ตอนที่ 52: ติดกับนางมาร
สายลมเย็นยะเยือกของค่ำคืนพัดผ่านโถงทางเดินอันเงียบสงัดของคอนโดมิเนียมระดับหรูหราใจกลางเมืองหลวง มิ้นท์ ยืนหอบหายใจแผ่วเบาอยู่หน้าประตูเพนต์เฮาส์หรูหราของห้องเป้าหมาย หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่น มือเรียวบางที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตผ้าทวีดแบรนด์เนมมือสองราคาถูกที่เช่ามาจากร้านค้าออนไลน์ และกระชับกระเป๋าถือที่แสร้งทำเป็นถือประคองไว้ให้ดูเหมือนไฮโซผู้มีอันจะกิน ทว่าแท้จริงแล้วภายในจิตใจของเธอนั้นกำลังพังทลายลงจากภาระหนี้สินล้นพ้นตัวที่เกิดจากการพนันออนไลน์และการใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยเกินฐานะเพื่อเชิดหน้าชูตาในสังคมชนชั้นสูงเพื่อไม่ให้ใครดูถูก
ในอดีตมิ้นท์เคยเป็นลูกคุณหนูผู้มั่งคั่ง ทว่าหลังจากธุรกิจของครอบครัวล้มละลายและพ่อแม่จากไปอย่างกะทันหัน เธอไม่สามารถยอมรับความจริงข้อนี้ได้ จึงพยายามกู้หนี้ยืมสินและพึ่งพาการพนันเพื่อหวังจะเอาเงินมาหมุนประคองหน้าตาทางสังคม จนกระทั่งหนี้สินนอกระบบพุ่งทะยานสูงขึ้นเกินกว่าที่ปัญญาของเธอจะจ่ายไหว แก๊งทวงหนี้ขู่จะตามล่าเอาชีวิตเธอหรือส่งเธอไปขายตัวในซ่องนรกหากไม่หาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ เป้าหมายของเธอในคืนนี้จึงเป็นการลอบเข้ามาในห้องพักของสาวร่ำรวยที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่
เธอเฝ้าสังเกตการณ์ผ่านกล้องมือถือและคอยเฝ้ามองมาหลายวันและพบว่าหญิงสาวเจ้าของห้องแต่งตัวมีภูมิฐานและมีทองหยองเครื่องประดับราคาแพงลิ่ววางอยู่ในตู้กระจกริมระเบียง มิ้นท์คิดว่าหากสะเดาะกลอนประตูย่องเบาเข้าไปขโมยกระเป๋าแบรนด์เนม เงินสด หรือเครื่องประดับทองหยองไปขายต่อในตลาดมืดได้ เธอคงมีเงินก้อนโตไปส่งดอกเบี้ยหนี้นอกระบบได้ทันเวลา มิ้นท์สูดลมหายใจลึก ยกลูกกลอนและชุดสะเดาะรหัสอิเล็กทรอนิกส์ในมือขึ้นมาเตรียมที่จะใช้งาน ทว่าเมื่อสายตาของเธอจับจ้องไปยังรอยแยกของบานประตูไม้สีเข้มเนื้อหนา เธอกลับต้องชะงักงันด้วยความแปลกใจ
ประตูห้องพักอันหรูหราแง้มทิ้งไว้เพียงเล็กน้อย... ราวกับเป็นกับดักที่จงใจเปิดทิ้งไว้ล่อเหยื่อ
ความเคลือบแคลงสงสัยแล่นผ่านเข้าสมองของหญิงสาวชั่วขณะหนึ่ง ทว่าความโลภและทางตันของชีวิตกลับขจัดความระแวดระวังไปจนสิ้น มิ้นท์เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะใช้นิ้วเรียวค่อยๆ ผลักบานประตูไม้ให้เปิดกว้างขึ้นอย่างช้าๆ เสียงแผ่วเบาของบานประตูเคลื่อนตัวแทบจะไม่ได้ยินในความมืดสลัว เธอค่อยๆ แทรกตัวก้าวผ่านขอบประตูเข้ามาภายในเพนต์เฮาส์หรู ทันทีที่สองเท้าเหยียบย่างลงบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่มสีเลือดหมู กลิ่นหอมหวานปานน้ำผึ้งป่าทว่าแฝงไปด้วยความรุ่มร้อนอย่างประหลาดก็ลอยเข้ามากระทบนาสิกประสาท มันเข้มข้นจนทำให้เธอรู้สึกมึนงงและหัวหมุนไปชั่วขณะ
ปัง!
