จางหลานซินฮูหยินน้อยจวนตระกูลหลี่ ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างในห้องนอนของเรือนหอ สายตาของนางมองไปยังลานกว้างเบื้องหน้า ที่ซึ่งบ่าวรับใช้ชายสองสามคนกำลังขนย้ายหีบไม้และชั้นตำราออกจากห้องหนังสือที่อยู่ข้างห้อง และข้าวของเ่าั้ไม่ใช่ของใครที่ไหนเป็ของหลี่เฟิงเหยียนสามีของนางเอง
ไม่มีคำสั่งใด ๆ มาถึงนางโดยตรง ไม่มีใครมาแจ้งหรือขออนุญาต แต่การกระทำนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดนับพันคำ
‘เขากำลังจะไป’
หนึ่งเดือนหลังคืนวิวาห์ที่กลายเป็เพียงความทรงจำอันว่างเปล่า บัดนี้เรือนหอที่ควรจะเป็จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ กำลังจะกลายเป็พื้นที่ของนางแต่เพียงผู้เดียว
ย้อนไปเมื่อสิบแปดปีก่อน
ในห้องประชุมการค้าของตระกูลหลี่ นายท่านหลี่และน้องชายกำลังถกเถียงเื่ตัวเลขในบัญชีอย่างเคร่งเครียด
"ยอดรวมมันต้องเป็เก้าพันตำลึงสิ"
"ข้าก็นับได้เท่านี้จริง ๆ นะท่านพี่"
"ท่านอาสาม" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายเฟิงเหยียนวัยเจ็ดหนาวดังขัดขึ้น เขาชี้ไปที่มุมหนึ่งของสมุดบัญชี "ท่านลืมบวกค่าขนส่งเที่ยวล่าสุดเข้าไปด้วยขอรับ ท่าเรือเพิ่งขึ้นราคาเมื่อต้นเดือน"
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ผู้ใหญ่สองคนก้มลงดูตามที่เด็กชายบอก ก่อนที่นายท่านหลี่จะเงยหน้าขึ้นมาหัวเราะเสียงดัง ตบโต๊ะปังหนึ่งที
"เ้าเด็กคนนี้! บอกแล้วว่าหัวการค้าเหมือนข้าไม่มีผิด"
สามปีต่อมา
เสียงล้อบดกับพื้นดินหยุดกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงร้องตื่นตระหนกของม้าและเสียงไม้หักดังลั่น เฟิงเหยียนในวัยสิบหนาวรู้สึกว่ารถม้าเริ่มเอียง ร่างของเด็กชายก็ลอยขึ้นจากเบาะ ก่อนที่ทุกอย่างจะกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างแรง ความเจ็บแปลบแล่นจากท้ายทอยไปทั่วทั้งร่าง แล้วจากนั้นสติของเด็กน้อยก็ดับวูบไปในทันที
เฟิงเหยียนฟื้นขึ้นมาในอีกสามวันให้หลัง ท่านหมอบอกว่าโชคดีที่ไม่เป็อะไรมาก แต่ไม่มีใครบอกเขาว่าโชคชะตาได้พรากบางสิ่งไป และเขาจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อเติบใหญ่เป็ชายหนุ่มเต็มตัวแล้ว
หนึ่งเดือนก่อนวันมงคลสมรส…
ณ จวนตระกูลจาง
ภายในห้องหนังสือที่เงียบสงบ นายท่านจางวางถ้วยชาลง สายตาคมกริบจับจ้องไปยังบุตรสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ ข่าวซุบซิบนินทาเื่ความสัมพันธ์ของนางกับบ่าวชายคนสนิทดังหนาหูขึ้นทุกวัน จนชายชราต้องใช้อำนาจในการสั่งปิดข่าวและเรียกบุตรสาวเข้ามาเพื่อสอบถามความจริง
“หลานซิน พ่อได้ยินเื่ของเ้ากับบ่าวคนสนิทของเ้ามา เื่มันเป็อย่างที่คนอื่นเขาพูดกันหรือไม่”
“ไม่จริงเ้าค่ะท่านพ่อ” หลานซินตอบกลับทันที ใบหน้างดงามนั้นเรียบนิ่งไร้พิรุธ “คนอื่นเข้าใจข้าผิดไปหมด ข้าเป็ถึงคุณหนูตระกูลจาง จะลดตัวไปทำเื่เช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะ”
