The Possible Man

    ตอนที่ 33 : วางแผนเที่ยว

    เช้าวันต่อมาหินก็ยังคงมาเรียนปกติเช่น นักศึกษาทั่วไป จะมีใครในห้องรู้บ้างหรือไม่ว่า คนธรรมดาที่นั่งเรียนร่วมห้องกับพวกเขาคนนี้ เป็นถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์ลึกลับ Black Box เป็นผู้ก่อตั้งองค์กร DrawkCab เป็นคนสร้าง Andria OS และเป็นคนที่สร้างภาษา New A ขึ้นมา
    แค่เพียงหนึ่งเรื่องจากที่เอ่ยมาก็เพียงพอจะทำให้เขาดังระดับโลกเลยทีเดียว แต่นั่นไม่ใช่กับหิน แม้แต่ละอย่างที่เขาทำนั้นอาจจะทำให้โลกต้องตกตะลึง แต่หินก็ยังคงใช้ชีวิตปกติเหมือนวัยรุ่นทั่วไป (ตรงไหน?)
    “หิน มีสาวถามหานายด้วยว่ะ “ นัทเอ่ยขึ้นมา เสียงอาจารย์ที่สอนอยู่หน้าห้อง ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยของนัทแต่อย่างใด
    “อาจารย์กำลังสอนอยู่ มีอะไรค่อยคุยหลังเลิกคาบ” หินเอ่ยเตือนนัท
    “แล้วหินฟังที่อาจารย์พูดเหรอ? เห็นทุกทีก็ชอบนั่งเหม่อตลอด” นัทเอ่ยตอบกลับไป
    ‘ไม่ได้เหม่อโว้ย!! เขาเรียกนั่งคิดอย่างผู้มีปัญญา’ หินนึกในใจ
    “มันเป็นเรื่องของมารยาท อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ไปรบกวนคนอื่น”
    “มารยาท...มันคืออะไรเหรอ มันกินได้รึเปล่า?” นัทเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย ประหนึ่งว่าไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อนจริงๆหิน “-*-”
    ‘เออ แต่ไหนแต่ไรมันก็ไม่เคยมีมารยาทอยู่แล้ว’ หินนึกขึ้นด้วยความเอือมระอา ทำไมคนที่เขารู้จักต้องเป็นมันด้วยเนี่ย
    “ไม่อยากรู้จริงๆ เหรอว่าสาวคนนั้นคือใคร” นัทเอ่ยถามอีกครั้ง
    ‘บอกสิว่าอยากรู้ ฉันอยากบอกใจจะขาดแล้วเนี่ย!!!!’ นัทนึกขึ้นในใจ
    หินแค่เพียงเหลือบตามองนัทเบาๆ ก่อนจะละสายตากลับมา
    นัท ‘...’
    นัทกะว่าจะเตรียมแผนเพื่อชงสาวให้กับหิน แต่แค่เพียงจะเริ่มแผนการก็ล้มไม่เป็นท่า
    “นั่นสินะ ขนาดนาเดียร์ยังไม่สนใจ สาวอื่นจะเหลือเหรอ” นัทพยักหน้าเบาๆ ให้ตัวเอง
    “ทำไมคลาสนี้คนถึงเหลือน้อยขนาดนี้หล่ะ ปกติคนมันเยอะมากเลยนี่?” หินเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง หลังจากหินสังเกตว่าคนในคลาสนี้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เท่าที่หินเห็น คนหายไปได้ประมาณเกือบ 80 % จากปกติ
    “ดรอปไปหมดแล้ว” นัทเอ่ยตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติที่ใครเขาก็ทำกัน
    “ดรอปไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” หินเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ
    “ก็วิชานี้มันเป็นวิชาปราบเซียนของสาขาเรา ขนาดรุ่นพี่บางคนยังต้องมาเรียนซ้ำสามสี่รอบ ที่ว่าเก่งๆ เจอวิชานี้เข้าไปแทบไม่รอด ที่เห็นๆ อยู่นี่คือรุ่นพี่ทั้งนั้น รุ่นเราดรอปไปเกือบหมด ดีนะที่ ม.เอามาลงไว้ตั้งแต่ปีหนึ่ง ก็เลยเรียนได้หลายรอบ” นัทอธิบายขึ้น
    “มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันว่ามันก็ปกตินะ” หินเอ่ยขึ้น
    “ไม่ๆๆ มันไม่ปกติ...ไม่ใช่สิ นายนั่นแหละหินที่ไม่ปกติ ผลลัพธ์ตรงหน้ามันก็ออกจะชัดเจน” นัทผายมือให้หินดูผู้เหลือรอดชีวิตในห้องอีกครั้ง
    “นี่ถ้าไม่ได้หิน นัทก็คงไม่รอดเหมือนกัน” นัทเอ่ยด้วยท่าทีสำนึกในบุญคุณอย่างถึงที่สุด นัทยอมรับเลยว่าตอนแรกเขาก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าหากไม่ได้หินช่วยติวอธิบายให้เข้าใจ เขาต้องแย่แน่
    “อ้อ...มิ้วฝากขอบคุณมาด้วยนะที่ช่วยติววันนั้น” หลังจากนึกขึ้นได้นัทจึงเอ่ยออกมา
    “อืม” หินเอ่ยรับคำ
    “มิ้วฝากมาบอกว่า สอบครั้งหน้าอยากให้หินมาช่วยติวให้อีก”
    “อืม”
    นัท “...”
    “อืม...เยี่ยม!!! ถามไปเป็นเรียงความ ตอบกลับมาเป็นวลี” นัทเอ่ยแดกดันหิน
    ‘ไอนี่….’ หินใช้สายตาเหลือบมองนัด
    “หรือไม่จริง??” นัทเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสายตาที่หินมองมา
    หินไม่ได้ตอบปฏิเสธออกไป เพราะมันเป็นอย่างที่นัทว่าจริงๆ ต่อจากนั้นหินก็ไม่ได้สนใจนัทอีก ส่วนนัทมันก็บ่นไปเรื่อย ประหนึ่งว่ามีเรื่องให้บ่นมากมายไม่รู้จบ
    ซึ่งหินรู้สึกนับถือในการพูดของนัทจริงๆ อันที่จริงหินคิดว่านัทมันสมควรไปเรียนพวกสื่อสารมวลชนน่าจะเหมาะกว่าด้วยซ้ำ ไม่รู้มันคิดยังไงถึงได้มาเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์
    ไม่นานมากนักอาจารย์ก็สอนเสร็จ นัทจึงหันมาคุยกับหินอีกครั้ง
    “นัทคิดๆ ดูแล้ว นี่มันก็ผ่านมาตั้งครึ่งเทอมแล้วนะหิน แต่เราไม่เคยไปเที่ยวไหนด้วยกันเลยนะ”
    หินลองนึกตามที่นัทพูด ก็นึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่ตัวเองมาอยู่โลกนี้ เขาไม่เคยไปเที่ยวจริงๆ เลยสักครั้งเดียว มีเพียงแค่ไปช้อปปิ้งเท่านั้นเขากำลังกลับมาใช้ชีวิตเช่นเดิมอย่างที่เคยทำในโลกเก่าของเขาอีกแล้วรึเปล่า? ถึงแม้ว่าเขาต้องรีบทำการทดลอง เตรียมของ เตรียมความพร้อมในอนาคต แต่การไปเที่ยวแค่ไม่กี่วันคงไม่ได้ทำให้งานล่าช้าไปมากเท่าไหร่
    หินไม่ได้นึกถึงแค่ตัวเองเท่านั้น แต่ยังนึกถึงแทนอีกด้วย แม้เขาจะคอยให้เดวิดรายงานคอยสอดส่องดูแทนตลอดเวลา แต่หินกับแทนกลับใช้เวลาอยู่ด้วยกันเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
    หินรู้ว่าในตอนนี้แทนพยายามใช้โอกาสที่ได้รับจากเขาอย่างดีที่สุด แทนตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างมากและไม่ได้ทำให้หินผิดหวังเลยแม้แต่น้อย
    แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่าหินกับแทนเป็นพี่ชาย น้องชายกัน แต่สำหรับหินกลับมองแทนเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่งมากกว่าหินรู้จากเดวิดทุกอย่างว่าตอนนี้แทนนั้นทุ่มเททุกอย่างให้กับการศึกษา จนกระทั่งละเลยที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างและแทบจะไม่มีเพื่อนเลยด้วยซ้ำ แทนมีนิสัยที่คล้ายคลึงกับหินมากในเรื่องมนุษยสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแย่
    ทั้งๆ ที่ทุกเดือนหินโอนเงินให้แทนเพียงพอที่จะใช้กิน ใช้เที่ยวแบบสบายเลยด้วยซ้ำ แต่แทนกลับใช้เงินอย่างรู้คุณค่าและประหยัดสุดๆ แม้มันจะเป็นเรื่องดีที่แทนมีวินัยรู้จักใช้เงินและสามารถบริหารจัดการตัวเองได้ แต่หินก็ไม่ได้ต้องการให้แทนทุ่มเททุกอย่างไปกับการศึกษาเล่าเรียนเหมือนดั่งที่เขาทุ่มเททุกอย่างให้กับการทดลองและการวิจัย อย่างน้อยๆ หินก็อยากให้แทนมีช่วงเวลาดีๆ
    ‘หลายเดือนแล้วสินะ ตั้งแต่วันนั้น’ หินนึกถึงวันแรกที่ได้เจอกับแทน ซึ่งในตอนนั้นแทนยังคงเป็นเพียงแค่เด็กเร่ร่อนผู้น่าสงสาร แต่ท้ายที่สุดโชคชะตากลับนำพาให้พวกเขามาเจอกัน
    “แล้วหินคิดว่ายังไง?” นัทเอ่ยถามขึ้นมา แต่กลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากหิน
    “หิน”
    “หินโว้ย!!!”
