หลี่ิใที่เห็นพวกมันบินทะยานเข้ามาทำร้ายตน เขาะโลงจากต้นไม้แล้ววิ่งเข้าป่ารกชัฏ "ต้องล่อให้พวกมันเข้ามายังพื้นที่แคบและเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง จะได้ไม่ถูกพวกมันรุมล้อมได้โดยง่าย"
ฝูงปลาบินไล่ตามเหยื่ออย่างไม่ลดละ สิ่งกีดขวางในป่าไม่เป็อุปสรรคแต่อย่างใด พวกมันบินในอากาศคล่องแคล่วไม่ต่างจากอยู่ในมหาสมุทร ด้วยสัญชาตญาณนักล่ามันได้แบ่งกำลังออกไปทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อตีโอบล้อมปิดกั้นเส้นทางหนีของเหยื่อ
"พวกมันเร็วเกินไปแล้ว แม้แต่ท่าร่าง 7 ก้าวพ้นทะเลระดับปัฐพียังฉีกหนีออกไปไม่ได้ คงต้องหาทำเลที่เหมาะสมจัดการพวกมัน"หลี่ิวิ่งพลางก็กวาดสายตาไปพลางจนในที่สุด ก็ถึงช่องแคบหุบเขาแห่งหนึ่งเขาจึงชะลอท่าร่างหลอกล่อพวกมันเข้ามายังซอกเขาแห่งนั้น แล้วหยุดนิ่งหันหน้ามาสู้กับพวกมัน
ฝูงปลาบินพอไล่ตามทันเห็นเหยื่อของมันหยุดนิ่งอยู่ในช่องเขา พวกมันไม่รีรอพุ่งทะยานเข้าโจมตีอย่างบ้าคลั่ง หลี่ิมีเพียงมือเปล่าเล่าเปลือยยืนตั้งมั่นมือกำหมัดสองแขนยกขึ้นตั้งการ์ดมวย สายตาเบิกกว้างจ้องเขม็งไปที่ปลาบินตัวแรกที่พุ่งเข้ามา แต่แล้วสิ่งอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้นเขามองเห็นการเคลื่อนไหวของมันอย่างชัดเจน ที่สำคัญภาพที่เหล่าอสูรกายพุ่งเข้ามากลับดูเชื่องช้า ทำให้หลี่ิเลือกเป้าหมายปล่อยหมัดได้อย่างแม่นยำ และหมัดที่ต่อยออกไปนั้นทรงพลังอย่างมาก เพียงกระทบถูกเป้าหมายแค่ครั้งเดียวร่างของมันก็แหลกเหลวตกตายไป ใช้เวลาไม่นานนักปลาบินหลายร้อยตัวก็ถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น
หัวหน้าฝูงปลาบินโกรธแค้นดวงตาเป็สีเื มันยิงะุน้ำใส่ร่างหลี่ิคราวละสิบลูก เขาทำการหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย แต่สะเก็ดะเินั้นรุนแรงนักถึงกับทำให้เกิดหินถล่มลงมาอย่างมากมาย แต่เ้าอสูรกายนั่นกลับไม่คิดจะหยุดโจมตี มันยิงะุน้ำอย่างต่อเนื่องจนหินใหญ่น้อยร่วงลงมาอย่างมหาศาล
"ไอ้สารเลวเอ๊ย! มึงจะบ้าไปถึงไหน ถ้าอยากตายนักเดี๋ยวกูจะจัดให้"ว่าแล้วหลี่ิเกร็งลมปราณทั่วร่างพุ่งตัวเข้าหาหัวหน้าปลาบิน แต่มันยังคงยิงลูกบอลน้ำไม่หยุดเขามองเห็นะุน้ำอย่างชัดตา หลังจากสังเกตุดูอยู่พักใหญ่จนคุ้นชินกับจังหวะของมัน ท่าร่างที่รวดเร็วปานสายฟ้าพุ่งหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วจนเข้าสู่ระยะประชิด
อสูรร้ายเบิกตากว้างเมื่อรับรู้ถึงอันตราย มันปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงกระแทกร่างของหลี่ิจนถอยหลังไป 5 ก้าว ทำให้เขาไม่สามารถหลบหลีกหินก้อนน้อยใหญ่ที่ร่วงใส่ได้
เ้าอสูรร้ายอ้าปากกว้างดูเหมือนมันจะยิ้มอย่างสะใจ อสูรกายตัวนี้คือมัศยาเกล็ดทองอายุ 5,000 ปี อสูรชนิดนี้ต้องอยู่ในทะเลลึกมาก่อนจนอายุครบ 1,000 ปี จึงจะสามารถลอกคราบปรับเปลี่ยนร่างกายเสมือนพวกมันได้เกิดใหม่กลายเป็สัตว์เือุ่น ด้วยการสร้างปีก,ปอดและหัวใจ สิ่งพิเศษสำหรับมัศยาเกล็ดทองตัวนี้ก็คือมันมีหัวใจถึงสองดวง