“หากเป็อย่างที่เ้าว่าก็ดีไป อย่าให้พ่อต้องมารู้ทีหลังว่าเื่นั้นเป็ความจริง” นายท่านจางเอ่ยเสียงเข้ม
“เ้าค่ะท่านพ่อ”
“มีอีกเื่ที่พ่ออยากจะพูดกับเ้า…เดือนหน้า เ้าเตรียมตัวแต่งเข้าจวนตระกูลหลี่ได้แล้ว” หลานซินชะงักไปเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม
“แล้วทางตระกูลหลี่ว่าเช่นไรเ้าคะ”
“ทางนั้นตกลงแล้ว เ้าเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ”
“เ้าค่ะ ท่านพ่อ”
เมื่อกลับมาถึงเรือนของตนเอง หน้ากากบุตรีผู้เพียบพร้อมก็ถูกถอดออก มุมปากงามยกขึ้นเป็รอยยิ้มพึงพอใจ การได้แต่งงานกับคุณชายเฟิงเหยียน ชายหนุ่มที่สตรีหลายคนหมายปอง คือชัยชนะที่นางรอคอย
“คุณหนูขอรับ” ร่างสูงของตงเทียนปรากฏขึ้นจากเงามืด “ได้ยินว่านายท่านเรียกท่านไปพบเื่ของเรา”
“ไม่มีอะไร ท่านพ่อไม่รู้หรอก” หลานซินหันมายิ้มให้ชายคนรัก “เราก็แค่ต้องห่างกันสักพักเท่านั้น”
“หมายความว่าเช่นไรขอรับ ท่านไม่้าบ่าวแล้วหรือ”
“ไม่ใช่เสียหน่อย” หญิงสาวย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ลูบไล้แผงอกแกร่งของชายหนุ่มเบา ๆ “ข้ายัง้าเ้าเช่นเดิม…จริงสิ เดือนหน้าข้าต้องแต่งเข้าตระกูลหลี่ ข้าจะให้เ้าไปด้วย”
“ท่านจะแต่งงาน แล้วเื่ของเรา…”
“เื่ของเราก็ยังเป็เช่นเดิม” หลานซินกระซิบ “ไม่มีใครทำหน้าที่ ‘สามี’ ให้ข้าได้ดีเท่าเ้าอีกแล้ว”
ในเวลาเดียวกัน ณ จวนตระกูลหลี่
บรรยากาศในห้องหนังสือหนักอึ้งและกดดัน
"ข้าแต่งไม่ได้" เฟิงเหยียน ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบิดา
นายท่านหลี่ได้แต่ถอนหายใจกับความดื้อรั้นของบุตรชาย "ข้ารู้ปัญหาของเ้าเฟิงเหยียน แต่สัญญากับสกุลจางมีมานานแล้ว การผิดสัญญาจะทำให้ทั้งสองตระกูลมองหน้ากันไม่ติด"
"แล้วเกียรติของบุตรีสกุลจางเล่าขอรับ" เฟิงเหยียนถามกลับ “การแต่งงานครั้งนี้ไม่ยุติธรรมกับนางเลยแม้แต่น้อย”
"ไม่มีอะไรยุติธรรมหรอก" นายท่านหลี่ตอบ “มันคือหน้าที่ของเ้าและของข้า เตรียมตัวให้พร้อมเสีย อีกหนึ่งเดือนจะถึงวันมงคลแล้ว” บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น เฟิงเหยียนรู้ดีว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับชะตากรรม
คืนวันแต่งงาน
หลานซินนั่งอยู่บนขอบเตียงในห้องหอที่ตกแต่งอย่างงดงาม หัวใจของนางเต้นไม่เป็ส่ำเมื่อได้เห็นหน้าสามีที่พึ่งกราบไหว้ฟ้าดินด้วยกันไปเมื่อครู่เข้ามาในห้อง สามีที่ดูดีในทุกอิริยาบถ
ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มือหยิบถ้วยชาขึ้นจิบโดยไม่พูดอะไร ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบ ได้เพียงยินเสียงลมหายใจของกันและกันเท่านั้น
หลานซินรวบรวมความกล้า ลุกขึ้นเดินไปหาชายหนุ่มแล้วนั่งลงข้าง ๆ “ท่านพี่…เรามาดื่มเหล้ามงคลเถิดเ้าค่ะ”
