ดวงใจที่คล้ายหลุดลอยกลับสู่พื้นที่ตรงหน้า...อยู่ตรงนี้อีกครั้งแล้ว
.
“คุณอยู่ตรงนี้จริงๆใช่ไหม ซี?”เอ่ยถามกับภาพเบื้องหน้าที่กลัวเหลือเกินหากเป็เพื่อนควันจางอันเลือนรางและยากจะเชื่อว่าคนที่เฝ้าคิดถึงจากสถานที่ห่างระยะนับร้อยกิโลจะมายื่นอยู่ตรงนี้ก่อนฝ่ามือใหญ่ที่กอบกุมเรียวมือไว้หลวมๆอย่างไม่กล้าััแรงจะถูกกระชับให้แแ่ขึ้น
‘………….’…บ่งบอกว่าตัวตนตรงหน้าและรอยยิ้มอ่อนโยนเป็ของจริงไม่ใช่ภาพฝัน
“ท-ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้–ไม่สิ ไม่ใช่คำพูดแบบนี้ที่ควรพูดกับคุณ...ข-ขอบคุณที่ให้โอกาสครับผม...ผม...”ริมฝีปากขยับสั่นไม่ต่างจากคำพูดที่คล้ายถูกดูดให้กลืนหายไปในลำคอแม้พยายามเปล่งเสียงแต่ก็ไร้วี่แว่วใดจนกระทั่งััเบาบางจากฝ่ามือเรียวที่คลายมือเอื้อมมาวางบนหน้าอกของเขาพลางหลับตาลงเพื่อเงี่ยหูฟัง...
ตึก...ตึกๆๆ...ตึกๆๆๆ–เสียงหัวใจใต้อกที่กระหน่ำรัวแทนทุกคำพูดใดรอยยิ้มพราวระยับดั่งท้องทะเลกระทบแสงจึงฉาบกว้างบนโครงหน้าคมคายที่เฝ้าคนึงหา
‘สื่อมาถึงแล้ว...รับรู้แล้ว’…กลีบปากเรียวขยับเป็ภาษาลมสื่อสารที่เขาเข้าใจดีและอดตำหนิตนเองไม่ได้
“ต้องให้คุณเป็คนเริ่มพูดก่อนตลอดเลยผมนี้มันแย่จริงๆ แต่ครั้งนี้ผมจะไม่ให้มันเป็แบบนั้นอีกแล้วต้องกล้าพูดในสิ่งที่อยากพูด”
“วันนั้นผมทำผิดพลาดไปมากมันไม่น่าให้อภัยเลยด้วยซ้ำที่ทำร้ายจริงใจของคุณด้วยคำพูดแบบนั้นขอให้ผมได้แก้ไขและลบความทรงจำร้ายๆของคุณออกไปนะ”เอ่ยยอมรับความผิดพลาดที่ได้กระทำอย่างเต็มอกผสานขายาวที่คุกเข่าและชันไว้อีกหนึ่งข้างในท่วงท่าที่เหมาะสมโอบประคองฝ่ามือสวยไว้อย่างถนอมรักก่อนดวงตาทั้งสองจะสบประสานเพื่อร้องขอให้ท้องทะเลผู้งดงามเบื้องหน้าหวนกลับมาหาผืนทรายแสนธรรมดาคนนี้อย่างแท้จริง
“คบกับผมได้ไหมครับ?”
‘แน่นอนค่ะ....’…และคำตอบนั้นก็ส่งกลับมาด้วยภาษาลมที่มีเพียง‘เรา’ที่รับรู้ ยามนี้ดวงใจใต้อกคล้ายถูกปลดล็อคจากความทุกข์ระทมที่มียันกายขึ้นเต็มความสูงเพื่อส่งสองแขนโอบรอบเอวเบาน่าััไว้อย่างหวงแหนดุจพื้นทรายโอบรอบทะเลท่ามกลางสักขีพยานที่เปล่งเสียงร่วมยินดี...
“ว้าว!~ สุดยอดเลย ยินดีด้วยนะคะๆ ความรักพี่แซนสมหวังแล้ว เหมาะสมๆ!”
...แปะๆ!~ทว่าเสียงยินดีที่ไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวจากเด็กสาวผู้ขับขานบทเพลงแต่กลับแว่วมาจากด้านหลังร่วมด้วยเสียงปรบมือและจังหวะก้าวเท้าบนสันสูงที่เขาเคยพบเจอมาก่อนที่เื่ราวทุกอย่างจะเกิดขึ้น...
