Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 115 สำนักงานนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่า

    ตอนที่ 115 สำนักงานนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่า

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     


    แม้มหาวิทยาลัยเจเฮริสจะไม่ใช่มหาวิทยาลัยฮันเดดลีก แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดมหาวิทยาลัยของประเทศออโรร่า


    ประเทศออโรร่ามีมหาวิทยาลัยอยู่ร้อยกว่าแห่ง การที่มีชื่อติดหนึ่งในสิบก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว


    ดังนั้นมหาวิทยาลัยเจเฮริสจึงไม่ขาดแคลนอัจฉริยะ


    การที่คนอายุน้อยส่งผลงานทางวิชาการไปตีพิมพ์กับนิตยสารวิชาการจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องประหลาดใจแต่อย่างใด 


    ผู้หญิงคนนี้ทำงานเหล่านี้มาไม่น้อย ที่นี่ยังรับส่งผลงานที่จะตีพิมพ์กับนิตยสารวิชาการต่างประเทศด้วย จำนวนผลงานที่ตีพิมพ์กับนิตยสารชื่อดังก็มีไม่น้อย


    ดังนั้นเมอร์ลินที่จะตีพิมพ์ลงนิตยสารในประเทศจึงไม่นับว่าเป็นเรื่องอะไร


    อย่างไรก็ตามเมอร์ลินก็ไม่ได้คาดหวังให้ผู้คนต้องตกใจอยู่แล้ว เมื่อส่งผลงานของตนเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับไปกับเคลบี้ทันที


    “คาบนี้นายเรียนวิชาอะไร?” เมอร์ลินเอ่ยถามเคลบี้ที่เดินอยู่ข้างๆ


    “วิชาการจัดการองค์ประกอบเวทฟื้นฟูน่ะ” เคลบี้ตอบ


    “เด็กปีสี่อย่างนายเรียนลึกถึงขนาดนี้แล้วหรอ?” 


    เมอร์ลินพอจะทราบอยู่บ้างเกี่ยวกับเวทฟื้นฟูของนักเวท ก่อนหน้านี้เขาต้องการจะหาเวทฟื้นฟูเพื่อรักษาเอริก แต่เมื่อเขาได้อ่านหนังสือจริงๆ เขาก็รู้ว่าเวทรักษานั้นไม่ง่ายเลย


    แม้นักเวทจะมีเวทฟื้นฟูรักษา แต่พวกเขาก็ไม่สามารถรักษาโรคทั้งหมดได้


    เวทฟื้นฟูเป็นเพียงการฟื้นฟูบาดแผลภายนอกอย่างรวดเร็วเท่านั้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสาหัสของบาดแผลด้วย 


    การฟื้นฟูบาดแผลขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้เวทระดับสูง ไม่เช่นนั้นผู้บาดเจ็บจะตายจากการเสียเลือด


    พูดง่ายๆ เวทฟื้นฟูของนักเวทสามารถทำได้แค่ฟื้นฟูบาดแผลเท่านั้น ส่วนโรคที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ พวกเขาจำเป็นต้องทำการศึกษาวิจัยและสร้างตัวยาขึ้นมารักษา


    สำหรับเวทรักษาที่สามารถรักษาทุกโรคได้ทันทีนั้นคงมีแต่ในตำนาน ไม่เช่นนั้นดินแดนเวทมนตร์แห่งนี้คงไม่มีโรงพยาบาลแพร่หลายขนาดนี้


    ในตอนแรกที่เมอร์ลินรู้เรื่องนี้เขาก็หวนคิดถึงข่าวลือเวทรักษาของแม่ไม่ได้ น่าเสียดายที่ตอนนั้นเมอร์ลินยังไม่ได้ครอบครองดวงเนตรสีเงิน ไม่เช่นนั้นเขาคงจำสูตรที่อยู่ในห้องลับของแม่ได้


    นอกจากนี้เมอร์ลินยังคิดว่าเวทมนตร์ที่มารดาใช้อาจเป็นเวทมนตร์โบราณ ไม่ใช่เวทมนตร์ยุคปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมแม่ของเขาถึงมีแผนที่ที่จะนำไปสู่โลกแห่งสะพาน


    แล้วทำไมแม่ของเขาจึงไม่นำพวกเขามาอยู่ที่ดินแดนเวทมนตร์แห่งนี้ ทั้งๆ ที่การใช้ชีวิตที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก เผลอๆ อาจจะดีกว่าที่นั่นมากกว่าด้วยซ้ำ


    “เฮ้ ... นายจะไปไหนลิฟท์อยู่ทางนี้” เสียงของเคลบี้ดังขึ้นพร้อมกับคอเสื้อของเมอร์ลินที่ถูกรั้งเอาไว้


    เมอร์ลินที่ได้สติ เขาก็รักษาสีหน้าที่นิ่งสงบรักษามาดเอาไว้ 


    เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเดินเข้าลิฟท์ไปในทันที


    ชายหนุ่มมองเด็กน้อยแล้วส่ายศีรษะไปมา ก่อนจะยิ้มเยาะให้กับตัวเอง


    “ว่าไงนายต้องติววิชานี้ให้ฉันนะ ไหนๆ ฉันก็โดดเรียนเพื่อนายแล้ว” 


    “ให้ฉันไปอ่านหนังสือก่อน แล้วฉันจะกลับมาสอนนายในครั้งหน้า”


    “ได้ๆ นายเป็นเพื่อนตัวน้อยที่เยี่ยมมากของฉัน” เคลบี้กล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับก้มตัวลงเตรียมจะโผวเข้ากอดเจ้าหนูตัวเล็ก