เสียงประตูปิดลงและกลไกประตูดิจิทัลด้านหลังล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติส่งเสียงดังสนิทดังก้องไปทั่วความเงียบ มิ้นท์สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจกลัว เธอหันขวับกลับไปคว้ามือจับบานประตูไม้พยายามออกแรงกระชากและปลดล็อกอย่างบ้าคลั่ง ทว่าหน้าจอแสดงผลรหัสผ่านกลับดับสนิทและไม่ตอบสนองต่อแรงกดใดๆ ประตูหนาหนักถูกล็อกตายโดยคำสั่งระบบหลังบ้านเรียบร้อยแล้ว
"ไม่นะ... เปิดสิ! เปิดออกไปที!" มิ้นท์พึมพำเสียงสั่น พยายามใช้เครื่องมือสะเดาะรหัสจิ้มเข้าไปในช่องเสียบสำรอง ทว่าแรงกดทับของบรรยากาศภายในห้องพักกลับเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
หมอกควันสีม่วงอ่อนระเรื่อค่อยๆ ลอยแผ่ซ่านมาจากซอกมุมมืดของห้อง คลื่นรังสีสีม่วงของฟีโรโมนราคะมาร V4.0 ในระบบ Pandemonium Domain แทรกซึมผ่านอณูอากาศเข้าสู่ระบบหายใจและผิวเนื้อของมิ้นท์โดยตรง ร่างกายของหญิงสาวเริ่มตอบสนองอย่างรวดเร็ว ผิวเนียนละเอียดใต้ร่มผ้าเริ่มผุดเหงื่อกาฬเม็ดเล็กๆ ออกมาจนชุ่มโชก ทั้งที่ระบบปรับอากาศภายในห้องส่งลมเย็นเฉียบ ความร้อนรุ่มแปลกประหลาดสายหนึ่งพุ่งพล่านจากปลายเท้าขึ้นสู่หน้าอกอวบอิ่ม ท้องน้อยรัดเกร็งวูบวาบจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมสะโพกไว้แน่น
"อ๊ะ... ร้อน... ทำไมในห้องนี้มันร้อนขนาดนี้..." เสียงครางหวานสั่นพร่าหลุดรอดจากริมฝีปากบาง ลมหายใจของเธอเริ่มถี่กระชั้นและสับสน เรี่ยวแรงในหัวเข่าทั้งสองข้างสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ร่างระหงบอบบางทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมเย็นเฉียบ สะโพกผายทรุดลงชันกับพื้นพรมอย่างหมดสภาพ สองมือสั่นระริกยันไว้กับพื้นเพื่อพยายามพยุงร่างกายไม่ให้ล้มคว่ำ ทว่าสรีระช่วงล่างกลับไร้กำลัง สติสัมปชัญญะที่เคยมีค่อยๆ พร่าเลือนจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งราคะมารอย่างรวดเร็ว
รัชชายังคงยืนนิ่งอยู่ในเงามืด ปล่อยให้ฟีโรโมนราคะมารทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ เธอเฝ้ามองปฏิกิริยาของเหยื่อด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ร่างกายของหญิงสาวแปลกหน้าเริ่มบิดเร่าด้วยความทรมานจากความปรารถนาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เดรสรัดรูปที่สวมใส่บัดนี้กลับกลายเป็นพันธนาการที่น่าอึดอัด เธอพยายามดึงรั้งคอเสื้อให้กว้างขึ้นเพื่อระบายความร้อนที่แผดเผาอยู่ภายใน ผิวพรรณขาวเนียนเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ บ่งบอกถึงความรุ่มร้อนที่กำลังปะทุอยู่ทุกอณูเนื้อ
เสียงครางอื้ออึงในลำคอเริ่มดังขึ้นเป็นระยะ มือที่เคยวางยันพื้นเริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างของตนเองอย่างลืมตัว สติสัมปชัญญะถูกแทนที่ด้วยความต้องการทางกายที่รุนแรง รัชชาเห็นว่าถึงเวลาอันสมควรแล้ว เธอจึงค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากเงามืด เผยโฉมเรือนร่างเปลือยเปล่าอันเย้ายวนให้เหยื่อได้เห็นอย่างชัดเจน
รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องเกิดเสียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่วงท่าการเยื้องย่างของเธอนั้นสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดั่งราชินีผู้คุมกฎ ทุกย่างก้าวคือการประกาศศักดาและบีบคั้นจิตใจของผู้ที่อยู่เบื้องล่าง รัชชาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวที่กำลังทุรนทุราย สายตาคมกริบจดจ้องลงมาประดุจนักล่าที่กำลังมองดูเหยื่อ
"เข้ามาในห้องของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต... ช่างเป็นมารยาทที่แย่เสียจริงนะ" เสียงเรียบเย็นของรัชชาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันเป็นเสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทว่ากลับแฝงไปด้วยอำนาจสะกดใจ