    “หินนนน!!!!” นัทตะโกนออกมา
    เพราะภายในห้องไม่เหลือคนแล้วนัทจึงกล้าใช้เสียงอย่างเต็มที่เพื่อเรียกสติหินกลับมา
    “ห๊ะ?” หินพึ่งรู้สึกตัวหลังจากที่จมดิ่งไปกับความนึกคิดของตัวเอง
    ‘แกจะเหม่อสถานการณ์ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ตอนที่กำลังคุยกันอยู่โว้ย!!!’ นัทโอดครวญขึ้นมาในใจ“เมื่อกี๊ได้ฟังที่นัทพูดรึเปล่า?” นัทถามขึ้น
    “ฟังสิ” หินตอบกลับไป รู้สึกว่าจะฟังได้แค่ประโยคแรกประโยคเดียว
    “อ่ะไหน ทวนให้นัทฟังหน่อยว่านัทพูดอะไรบ้าง” นัทไม่ได้เชื่อที่หินพูดแม้แต่น้อย หลักฐานก็เห็นอยู่ตรงหน้าว่าเมื่อกี๊หินนั่งเหม่อ แล้วจะให้เขาเชื่อได้ยังไงว่าฟังอยู่
    “นัทคิดๆ ดูแล้ว นี่มันก็ผ่านมาตั้งครึ่งเทอมแล้วนะหิน แต่เราไม่เคยไปเที่ยวไหนด้วยกันเลยนะ” หินเอ่ยขึ้นประโยคนี้หินจำได้และจำได้แค่ประโยคเดียวเพราะหลังจากนั้นเขาได้จมอยู่กับความคิดตัวเองเรียบร้อยแล้ว
    “แล้วอะไรอีก”
    ‘พูดตามผมเลยครับดอกเตอร์ ‘ เสียงเดวิดดังขึ้นมา
    ‘ถ้าไม่นับที่ไปกินข้าวที่ห้างวันนั้น เราแทบจะไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลย’
    “ถ้าไม่นับที่ไปกินข้าวที่ห้างวันนั้น เราแทบจะไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลย” หินเอ่ยตามที่เดวิดบอก
    แน่นอนว่าทุกอย่างที่หินได้เห็นและได้ยินเดวิดก็ได้รับมันเช่นกันและไม่มีทางที่ AI จะลืม เพราะทุกอย่างที่ได้รับมาจะถูกบันทึกและไม่มีทางหายไป ถ้าไม่ถูกทำลาย
    “แล้ว...” นัทเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า ตกลงหินมันได้ฟังที่ตนเองพูดจริงๆ เหรอ
    “นัทว่าเราลองหาเวลาว่างไปเที่ยวด้วยกันไหม อยู่แต่รอบๆ มหาลัยมันน่าเบื่อจะตาย จริงๆ นัทก็ลองคุยกับจอยไปแล้วว่าเราอาจจะหาเวลาว่างไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งจอยก็ยินดีเป็นอย่างมากถ้าหินจะไปด้วย แล้วหินคิดว่ายังไง?” หินเอ่ยตามที่เดวิดบอกทุกอย่าง
    ‘ดีมากเดวิด แกนี่มันรู้ใจฉันจริงๆ ’ หินแอบชมเดวิดในใจ
    ‘เชี่ยย มันฟังจริงๆ ด้วยหว่ะ..’ นัทนึกขึ้นมาในใจ แล้วทำไมไม่ตอบตั้งแต่แรก จะให้เขาเรียกซ้ำทำไม
    “แล้วตกลงหินคิดว่ายังไง?” นัทเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
    “เสาร์ อาทิตย์นี้เลยก็ได้ แต่ว่าสถานที่เที่ยว ฉันขอเป็นคนคิดนะ” หินตอบกลับไป
    “ได้!! ตกลงตามนี้” นัทเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี จริงๆ เขาก็ไม่คิดว่าหินจะตอบตกลง เพราะตั้งแต่รู้จักกับหินมา หินเป็นคนที่มีธุระมากมายเหลือเกิน เขาจะชวนไปไหนทั้งทียากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
    หลังจากนั้นนัทจึงได้ขอตัวไปหาจอยแฟนสาวสุดสวยของตัวเอง ส่วนหินไม่มีเรียนต่อจึงคิดว่าจะกลับบ้านไปเตรียมแผนการสำหรับรองรับภารกิจล่าสุดที่ตนเองให้เดวิดประกาศออกไป