บทที่ 119 ฝันอีกรอบ
สติสายฝนกลับมาชัดเจนอีกครั้ง เหมือนก่อนหน้านี้เขาตรวจสอบตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก เมื่อตรวจสอบเขาก็พบว่าตัวเขายังคงไม่สามารถใช้อักษรลี้ลับและพลังอื่นๆได้เช่นเดิม ร่างกายนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลง ยังเป็นตัวเขาในอายุสิบแปดอยู่ เพียงแค่ตรวจสอบสายฝนก็พบทันทีว่าเวลานี้เขาอยู่ในความฝัน ไม่่ใช่ความฝันเดิม เป็นความฝันใหม่ ทักษะฝันเลือดนิรันดร์ทำงานอยู่!
“อะไรเนี่ย? ฉันจะออกจากความฝันยังไง? บ้าเอ้ย!” สายฝนพึมพำด้วยความรู้สึกหงุดหงิดพลางสำรวจรอบข้าง ที่ที่เขาอยู่ไม่ใช่ห้องเรียนเหมือนกับความฝันที่แล้ว ณ ขณะนี้เขากำลังยืนอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ สายฝนดูความทรงจำของตนเอง สุดท้ายพบว่าเขาเคยมาที่แห่งนี้ครั้งหนึ่ง แปลกมาก เขาจำได้ว่าเคยมาที่นี่ทว่ากลับจำไม่ได้ว่าหลังมาถึงเขาได้ทำอะไรไปบ้าง
‘ด้วยความทรงจำระดับหนึ่งของฉัน การที่ฉันไม่สามารถจำเรื่องเมื่อหกปีก่อนได้มันเป็นไปไม่ได้!” สายฝนพยายามคิดถึงช่วงเวลานั้นมากกว่าเดิม ตั้งแต่เข้ามาโลกความฝันแม้ว่าสายฝนจะพยายามไม่คิดอะไรเยอะแยะตามที่ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกล่าวแต่ในท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถทำได้ เกิดคำถามมากมายจนสายฝนไม่อาจระงับความรู้สึกสังสัยใว้ได้
หลังจากพยายามอยู่หลายนาทีเขาก็เริ่มจำเหตุการณ์หลังจากที่เขามาถึงห้างแห่งนี้ได้ สิ่งที่แปลกยิ่งกว่าก่อนหน้าคือความทรงจำเขาดูไม่สมจริงเอาซะเลย ในความทรงจำมีอยู่หลายสิ่งที่ผิดปกติ
‘อะไรอีกเนี่ย? ความทรงจำฉันเป็นอะไรไป?’ ถึงจะพบสิ่งผิดปกติแต่สายฝนก็ไม่รู้ว่าเขาควรทำอย่างไรต่อไป เขาไม่อาจลบความจำตัวเองหรือแก้ไขมันได้ ไม่ว่าจะคิดยังไงมันก็ไม่มีทางไหนที่สามารถทำแบบนั้นได้
สายฝนเลิกคิดแล้วกลับมาสำรวจห้างสรรพสินค้าต่อ ร้านทุกร้านภายในร้านเปิดอยู่ทว่ากลับไม่มีผู้คนแม้แต่คนเดียว สายฝนลองเข้าไปสำรวจในร้านแต่ละร้าน ยกเว้นร้านที่ในอดีตสายฝนไม่เคยเข้าร้านทั้งหมดนั้นแตกต่างจากในความทรงจำเขา หากไม่สายฝนไม่ตระหนักถึงความสงบคงยากที่เขาจะสังเกตเห็นความแตกต่าง
‘แปลกเกินไป!’ คิดเช่นนั้นสายฝนพลันเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นกับภาพในความทรงจำ เมื่อเอาทั้งสองมาเปรียบเทียบความผิดปกติก็เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตามนอกจากรู้ว่ามันผิดปกติสายฝนไม่สามารถทำอย่างอื่นได้
หลายชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว สายฝนกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงอันหรูหราในโซนเฟอร์นิเจอร์ หลังจากเดินสำรวจมาหนึ่งชั่วโมงเขาก็รู้สึกเหนื่อยมาก ร่างกายเขาขณะนี้เป็นร่างกายระดับศูนย์ กล่าวง่ายๆคือร่างกายของคนธรรมดา แน่นอน มันย่อมไม่มีเรี่ยวแรงเท่าร่างกายระดับหนึ่ง
“ฉันล่ะเกลียดการเดินห้างจริงๆ” สายฝนเอ่ยขึ้นพลางหอบหายใจ ปกติเขาก็ไม่ชอบมาห้างอยู่แล้ว มาห้างสรรพสินค้าทุกครั้งสายฝนจะเผลอนึกถึงเรื่องในตอนเด็ก เหตุการณ์นั้นแม้จะไม่ทำให้เขาเสียชีวิตแต่มันก็ทำให้เขาได้รับบาดแผลฝังลึกในจิตใจมา ภาพความทรงจำมากมายเกิดขึ้นในหัว ภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นฉายผ่านดวงตาคู่สีดำของสายฝน
“อ๊ากกก บัดซบจริงๆ” สายฝนลุกขึ้นนั่งบนเตียงจากนั้นก็สบถคำหยาบคายออกมา คิดถึงเหตุการณ์นั้นแล้วสายฝนอดหัวเสียไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะความโง่ของเขา เขาคงไม่ถูกผู้หญิงคนหนึ่งหลอกหรอก ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หลอกให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เธอแค่หลอกให้เขาซื้อของราคาแพงให้ ถึงมันจะเป็นแค่การหลอกให้ซื้อของให้แต่สายฝนก็จริงจังกับเรื่องนี้มาก เขาน่ะเกลียดการถูกคนอื่นหลอกใช้มากๆ!
‘คนที่ฉันสามารถเชื่อใจได้มากที่สุดคือตัวฉันเอง คนอื่นน่ะเชื่อใจไม่ได้ จากนี้ต่อไปฉันต้องสร้างระยะห่างกับคนอื่นมากขึ้น’ สายฝนกล่าวภายในใจ
‘กลับไปยังดาวเคราะห์โลกได้เมื่อไหร่ฉันจะจัดการเธอแน่’ เขาอยากจะจัดการผู้หญิงซึ่งเคยหลอกใช้เขา เธอจะได้รู้ว่าสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นมันเป็นการยั่วยุเขา การยั่วยุสายฝนนั่นก็เท่ากับกลายเป็นศัตรูกับเขา และสำหรับศัตรูสายฝนไม่มีทางปล่อยพวกมันไปแน่นอน
‘ก่อนอื่นฉันต้องรอดจากที่นี่ให้ได้ซะก่อน ฉันไม่ยอมตายที่นี่เด็ดขาดไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ฉันต้องหาทางหยุดทักษะของไอ้บ้านั่น’ สายฝนลุกออกจากเตียงและเตรียมสำรวจต่อไป สายฝนไม่รู้วิธีตื่นจากฝันนี้ สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงสำรวจความฝันนี้เท่านั้น
จังหวะที่สายฝนกำลังจะไปสำรวจพลันเกิดเสียงดังขึ้นมาจากทิศทางหนึ่ง เวลาเดียวกับที่เสียงนั้นดังสัญชาตญาณก็ได้ร้องเตือนสายฝนว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามา สัญชาตญาณไม่เคยผิดพลาด สายฝนสบถคำหยาบคายออกมาอีกครั้ง นี่โชคชะตาจะทำให้เขาเจอเรื่องอันตรายตลอดเวลาเลยรึไง? ไม่คิดจะปล่อยโอกาสให้เขาพักบ้างหรือ? เป็นโชคชะตาที่น่ารังเกียจจริงๆ
“ยังไงฉันก็ไม่มีทางหนีจากอันตรายพ้นอยู่แล้วเพราะงั้นไม่ว่าจะเป็นอันตรายแบบไหนก็เข้ามาได้เลย ฉันจะยืนโง่ๆอยู่ตรงนี้” กล่าวจบสายฝนก็คำรามเสียงดัง ปลดปล่อยความรู่สึกของตนเอง มันเหนื่อย เหนื่อยมาก! ต้องระมัดระวังตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ตัวเองตาย ต้องข้ามผ่านยที่สามารถสังหารตัวเขาได้อย่างง่ายดายหากพลาดแม้เพียงนิด ถ้าสายฝนไม่รู้สึกเหนื่อยเขาก็เทพแล้ว
ถามว่าเขาจะหยุดก้าวต่อไปมั้ย? คงต้องตอบว่าไม่ เขาเคยสัญญากับตัวเองใว้แล้ว จะไม่หยุดก้าวเดินต่อไปแม้จะเหนื่อยล้าจนร่างกายพังทลายก็ตาม ความทะเยอทะยานที่มากมายมหาศาลทำให้สายฝนไม่อาจหยุดก้าวเดินไปได้ หยุดพักได้แต่อย่านาน เพราะถ้านานเกินไปเขาอาจจะไม่สามารถกลับมาก้าวเดินต่อได้
“ฉันอยากจะรู้จริงๆว่าในความฝันนี้ใครจะปรากฏตัวขึ้นมาทำร้ายฉัน?” สายฝนหันไปจับจ้องทิศทางที่เกิดเสียงดัง สุดระยะสายตาสายฝนร่างผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินมาทางเขา ชายคนนี้ปลดปล่อยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่คิดจะปกปิด ในมือข้างซ้ายถือดาบยาวสีเงินซึ่งดูกากกว่าดาบของนิวลิน แต่ถึงดาบจะดูกากกว่าดาบนิวลินทว่าสายฝนก็ไม่สามารถประมาทได้ เขาเวลานี้เป็นระดับศูนย์ ไม่ใช่ระดับหนึ่ง
สายฝนร้อง “โอ้!” คราหนึ่งก่อนพูดต่อว่า “ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอกับระดับหนึ่งในดาวเคราะห์โลก หืม? ทั้งๆที่ในความทรงจำของฉันไม่มีชายคนนี้อยู่ทว่าฉันกลับรู้สึหเหมือนเคยเจอชายคนนี้มาก่อน บ้าจริง! มีใครมาเปลี่ยนแปลงความทรงจำฉันรึไงวะ” ระหว่างที่สายฝนพูดชายผู้มาใหม่ก็เดินเข้าใกล้เขาอย่างช้าๆ มันคิดว่าสายฝนน่ะได้ตายไปเรียบร้อยแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ระดับศูนย์อย่างเขาจะรอดพ้นจากดาบของมัน
สายฝนสามารถคาดเดาความคิดฝ่ายตรงข้ามได้ เขาส่งเสียงเย็นชาจากนั้นก็เอ่ยขึ้นกับตัวเอง “นายมันก็เหมือนกับศัตรูคนก่อนๆที่ฉันสู้มา เพราะประเมินฉันตํ่าเกินไปนี่แหละพวกมันเลยกลายเป็นร่างไร้วิญญาณไปแล้ว” ภายนอกแบบนั้น ภายในใจกำลังหาหนทางสังหารอีกฝ่าย ‘ฉันมีสภาวะสงบนิ่งสูงสุดและศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทราดังนั้นฉันสามารถหลบการโจมตีของมันได้แน่นอนตราบใดที่ไม่หมดแรงซะก่อน ปัญหาคือฉันไม่มีความแข็งแกร่งพอจะฆ่ามันได้เนี่ยสิ?’
---