจะหันไปพูดกับเขาปล่อยให้คิดเช่นนั้นไปซะ แต่ว่าแล้วเขาก็เหมาะกับนิยายวายซักเรื่องนะหรือจะจับคู่ให้เขาดีแล้วจะจับคู่กับใครดีล่ะ ดื้อๆ กวนๆ แบบนี้หาสัมมีให้ซะดีไหมนะ

     

    “อะไรอย่างไรจ๊ะชิงเถามีคุณชายมาหาถึงที่ร้านไหนจะมีของมาให้ด้วย”เมื่อชิงเถาเดินหนีมี่หนิงหยางมาจึงเจอกับเยว่ซินที่เอ่ยแซวนางออกมา

    “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะคุณชายเยี่ยนก็เป็นเพื่อนบ้านเรานั่นแหละเขาพึ่งจะกลับมาจากเมืองทางใต้จึงเอาแตงโมมาฝากเจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบออกมาไปก่อนที่พี่สาวผู้นี้จะคิดไปไกลหรือนางอาจจะคิดไปไกลแล้วก็ได้ดูจากหน้าตาที่ยิ้มกุ้มกิ่มอย่างมีเลศนัยนั่น

    “ไม่มีอะไรหรอกแต่พูดคุยกันครู่ใหญ่เชียวน๊า” นางยังไม่หยุดที่จะเอ่ยหยอกเล่นกับชิงเถาอยู่

    “จะไม่กินใช่หรือไม่เจ้าค่ะแตงโม”ชิงเถาเอาของกินมาอ้างเผื่อนางจะหยุดไปนางไม่อยากอธิบายแล้วยิ่งอธิบายยิ่งเหมือนการแก้ตัวทั้งๆที่ความจริงมันไม่มีอะไรเลย

    “พี่มิใช่สองแฝดนะจะได้เอาของกินมาอ้างแต่เอาเถอะๆ เพื่อจะได้ชิมแตงโมจากบุรุษรูปงามข้าจะไม่พูดแล้วก็ได้”เยว่ซินนางเอ่ยออกมายิ้มๆไม่อยากกวนชิงเถาแล้วก่อนที่นางจะโวยวายเอาได้ถ้ายังเล่นไม่หยุด

    “ดีเจ้าค่ะเช่นนั้นข้าไปเดินตลาดดีกว่า เผื่อจะได้มีความคิดดีๆกับอาหารชนิดใหม่ที่จะขายในร้าน ฝากบอกท่านพ่อกับท่านแม่ด้วยเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยกับเยว่ซินออกมาอย่างงอนๆ ก่อนจะเดินหนีออกไปเดินเล่นตลาดคนเดียว




    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน