ภาค 2 บทที่ 18 : เจ้าสำนัก
บทที่ 18 เคล็ดวิชาฝ่ามือ ‘ฝ่ามือกระบี่เลือดแดง’ ฝ่ามือขวาของผู้อาวุโสหนึ่งนั้นพุ่งตรงเข้าหาร่างหยางหลง กระบี่ของหยางหลงที่ยกขึ้นมาเพื่อหวังจะป้องกันฝ่ามือนั้น แต่ว่าหยางหลงนั้นรู้ดีว่าแค่กระบี่เล่มนั้นคงจะไม่สามารถยับยั้งฝ่ามือนี้ได้ แม้จะตั้งกระบี่พร้อมรับการโจมตีอย่างสุดกำลังแต่หยางหลงนั้นก็ได้เรียกเร้นลมปราณออกมาจากร่างกายทั้งหมดเพื่อรับฝ่ามือของผู้อาวุโสหนึ่ง ลมหายนั้นแทบจะหยุดลงหยางหลงนั้นได้รับฝ่ามือที่พุ่งเข้ามาร่างทั้งร่างของเขานั้นแข็งทื่อ ตึง!!! เสียงของฝ่ามือนั้นปะทะเข้ากับกระบี่หยดน้ำค้างแข็งภายในมือของหยางหลงนั้นดังสนั่น ลมปราณของทั้งสองเริ่มปะทะกัน ความลึกล้ำของลมปราณของผู้อาวุโสหนึ่งหยางหลงสามารถรับรู้ได้ทันทีที่รับฝ่ามือเต็มกำลังของผู้อาวุโสหนึ่ง ร่างกายราวกับกำลังโดนบดขยี้หยางหลงนั้นรู้สึกเหมือนกับตนนั้นกำลังถูกลมปราณบดร่างกายของตน ความลึกลับของกระบวนท่าฝ่ามือนี้มันไม่ใช่วรยุทธแต่เป็นลมปราณของผู้อาวุโสหนึ่งต่างหาก ถ้าหยางหลงนั้นต้านทานฝ่ามือของผู้อาวุโสหนึ่งอยู่อย่างนี้อีกสักพักเขาก็คงจะไม่ไหว อีกเพียงไม่กี่อึดใจหยางหลงนั้นกำลังจะพ่ายแก่ฝ่ามือนี้ อันที่จริงการปรากฏตัวของผู้อาวุโสหนึ่งเช่นนี้มันอยู่นอกแผนการของเขา การป้องกันจากที่ยกกระบี่ขึ้นมารับนั้นได้แตกออก ฝ่ามือของผู้อาวุโสหนึ่งได้พุ่งตรงผ่านการป้องกันที่แตกออกเข้าไปหาร่างของหยางหลง แต่แล้วความประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือของผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักนภาหยินหยางก็ถูกหยุดด้วยอะไรบางอย่าง ลมปราณของผู้ใดสักคนนั้นพุ่งเข้ามาแทรกการระหว่างพวกเขาทั้งสอง การปะทะกันของทั้งสองถูกหยุดเอาไว้ก่อนที่จะรู้ผลแพ้ชนะ ร่างของผู้อาวุโสหนึ่งได้ผงะถอยหลังไปถึงสองก้าว แน่นอนว่าถ้าไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นชีวิตของหยางหลงคงจะไม่รอดพ้นการดับสูญ ความประหลาดใจได้เข้าปกคลุมความคิดของเหล่าผู้คนบริเวณนั้น ทุกคนนั้นเริ่มตื่นตระหนก แน่นอนว่ากลุ่มคนที่ตกใจมากที่สุดคือเหล่าสมาชิกของสำนักนภาหยินหยาง พวกเขานั้นต่างประหลาดใจที่ผู้อาวุโสหนึ่งของพวกเขาถึงกับผงะถอยหลังออกมาจากร่างของหยางหลง แน่นอนว่าร่างของหยางหลงนั้นก็ไม่ต่างกันเขานั้นถึงกับทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น นั้นทำให้เหล่าแขกผู้เฝ้ามองนั้นรู้ได้ทันทีว่าการที่ผู้อาวุโสหนึ่งนั้นกระเด็นถอยหลังไปมิใช่ฝีมือของหยางหลง แต่เมื่อรู้เช่นนั้นผู้คนก็ต่างแตกตื่นขึ้นไปอีกขั้น เพราะว่าผู้ใดกันที่จะมีวรยุทธมากพอจะต่อกรกับผู้อาวุโสหนึ่งได้เช่นนี้กัน ผู้อาวุโสหนึ่งที่ร่างนั้นกระเด็นถอยหลังมาชายชรานั้นกัดฟันอีกครั้งเขานั้นได้มองไปที่หยางหลงด้วยความโกรธอีกครั้ง เขานั้นกล่าวออกมาด้วยเสียงแข็งว่า “ เจ้า!!! ” ผู้อาวุโสหนึ่งนั้นตั้งใจจะพุ่งเข้าไปทำลายหยางหลงอีกครั้ง เมื่อชายชราตั้งท่าพร้อมจะเคลื่อนกายเข้าหาหยางหลง.... “ หยุดเดี๋ยวนี้!!! ” น้ำเสียงอันทรงพลังและเคร่งขรึมได้ดังขึ้นมันเป็นเสียงที่เหล่าผู้นั้นมิเคยได้ยินแต่ว่าสำนักลูกศิษย์ของสำนักนภาหยินหยางแล้วพวกเขานั้นรู้จักและคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้เป็นอย่างดี