“เป็ภาพที่งดงามและน่าประทับใจไม่นึกว่างานประกวดวิดีโอศิลป์ของฉันจะกลายเป็พื้นที่สำหรับให้ความรักดวงน้อยๆทั้งสองสานสัมพันธ์น่ายินดี~”
“คุณ? คุณเมื่อตอนนั้นที่บริษัทนิ?...ท-ที่นี่งานประกวดของคุณ!?”ดวงตาที่เพิ่งผ่านการเบิกโตกับการปรากฏตัวของคนแสนรักกลับต้องขยายกว้างอีกครั้งเมื่อบุคคลที่ก้าวมาร่วมยินดีคือหญิงสาวใต้หมวกใบโตที่เป็คนเซ็นใบลาออกให้เขาจุดเริ่มต้นของทุกอย่างที่ได้ปากกาของเธอคนนี้เป็ผู้ช่วยเหลือก่อนกลีบปากเรียวชาดจะยกกว้างเพื่อยืนยันตัวตนอีกชั้น
“ถูกต้อง ภูวิศเธอแสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสมราคาที่ฉันเซ็นยินยอมให้และ...สาวน้อยผู้งดงามเงาของเธอคือศิลปะชั้นยอด มันทรงพลังอย่างมากทีเดียวถึงไม่มีเสียง ฉันขอชื่นชม”
‘ขอบคุณค่ะ แต่คนที่ถ่ายออกมาคือเขาคนที่ควรได้รับคำชมควรเป็เขามากกว่า’…หน้าจอสื่อสารถูกยกขึ้นมาพิมพ์ตอบกลับเพื่อบอกให้รู้ว่าคำชมนั้นควรเป็ของคนที่ถูกต้องและดวงตาเฉี่ยวคมที่ไล่อ่านก็พราวระยับอย่างถูกใจ
“แน่นอนที่รักฉันต้องชมผู้สร้างสรรค์ผลงานอยู่แล้ว แิที่ฉีกกรอบและไม่สนข้อบังคับใดเลือกใช้เสียงของความเงียบเป็ผลงานแล้วยังใส่แิว่าเป็สิ่งที่ใจเรียกร้องอีก...คนแบบนี้น่ะ แสนเหมาะเหม็ง”โครงหน้าที่ซ่อนใต้ปีกหมวกหันกลับมาหาเขาที่ยังคงยื่นทึ่งกับความกะทันหันทั้งสองเหตุการณ์...และยิ่งอ้าปากค้างหนักข้อขึ้นเมื่อได้ยินคำชวนเหนือความคาดหมายไปไกลโข
“อยากมาทำงานกับ AnotherS. Art ไหม? ศิลปินภูวิศ?”
‘Another S.Art’
- สังกัดศิลปินที่เขาเฝ้าหวังให้ได้แสดงความเป็ตนเอง...อยู่ตรงนี้แล้ว!?-
“อ-อะไรนะครับ!?แต่ผมไม่ได้ชนะการประกวดนิ ไม่มีสิทธิ์ได้รางวัลใหญ่แบบนั้น”
“กติกาไม่ได้บอกนิว่าห้ามคนไม่ชนะเข้าร่วมกับเรา?เธอคิดเองเออเองนะ...อีกอย่างในเมื่อฉันมีสิทธิ์เซ็นมอบอิสระให้เธอออกจากงานได้ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ดึงเธอมาทำงานกับฉันล่ะ?”
“หมายความว่า....”พึมพำเบาๆอย่างที่ไม่อาจนึกฝันเมื่อเรือนกายระหงส์ใต้ชุดดำทมิฬขยับเคลื่อนไหวและชี้นิ้วประดับเล็บดำแหลมเข้าหาตนเองเพื่อแนะนำตัวอย่างเป็ทางการว่าสิทธิ์ในมือคู่นั้นมีมากมายดั่งเวทย์มนต์
“ฉันคือหัวหน้าของ AnotherS. Art…Madame S. ถ้าเธอเป็แฟนคลับของสังกัดเราจริงก็น่าจะรู้นะ”
“!!!!?????....”...พระเ้าช่วยเถอะ!!!! ข-เขากำลังคุยกับคุณหัวหน้าที่เป็ศิลปินหญิงชั้นแนวหน้าของไทยที่ไม่เคยให้สื่อเห็นตัวจริง!?แล้วยังถูกชวนให้เข้าร่วมสังกัดอีก!!??
“ว่าไง? ตกลงจะทำงานกับฉันไหม? คุณศิลปินแห่งความเงียบ?”