    ทว่าเมอร์ลินกลับยื่นมือไปยันหน้าเขาไว้ก่อน


    “เลิกทำตัวยุ่มย่ามได้แล้ว”


    เคลบี้เหยียดตัวตรงดังเดิมแล้วเอ่ย “นายนี่มันน่ารักจริงๆ”


    เมอร์ลินรีบหันควับทันที


    “อย่ามาพูดว่าฉันน่ารักนะ ฉันหล่อขนาดนี้นายตาบอดรึไงกัน!” พูดจบเขาก็ถลึงตาแล้วเสยผมสีเงินขึ้นอย่างมีมาด


    การแสดงออกของพวกเขาดูเหมือนจะกลายเป็นเพื่อนกันแล้วจริงๆ แม้รูปร่างและอายุของพวกเขาจะต่างกันมากก็ตาม


    ขณะเดียวกันวิหกสายฟ้าก็บินออกจากมหาวิทยาลัยเจเฮริส


    ณ เมืองหลวงออโรร่า


    อาคารแห่งหนึ่งซึ่งมีรูปทรงทันสมัย นกสายฟ้าบินมาถึงที่นี่ในสถานที่ที่รับส่งเอกสารโดยเฉพาะ


    เจ้าหน้าที่ถอดกำไลเก็บของออกจากข้อเท้าของนกสายฟ้า ก่อนจะนำกำไลเก็บของอีกอันหนึ่งที่เตรียมไว้อยู่ก่อนแล้วสวมลงไป 


    นกสายฟ้าตัวนั้นได้รับอาหารและปล่อยให้บินกลับไปยังที่ที่มันจากมาทันที


    เอกสารจำนวนหนึ่งถูกนำออกมาจากกำไลเก็บของ


    เจ้าหน้าที่ทำการคัดแยกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนำมันส่งไปยังแผนกถัดไป


    ฝ่ายบรรณาธิการค่อยๆ นำเอาเอกสารเหล่านั้นมาพิจารณา


    ประเทศออโรร่าแห่งนี้มีมหาวิทยาลัยนับร้อยแห่ง ผลงานส่วนใหญ่จึงถูกส่งมาที่พวกเขา น้อยมากที่พวกเขาจะได้รับผลงานจากนักวิชาการชื่อดัง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นหน้าที่ที่พวกเขาต้องตรวจสอบเอกสารพวกนี้อยู่ดี


    ภายในห้องบรรณานับสิบคนกำลังตรวจสอบผลงานที่ส่งเข้ามาอย่างแข็งขัน


    ชายวัยกลางคนที่มีเคราแพะหยิบเอกสารที่พึ่งถูกนำเข้ามาอ่าน เขาอ่านมันครู่หนึ่งก็วางเอกสารนั้นลงไปกองเอกสารกองหนึ่ง


    เมื่อหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมาอ่าน หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน พร้อมกับส่ายศีรษะไปมา


    เอกสารถูกวางลงกองเอกสารกองก่อนหน้านี้


    “เห้อ ... ทำไมถึงมีแต่นักศึกษาที่ขยันสร้างผลงานที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้ออกมา” เขาบ่นมันออกมา


    หญิงสาวที่อยู่โต๊ะข้างๆ ยิ้มแล้วยื่นหน้าออกมา


    “เอาน่าวินสัน มันก็ดีไม่ใช่หรอที่พวกเขาเลือกจะส่งผลงานมาให้พวกเรา” เธอกล่าวอย่างขำๆ


    “เหอะ แต่นิตยสารของพวกเราใช่ว่าจะตีพิมพ์อะไรออกมาก็ได้ไง ผลงานพวกนี้คืองานขยะที่หวังจะได้เงินรางวัลทั้งนั้น พวกเขาไม่ได้สนใจที่จะทำผลงานทางวิชาการจริงจังเลยด้วยซ้ำ” วินสันกล่าวออกมาตามตรง


    “ถ้ามีคนทำแบบนั้นจริงๆ พวกเขาคงจะไม่ส่งมาถึงพวกเราหรอก” ริมฝีปากแดงฉีกยิ้มออกมา


    “ก็จริง” วินสันยักไหล่


    “ฉันเองก็หวังว่าผลงานของพวกมหาวิทยาลัยท็อปสิบจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังบ้าง” วินสันหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา มันถูกจ่าหน้าซองว่าส่งมาจากมหาวิทยาลัยเจเฮริสที่เป็นมหาวิทยาลัยท็อปสิบของประเทศนี้


    แต่ทันทีที่เขาได้อ่านเอกสารฉบับนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น


    มือของเขาพลิกเอกสารแต่ละหน้าอย่างรวดเร็ว


    ความคิดของเขาราวกับถูกดูดเข้าไปในตัวหนังสือ


    หญิงสาวโต๊ะข้างๆ ที่ลอบมอง เมื่อเห็นท่าทางของวินสันเธอก็รู้สึกประหลาดใจ


    “มีอะไรดีๆ อย่างนั้นหรอ?”


    “ขอฉันอ่านให้จบก่อน” วินสันเอ่ยทั้งๆ ที่ไม่เงยหน้าขึ้นมา


    หญิงสาวเมื่อเห็นท่าทางของวินสันที่สนใจเอกสารฉบับนั้นมากขนาดนี้ก็อดที่จะลุกขึ้นมาแอบมองไม่ได้


    เธอเดินไปที่ด้านหลังของวินสันแล้วมองเอกสารที่พลิกหน้าเปิดอยู่ครู่หนึ่ง


    ไม่นานวินสันก็อ่านจบ


    “เยี่ยมมาก ผลงานนี้สมควรได้รับการตีพิมพ์อย่างแน่นอน!”

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน