“เดี๋ยวก่อน ก่อนจะไปพักผ่อนช่วยเซ็นต์เอกสารรับทราบให้อลินด้วยค่ะ คุณน้า..” อลินตาเสียงแข็งไม่ไว้หน้าใคร ปลายนภาถึงกับชะงักอึ้งไปกับความเอาจริง และความเด็ดเดี่ยวที่หนักแน่นยิ่งกว่าที่คิดของอลินตาปลายนภาเดินกลับมาหาทนายสุวิทย์อีกครั้ง ก่อนจะเซ็นต์เอกสารอย่างรวดเร็วและสะบัดปลายปากกาแรงๆด้วยความไม่พอใจ แว้บหนึ่งปลายนภาเงยหน้ามองสบตาทนายสุวิทย์ ทนายสุวิทย์ถึงกับเหงื่อตกเมื่อพบว่าดวงตาของเธอนั้นดำทะมึนทั้งสองข้างทนายสุวิทย์ผงะไปเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าตัวเองคงจะตาฝาดไปแน่ๆทางด้านเป๋าที่ยืนอยู่ข้างหลังอลินตาก็กระซิบกับหมิงอย่างเสียงเบา
“ไอ้หมิง สงสัยขึ้นห้องไปเลือดที่คั่งอยู่ตรงหลอดคอ น่าจะพุ่งกระอักไปร้อยเมตรแน่ แกเชื่อฉันมะ” หมิงเกือบพยักหน้ารับเห็นด้วย แต่เมื่อนึกได้ก็หันมาขึงตาดุใส่เป๋าเป็นเชิงว่ามันใช่เวลาที่ควรจะมานินทาตรงนี้ไหมไอ้เป๋าเป๋ารู้ในสัญญาณสายตาของเพื่อนรัก แต่เจ้าตัวหาสลดไม่ กับกระพริบตาถี่ๆ ปิ๊งๆใส่หมิงอย่างยียวน
เมื่อปลายนภาจากไปแล้วอลินตาก็เซ็นต์เอกสารทุกอย่างรวมทั้งพยานทุกคนก็ร่วมลงนามต่อหน้าทนายสุวิทย์พร้อมเก็บเอกสารทุกอย่างไว้กับตัวอย่างรอบคอบทนายสุวิทย์เข้ามาแสดงความดีใจกับอลินตา
“ยินดีด้วยครับคุณหนู..”ทางด้านคุณพิศเพลินพิสมัยก็ไม่ต่างกัน
“ป้ายินดีด้วยนะจ๊ะหนูอลิน” จีบปากพูดยิ่งกว่าขนมจีบในร้านสะดวกซื้อเสียอีกอลินตาเพียงแค่มองคนที่เรียกตัวเองว่าป้า แล้วยิ้มๆโลกนี้เปลี่ยนแปลงได้เสมอสำหรับคนขี้ประจบสอพลอ
“ขอบคุณมากค่ะ คุณป้า..”เป็นคำตอบที่ดูหมางเมินสุดๆ ทั้งที่คุณพิศเพลินพิสมัยสะดุดในใจแต่ใยต้องแคร์เพราะความมีเงิน ความไฮโซต่างๆ ทำให้สาวใหญ่มองข้ามไป เมื่ออลินตาคุยกับคุณพิศเพลินพิศมัยตามมารยาทแล้วก็ขอตัวไปทำธุระส่วนตัวต่อทันที
สำหรับอลินตาเวลาทุกนาทีมีค่ากับเธอเสมอ ทางด้านคุณพิศเพลินพิศมัยก็ได้แต่กล่าวขอโทษหญิงสาวที่ลูกชายของเธอทำตัวห่างเหินไม่ได้มาพูดคุยด้วยอลินตาแอบยิ้มมุมปาก คิดในใจว่าให้ไปนั่งอยู่ในรถนั่นแหละดีแล้วเธอไม่อยากให้มีใครมาหัวใจวายตายในบ้านของเธอ เพราะแค่นี้ซากศพซากวิญญาณก็เกลื่อนกล่นเต็มพื้นที่บ้านไปหมดแล้ว สมควรจริงๆที่จะยกที่ดินผืนนี้ถวายเป็นของสงฆ์ อลินตาหันมาสั่งความหมิงกับเป๋าสองลูกน้องคู่ใจ
“ไปสำรวจมรดกทั้งหมดที่เป็นของฉันจากนั้นไปวัดป่าวิเวกธรรม ฉันจะไปหานพ” แววเสียงที่เรียกดูคุ้นเคยกับคนชื่อมานพเป็นอย่างยิ่ง