“ผ-ผ-ผ-ผม......”...จะให้เอาสติส่วนไหนตอบดีล่ะครับ!?
“แฟนเธอเครื่องค้างง่ายจังนะ สาวน้อยฮี่ ~ น่าเอ็นดูจริง”เสียงหยอกเย้ากระซิบกระซาบกับคนรักมาดๆข้างกายที่ยิ้มแห้งๆให้มาดามใหญ่ก่อนเรียวมือจะเอื้อมมาประสานกับฝ่ามือของเขาไว้พร้อมกระชับเบาๆเป็การเรียกสติและให้กำลังถึงความฝันที่เดินทางมาถึงแล้ว
‘……….’…‘เดินหน้าเต็มกำลังนะ’…แม้ไร้เสียงใดแต่รอยยิ้มที่ส่งมอบมาให้ก็แน่ชัดถึงความหมายดวงใจที่พองฟูจึงส่งสาสน์ถึงสมองให้ยกฝ่ามือขึ้นจับตอบศิลปินรุ่นใหญ่ในทันที
“ตกลงด้วยความยินดีครับ!ขอฝากตัวด้วยครับ มาดามS.!!”
นาทีนี้รวดเร็วเกินกว่าจะเชื่อแต่ทั้งความฝันและความรักที่เผ้าหวังกลับคืนสู่พื้นที่ข้างกาย...
อยู่ตรงนี้ในที่ที่เขาเอื้อมคว้าไว้ได้แล้ว
…ราวเป็เพียงภาพลวงตาที่หากกระพริบตาแรงเกินไปอาจสลายหายไปแต่เพราะมีแรงกระชับที่สอดประสานให้หว่างนิ้วไม่ได้โดดเดี่ยวจึงรับรู้ว่ามันคือความจริงที่เดินทางมาถึงภายในงานประกาศรางวัลที่คิดไว้ว่าคงเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยเสียงที่แสนสำคัญหนึ่งคือเสียงร้องเพลงจากเด็กสาวบนเวทีใหญ่ชวนทึ่งในความสามารถเกินตัวสองคือเสียงโห่ร้องอย่างยินดีจากเพื่อนสนิทที่ถ่อสังขารหนีงานมาร่วมยินดีสามคือเสียงตกลงสัญญาจากมาดามใหญ่ที่ให้เขาทำงานศิลป์ที่เกาะนางยวนได้โดยไม่ต้องอยู่กรุงเทพเพราะสังกัดนี้เป็อิสระตามอย่างหัวหน้าผู้สัญจรไปมาไม่มีแหล่งแค่ขอให้ส่งผลงานตรงเวลาตามนิทรรศการก็เพียงพอและเสียงสุดท้ายคือความเงียบแสนอบอุ่นของท้องทะเลที่ยืนเคียงข้างกายไม่ห่างจวบจนกระทั่งจบงานที่เป็เวลามืดค่ำเกินกว่าที่หญิงสาวจะกลับไปคนเดียวจากหอศิลป์จึงเคลื่อนย้ายมาสู่ห้องเล็กๆในคอนโดกลางเมือง
“ห้องผมค่อนข้างเล็ก แต่ว่ามีที่พอนะพักผ่อนได้สบายเลยละ”
‘ขอบคุณสำหรับที่พักนะ...เปลือกหอยนั่น?’ข้อความบนหน้าจอถูกส่งมาให้ไล่สายตามองก่อนปลายประโยคจะทำให้เขาหันไปตามการชี้นิ้วของคนรักฉับพลันรอยยิ้มก็ยกขึ้นเมื่อสิ่งที่อีกฝ่ายถามก็คือเปลือกหอยนางฟ้าบนผ้านุ่มสะอาดที่แสนหวงแหน
“เปลือกหอยที่คุณให้ไว้ครั้งแรกไงครับผมเก็บมันไว้ตลอด...เอามาแนบหูฟังเสียงเวลาคิดถึงคุณ แฮะ~แต่เมืองใหญ่ที่ลมไม่ค่อยพัดผ่านมันก็ไม่ค่อยได้ยินเสียงอย่างที่เกาะหรอกครับ”
‘ขอบคุณที่เก็บรักษาอย่างดีนะ…จุ๊บ~’
“ของที่ซีให้ผมก็ต้องรักษาอยู่แล้วสิจุ๊บ~....เดี๋ยวคุณนอนเตียงนะ ส่วนผมจะไปนอนโซฟาเอง”เอ่ยตอบพลางก้มลงจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากแ่เบาเป็ตอบกลับััที่อีกคนประดับจูบบนแก้มก่อนเขาจะเคลื่อนตัวไปจัดแจ้งที่นอนให้พร้อมสำหรับการพักผ่อนของหญิงสาวที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาแต่แรงสะกิดพร้อมคำบอกบนหน้าจอก็ทำให้เขาตีคิ้วยุ่ง
‘แบบนั้นจะปวดหลังเอานะ แซนนอนเตียงเถอะ’
“ไม่ได้สิครับๆผมจะให้คุณนอนโซฟาได้ยังไง นอนเตียงเถอะ–...?”