เฟิงเหยียนเพียงแค่พยักหน้า โดยไม่ได้มองใบหน้าของภรรยาเลย
หลังจากดื่มเหล้ามงคลเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่คนทั้งสองจะต้องทำให้การแต่งงานเสร็จสมบูรณ์ด้วยการร่วมหอ แต่เมื่อหลานซินเห็นว่าสามีไม่คิดจะทำสิ่งใด หญิงสาวจึงเป็ฝ่ายเริ่มก่อน หญิงสาวเอื้อมมือไปหมายจะััแขนของสามีเบา ๆ
“อย่า” เฟิงเหยียนสะบัดตัวหนีอย่างแรง
คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้มือของหลานซินชะงักค้างกลางอากาศ ความร้อนผ่าววิ่งขึ้นมาที่ใบหน้า ความรู้สึกของการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยทำเอาหญิงสาวทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
คืนนั้น ทั้งสองเพียงนอนอยู่บนเตียงเดียวกันเท่านั้นโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่ควรจะเป็ แต่สิ่งที่ได้กับเป็เพียงระยะห่างของความรู้สึกระหว่างทั้งสองคน
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์มีแต่จะแย่ลงเรื่อย ๆ เฟิงเหยียนเอาแต่ทำงานจนดึกดื่นทุกคืน จะกลับมาที่ห้องก็เพียงเพื่อจะอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็หายตัวไปในห้องหนังสือข้าง ๆ จนเช้าวันใหม่
จนกระทั่งหลานเริ่มอดทนไม่ไหว ตัดสินใจไปหาสามีที่ห้องหนังสือทันที
นางเดินเข้าไปในห้องหนังสือที่สามีใช้เป็ที่หลบภัย พบเฟิงเหยียนกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ และจดจ่ออยู่กับบัญชีตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด
"ท่านพี่"
เขาเงยหน้าขึ้นมอง แววตาเหนื่อยล้า "มีอะไรหรือฮูหยิน"
"ข้าอยากถามอะไรท่านหน่อยเ้าค่ะ ทำอะไรผิดไปหรือ" หลานซินถามออกไปตรง ๆ "เหตุใดท่านจึงทำกับข้าราวกับเป็คนแปลกหน้า"
เฟิงเหยียนวางพู่กันลง เขาหลับตาลงช้า ๆ เหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง "ไม่เกี่ยวกับเ้าเลยหลานซิน...ข้าแค่...ต้องทำงาน"
"ต้องทำงานอะไรมากมายขนาดนั้น" หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด "หนึ่งเดือนแล้วนะท่านพี่...ท่านไม่เคยแตะต้องข้าเลยแม้แต่ปลายเล็บ ท่านรังเกียจข้าอย่างนั้นหรือ"
"มันไม่เกี่ยวกับเ้าหรอก" เฟิงเหยียนลุกพรวดขึ้นยืน จนหลานซินสะดุ้ง "เลิกถามได้แล้ว กลับไปที่ห้องของเ้าเสีย"
คำพูดนั้นเหมือนเป็คำสั่งสุดท้าย จนเช้าวันรุ่งขึ้นบ่าวรับใช้ก็มาที่ห้องหอของทั้งสองพร้อมกับคำสั่งย้ายของฝ่ายชายไปยังเรือนข้าง ๆ
หลานซินมองเงาตัวเองในคันฉ่องอีกครั้ง เมื่อไม่มีอะไรเหลืออยู่ในห้องนี้แล้ว นางก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ
“ฮูหยิน ท่านเขยทำไมทำเช่นนี้เ้าคะ” สาวใช้ประจำตัวที่ติดตามมาจากตระกูลกระซิบเบา ๆ
“อย่างนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ” หลานซินมองบ่าวชายกำลังยกของด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะได้มีความสุขบ้าง อดอยากมาเกือบเดือน”