ตกบ่าย เจ้าภูแสนกลับมาถึงคฤหาสน์ของตนแต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปพักร่างหรือพักผ่อนอะไรทั้งนั้นเจ้าภูแสนกลับขับรถยนต์หรูคู่ใจควบตะบึงออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อวยชัยกับชัยยันต์รออยู่ที่คฤหาสน์หลังงามเพียงลำพังและหลังจากที่เจ้าภูแสนออกไปไม่นาน รถยนต์ของนาคทิพย์ก็แล่นเข้ามาอย่างรู้งาน ว่าผู้ชาย(เอ๊ย..) พี่ชายได้กลับมาแล้ว แต่แล้วนาคทิพย์ก็ต้องผิดหวังระคนโมโหนิดๆเมื่อได้รับรายงานว่า เจ้าภูแสนออกไปตามหาอลินตา แต่ไม่รู้ว่าที่ไหนนาคทิพย์ได้แต่ตาลุกวาวราวถ่านไฟ หากแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงจะรู้ไปแล้วว่าเจ้าภูแสนอยู่ที่ไหน แต่นี่ผู้ที่เธอนับถือว่าเป็นพี่ชายนั้นกลับหาใช่คนปกติธรรมดาที่จะไม่สามารถปกปิดร่องรอยวิญญาณของตนเองได้
ทางด้านเจ้าภูแสนที่ตะบึงขับรถเพื่อตามหาร่องรอยของอลินตาก็ไม่หาตัวช่วยอย่างเช่นกดถามหาพิกัดจากสิริ หรือจีพีเอสอะไรทั้งสิ้น เพราะว่าระบบอะไรพวกนั้นก็สู้พลังอาคมแห่งฌานที่เขามีอยู่ไม่ได้เพราะอย่างหลังแม่ยำกว่าพันเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอนซึ่งครั้งนี้เขาจะต้องไม่พลาด และจะไม่เป็นฝ่ายตามอีกต่อไปในเมื่ออยากเจอก็ต้องได้เจอให้จงได้
แม้ว่าจะจับกระแสวิญญาณของอลินตาไม่ได้แต่เจ้าภูแสนก็จับกระแสวิญญาณของหมิงและเป๋า ลูกน้องของเธอได้ ในภาพแห่งจิตเจ้าภูแสนพบว่าทั้งสามคนอลินตา หมิง เป๋า กำลังยืนอยู่หน้าสวนรกครึ้มแห่งหนึ่งเจ้าภูแสนเร่งไปตามกระแสวิญญาณนั้นทันที
ส่วนทางด้านอลินตานั้นเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ไปจัดการเอกสารที่ธนาคารทั้งยังแวะสำนักงานที่ดินจนกระทั่งเรียบร้อย ในที่สุด...มรดกทุกอย่างของพ่อและแม่ของเธอก็อยู่ในมือเธอโดยชอบธรรม ความจริงอลินตาอยากจะเงยหน้าหัวเราะร่าเสียเหลือเกินแต่ที่ทำได้คือ ยิ้มแก้มป่องบวมราวกับคางคกพองตัว ในระหว่างที่นั่งรถมาเงียบๆ มีหมิงกับเป๋านั่งอยู่ด้านหน้า และเป๋าก็ทำหน้าที่ขับรถเช่นเคย อลินตาก็พูดเปรยขึ้นกับสองลูกน้องของตัวเอง
“ดีนะที่แม่ฉันเก่งและฉลาดไม่งั้นมีหวังโดนฮุบสมบัติจนแหว่งแน่ๆ” หมิงกับเป๋าพากันย่นคิ้วด้วยความสงสัยทันทีอลินตายกมือโบก ก่อนจะพูดนิ่งๆ
“ฉันสงสัยในท่าทีของคุณลุงสุวิทย์ก่อนจะเปิดพินัยกรรมเพราะมีการส่งสายตาแปลกๆ ให้กับน้าปลายนภา แต่มาแน่ใจชัดๆตอนที่เห็นเวทย์มนต์ของแม่ฉัน ที่ทำการแปลงสารอักษรในซองเอกสารนั้นซึ่งคนที่จะเห็นเวทย์มนต์นี้ได้ มีเพียงทายาทสืบสายเลือดต่อกันเท่านั้น”หมิงได้ยินชื่อเวทย์มนต์ใหม่ไม่คุ้นหู ก็ถามขึ้นทันที
“เวทย์มนต์แปลงสาร..มีด้วยเหรอครับ?” อลินตายิ้มกับสิ่งที่หมิงถามออกมา