‘หมายถึงนอนเตียงด้วยกันน่ะ’
“.........”ร่างกายคล้ายแข็งทื่อเมื่อเจอรูปประโยคชวนคิดผสานกับแรงดึงเบาๆให้ท่อนแขนโอบกอดกันไว้แแ่เรียวมือจับเลื่อนฝ่ามือของเขาให้ประคองโครงหน้าคมคายของสาวเ้าเอาไว้ทิ้ง่เวลาอีกชั่วครู่ให้ดวงตาสอดประสานเพื่อสื่อสารแทนความรู้สึกก่อนหน้าจอจะสว่างวาบปรากฏเป็ข้อความทวงถามถึงคำพูดที่เขาได้ให้ไว้...
‘คุณบอกจะลบความทรงจำที่ไม่ดีที่ผิดไปให้หมดงั้นก็ควรเริ่มจากสิ่งที่เป็ต้นเหตุนะ’
‘สร้างความทรงจำใหม่ให้ฉันได้รึเปล่าคะแซน?’
“แน่นอนครับเพื่อคุณผมจะทำอย่างอ่อนโยนที่สุด”
…สิ้นเสียงตอบรับด้วยทำนองหวานละมุนริมฝีปากทั้งสองก็ผลักไสช่องว่างให้กลายเป็ศูนย์เคลื่อนประกอบเข้าหากันและดูดดื่มรสััอย่างโหยหาขณะเดียวกันท่อนแขนก็โอบประคองเรือนกายเพรียวขึ้นวางบนเตียงนอนนุ่มจัดแจ้งรอบกายให้สะดวกสบายแก่บทเพลิงรักที่กำลังเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าเผยโครงสร้างสมสัดส่วนชวนััสลับกับตัวเขาที่มีเรียวมือค่อยๆแกะกระดุมทีละเม็ดให้อย่างอ้อยอิ่งบรรดาเจลหล่อลื่นและถุงยางอนามัยถูกใช้ตามที่ถูกที่ควรเมื่อทุกอย่างเพียบพร้อมก็ประโคมความปรารถนาทั้งทางฝ่ามือลูบไล้นวดคลึงไปทั่วอณูนิ้วกายละเอียด ไล่ปลายจมูกสูดกลิ่นหอมดั่งทะเลยามฟ้าสว่างขบเม้นตามแนวซอกคอระหงส์ผสานปลายลิ้นไล่ลงตวัดชิมรสจากยอดดอกชูชันเงี่ยหูฟังเสียงกระเส่าครางที่เป็เพียงจังหวะสั้นๆทว่าช่างเร่งเร้าจุดอารมณ์ให้พุ่งพรวดได้ไม่ยากเย็น
“ตรงนี้ รู้สึกดีรึเปล่าครับ...”
‘อ๊ะ!...อื้ม...’…ร่างกายสั่นสะท้านคือคำตอบชั้นดีว่าคนรักสุขสมกับเพลิงราคะที่ป้อนให้อย่างค่อยเป็ค่อยไปก่อนช่องทางน้ำหวานจะเพียบพร้อมและขยายตัวพอที่สิ่งคับพองจะสอดใส่เชื่อมประสานกายเราทั้งคู่ให้เป็หนึ่งเดียว
สวบ!...แก่นกายร้อนแทรกผ่านเติมเต็ม เร่งเร้าจังหวะไปตามธารอามรณ์ที่ไม่มีใครคิดยับยั้ง ขณะที่้าก็เชื่อมประสานด้วยสองริมฝีปากถ่ายโอนรสรักแก่กันต่างเคลิบเคลิ้มดื่มด่ำ่เวลาดุจเพลิงกาฬแผดเผาอย่างสุขสมจนกระทั่งปลายสุดของ่เวลาสีคาวใกล้ถึงจุดสิ้นสุดทุกััจึงเร่งระดับหนักหน่วงโดยที่เขาไม่ลืมที่จะเอื้อมฝ่ามือไปจับเรียวแสนรักไว้ให้ช่องว่างระหว่างนิ้วผสานกันไว้แแ่เพื่อเดินทางสู่จุดหมายแห่งความสุขด้วยกัน...