การเคลื่อนไหวราวกับกลุ่มก่อนควันสีขาวได้พุ่งผ่านพ้นประตูบานใหญ่ของท้องพระโรงเข้ามาสู่ภายในท้องพระโรงอันกว้างขวาง กลุ่มก้อนควันสีขาวนั้นมาอยู่ลงตรงหน้าของหยางหลง ใบหน้าที่ก้มมองอยู่กับพื้นได้ค่อยๆเงยขึ้นอย่างช้าๆเขานั้นมองเห็นร่างของชายคนหนึ่งได้ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าของเขา ชุดสีขาวทั้งกายเครื่องแต่งกายที่เรียบง่าย ใบหน้าที่กำลังแสดงรอยยิ้มแห่งความอบอุ่นกำลังก้มมองลงมาที่เขา ชายชราผู้มีผมสีขาวผู้นี้หยางหลงนั้นเคยพบเจอมาแล้ว เขาคือชายชราคนเดียวกับที่ให้ตำราทั้งสองเล่มกับหยางหลง สำหรับหยางหลงแล้วผู้ที่มีวรยุทธล้ำเลิศเช่นชายชราผู้นี้เขาไม่มีทางลืมไปได้ การปรากฏกายของชายชราผู้นี้สร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าผู้คนอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าเขานั้นย่อมเป็นที่รู้จักแก่ผู้คนใต้หล้าแห่งนี้ “ คารวะเจ้าสำนัก!!! ” เสียงกล่าวออกมาดังลั่นของเหล่าศิษย์สำนักนภาหยินหยางพวกเขานั้นกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงพลางก้มศีรษะของตนเองลงอย่างนอบน้อม เมื่อได้ยินเหล่าศิษย์ของสำนักนภาหยินหยางกล่าวเช่นนั้นความสับสนภายในใจของเหล่าแขกที่มารับงานก็จางหายไป พวกเขาทุกคนนั้นมั่นใจอย่างแน่นอนแล้วว่าชายชราผู้นี้คือเจ้าสำนักนภาหยินหยางคนปัจจุบัน แน่นอนว่าในตอนแรกที่เหล่าแขกผู้มาร่วมงานนั้นรู้จักใบหน้าของเจ้าสำนักนภาหยินหยางอยู่แล้วแต่ว่าพวกเขานั้นก็ยังไม่มั่นใจกระทั่งเหล่าศิษย์นั้นกล่าวทำความเคารพ ชายชราผู้นี้คือเจ้าสำนักนภาหยินหยางจริงๆ ผู้คนที่ได้พบเห็นนั้นเริ่มใจเต้น ปรมาจารย์เฉิงชุน เจ้าสำนักนภาหยินหยางคนปัจจุบันเป็นยอดยุทธ์ที่เป็นที่ยำเกรงของชาวยุทธ วรยุทธที่ล้ำเลิศกำลังภายในที่ล้ำเลิศชายชราผู้น่ายำเกรงผู้นี้คือผู้ที่อยู่ระดับแนวหน้าของยุทธภพ ชายชราเบื้องหน้าของเขาได้มองต่ำลงมาที่หยางหลงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้างของชายชราผู้นี้ทำให้หยางหลงรู้สึกอบอุ่น หยางหลงที่กำลังคุกเข่าเขานั้นเงยหน้ามองใบหน้าของชายชราอย่างไม่กระพริบตา “ ท่าน.... ” หยางหลงกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา ร่างกายของเขานั้นกำลังบาดเจ็บภายในอยู่มิน้อยเลย เพียงแค่ได้รับฝ่ามือของผู้อาวุโสหนึ่งเต็มๆสักฝ่ามือเขานั้นก็เจ็บเอาการแล้ว “ ศิษย์พี่ท่านมาที่แห่งนี้ได้เยี่ยงไรกัน... ” ผู้อาวุโสหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของชายชราชุดขาวนั้นกล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เฉิงชุนผู้นี้เป็นเจ้าสำนักนภาหยินหยางคนปัจจุบันเขานั้นเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของผู้อาวุโสทั้งสี่แห่งสำนักนภาหยินหยาง ใบหน้าที่อบอุ่นของชายชราที่กำลังก้มมองต่ำลงที่ใบหน้าของหยางหลงนั้นเขาได้เหลียวไปมองศิษย์น้องของตนที่ยืนอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มบนใบหน้านั้นยังคงอยู่ตลอดเวลาแต่ว่าภายใต้รอยยิ้มนั้นยังแฝงเอาไว้ซึ่งความยำเกรงที่มากมาย “ ศิษย์น้องเจ้ารังแกเด็กเช่นนี้ไม่กลัวว่าเหล่าผู้คนจะประนามสำนักเรางั้นหรือ... ” เจ้าสำนักกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่คำกล่าวนั้นก็ทำให้ผู้อาวุโสหนึ่งถึงกับกล่าวไม่ออก วัยของเขานั้นต่างจากหยางหลงอยู่มากนักการปฏิบัติของเขาในยามนี้นั้นไม่ต่างจากการรังแกเด็กอย่างที่ศิษย์พี่ของเขานั้นบอกจริงๆ ความอับอายภายในจิตใจเริ่มก่อกำเนิดขึ้นภายในใจของผู้อาวุโสหนึ่ง ดวงตาทั้งสองของหยางหลงนั้นหลับลงลมปราณภายในร่างกายเริ่มโคจรตามที่เขานั้นกำเนิด หยางหลงพยายามทำให้ลมปราณในร่างของตนเองเดินตามปกติ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่หยางหลงนั้นก็ทำมันได้ดีทีเดียว เขานั้นพยายามสงบใจโคจรลมปราณถึงจะไม่สามารถทำให้ลมปราณนั้นโคจรปกติแต่ก็ทำให้มันรู้สึกดีขึ้นมาถึงเจ็ดส่วน การหายใจเริ่มปกติหยางหลงนั้นได้ลืมตาทั้งสองข้างขึ้นอีกครั้ง ชายชราผู้นั้นได้หันใบหน้าก้มมองลงมาที่เขาอีกครั้ง รอยยิ้มอันอ่อนโยนบนใบหน้านั้นยังคงแสดงอยู่อย่างชัดเจน พละกำลังของร่างกายที่เริ่มกลับมาหยางหลงได้ค่อยๆลุกขึ้นยืนขึ้นมาอีกครั้ง เป็นอีกครั้งหลังจากเวลานั้นผ่านพ้นมานานพอสมควรเข้านั่นได้กลับมายืนอยู่เบื้องหน้าของชายชราปริศนาผู้นี้อีกครั้งหนึ่ง เฉิงชุน เจ้าสำนักนภาหยินหยางคนปัจจุบันชื่อเสียงนั้นเลื่องลือไปทั่วทั้งใต้หล้า แม้แต่ความทรงจำขององค์ชายหยางหลงที่ไม่น่าจะมีเรื่องราวมากนักแต่ ภายในความทรงจำเพียงน้อยนิดขององค์ชายหยางหลงนั้นยังมีชื่อของเจ้าสำนักนภาหยินหยางผู้นี้อยู่เลย ท่าทางที่ดูผิดแปลกของเจ้าสำนักและหยางหลงนั้นทำให้เหล่าแขกเริ่มสงสัยถึงความสัมผัสของทั้งสอง ท่าทางที่แสดงออกมานั้นมิใช่ท่าทางของคนที่พึ่งจะพบเจอกัน “ เหตุใดท่านจึง.... ” หยางหลงนั้นกล่าวด้วยความประหลาดใจ เขานั้นยังมิอยากจะเชื่อว่าชายชราผู้นี้คือเจ้าสำนักนภาหยินหยาง ชายชรานั้นหรี่ตาลงเขานั้นจ้องมองร่างของหยางหลงราวกับกำลังวิเคราะห์ เมื่อมองดูสักพักชายชรายกมือขวาของตนขึ้นมาลูบปลายคาง “ โอ้ว....ไม่คิดเลยว่าจะมีผู้ที่มีความสามารถเช่นนี้อยู่ในใต้หล้าแห่งนี้ด้วย ” ชายชรากล่าวพลางกับจ้องมองที่ร่างของหยางหลงอย่างตาไม่กระพริบ คำกล่าวที่ออกมาจากปากของเจ้าสำนักนั้นทำให้ผู้คนนั้นรู้สึกแตกตื่น แม้แต่องค์รัชทายาทแห่งแคว้นหลี่ยังไม่ได้รับคำชมจากเจ้าสำนักนภาหยินหยางเลยว่าเป็นผู้มีความสามารถ เพียงคำพูดเล็กน้อยที่หลุดออกมาจากปากของเจ้าสำนัก องค์ชายไร้ค่ากลายเป็นอัจฉริยะในชั่วพริบตา นั้นทำให้สายตาของเหล่าผู้คนนั้นเริ่มมององค์ชายไร้ค่าผู้นี้เปลี่ยนไปในทันที เจ้าสำนักที่กำลังมองดูหยางหลงนั้นพำพึมออกมาต่อว่า “ ร่างกาย พรสวรรค์ ความคิด เจ้าล้วนมีความสามารถทุกอย่างอยู่ในระดับสูง แล้วเหตุใดผู้คนจึงกล่าวว่าเจ้าเป็นพวกไร้ความสามารถกัน... ” เจ้าสำนักนั้นกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ ใบหน้าที่จริงจังขนาดที่กำลังพูดนั้นทำให้ผู้คนรู้ว่าเจ้าสำนักไม่ได้กล่าวเพียงเล่นๆ “ เจ้า...มาเป็นศิษย์ของข้าเอามั้ย... ” คำกล่าวนั้นได้หลุดออกมาจากปากของเจ้าสำนัก จบบท