ถึงแม้จะถูกหิน 4,000 จินถล่มทับแต่ด้วยกายาเหล็กขั้นสูง ทำให้หลี่ิรู้สึกเพียงเคล็ดขัดยอกเท่านั้น เขาจึงแหวกกองหินที่ถมทับออกมาด้วยพละกำลังมหาศาล สร้างความตื่นตะลึงให้กับมัศยาเกล็ดทองและ่ที่มันชะงักงันอยู่นั้น หมัดลุ่นของหลี่ิก็ต่อยเข้าที่ปากของมันเต็มกำลัง จนมันปลิวกระเด็นตีลังกาหลายตลบจนนอนกองกับพื้น จากนั้นมันก็ถูกหมัดตะลุมพุกอัดเข้าที่ท้องนับร้อยหมัด จนในที่สุดมัศยาเกล็ดทองก็ขาดใจตายอยู่ตรงนั้นนั่นเอง
หลี่ิถึงกับทรุดเข่าสิ้นเรี่ยวแรง "ไอ้ปลาประหลาดนี่อึดเหลือเกิน กว่าจะคว่ำมันได้ต่อยจนมือเกือบแตก"ขณะที่กำลังบ่น
"ติ๊ง.ติ๊ง."ร่างของมัศยาเกล็ดทองได้สูญสลายไป เหลือทิ้งไว้แต่เพียงหัวใจและกระดูกส่วนปีก
หลี่ิจึงหยิบขึ้นมาดูด้วยความสนใจ "ตามตำราไม่ได้ระบุถึงสัตว์อสูรประเภทนี้เอาไว้ เราเลยไม่รู้ว่ากระดูกและหัวใจของมันมีคุณค่าแบบไหน ที่แย่ก็คือเ้านี่กลับสูญสลายไปเองได้ยังไง ในเมื่อตำราได้ระบุเอาไว้ว่า สัตว์ิญญาเมื่อตายแล้วจะมีเวลาไม่เกินครึ่งวันในการดูดซับ หลังจากดูดซับพลังิญญาแล้วถึงจะดรอปชิ้นส่วนต่างๆของร่างกายมัน หรือหากกินเนื้อของมันจนเกิน 50%จึงจะมีโอการดรอปของ แต่เรายังไม่ได้กินเนื้อหรือดูดซับพลังิญญาของมันเลย แล้วร่างของมันจะหายไปได้ยังไง?"
เขามึนงงครุ่นคิดอยู่นานยังไม่ได้คำตอบ "เ้าบ้านั่นดรอปอะไรมาให้ก็ไม่รู้ แทนที่จะเป็แก่นิญญา"หลี่ิส่ายหน้าอย่างหัวเสีย
แต่แท้ที่จริงแล้วตาัดำของเขา ได้ทำการดูดซับพลังิญญา 5,000 ปีของมัศยาเกล็ดทองกักเก็บเอาไว้แล้ว และมันจะค่อยๆปล่อยพลังิญญาออกมาหลอมรวมกับร่างกายทีละน้อย ในขณะที่เขาหลับโดยไม่สร้างผลกระทบต่อร่างกายแม้แต่น้อย
การดูดซับพลังิญญาโดยตรงเสี่ยงอันตรายอย่างมาก เนื่องจากพลังิญญาทั้งหมดจะถ่ายเทออกมาในคราวเดียวราวกับน้ำป่าไหลหลาก ถ้าหากไม่ได้ฝึกวิชาที่ช่วยในการดูดซับในระดับที่สูงพอ ร่างกายก็จะรองรับไม่ไหวจนชีพจระเิ ทำให้คนผู้นั้นพิการหรือถึงแก่ความตาย
เพราะฉะนั้นแก่นิญญาจึงเป็ของที่ล้ำค่า เนื่องจากสามารถดูดซับพลังิญญาเริ่มแรกทีละน้อยพอให้ร่างกายรองรับไหว และถ้าหากดูดซับพลังิญญาไม่หมดก็ยังเก็บเอาไว้ใช้ในคราวต่อไปได้
หลี่ิไม่้าเก็บของเหล่านี้เอาไว้กับตัว จึงได้ทำการดูดซับดวงใจและกระดูกปีกของมัศยาเกล็ดทอง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำนั้นจะสร้างคุณอนันต์ให้กับอนาคตของตัวเอง ดวงใจที่ดูดซับเข้าไปนั้นได้หลอมรวมกับหัวใจของเขาและมันได้แยกออกมากลายเป็หัวใจดวงที่สอง ซึ่งการมีหัวใจถึงสองดวงจะช่วยสูบฉีดเืได้มากและรวดเร็ว ทำให้เส้นชีพจรขยายใหญ่ขึ้นถึงสองเท่า อีกทั้งยังช่วยดูดซับพลังิญญาได้มากและเร็วขึ้นอีกด้วย