“ผ-ผมจะเสร็จแล้ว...อาพร้อมกันนะครับ”
‘อื้ม...อ๊าง!~…’…โครงหน้าคมคายชื้นเหงื่อซบบนลาดไหล่กว้างของเขาต่างที่พักพิง ริมฝีปากร้อนจึงพรมจูบบนขมับปลอบประโลมให้ความเหนื่อยล้าของคนรักสลายไปเคลื่อท่อนแขนขึ้นโอบประคองเรือนกายระหงส์ไว้แนบชิดใต้ผ้าห่มพื้นเดียวกันและไล้ปลายนิ้วสางเรือนผมสลวยด้วยความถนอมก่อนเสียงหอบหายใจจะคลายลงพร้อมรอยยิ้มที่ผุดพรายบนใบหน้าที่จ้องมาคล้ายเฝ้ารอบางสิ่งซึ่งเขาก็รู้แก่ใจ...
...การแก้ไขและสร้างความทรงจำทับคำพูดเลวร้ายที่เขาเคยทำร้ายคนแสนรักครั้งนี้มันจะต้องเป็ไปอย่างถูกต้องมุมปากยกกว้างผสานสำเนียงเสียงละมุนหวานกล่าวแก่บุคคลที่วอนขอให้เป็ดั่งครึ่งชีวิตที่เฝ้าตามหา...
“นับจากนี้และตลอดไปขอให้คุณเป็เสียงแห่งความรักเพียงหนึ่งเดียวของผมนะครับ คุณท้องทะเลของผม”
‘ค่ะ...คุณเองก็เหมือนกันคุณหาดทรายของฉัน’…แม้ไร้เสียงทว่าช่างแสนชัดเจนด้วยการขยับกลีบปากอย่างนั้น...
...ณ วินาทีนี้สองความไพรศาลแห่งธรรมชาติ หนึ่งผืนทะเลอันงดงามทอประกายและหนึ่งหาดทรายอันเบาบางทว่าแน่นหนักในยามนี้ได้สบประสานเชื่อมโยงซึ่งดวงใจไว้อย่างแแ่ท่ามกลางสักขีพยานแห่งความเงียบงัน...และอีกหนึ่งภูตพรายที่เฝ้าสดับฟัง
[ในที่สุดก็ได้พักสักที...]…เสียงจากคนตัวน้อยเอ่ยแ่เบากับภารกิจที่ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดร่างกายนั้นค่อยๆสูญสลายโดยไร้คนล่วงรู้แต่ก่อนที่ดวงไฟแห่งชีวิตจะมอดดับก็ได้มอบรอยยิ้มสุดท้ายแก่คนใต้อารักษ์ที่ช่างน่าเหนื่อยใจ...แต่ก็แสนยินดีที่ได้พบเจอกัน
[ต้องลากันแล้วสินะ เ้าทรายบูดอย่าทำอะไรบื้อๆอีกละ...เฮ่อ~ แต่พูดไปตอนนี้ก็คงไม่รู้แล้ว เอาเป็ว่าโชคดีแล้วกันข้าดีใจที่ได้เป็ภูตของเ้านะ!]
ฟิ้ว–ละอองประกายโปรยปรายแด่สองดวงใจที่ผูกพัน
และลบเลือนตัวตนภูตพราย‘เ้าขุน’สูญสลายจากความทรงจำทั้งมวล
..
.
พวกเ้าที่กำลังอ่านอยู่ก็คงเหนื่อยล้าเต็มทนกับเื่ราวนี้เช่นนั้นข้าก็จะพูดแค่สั้นๆก่อนจะจากกันไป
‘บางความรักนั้นไม่จำเป็ต้องใช้เสียงแค่เราััถึงกันในเสียงของจิตใจก็เพียงพอแล้ว’
.
อย่าลืมซะละจงใช้ใจใต้อกให้มั่นและอย่าฟังเพียงเสียงลมปากของใครจนเกินไป
‘ข้าขออวยพรให้พวกเ้า พบเจอเสียงหัวใจอีกดวงที่สื่อถึงกันในเร็ววัน’ – ผู้นำพาความรัก
-สื่อรัก สื่อหัวใจ – ....THE END