หญิงสาวพยายามเงยหน้าขึ้นมองผู้พูด แววตาของเธอพร่ามัวไปด้วยความต้องการที่อัดแน่น "คุณ... คุณทำอะไรกับฉัน..." เธอเค้นเสียงถามอย่างยากลำบาก ร่างกายสั่นระริกไม่หยุด
รัชชาเพียงเหยียดยิ้มบางๆ เธอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ เบื้องหน้าเหยื่อ มือเรียวเอื้อมออกไปเชยคางมนของอีกฝ่ายให้เงยขึ้นสบตา สายตาของรัชชาประสานเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างและสั่นไหวของหญิงสาว คลื่นพลังแห่งมนต์สะกดถูกส่งผ่านการสบตา ตอกย้ำการควบคุมให้แน่นหนายิ่งขึ้น
รัชชารู้สึกระแวดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากเพิ่งดูข่าวการแถลงของตำรวจพิเศษคดีความใคร่หมู่มาหมาดๆ เธอปักใจเชื่อทันทีว่าผู้หญิงที่พยายามเจาะประตูดิจิทัลคนนี้ จะต้องเป็นสปายหรือสายลับของตำรวจที่ผู้พันวุฒิหรือผู้กองเมย์ส่งมาลอบหาหลักฐานข้อมูลแอป LUST แน่ๆ ความระแวงทำให้หัวใจของรัชชาเย็นยะเยือก เธอคิดว่าพวกตำรวจอาจจะขยับเข้ามาใกล้ตัวเธอเกินไปแล้ว จึงต้องรีดข้อมูลทั้งหมดเพื่อเตรียมแผนการรับมือ
"ฉันควรจะเป็นฝ่ายถามเธอมากกว่า... ว่าตำรวจพิเศษส่งเธอมาหาอะไรในห้องของฉัน?" รัชชาเอ่ยถาม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความข่มขู่เยือกเย็น "ผู้พันวุฒิหรือยัยผู้กองเมย์เป็นคนส่งเธอมาสะเดาะกลอนประตูห้องฉันใช่ไหม? พวกตำรวจสืบหาที่อยู่ใหม่ของฉันเจอได้ยังไง! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่ทำให้หญิงสาวงุนงงและสับสนในใจลึกๆ เพราะจุดประสงค์ที่เธอเข้ามาที่นี่ก็เพียงแค่ต้องการจะลักทรัพย์สินเงินทองของคนรวยไปใช้หนี้เท่านั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับตำรวจหรือสายสืบอะไรเลย ทว่าเธอพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อตอบคำถามและปฏิเสธ แต่สมองกลับขาวโพลนไปหมด ร่างกายของเธอสั่นสะท้านโหยหาสัมผัสและการปลดปล่อยอย่างรุนแรงจนไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดใดๆ ออกมาได้
"ฉัน... ฉันไม่ใช่ตำรวจ..." เธอละล่ำละลัก อ้าปากพะงาบๆ ร่างกายบิดเร่าจากฤทธิ์ของฟีโรโมนที่เข้มข้นขึ้นในทุกวินาที
"ยังคิดจะปากแข็งปฏิเสธหน้าตายอีกงั้นเหรอ?" รัชชาแค่นยิ้มเย็นชา มือเรียวบางลูบไล้ไปตามกรอบหน้าของเหยื่ออย่างเชื่องช้า "พวกสายลับตำรวจที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีก็มักจะมีปฏิกิริยาแข็งขืนเพื่อปกป้องหน่วยงานแบบนี้แหละ... แต่เชื่อฉันเถอะว่า ไม่มีใครทนทานต่อพลังมารราคะในห้องนี้ได้หรอก"
รัชชาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยามและเย็นชา "ในเมื่อปากของเธอพยายามจะเล่นแง่ปิดบังความจริงกับฉัน... ฉันก็คงต้องใช้วิธีพิเศษสอบสวนร่างกายของเธอให้คายความลับออกมาด้วยตัวเองเสียแล้วล่ะ"
พูดจบ รัชชาก็ก้มตัวลงไปใกล้ๆ หญิงสาวแปลกหน้าอีกครั้ง คราวนี้เธอใช้นิ้วชี้เรียวยาว ลากไล้แผ่วเบาไปตามผิวเนื้อบริเวณเนินอกนุ่มอวบอัดที่โผล่พ้นขอบเดรสออกมา สัมผัสที่เย็นเฉียบและแผ่วเบานั้นกลับจุดประกายความเร่าร้อนให้ลุกโชนขึ้นไปอีก หญิงสาวสะดุ้งเฮือก เสียงครางหวานหูหลุดออกมาจากริมฝีปากอย่างห้ามไม่อยู่
"ในเมื่อปากของเธอไม่อยากพูด... ฉันก็จะใช้บทลงโทษสวาทขยี้เรือนร่างของเธอจนกว่าเธอจะยอมเปิดปากสารภาพทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก... ทุกหยาดหยดของความเจ็บปวดและความเสียวซ่านในค่ำคืนนี้ จะทำให้เธอไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต!"
นิ้วชี้ของรัชชายังคงลากไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ สร้างความปั่นป่วนและทรมานให้กับหญิงสาวจนแทบจะขาดใจตาย สายตาของเธอพร่าเลือน สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปไกลแสนไกล เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่รอคอยการทรมานจากผู้เป็นเจ้าของห้องพักตรงหน้า รัชชาแสยะยิ้มร้ายกาจ เกมการลงทัณฑ์รีดเค้นความจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเธอจะไม่ยอมหยุดจนกว่าสายลับสาวคนนี้จะคายความจริงทั้งหมดออกมา!