“มีสิมนต์คานี้นี้ชื่อว่า อักขราโยนิสนามนต์” (อัก – ขะ – รา – โย – นิ – สะ - นา - มน) หมิงกับเป๋านิ่งฟังด้วยความตั้งใจ อลินตาอธิบายต่อเนื่อง เพราะอย่างน้อยหมิงกับเป๋าก็ต้องจดจำชื่อเวทย์มนต์เอาไว้เมื่อไหร่ที่อลินตาใช้เวทย์มนต์แบบไหนทั้งสองก็จะได้รู้สถานการณ์ว่าเวลานั้นควรจะปฏิบัติตัวเช่นไร
“เป็นมนต์หนึ่งเดียวที่ถูกถ่ายทอดระหว่างสายเลือดต่อสายเลือดเท่านั้นและหากใครที่ไม่รับวิชาหมอผี อย่างเช่นน้าปลายนภาของฉันก็จะไม่มีสิทธิ์ได้เล่าเรียนและล่วงรู้ถึงการมีเวทย์มนต์คาถานี้อยู่” อลินตาอธิบายน้ำเสียงเรียบ แต่เป๋านี่สิ
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าคุณปลายนภา...” เป๋าทิ้งท้ายคล้ายไม่กล้าพูดต่อว่าน้าปลายนภามีแผนฮุบสมบัติของหลานสาวตัวเองอลินตายิ้มรับคำกล่าวหาน้าสาวตัวเองของเป๋าอย่างหน้าชื่นตาบานเพราะมันเป็นเรื่องจริง ก่อนจะพูดเสียงหนัก
“นอกเหนือจากความโลภก็คืออำนาจอยากเป็นใหญ่ที่ปีศาจอสูรกายดำมันบงการอยู่เบื้องหลังและน้าฉันก็คงไม่อยากตาย แต่อยากมีชีวิตเป็นอมตะ จึงใช้มนตราที่ไอ้ปีศาจอสูรกายดำมีมาช่วยให้ตัวเองอยู่ค้ำฟ้า แต่สิ่งที่น้าฉันยังไม่รู้ ก็คือเหนือฟ้ายังมีอลินตาดังนั้น อะไรที่เป็นของฉัน จะแหว่งไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ส่วนใครจะอยู่ค้ำฟ้าค้ำเหวก็เชิญ..”เป๋าได้ยินเช่นนั้นก็เบ้หน้าพลางพูดลอยๆ ล้อเลียนเจ้านายตัวเอง
“ไม่ใช่หรอกค่ะเหนือฟ้ายังมีอลินตา เหนืออลินตาก็มีเกลือไงคะ” เมื่อเป๋าพูดจบทั้งสามคน เจ้านายและลูกน้องก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน โดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ามีรถยนต์หรูสีดำมันวับคันหนึ่งอยู่ๆ ก็พุ่งออกมาจากความว่างเปล่ากลางถนน และกำลังขับแล่นตามรถของทั้งสามมาห่างๆ
ส่วนเนตรนภานั้นเมื่อส่งแม่เข้าพักในห้องนอนแล้วตัวเองก็รีบหลบลงด้านล่าง ด้วยความที่อยากตามอลินตาไป จึงแอบส่งไลน์ไปหาอลินตา และก็ได้รู้ว่าทั้งอลินตาหมิง เป๋ากำลังจะไปบ้านสวนเฮือนไม้ชายป่า เนตรนภาตั้งท่าจะตามไปแต่อลินตากลับบอกให้เนตรนภารอเธออยู่ที่คฤหาสน์โหราตระกูล เพราะว่าอลินตาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าออกจากเฮือนไม้ชายป่าแล้วจะไปที่ไหนต่อหญิงสาวสังหรณ์ลึกๆ ว่างานจะเข้าเล็กน้อยถึงปานกลาง ก็เลยห้ามเนตรนภาไปแบบนั้น
อลินตาได้แต่บอกญาติผู้น้องของตัวเองว่าจะซื้อของอร่อยๆ ไปฝาก เนตรนภาได้แต่ทำหน้าเซ็งๆ ที่ไม่ได้ไปกับคณะเขาด้วย อีกเหตุผลหนึ่งที่อลินตาไม่อยากให้เนตรนภาตามมาด้วยก็เพราะว่าถ้าเนตรนภาตามมาตอนนี้มีหวังน้าปลายนภาจะต้องสงสัย และแน่นอน ปีศาจอสูรกายดำจะต้องตามมาด้วยแน่ดังนั้นตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีกว่า...